ภายในเต็นท์รับรองของกลุ่มทหารรับจ้างเงาทะเลทราย อาเธอร์และเดวิดกำลังทำการสำรวจและวิเคราะห์แผนการขั้นต่อไป แสงจากคบเพลิงที่ปักด้านนอกส่องลอดผ้าเต็นท์เข้ามาเป็นลำบางๆ
“ตอนนี้เราเข้ามาอยู่ในกลุ่มเงาทะเลทรายได้แล้ว” อาเธอร์นั่งลงบนพื้นนอนที่ทำจากหนังสัตว์ มือลูบผิวหยาบๆ ของมัน “นายได้ข้อมูลอะไรบ้าง?”
“กลุ่มทหารรับจ้างนี้นอกจากมีจำนวนที่มากแล้ว ความเป็นระเบียบก็ถือว่าใช้ได้” เดวิดเริ่มเล่าอธิบาย น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ในตอนที่นายกำลังดื่มกับพวกนั้น แม้ภายนอกอาจจะดูเหมือนพวกเขาผ่อนคลาย แต่จริงๆ พวกเขาพร้อมจะเข้าโหมดการรบตลอดเวลา ผมสังเกตจากท่านั่งและสายตาของนักรบรอบกองไฟ ทุกคนจับจ้องสิ่งรอบตัวอย่างระวัง”
“คิดไม่ต่างกับฉันเลย ไม่เสียแรงที่เป็นทหารรับจ้างมืออาชีพ” อาเธอร์พยักหน้ากล่าวเสริม “และคาย่าดูเหมือนจะเป็นผู้นำที่สามารถชี้นิ้วสั่งได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็ไม่แน่ อาจจะมีคนระดับสูงในกลุ่มทหารรับจ้างนี้อีกก็ได้ คงต้องหาข้อมูลเพิ่ม”
“ผมก็คิดเช่นนั้น” เดวิดกล่าวสนับสนุน
อาเธอร์หาวยาว มือยกขึ้นปิดปาก “งั้นแผนขั้นต่อไปก็ค่อยเริ่มดำเนินการกันพรุ่งนี้ วันนี้คงต้องนอนเอาแรงก่อน” เขาจัดเบาะที่นอนให้เรียบร้อย แล้วทิ้งตัวลงนอน หนังสัตว์
“ฝันดีเดวิด” อาเธอร์กล่าวพร้อมหลับตา เสียงหายใจสม่ำเสมอดังขึ้นแทบจะทันที
เดวิดเดินไปนั่งลงที่พื้นนอนอีกอันหนึ่ง เขานั่งลงหันไปหาอาเธอร์ที่ตอนนี้หลับไปแล้วเรียบร้อย ‘ทำไมเขาถึงหลับเร็วแบบนั้นเสมอเลย หรือเพราะที่ผ่านมาเขารบอยู่ที่แนวหน้าตลอด เลยไม่ได้นอนอย่างสบายใจแบบนี้งั้นหรือ?’ เดวิดครุ่นคิดในใจ สายตามองเพื่อนของเขานิ่งๆ
“ฝันดีอาเธอร์” เดวิดพูดเสียงเบา เขาหลับตาลง จากนั้นก็เข้าสู่โหมดพัก ร่างนิ่งสนิทราวเครื่องจักรที่ปิดสวิตช์
“ไง โรแลนด์” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาชายที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่บาร์ กลิ่นเหล้าขมๆ ผสมกับควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งในอากาศ แสงไฟสีส้มจากโคมเหนือเคาน์เตอร์ส่องสลัวๆ
“บรูซ?” โรแลนด์หันไปหาชายที่เดินเข้ามา คิ้วขมวดเล็กน้อย
ชายที่ชื่อบรูซนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ โรแลนด์ พร้อมกับหันไปหาบาร์เทนเดอร์ “ขออะไรที่ดีที่สุดในร้านคุณให้ผมหน่อย และก็ให้เขาด้วย” บรูซวางชิปเหรียญสีเงินลงบนเคาน์เตอร์ แล้วชี้ไปที่โรแลนด์
บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารับแล้วเดินไปหยิบเหล้าที่ขวดดูหรูหราขวดหนึ่ง ขวดแก้วสีเข้มที่มีฉลากสีทอง เขารินเหล้าใส่แก้วสองแก้ว จากนั้นยกมาเสิร์ฟให้ทั้งสอง ก่อนเดินขยับไปหาลูกค้าอีกมุมหนึ่งเพื่อไม่รบกวนการสนทนา
