
ตอนที่91 หนิงหนิงจัดการเอง
"ตอนนี้พระมารดาของท่านยังไม่มีอันตรายหรอกองค์ชายสิบสี่ พวกเขาคงจะไม่กล้าทำอะไร คงแค่จับนางไว้เป็นตัวประกันเพื่อกดดันท่านให้ยอมสวามิภักดิ์ยกตำแหน่งองค์รัชทายาทให้องค์ชายรอง..."เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวพร้อมกัดฟันด้วยความเคียดแค้นกับการกระทำของฮองเฮาฝ่ายซ้าย
"ทำไม? นางกล้าลงมือทำเยี่ยงนี้แล้วนางไม่กลัวองค์จอมจักรพรรดิอสูรวารีหรือ ที่บังอาจเปลี่ยนกฎการคัดเลือกองค์รัชทายาทซึ่งจอมจักรพรรดิอสูรวารีเป็นคนตั้งกฎนี้ขึ้นมาเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถถึงจะถูกคัดเลือก เป็นองค์รัชทายาทสายตรงของพระองค์..นี่มันเท่ากับจัดสรรผู้ที่ไม่มีฝีมือประจักษ์ในสายตาผู้คน เป็นองค์รัชทายาทสายตรงแล้วกระมัง..".
เสียงของหนิงหนิงกล่าวขึ้นแสดงความคิดเห็น
"ข้าไม่รู้เหมือนกันแต่ในข้อความระบุว่าผู้แทรกแซงก็คือท่านพ่อขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายนั่นก็คือองค์กษัตริย์อสูรมหาสมุทรผู้ที่เราปะมือมาเมื่อวานนี้นี่เอง เขาได้ส่งกองทหารชั้นเทพเข้ามาแทรกแซงในฐานะอาคันตุกะขององค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายแล้วพวกนางจึงมีกำลังที่กดดัน ข้าราชการแล้าเจ้าสำนักใหญ่ทั้งห้า ผู้ที่ไม่เป็นพรรคพวกกับพระนาง
ก็จะส่งกำลังไปโจมตีกวาดล้าง ดูเหมือนว่า ตระกูลเกียง กับตะกูลลี ตระกุลหวังต่างเข้าร่วมสวามิภักดิ์กับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายไปแล้วกระมั้ง พวกเราต้องไปช่วยตระกูลหลงกันก่อนเถอะ แล้วค่อยกลับเข้าเมืองไปชิงตัวมารดาข้าและท่านป้า พี่หญิงต้องให้ท่านป้าสงสารลับไปแจ้งกษัตริย์จอมจักรพรรดิอสูรวารีน้ำจืดให้เข้ามาช่วยแก้ไขสงครามกลางเมืองครั้งนี้... เฮ่อ..."
กริชเพชรถอนหายใจดัง เมื่อเขากลัวสงครามระหว่างอสูรวารีน้ำจืดและอสูรมหาสมุทรที่เขาเป็นต้นเหตุในการเข้าไปลักลอบเอาทรัพยากรที่เกาะร้าง
แต่ตอนนี้เรื่องนั้นกลับเป็นเรื่องเล็ก เหตุที่พวกอสูรมหาสมุทรเข้ามาแทรกแซงเพราะเป็นญาติสนิทของพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้าย
"ถ้าอย่างนั้นเราเดินทางกันเถอะข้าจะใช้กระสวยย้ายมิติ ส่งพวกเราไปที่ห้องรับรองของตระกูลหลงที่พวกเราเคยอยู่ ด้วยคาถาชิเมโจได๋ขั้นสี่..."
กริชเพชรพูดพร้อมกับร่ายคาถากลายเป็นหนอนชิเมโจได๋แล้วผลัดเปลี่ยนร่างกายตัวเองทันที เป็นผีเสื้อชั่วพริบตาเดียวร่างของผีเสื้อก็หายไป
เสียงกระพือปีกอุ้มองค์หญิงเจ้าเฟิงและหนิงหนิงหายวับเข้าไปในกระสวยย้ายมิติของกริชเพชร กระสวยนี้สามารถส่งไปในสถานที่เขาเคยเห็นหรือเคยไป ถ้าผ่านความทรงจำก็จะสามารถไปได้ แต่ถ้าเป็นสถานที่อื่นเขาไม่เคยไปหรือไม่เคยเห็น ก็จะไม่สามารถส่งผ่านกระสวยนี้
แวบววว!!
ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!! เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ!!!
