บทเรียน
“กระจอกสิ้นดีคิดว่าใช้โล่ลมมาบังไว้แล้วฉันจะเข้าไปทำอะไรเธอไม่ได้รึไง” ซิมบัสประกาศก้องเมื่อเห็นว่าโล่สายลมจากลูกมังกรบังร่างของรินรินไว้
รินรินหันไปมองปีกขวาของเธอที่มีเลือดไหลอาบแม้เธอจะบาดเจ็บลูกมังกรก็พยามช่วยเหลือเธอเต็มที่ กระแสลมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆแต่แล้ว...
“ตูม!” ก้อนหินขนาดใหญ่เข้ากระแทกร่างลูกมังกรของรินรินอย่างแรงมังกรน้อยกระแทกเข้ากับกำแพงจนเป็นช่องใหญ่ เกิดบาดแผลฉกรรจ์อย่างน่ากลัวโล่ลมที่ลูกมังกรใช้กำบังตัวเธอไว้สลายลงไปในทันที
“ไม่นะ โมรีย์” รินรินเมื่อเห็นมังกรบาดเจ็บก็รีบวิ่งเข้าไปประคองลูกมังกรของตนเองจะให้หมอบดีหรือไม่ มังกรเธอเจ็บขนาดนี้ แต่เจ้าโมรีย์น้อยก็สะบัดหัวไปมาเหมือนพยายามฟื้นจากอาการมึนงงแสดงให้เห็นว่ามันยังไม่ยอมแพ้
ทั้งรินรินและเจ้าโมรีย์บาดเจ็บหนักเสียแล้วขืนสู้ต่อไปมังกรของรินรินคงเอาตัวไม่รอดแน่ ประเมินจากร่างที่อ่อนปวกเปียก หินใหญ่ขนาดนั้นเข้ามากระแทกเต็มๆ กระดูกของมันคงหัก ลองจับดูร่างก็เหมือนจะอ่อนปวกเปียกจนน่าใจหาย
รินรินเหลือบไปมองเนย่าที่ข้างสนามถ้าเข้าไปข้างสนามได้ ยอมแพ้ตอนนี้ให้เนย่ารักษา มังกรของเธอก็จะหายจากอาการเจ็บปวดด้วยเวลาเพียงไม่นาน
“เอายังไงดีล่ะ ไม่ตายก็เจ็บหนักเลยนะ” เสียงยียวนดังเข้ามาใกล้ ซิมบัสควงหอกในมือเล่นไปมาพร้อมกับลูกมังกรที่สร้างฝุ่นทรายขึ้นมาอีกระลอก
“กฎห้ามฆ่ากันนะซิมบัสทำแบบนี้นายเจตนาฆ่ามังกรของฉันชัด ๆ” รินรินกอดมังกรไว้แนบอกเธอบาดเจ็บก็จริงแต่ยังน้อยกว่ามังกรของเธอมาก
“ถ้ามันตายง่ายขนาดนั้นจะเรียกว่ามังกรได้ยังไงดูรูปร่างมันสิ อัปลักษณ์ไม่แพ้เธอเลยนะ ปีกก็ไม่มี ตัวยาว ๆ ขาสี่ข้างสั้น ๆนั่นมันอะไรกันบอบบางปวกเปียกแถมหน้าตาอย่างกับงูมีหนวด” ซิมบัสเยาะเย้ย กองเชียร์เงียบไปทั่วทั้งสนามราวกับว่าทุกคนตั้งใจฟังคำปรามาสร้ายกาจนี้
“มันจะมากไปแล้วนะไอ้หมอนั่น กล้าดูถูกเพื่อนฉันรึ” เนย่ากำหมัดแน่น เมื่อได้ยินทุกคำพูด เธออยากลงไปซัดหน้าคนปากดีใจจะขาดแต่ก็ทำไม่ได้
“เธอเก็บความคับแค้นนี้ไว้เถอะอย่าบ้าเหมือนคราวรุ่นพี่แล้วกัน ก็น่าจะรู้ว่ากฎจะถูกเปลี่ยน” เซนดรินเอ่ยเตือน เนย่าได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่าให้เจอในสนามนะซิมบัส เธอจะเล่นงานให้สาสมกับที่ดูถูกเพื่อนเธอไว้
“โมรีย์ ไม่เป็นไรนะ” รินรินหันมาสนใจมังกรของเธอในขณะที่ซิมบัสย่ามใจเดินเข้าหารินรินที่กำลังตรวจสอบอาการมังกรอยู่
ซิมบัสเข้าไปคว้าหางเจ้าโมรีย์แล้วออกแรงดึงเพื่อให้รินรินยอมหมอบมังกร
“ยอมซะถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้นี่ฉันออมมือให้แล้วนะ” ซิมบัสยื้อมังกรน้อยกับรินรินโมรีย์ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อรินรินยังคงกอดมันไว้และหางของมันก็ถูกกระชากอย่างไม่ปรานีทั้งที่บาดแผลก็ถ้วนทั่วตัวเช่นนั้น
“ปล่อยโมรีย์นะ” รินรินออกแรงยื้อ เธอโกรธจนตัวสั่นปีกสวยขนนุ่มสีทองของเธอเริ่มกรีดความคมวาว เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันก่อนจะกลายสถานะเป็นของแข็งคมใบมีดขนนกสลัดออกทันทีเข้าปะทะร่างของซิมบัสในระยะประชิด
ใบมีดนับร้อยพุ่งเข้าปักร่างของซิมบัสโดยแรงร่างเขาถึงกับไถลถอยหลังออกไปไกลในขณะที่เขาไม่ทันตั้งตัวก่อนพวกมันจะถอนใบออกแล้วบินฉวัดเฉวียน รอบตัวซิมบัส และลูกมังกรของซิมบัสถลาเข้ามารับใบบีดที่ถูกสลัดมาอีกชุดเต็มๆ จนมันร่วงลงไปกองกับพื้นบาดเจ็บมากไม่แพ้นายของมัน
ทั้งซิมบัสและมังกรของเขาต่างบาดเจ็บสาหัสนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นเพราะคมมีดจากขนนกบาดลึกเข้าที่แขนซ้ายของเขาจนใช้การไม่ได้เลือดสีทองแดงไหลอาบจนชุ่มโชกอาวุธก็อันตรธานหายไปในทันทีเนื้อตัวมีแต่บาดแผลเป็นรอยบาดไปทั่วจนเสื้อผ้าขาดวิ่น
“นี่คือการลงโทษ ที่นายกล้าดูถูกโมรีย์ของฉันตอนนี้นายเจ็บปวดบ้างรึยัง” รินรินอุ้มเจ้าโมรีย์ไว้แนบอกลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเข้าหาซิมบัสบ้าง
ซิมบัสได้แต่กัดฟันถอยหลังกรูดอย่างหมดทางสู้ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องเพราะกลัวจะเสียเลือดไปมากกว่านี้
เหลือบไปเห็นลูกมังกรตัวเองมันก็สะบักสะบอมเพราะปกป้องเขาไม่แพ้กันปีกทั้งสองข้างขาดวิ่นแถมใบบีดขนนกก็คมมากจนตัดนิ้วเท้ามังกรของเขาขาดไปถึงสามนิ้ว แต่ลูกมังกรของเขาก็พยายามจะยันตัวลุกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“ฉันไม่ตอบโต้ฉันไม่เคยเอาคืนไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่สู้นะซิมบัส” รินรินกัดฟันกรอดลูกมันกรเธอเจ็บหนักกว่าลูกมังกรของซิมบัสมากจนร่างอ่อนปวกเปียกแต่เธอก็โกรธคนตรงหน้าเหลือเกินจนอยากเอาคืน
คมมีดบนหลังของเธอตอนนี้สั่นระริกราวกับตอบรับอารมณ์รุนแรงและพร้อมจะเข้าโจมตีทุกเมื่อขอแค่เธอสั่งใบมีดขนนกยังคงบินโฉบไปมารอบตัวของซิมบัส ราวกับหยอกล้อให้เหยื่อกลัวจนหัวหดบ้างก็กรีดเสื้อผ้าของเขาเล่น บ้างก็ตัดปอยผมสีน้ำตาลของเขาจนแหว่ง
“ขอโทษโมรีย์ของฉันซะแล้วฉันจะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้” รินรินประกาศกร้าว