“หึ นายคงไม่ได้ถ่อเดินทางมาไกลถึงดาวที่ห่างไกลแบบนี้ เพื่อมาเลี้ยงเหล้าฉันเฉยๆ หรอกใช่ไหม?” โรแลนด์หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ โดยไม่สนใจบรูซ กลิ่นฉุนของเหล้าตีจมูก แต่เขากลืนลงไปราวกับน้ำเปล่า
“ถ้าให้พูดตามตรง ผมเองก็อยากจะดื่มกับคุณมานานแล้วเหมือนกัน” บรูซหยิบแก้วขึ้นมาดมๆ แล้วจิบ จากนั้นขมวดคิ้วแล้ววางแก้วลง รสชาติขมเฝื่อนไม่ถูกปากเขาเลย
โรแลนด์ที่เห็นงั้นก็หัวเราะแห้งๆ “หึๆ ไม่เหมือนกับเหล้าราคาแพงที่พวกคนอย่างนายกินกันล่ะสิ ที่นี่ดาวเคปเลอร์สามสิบสี่ ไม่ใช่เซ็นจูรี่ ไพร์มหรอกนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแดกดัน ปากยกยิ้มมุมหนึ่ง
‘เซ็นจูรี่ ไพร์ม’ ระบบสุริยะที่เป็นศูนย์กลางการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจของสหพันธรัฐ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงของสหพันธรัฐเลยก็ไม่ผิด ดาวนั้นเต็มไปด้วยตึกระฟ้าและความหรูหรา ต่างจากเคปเลอร์สามสิบสี่—ดาวรกร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและความดิบเถื่อน
บรูซที่ได้ยินคำแดกดันของโรแลนด์ก็ขมวดคิ้ว แต่รอยย่นนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว เขาหันไปมองโรแลนด์แล้วพูดตัดบทขึ้น “คุณก็รู้ว่าผมมาที่นี่ทำไม” เขาล้วงไปในกระเป๋าที่อกซ้ายภายในเสื้อสูทสุดหรูของเขา “มีภารกิจที่คุณต้องไปทำ” เขาวางอุปกรณ์บางอย่างลงบนเคาน์เตอร์ เครื่องมือทางการทหารขนาดเล็กที่ใช้สื่อสารและเก็บข้อมูล คล้ายคอมพิวเตอร์พกพา
อุปกรณ์นั้นวางอยู่หน้าโรแลนด์ มันฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติเป็นรูปดาวดวงหนึ่ง พร้อมรายละเอียดภารกิจแบบย่อๆ ตัวอักษรสีเขียวลอยเด่นบนภาพดาวหมุนช้าๆ
โรแลนด์ขมวดคิ้ว เขาพูดโดยไม่หันไปมองบรูซ “เท่าที่ฉันจำได้ ฉันขอลาพักร้อนไม่มีกำหนดอยู่” เขาปิดอุปกรณ์นั้นด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้นิ้วดีดให้มันไหลกลับไปหาบรูซ
บรูซถอนหายใจ เขาเอามือล้วงกระเป๋าที่อกขวาในสูท หยิบซองบุหรี่ออกมา จากนั้นคาบบุหรี่หนึ่งมวนไว้ที่ปาก เขายื่นซองไปให้โรแลนด์เหมือนถามว่าเอาไหม แต่โรแลนด์ส่ายหน้า บรูซเก็บซองเข้ากระเป๋า แล้วจุดไฟด้วยไฟแช็กสีเงิน สูดควันเข้าปอดลึกๆ “ผมรู้ว่าคุณรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สถานีโคบายาชิ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย” เขาส่ายหน้าแล้วสูบต่อ “แต่คุณก็รู้ว่าพวกเราต้องการคุณ กองทัพต้องการคุณ สหพันธรัฐก็ต้องการคุณ และผมก็เชื่อว่าคนในหน่วยของคุณที่จากไปในเหตุการณ์นั้น พวกเขาคงอยากให้คุณช่วยสห…”
