หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 5 บทที่ 134 ได้พบวีรบุรุษชุดขาว

            ปลายสารทฤดู

            ใบไม้ล้วนเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

            หน้าวัดร้างยังมืดทึบอยู่

            ต้นไม้ในป่าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วเช่นกัน

            ท้องฟ้าสีคราม

            เด็กชายร่างอวบอ้วนที่ยังหลับลึกอยู่คือองค์ชายน้อยแห่งแคว้นซี บัณฑิตน้อยเสี่ยวซีที่บัดนี้กำลังถูกขันทีคนสนิทอุ้มออกมาจากวัดที่ยังมีควันโขมงพวยพุ่ง

            อาหารการกินของเด็กชายนับว่าดีนัก ทั้งยังได้ลักษณะเด่นมาจากพระบิดา จึงทำให้เขามีร่างอวบอ้วนเช่นนี้ อายุเพียงแปดเก้าปีก็ตัวหนักราวกับหินก้อนใหญ่เสียแล้ว

            ขุนนางชราเมื่อวางเด็กชายลงแล้วก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในวัดทันที

            เขาต้องขนสัมภาระออกมาให้ได้ มิเช่นนั้นการเดินทางครานี้ของพวกเขาคงได้นอนกลางดินกินกลางทรายกันจริงๆ แล้ว

            เมื่อวานเป็นเขาที่ใจอ่อนเกินไป จึงได้รับปากให้องค์ชายน้อยของตนได้ออกมาสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเจียงหู เดิมทีเขากังวลว่าองค์ชายน้อยของตนที่ไม่เคยออกจากวังอาจถูกหลอกได้ง่าย เช่นนั้นออกมาหาประสบการณ์สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

            ทว่าองค์ชายน้อยช่างใสซื่อเหลือเกิน ไม่ระแวดระวังคนนอกแม้แต่น้อย ยังไม่ทันให้เขาได้เรียนรู้ถึงความโหดร้ายของเมืองเจียงหู ในสมองของเด็กชายก็มีคนให้บูชาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแล้ว เอาแต่พร่ำเพ้อว่าตนก็จะเป็นวีรบุรุษชุดขาวเช่นกัน

            ขันทีชราวิ่งกลับเข้าไปในวัด

            เด็กชายร่างขาวอวบอ้วนราวกับหนอนตัวหนึ่ง รอจนร่างอ้วนกระแทกกับพื้นอย่างแรง เขาจึงเพิ่งได้สติว่าเกิดอันใดขึ้น

            ดูเหมือนว่าจะมีไฟไหม้

            ทว่าต้าป้านกลับวิ่งเข้าไปในวัดแล้ว

            เด็กชายพลันตื่นตะลึง หากว่าต้าป้านโดนไฟคลอกจะทำอย่างไรเล่า

            “ต้าป้าน!” เด็กชายร้องเรียกต้าป้านของเขาเสียงดัง ทว่าก็จนใจที่การตอบสนองของเขาเชื่องช้าเหลือเกิน

            บัดนี้เด็กชายคิดไปต่างๆ นานาอย่างที่ชายชราคนเมื่อคืนเคยเล่าไว้

            หากว่าเขาสามารถเป็นได้ดั่งวีรบุรุษชุดขาวที่โฉบไปที่ไหนก็ได้ คงจะสามารถช่วยต้าป้านออกมาได้

            หรือจะเป็นอย่างที่ชายชรากล่าวไว้ ยามที่วีรบุรุษชุดขาวพบเรื่องผิดปกติ เขาก็จะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที

            มองควันหนาทึบที่ลอยอยู่ เด็กชายก็ตื่นตกใจ ดวงตาเรียวเล็กพลันเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้พบเรื่องจนใจถึงเพียงนี้

            บัดนี้เขาเหมือนจะเข้าใจแล้ว เรื่องที่ชายชราคนเมื่อคืนเล่าก็เป็นแค่เพียงเรื่องเล่า

            ทว่าเด็กชายร่างอ้วนยังไม่ทันได้เสียใจ ตรงหน้าของเขาก็มี…

            เป็นดั่งที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้

            เด็กชายร่างอ้วนที่ยังซบอยู่กับพื้นพลันอ้าปากค้าง สีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อเรื่องตรงหน้า