“ไม่มีวันฉันยอมหมอบมังกรเสียยังจะดีเสียกว่าขอโทษมังกรอัปลักษณ์นั่น” ซิมบัสเองแม้จะหวาดกลัวคมมีดขนนกที่เดาอารมณ์ไม่ได้นี้แต่เขาไม่ยอมลดศักดิ์ศรี เพื่อขอโทษพวกประหลาดนี้แน่ทั้งตัวยายกินรีที่ถอดปีกไม่ได้แล้วก็เจ้ามังกรร่างงูมีขามีหนวดนั่นด้วย
“อึก!” ใบมีดคมบินปัดผ่านแก้มของซิมบัสจนเรียกเลือดไหลออกมาอีกหนมันเจ็บมากจริง ๆ แต่เขาจะไม่ยอมอ่อนแอหรอก
“ฉันไม่ยอมให้นายหมอบมังกรง่าย ๆ หรอกซิมบัสในเมื่อนายสนุกที่เห็นมังกรของฉันบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ฉันก็จะเอาคืน” รินรินก้าวเข้าหามังกรของซิมบัสก่อนจะปลุกกระแสลมดึงร่างของมันจนลอยขึ้นสูง
“อย่านะยายนกผีเธอจะทำอะไร...อย่า!” ซิมบัสที่นั่งกองอยู่กับพื้นเมื่อเห็นมังกรตัวเองลอยหวือห่างออกไปก็วิตกจนลืมตัวร้องจนเสียงหลง
“ตูม!” ลูกมังกรของซิมบัสถูกแรงลมดูดขึ้นให้ลอยสูงแล้วทิ้งร่างปวกเปียกของมันลงมาด้วยความเร็วและแรงจนพื้นเบื้องล่างเป็นหลุมใหญ่
“ปล่อยลูกมังกรของฉันเถอะขอร้อง” ซิมบัสถึงกับปล่อยโฮอ้อนวอนคนที่เหนือกว่าตอนนี้ศักดิ์ศรีอะไรเขาไม่สนใจอีกแล้วขอให้ลูกมังกรของเขาปลอดภัยเพราะมันกำลังบาดเจ็บถ้าถูกกระแทกซ้ำอีกรอบมีหวังมันตายแน่ๆ
“นายปล่อยโมรีย์รึเปล่าล่ะตอนที่นายทำร้ายเขา บังคับเขาทั้งที่บาดเจ็บลูกมังกรของนายก็ทำเพื่อปกป้องนายเหมือนกันในตอนที่มารับใบมีด ตอนนี้ก็กำลังบาดเจ็บและนี้คือบทเรียนที่นายไม่คิดจะปกป้องมังกรของนายเลย” รินรินกำลังจะหยุดกระแสลมเพื่อดึงร่างมังกรของซิมบัสให้กระแทกลงพื้นอีกครั้ง
“อย่า ๆ ๆ ฉันยอม ฉันยอม ฉันขอโทษฉันขอโทษนะโมรีย์ขอโทษ อย่าทำร้ายลูกมังกรของฉันอีกเลยนะรินรินฉันขอโทษจริง ๆเขายังเด็กอยู่” ซิมบัสยอมคุกเข่าอ้อนวอนด้วยเลือดท่วมตัวพร้อมกับหัวของเขาที่หมอบติดพื้นเขาไม่สามารถหมอบมังกรยอมแพ้ได้ เพราะลูกมังกรของเขาถูกพลังเวทย์ควบคุมอยู่
สิ้นคำขอโทษพร้อมน้ำตานองหน้าของซิมบัสรินรินวางโมรีย์ลงให้นอนหมอบราบตั้งแต่หัวจรดโคนหางต่อหน้าซิมบัสที่ยอมก้มหัวขอโทษโดยเธอยังไม่ปล่อยร่างของลูกมังกรซิมบัสที่ลอยเหนือพื้นด้วยความสูงเกินระดับสายตาจะมองเห็น
“ผู้ชนะก็คือ ซิมบัส” อีรอสประกาศก้อง ทั้งสนามเงียบกริบไม่มีแม้เสียงโห่ร้องปรบมือยินดีใดๆ
ซิมบัสตัวสั่นน้ำตาไหลพรากไม่คิดว่าตัวเองจะชนะเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่ารินรินยืนน้ำตาไหลอาบแก้มจ้องมองเขาอยู่ไม่ต่างกัน