ยังไม่ทันที่บรูซจะพูดจบ โรแลนด์บีบแก้วเหล้าในมือจนแตกดังเป๊าะ! เศษแก้วกระจายเต็มเคาน์เตอร์ เลือดไหลซึมจากฝ่ามือ บรูซตกใจผงะถอยหลัง มองมือของโรแลนด์ที่แดงก่ำ “อย่าได้บังอาจพูดถึงพวกเขา!” โรแลนด์หันไปมองบรูซ สายตาอาฆาต ดวงตาแดงก่ำราวจะฉีกเขาออกเป็นเสี่ยงๆ
บรูซรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว เหงื่อเย็นไหลลงหน้าผาก “ผม…ผมขอโทษ” เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง เสียงเก้าอี้เสียดสีพื้นดังแกร๊ก “ขอโทษที่รบกวน” เขาโค้งลงเล็กน้อย แล้วรีบเดินออกไปทางประตูหน้า มือสั่นเล็กน้อย
บรูซเดินออกจากบาร์ได้ไม่กี่ก้าว ก็เผชิญหน้ากับกองกำลังทหารจำนวนมากที่ล้อมรอบบาร์ไว้ ทหารเหล่านี้สวมชุดเกราะเอ็กโซสูทสีดำเงา ถืออาวุธปืนเลเซอร์ทันสมัยอยู่ในมือ มีหุ่นโดรนลอยตัวเหนือศีรษะ ส่งแสงสีแดงกวาดพื้นดิน ยานหุ้มเกราะสองคันจอดนิ่งด้านหลัง พวกเขาคือกองกำลังที่ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยม
บรูซเดินตรงเข้าไปหาชายที่ดูเหมือนหัวหน้าหน่วย ชายร่างสูงในชุดเกราะที่มีเครื่องหมายยศที่ไหล่ “แผนเกลี้ยกล่อมล้มเหลว เริ่ม ‘แผนชำระล้าง’ !” บรูซสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก หัวหน้าหน่วยพยักหน้า แล้วหันไปตะโกนสั่งลูกน้อง
“เตรียมพร้อม! หน่วยหนึ่ง ล้อมด้านหน้า หน่วยสอง แทรกซ้ายขวา โดรนขึ้นตำแหน่ง!” เสียงทหารวิ่งกรูกันดังสนั่น รองเท้าบู๊ตกระทบพื้นฝุ่น เสียงอาวุธถูกปลดล็อกดังแกร๊กๆ บรรยากาศตึงเครียดราวพายุกำลังก่อตัว
เสียงดาบกระทบกันดังแกร๊ง! ทำให้อาเธอร์ตื่นลืมตาขึ้น เขาหันไปมองเดวิดที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เขา ดวงตาคู่นั้นนิ่งสนิทราวเครื่องจักร
“นายมองฉันทำไม?” อาเธอร์ถาม สงสัย คิ้วขมวดเล็กน้อย
“เปล่า…ไม่มีอะไร” เดวิดตอบเรียบ หันหน้าหนี
อาเธอร์ไม่ได้ถามต่อ เสียงดาบกระทบกันดังแกร๊ง! อีกครั้ง เป็นระยะๆ “เสียงอะไรกัน?” เขาถามขึ้น มือลูบหน้าตื่นนอน
“พวกเขาน่าจะกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ล่ะมั้ง” เดวิดคาดเดา
“งั้นหรอ…ถ้างั้นเราก็ออกไปดูกันเถอะ เผื่อเราจะได้เริ่มแผนการต่อไปของเรากัน” อาเธอร์ดีดตัวลุกจากพื้นนอน เขายืดตัวเล็กน้อยก่อนเดินออกไปนอกเต็นท์
เมื่อเห็นเช่นนั้น เดวิดลุกขึ้นแล้วเดินตามอาเธอร์ไปเงียบๆ
ทั้งสองเดินมาถึงสนามซ้อม ภาพที่เห็นคือเหล่านักรบเงาทะเลทรายกำลังฝึกซ้อมกันอย่างเข้มข้น บางคนจับคู่ฟันดาบ เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊งๆ บางคนต่อสู้ด้วยมือเปล่า ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายจากแรงกระแทก บางคนยกน้ำหนักจากหินก้อนใหญ่ เหงื่อไหลย้อยเต็มใบหน้า กลิ่นฝุ่นและเหงื่อผสมกันในอากาศ