            จากนั้นจึงรีบลุกขึ้น

            “ท่านวีรบุรุษ รีบเข้า...รีบไปช่วยต้าป้านด้วย เขายังอยู่ในวัด”

            สายตาเป็นเลิศของเฉินโย่ว เมื่อมองเข้าไปด้านในก็เห็นว่ากลางควันหนาทึบมีคนกำลังเร่งเก็บของอยู่จริงๆ

            แม้ร่างจะดูผอมแห้ง แต่มือเท้ากลับคล่องแคล่วไม่เบา แทบจะพอๆ กับพี่ชายของนางเสียด้วยซ้ำ

            ทว่าชายชราดูท่าจะไม่ค่อยรู้เรื่องการจัดการไฟเท่าใด ดูเหมือนว่าจะสูดควันเข้าไปเฮือกใหญ่ จึงได้ไอไม่หยุดเช่นนั้น

            ชายชราเมื่อเก็บของเสร็จแล้วก็รีบออกมาทันที

            ขณะที่เดินไปจนเห็นประตูทางออกอยู่รอมร่อ

            เสาคานในวัดนี้ที่เดิมทีก็ผุพังอยู่แล้วก็พลันถล่มลงมาบนหลังชายชรา

            เฉินโย่วเห็นเช่นนั้นก็รีบตวัดแส้ออกไปเพื่อหยุดยั้งเสาที่กำลังถล่มลงมา

            ชายชราเมื่อแบกสัมภาระออกมาจากวัดได้แล้ว จึงเห็นว่าเสาด้านหลังตนยามนี้กำลังถล่มครืนลงมา

             ทั้งวัดมีเสียงสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้น

            เคราะห์ดีที่เขาร่างกายคล่องแคล่ว ถึงอย่างไรเขาก็นับว่าเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับได้ยากยิ่งในวังหลวง

            เพียงแต่ยามต้องเก็บสัมภาระก็ยังต้องมาเป็นกังวลกับองค์ชายน้อย จึงทำให้เกือบโดนเสาทับตายเสียแล้ว

            เห็นได้ชัดว่าต้องมีคนช่วยเขาไว้อย่างแน่นอน

            เมื่อขุนนางชราที่สูดหายใจไปก็ไอไปเงยหน้าขึ้นก็เห็นอาชาสีนิลที่บนหลังยังมีเด็กหนุ่มชุดขาวที่กำลังเก็บแส้นั่งอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นชายชราก็ผงะไปครู่หนึ่ง

            เด็กหนุ่มตรงหน้าช่างรูปงามนัก

            ควันโขมงในวัดร้างที่กำลังถล่มลงมา เรื่องเหล่านี้ช่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนรู้สึกราวกับว่าไม่เกี่ยวกับเขาแม้แต่น้อย

             เมื่อครู่นี้คงเป็นเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ช่วยเขาไว้

            แม้ว่าเขาจะนับว่ายังสามารถเอาชีวิตรอดจากเสาที่ถล่มลงมาได้ด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องบาดเจ็บอย่างแน่นอน หากว่าเขาบาดเจ็บแล้วก็ย่อมไม่อาจดูแลองค์ชายน้อยได้

            ดังนั้นเขาจึงได้รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณครั้งนี้นัก

            เมื่อเด็กชายเห็นต้าป้านของตนก็รีบพุ่งเข้าไปกอดร่างผอมแห้งไว้ทันที

            “ต้าป้าน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”

            ร่างผอมบางถูกเด็กชายกอดรัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้นับว่าสนิทสนมถึงเพียงนั้น อดไม่ได้ที่จะไอออกมาหลายครั้ง

            “แค่กๆ นายน้อยต้องเรียกข้าว่าลุงฉือสิขอรับ”

            เด็กชายได้ยินเช่นนั้นก็แลบลิ้นออกมา เพราะเขาลืมเรื่องนี้อีกแล้ว

            ทว่าต่อมาเขาก็รีบพุ่งไปหาเฉินโย่วด้วยความเบิกบานใจ

            จากนั้นก็ยื่นมือออกมาหมายจะลูบเจ้ามืด

            เด็กชายไร้แววความหวาดกลัวว่าจะถูกเจ้ามืดกระทืบตาย

            ขันทีชราที่ยืนมองอยู่ยังหวาดกลัวเสียจนแทบจะเป็นลม

            “ท่านคือวีรบุรุษชุดขาวหรือ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยท่านลุงฉือของข้าไว้”