เธอยอมแพ้เอง เธอไม่ได้ต้องการชนะเธอสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้โฮออกมาเพื่อให้คนตรงหน้าได้สำนึกมังกรของเธอบาดเจ็บกว่าของ ซิมบัสมาก เรียกว่ากระดูกหักทั้งตัวแม้ในคราแรกรินรินคิดจะถอดใจยอมแพ้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บแต่เพราะซิมบัสเหยียดหยามเธอจนเกินไป แถมมาทำร้ายลูกมังกรของเธอซ้ำจนไม่น่าให้อภัยจึงยื้อเวลาเอาคืนมาจนถึงตอนนี้
“ฉันไม่อยากเข้าไปสู้กับเนย่าหรอกนะถึงยอมให้ โมรีย์ของฉันบาดเจ็บมากฉันทนเห็นเขาบาดเจ็บจากการประลองกับเพื่อนขนาดนี้คงไม่ไหวถ้านายได้เจอกับเพื่อนฉัน หวังว่าคำสบประมาทแย่ ๆ คำดูถูกร้าย ๆจะไม่ออกมาจากปากนายอีก ไม่เช่นนั้น ฉันจะกรีดปากของนายให้ถึงใบหู” แม้ใบหน้าน่ารัก ๆของรินรินจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอก็เข้มแข็งมาก เธอค่อย ๆประคองร่างของโมรีย์น้อยขึ้นไว้แนบอกอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ใบมีดสีทองบินตามกลับเข้าไปรวมกับขนปีกของเธอจนเกิดแสงระยิบระยับและมันก็ค่อย ๆ กลับเป็นขนนกนุ่มเบาบางอีกครั้งเป็นครั้งนี้เองที่ซิมบัสได้เห็นนางฟ้ากับตาของเขา
นกสีฟ้าบินเข้ามารายล้อมตัวซิมบัสและลูกมังกรที่ค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล เพื่อเป็นการประกาศว่าเขาชนะการประลองรอบนี้นับว่ารินรินปรานีมากที่ไม่ทำร้ายมังกรของเขาไปมากกว่าที่เขาทำกับมังกรของเธอช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวและแสนสวยงามจริง ๆ ในสายตาซิมบัสตอนนี้
รินรินอุ้มโมรีย์พลางเดินปาดน้ำตาเข้ามาข้างสนามเนย่ารีบลุกจากที่นั่งก่อนจะวิ่งเข้ามากอดรินรินไว้ด้วยความเป็นห่วง
“เนย่า...ฮึก..ฮือ...โมรีย์เจ็บ ลูกมังกรของฉันเจ็บมากเลย ฮือ…” สุดท้ายแล้วรินรินก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไปพร้อมร้องไห้โฮก้าวเร็วๆ มาหาเนย่าที่รีบวิ่งมารอรับ
“ไม่เป็นไรนะรินริน ไม่เป็นไรเธอบาดเจ็บใช่ไหมเดี๋ยวฉันรักษาให้นะ ไม่ร้องนะเพื่อนคนเก่งของฉัน” เนย่าลูบหน้าลูบตาของรินรินแล้วกอดปลอบอีกเป็นการใหญ่แล้วพาเข้ามานั่งข้างสนามด้วยกันเพื่อนร่วมชั้นต่างให้ความสนใจทั้งคู่
“ดูโมรีย์ให้ฉันหน่อยได้ไหม เขาเจ็บมากจริง ๆ นะ” รินรินสะอื้นพลางยื่นมังกรน้อยที่ร่างอ่อนปวกเปียกให้เนย่าดู
“ได้ ๆ ฉันรักษาให้เดี๋ยวนี้เลยมา ๆ” เนย่ารีบรักษาลูกมังกรให้รินรินทันทีและแพทย์สนามก็ตามเข้ามาช่วยดูอาการบาดเจ็บของรินรินด้วย
“ยายหนูมีปีก เก่งมากเลยนะที่เอาชนะเจ้าลูกอนูบิสจอมยโสได้” ชูม่าเอ่ยชม
“ฉันแพ้ต่างหากชูม่า” รินรินทำปากยื่นตอบไปแต่ก็ยังสะอื้นไม่หยุดเมื่อมองร่างลูกมังกรของเธอที่เนย่ากำลังใช้พลังรักษาอย่างแข็งขัน