เมื่ออาเธอร์และเดวิดเดินเข้าใกล้ลานฝึกมากขึ้น พวกเขาเห็นคาย่าที่ตอนนี้กำลังฝึกต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่ที่น่าทึ่งคือเธอต่อสู้กับคู่ซ้อมสี่คนพร้อมกัน! เธอเคลื่อนไหวว่องไวราวเสือทะเลทราย หมัดขวาพุ่งเข้าหน้าคนแรกจนล้มคว่ำ ศอกซ้ายกระแทกซี่โครงคนที่สอง เสียงกระดูกดังกร็อบ! คนที่สามพยายามล็อกแขนเธอ แต่คาย่าหมุนตัวหลบ ใช้เท้าถีบเข้าหน้าท้องอย่างแรงจนเขากระเด็นไปกองกับพื้น ส่วนคนสุดท้ายยกกำปั้นหวังต่อย แต่คาย่าก้มหลบแล้วเหวี่ยงขาขวากวาดขาเขา ล้มลงดังตึ้บ! ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายรอบตัวเธอ
เมื่อคาย่าล้มคู่ฝึกทั้งสี่คนได้ เธอหันมาสังเกตเห็นอาเธอร์และเดวิดเดินเข้ามา รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เธอสะบัดเหงื่อจากหน้าผากแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองเพื่อทักทาย “พวกเจ้าทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง หลับสบายรึเปล่า?” เธอหันไปที่อาเธอร์ “แล้วเจ้าล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าน่ะคอแข็งใช้ได้ ข้าเกือบสู้ไม่ไหวเลย”
“ดีขึ้นแล้วล่ะ” อาเธอร์ยิ้มตอบเขินๆ “ว่าแต่พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่หรือ?”
“พวกเรากำลังฝึกซ้อมกันอยู่ สงครามกำลังใกล้เข้ามาแล้ว พวกเราจะทำตัวปวกเปียกไม่ได้!” คาย่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาวาววับด้วยพลัง
“ซ้อมให้เหมือนออกรบ ตอนออกรบจะได้เหมือนกับที่ซ้อม” อาเธอร์กล่าวขึ้น พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เป็นคำพูดที่ไม่เลวนี่” คาย่าพยักหน้าอย่างพอใจ “พวกเจ้าอยากจะลองหน่อยไหมล่ะ? ฝีมือปามีดของเดวิดนับว่าเก่งยิ่ง ถ้าได้ยิงธนูคงเป็นนักแม่นธนูอย่างแน่นอน”
คาย่าหันมาที่อาเธอร์ เธอเลียริมฝีปากแล้วพูดขึ้น “ส่วนเจ้า ความกล้าไม่กลัวตายของเจ้า ข้าชอบนัก เจ้าคงเป็นนักรบไม่กลัวตายแน่ๆ”
อาเธอร์ยิ้มกว้าง “แล้วจะให้ข้าลองอะไรล่ะ?”
คาย่าหันไปตะโกนเรียกลูกน้องคนหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ กล้ามเป็นมัดๆ ท่าทางแข็งแกร่งราวหมีทะเลทราย “ซาริม! เจ้ามานี่ที!”
เมื่อได้ยินคาย่าเรียก ซาริมรีบวิ่งเข้ามา ฝุ่นทรายกระจายใต้ฝีเท้า “มีเรื่องอันใดขอรับหัวหน้า?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“นี่คืออาเธอร์ เจ้าช่วยเป็น ‘คู่ฝึกซ้อม’ กับเขาหน่อย” คาย่ายิ้มอย่างมีเลศนัย
ซาริมพยักหน้าแล้วโค้งให้คาย่า “ขอรับหัวหน้า!” เขาหันไปหาอาเธอร์ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง “เจ้าพร้อมหรือไม่?”
อาเธอร์ยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้น “จัดไป!”