            เฉินโย่วไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายของเด็กหนุ่มตรงหน้า ทั้งยังเห็นว่าเจ้ามืดไม่ได้หลบมืออวบอ้วนของเขา ซ้ำยังยืนนิ่งให้เด็กหนุ่มช่วยเกาขาของมันเสียด้วยซ้ำ

            นางจึงพลิกกายลงจากหลังม้า

            นางนึกฉงนใจนัก ตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยเห็นใครที่กินเยอะจนตัวอวบอ้วนได้ถึงเพียงนี้ แค่มองก็สัมผัสได้ว่าเด็กชายตรงหน้าย่อมต้องได้กินแต่อาหารดีๆ

            “เจ้าไม่ต้องขอบคุณหรอก เจ้าช่างน่ามองนัก อีกประเดี๋ยวหากผู้อาวุโสของข้ามาเห็นเจ้าแล้วจะต้องชอบเจ้ามากแน่ พวกเขามักจะบอกว่าข้าผอมเกินไป บ้านของเจ้ามีอันจะกินมากเลยหรือ”

            เมื่อเด็กชายได้ยินเด็กหนุ่มชุดขาวชมว่าตนน่ามอง ใบหน้าอวบอ้วนก็พลันฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเรียวเล็กจึงพลอยหยีลงจนแทบจะมองไม่เห็น ท่าทางดูแล้วคงกำลังมีความสุขมากเป็นแน่

            เมื่อก่อนยามยังอยู่ในวังหลวง ต่อให้เขาเป็นองค์ชายก็ยังไม่วายถูกหัวเราะเยาะอยู่เสมอ

            ไม่เพียงแต่จะถูกพวกนางกำนัลหัวเราะเยาะเท่านั้น กระทั่งเหล่าขุนนางในราชสำนักตลอดจนลูกหลานของพวกเขาก็เอาแต่หัวเราะเยาะเขา

            เขาถูกหัวเราะเยาะจนชินเสียแล้ว จึงไม่ได้ถือสาเรื่องเหล่านี้นัก

            ทว่าจู่ๆ ก็ถูกผู้อื่นชมเช่นนี้ เขากลับรู้สึกเขินอายขึ้นมา

            “อาหารบ้านข้าก็ไม่ได้วิเศษอะไร เพียงแต่ข้านั้นเหมือนท่านพ่อของข้ามาก เกิดมาก็อ้วนง่ายเหลือเกินข้าเคยทดลองดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวตั้งสองวัน ทว่าเมื่อย่างเข้าวันที่สามข้าก็ลองชั่งน้ำหนักดู พบว่าข้าไม่เพียงแต่จะไม่ผอมลง แต่ยังอ้วนขึ้นเสียด้วยซ้ำ” เด็กชายกล่าวอย่างจนใจ

            “หากข้าดูดีได้เพียงสักครึ่งของท่าน ข้าก็จะผันตัวเป็นวีรบุรุษผู้ท่องเที่ยวไปทั้งเจียงหูเช่นกัน” เด็กชายทำทีราวกับว่ารู้จักกับเฉินโย่วมาแสนนาน ร่างอ้วนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เฉินโย่ว สายตามองเห็นอะไรก็นึกอยากจะลูบไปหมด ทั้งยังรู้สึกอยากจะลองหยิกแขนเฉินโย่วสักครั้งสองครั้ง

            แน่นอนว่าเด็กชายย่อมไม่มีทางจะได้หยิกแขนเฉินโย่ว

            ด้วยเพราะน้าหลัวได้เอ่ยเตือนนางอย่างเข้มงวดว่าห้ามให้ใครสัมผัสร่างกายเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะให้นางกลับไปใส่ชุดสตรีทันที ทั้งยังจะขังให้นางอยู่แต่ในรถม้าทุกวัน