“แพ้ที่ไหนกันเล่าเธอยอมแพ้เองถ้าสู้อีกนิดเจ้าหมอนั่นต้องยอมหมอบมังกรแน่” ชูม่าให้กำลังใจอีก ยายหนูนี่ร้องไห้แบบนี้เขาไม่สบายใจเลยเขาชอบให้ชวนทะเลาะกับเขามากกว่า
“ที่ฉันยอมหมอบเองเพราะไม่อยากสู้กับเนย่าต่างหากอีกอย่างโมรีย์เจ็บขนาดนี้ ถ้ารอบหน้าเจ็บอีกฉันคงทนไม่ได้แน่” รินรินทำหน้างอพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ
“ใจดีเกินไปแล้วยายหนู” ชูม่าส่ายหัวทั้งที่มีโอกาสชนะแต่เด็กนี่ก็ไม่ทำ
“เธอต้องเอาคืนให้ฉันด้วยนะเนย่า” รินรินเบะปากจะร้องไห้อีกแล้วพลางเกาะแขนเนย่าราวกับอ้อน
“ได้เลยไม่ต้องห่วง ถ้าเจอกับหมอนั่นฉันจะเผาให้ไม่เหลือแม้แต่ขนสักเส้นเลยดีไหม กล้าดียังไงมารังแกเพื่อนฉันเนี่ย” เนย่าปลอบแต่มือก็ยังไม่หยุดรักษาลูกมังกรของรินรินอาการมันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มขยับตัวได้แล้วและรินรินก็โอบเนย่าไว้อย่างขอบคุณ
การต่อสู้ผ่านไปอีกหลายคู่เนย่ารักษามังกรของรินรินจนหายดีในที่สุดเสียงประกาศก็ดังมาอีกหน...
“คู่ต่อไป...เนย่าประลองกับเคนาส” อีรอสประกาศชื่ออีกครั้ง เกิดเสียงฮือฮาไปทั่วสนาม
“ถึงตาฉันแล้ว ไปก่อนนะ” เนย่าลุกขึ้นเตรียมความพร้อม
“ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เรียกรีสกับชีน่าเข้าสนามได้นะพวกเขาเป็นอาวุธของเธอ” ฮาร์มรั้งมือเนย่าไว้พร้อมกำชับ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าฉันไม่ไหวจริง ๆสองคนนั่นได้ปรากฏตัวแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่ให้มา เดี๋ยวท่านทูตจะแตกตื่นซะก่อน” เนย่าเข้าใจดีว่าฮาร์มเป็นห่วงแต่จะเรียกทั้งคู่มาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเอาเปรียบคู่ต่อสู้ของเธอไปหน่อยเพราะทั้งชีน่าและรีสก็ตัวไม่ใช่น้อย ๆ ถ้าเทียบกับลูกมังกรของอีกฝ่าย
“อาวุธจากเปลือกไข่ฉันยังไม่สมบูรณ์เต็มที่แต่คิดว่าแค่ประลองกันในชั้นปีเดียวกันคงไม่หนักหนาเท่ากับพวกที่เธอเคยเจอหรอกเอาชนะให้ได้ก็แล้วกัน” เซนดรินเอ่ยสำทับอีกคน
“ชนะมาเพื่อเจอพวกนายคนใดคนหนึ่งนี่มันแปลก ๆ นะฉันต้องมาสู้กับมังกรตัวเองนี่รู้สึกหนักใจจัง” เนย่ากลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายถึงชนะมาได้ก็อาจจะต้องมาสู้กับเซนดรินหรือไม่ก็ฮาร์ม
“ชะตาชีวิตเธอนี่ตลกสิ้นดีเลยว่าไหมยายหนู” ชูม่าป้องปากกระซิบ
“ว่าแต่นายเถอะอย่าทำฉันขายหน้าแล้วกันกรุณาบินให้ขึ้นด้วย เดี๋ยวฉันจะทำเป็นเหมือนว่านายออกอาวุธให้นะ จะได้ดูเท่ ๆหน่อย” เนย่าวางแผนในขณะที่เดินลงสนาม
“เอาอย่างนั้นเลยรึ” ชูม่าทำเสียงประหลาดใจ
“ก็ใช่นะสิ ท่านทูตดูเราอยู่นะจะได้ไปเที่ยวต่างเมืองไง” เนย่าเอาเรื่องเที่ยวมาหลอกล่อเจ้าตัวเล็กให้มีกะจิตกะใจในการต่อสู้ขึ้นมาบ้าง
“ยายหนูความคิดดี ฉันจะแสดงให้เต็มที่เลยเธอส่งพลังแบบสุดยอด ให้ฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันจะทำท่าทางแบบนี้ ๆ นะเป็นการช่วยเหลือให้เธอดูมีมังกรที่เก่งกาจแต่แสนน่ารักดีไหม” ชูม่าว่าพลางทำท่าทางประกอบการแสดงให้เนย่าดู
“จ้า ๆ ไป ๆ รีบไปดีกว่าเคนาสลงสนามมาแล้ว” เนย่ายิ้มแหยเอาใจ ท่าทางของชูม่าที่ดูเหมือนลูกแมวอิ่มนมแบบนั้นเธอควรจะใช้พลังประกอบท่าแบบไหนกันล่ะ
เมื่อก้าวลงสนาม ทุกสายตาต่างจับจ้องเด็กมนุษย์เสียงที่เคยร้องเชียร์การประลองกลายเป็นเสียงซุบซิบเซ็งแซ่ดังไปทั่วเนย่าถอนหายใจเบา ๆ แม้จะเริ่มชินบ้างแล้วกับการถูกนินทาแต่พอเจอจำนวนมากขนาดนี้ในคราวเดียวเข้าก็ทำเธอเสียความมั่นใจอยู่เหมือนกัน
“ตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยนะนี่” ชูม่ากระซิบ
“เคนาสเหรอ?” เนย่าหันไปถามเมื่อทั้งคู่ลงมายืนอยู่ในสนามเรียบร้อย
“เปล่ามังกรเจ้าหมอนั่น” ชูม่าทำท่าแหยง ๆเมื่อเห็นว่าลูกมังกรของเคนาสตัวใหญ่มาก ถ้าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆแบบเนย่าคงจะขึ้นไปขี่ได้สบายแล้ว แต่เคนาสก็ตัวใหญ่ล่ำพอ ๆ กับมังกรเลยยังไม่สามารถขี่มังกรตัวเองได้
“อย่าไปกลัวสิ มีฉันอยู่ถ้าไม่ไหวฉันจะรีบให้นายหมอบเลย” เนย่าปลอบเมื่อเห็นว่าชูม่าดูหวั่น ๆ
“แต่ฉันก็อยากไปเที่ยวนะ” ชูม่าปรายตามามองเนย่าเขาไม่ได้อยากรีบยอมแพ้เสียหน่อย
“แพ้ก็ได้ไปน่า” เนย่าปลอบอีก ถึงแพ้ก็ได้ไปเพราะนี่มันแค่การทดสอบแค่โชว์ฝีมือให้สุดความสามารถก็พอ
“แต่ต้องไปแบบมีศักดิ์ศรีหน่อยสิ” ชูม่าหรี่ตามองเนย่าอีกก็เขาไม่ได้รีบอยากยอมแพ้จริง ๆ นี่นา
“งั้นก็เต็มที่เลยชูม่ากัดหูเจ้าลูกมังกรของเคนาสได้ นายก็จะดูมีศักดิ์ศรีขึ้นมาอย่างแน่นอน” เนย่าเลยอวยเสียยกใหญ่ เดาอารมณ์ชูม่าไม่ถูกเดี๋ยวกลัวเดี๋ยวกล้าอะไรของหมอนี่ก็ไม่รู้
“เอาจริงใช่ไหมเนี่ยเล่นด้วยหน่อยเอาฮาใหญ่เลยนะยายหนู” ชูม่าบ่นอุบอิบ ใครจะไปกัดหูเพื่อเอาชนะกันถ้าเป็นเจ้าปุยก็ว่าไปอย่างที่จะไปกระโดดกัดหูใครต่อใคร เขามีดีกว่านั้นเยอะนะแถมหล่อเท่ด้วย คิดแล้วก็ชมความงามของเล็บน้อย ๆ ไปพลางอย่างสบายอารมณ์
“ถ้าเธอจะยืนคุยเล่นกันอยู่ตรงนั้นหมอบมังกรเธอเลยก็ได้มั้งยายเด็กมนุษย์” เคนาสเอียงคอมองเนย่ามานานหลายนาทีจนเริ่มหงุดหงิดไม่รู้จะคุยอะไรกับหมัดมังกรนั่นนักหนา
“ใครจะไปยอมกันล่ะ” เนย่ายกยิ้ม ก่อนการต่อสู้ของทั้งสองจะเริ่มขึ้น