            เด็กชายไม่อาจหยิกแขนเฉินโย่วได้ ทว่ากลับจับลูกหมาป่าตัวหนึ่งได้แทน เจ้าลูกหมาป่าขนสีขาวราวกับหิมะ บนหัวยังมีขนสีเขียวอยู่กระจุกหนึ่ง เหมือนในตำนานกล่าวไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

            เมื่อรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคือวีรบุรุษชุดขาว ลมหายใจของเด็กชายพลันหนักอึ้ง

            “ข้าขอกราบท่านเป็นอาจารย์ได้หรือไม่” ดวงตาของเด็กชายเล็กเรียวจนแทบจะมองไม่เห็น ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายเจิดจ้านัก

            หากไม่ใช่ว่ามีขันทีชราคอยยั้งไว้ เด็กชายคงคุกเข่ากราบเฉินโย่วเป็นอาจารย์ตามพิธีแล้ว

            ชายชราพลันรู้สึกปวดหัวขึ้นมา

            นายน้อยของเขาเป็นถึงองค์ชายแคว้นซี จะมาใครเป็นอาจารย์สุ่มสี่สุ่มห้าได้ที่ไหนกัน

            ไม่แปลกใจว่าเหตุใดฮองเฮาจึงได้ไหว้วานเขาให้พาองค์ชายออกจากวังมาเข้าเรียน

            องค์ชายน้อยเป็นเช่นนี้ ต่อไปยามที่ต้องสืบต่อราชบัลลังก์ ก็ไม่รู้ว่าจะโดนพวกขุนนางที่ได้คืบจะเอาศอกเหล่านั้นรังแกอีกเพียงใด

            เฉินโย่วยังไม่มีแผนการจะรับศิษย์ ทั้งเจ้าเด็กอ้วนนี่ยังตีสนิทนางเกินไป

            แววตาดูจริงจังนัก เฉินโย่วยังไม่รู้สึกว่าเด็กชายจะมีเจตนาร้าย ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสกับเหตุการณ์เช่นนี้ นางรู้สึกว่าเจ้าเด็กตรงหน้านี้ยังทึ่มกว่าพี่เสี่ยวอู่ของนางเสียอีก

            รอจนขบวนของเฉินโย่วมาถึงแล้วเริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง ในขบวนก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน

            ไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นบ่าวชราและนายน้อยของเขานั่นเอง

            เฉินโย่วกำลังจะเข้าเมืองหลวง

            เด็กชายเพียงแค่ได้ยินเรื่องนี้ก็รีบปีนขึ้นรถม้า จะเป็นจะตายก็ไม่ยอมลงมา

            เฉินโย่วและพี่ชายก็เพิ่งจะเคยพบเด็กชายที่หน้าไม่อายถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก

            ทั้งเด็กชายยังมีแผนการที่ยังไม่อาจบอกใครกับเฉินโย่ว จึงได้เอาแต่กล่าวหนึ่งคำก็เรียกพี่โย่ว สองคำก็เรียกพี่โย่ว เรียกราวกับว่าสนิทสนมกันมากเหลือเกิน

            ตั้งแต่เกิดมาเฉินโย่วก็เพิ่งจะมีน้องชาย จึงรู้สึกแปลกใหม่เช่นกัน

            เมื่อนางหันไปมองเด็กชาย มืออวบอ้วนก็รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบขนมออกมาส่งให้นาง

            ใบหน้าแสนจะจริงจัง และมือที่อวบอ้วนราวกับรากบัวถือขนมที่ดูท่าจะอร่อยมากอยู่

            ดวงตาเรียวเล็ก ใบหน้ากลมราวดวงเดือน ยามเผยอยิ้มดวงตาก็พลอยผลุบหายไป เห็นเพียงแค่ฟันที่เรียงขาว ทำให้คนอื่นๆ เมื่อมองมาก็ร่วมรู้สึกสนุกสนานไปกับเขาด้วย

            ขันทีชราที่นั่งอยู่ข้างเหล่าปาที่กำลังบังคับม้าอยู่นั้น เมื่อได้เห็นภาพนี้ใบหน้าก็พลันขรึมลง ในใจก็คิดว่าเส้นทางการเลี้ยงดูองค์ชายให้กลายเป็นฮ่องเต้ช่างยาวไกลนัก…

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663