ทันใดร่างทั้งสามก็ปรากฏในห้องรับรองตระกูลหลง เสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านนอกดุจสงครามกำลังเกิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว เขาพุ่งตัวออกไปด้านนอกห้องทันที
"องค์ชายสิบสี่ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด.."เสียงบ่าวรับใช้ของหลงไป๋ซึ่งเป็นผู้ที่ปรนนิบัติกริชเพชรประจำขณะที่พักอยู่ที่นี่ นางต่างดีใจที่เห็นชายหนุ่มและองค์หญิงเจ้าเฟิงปรากฏตัวขึ้นมาในสำนักหลง
"แล้วท่านลุงหลงอยู่ที่ไหน.."องค์หญิงเจ้าเฟิงถามด้วยความร้อนรน เพราะเห็นประกายไฟและเสียงอึกทึกครึกโครมเหมือนกองทัพและคนตระกูลหลงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
"องค์หญิงท่านเจ้าสำนักหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส สี่จตุรเทพได้สร้างค่ายกลป้องกันสำนักไว้ด้วยความยากลำบาก ยังดีที่ได้คุณชายต้วนจี้ พาบิดามาซ่อนตัวเพื่อหลบภัยที่นี่เป็นกำลังช่วยคุณหนู ต่อสู้กับพวกเหล่าทหารพอต้านได้ นี่ก็เข้าสู่วันที่สองแล้ว...."
เสียงของสาวใช้กล่าวขึ้น
"แต่ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป พวกเราคงจะต้องลำบากแน่ เหล่าทหารยกทัพมาหลายกองพันล้อมสำนักของพวกเราไว้จนหมดสิ้น..."เสียงบ่าวรับใช้กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นและสีหน้าหดหู่
"งั้นพวกเราไปหาหลงไป๋กันเถอะ..."เสียงของกริชเพชรพูดอย่างร้อนรนเขาเป็นห่วงหญิงสาวผู้เย็นชาใบหน้าน้ำแข็งคนนั้น
"คุณหนูหลงไป๋เสริมกำลังจตุรเทพทั้งสี่ อยู่เหนือหอคอยหน้ากำแพงสำนักตรงประตูตลาดมืดนั่นแหละ องค์ชายสิบสี่รีบเสด็จเถอะเพคะ.."
เสียงของนางกล่าวด้วยความร้อนใจกริชเพชรทะยานออกไปทันทีตามด้วยหนิงหนิงและองค์หญิงเจ้าเฟิง
ตอนนี้เขามายืนอยู่ข้างหลังจตุรเทพ ที่ร่ายคาถาสร้างค่ายกล ตั้งเป็นม่านบาเรียครอบคลุมป้องกันสำนักไว้ โดยตอนนี้มีเหล่าภูตอสูรนกปีศาจบินรอบวนเวียนเหมือนอย่างเครื่องบินเล็กที่ระดมทิ้งระเบิดใส่ม่านบาเรียอย่างหนัก
เหล่าผู้อาวุโสของสำนักหลงต่างเข้าสลับผลัดเปลี่ยนกันพันกว่าคน ใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้หนุนค้ำค่ายกลไว้ โดยมีสี่จตุรเทพเป็นหัวใจเสากลางค้ำค่ายกล
"องค์ชายสิบสี่!!? พวกเรารอดแล้ว..."
เสียงของเจ้าสำนักตระกูลหลง ร้องดังขึ้นขณะที่เขาเหลือบไปเห็น กริชเพชรทะยานเข้ามาหน้ากำแพง ชายชราแขนขาดหนึ่งข้างผูกผ้าพันแผลไว้ นั่งอยู่บนฐานที่มั่นสั่งการ ตอนนี้ เขาเพียงแต่สร้างค่ายกลตามยุทธวิธีไม่อาจออกไปช่วยค้ำจุน ค่ายกลของสำนักได้
"คารวะท่านลุงหลง คารวะเจ้าสำนัก.."
เสียงของกริชเพชรและองค์หญิงเจ้าเฟิงดังขึ้นพร้อมกัน
"องค์ชายสิบสี่ท่านออกไปช่วยหลงไป๋ด้วยตอนนี้นางเหลือกำลังจะต้านทานแล้วแต่เด็กหัวดื้อคนนั้นไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้านางไม่กลับมาพักรักษาตัว ต้องถูกคลื่นพลังของคาถาไฟอสูรนกปีศาจทำลายจนตายแน่.."เสียงของเจ้าสำนักกล่าวอย่างร้อนรน
เพราะนอกม่านมาเรียนกปีศาจนับพันตัวบินโฉบเฉี่ยว บนท้องฟ้าปล่อยคลื่นพลังออกมาจากปากของพวกมันอย่างต่อเนื่อง เป็นระเบียบดุจกองทัพที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี
"นี่มันไม่ใช่กองทัพของอสูรวารีน้ำจืดนี่ ท่านลุงหลง มันเป็นนกปีศาจ ของอาณาจักรเขตแดนกษัตริย์อสูรวารีหิมะไม่ใช่หรือ ทำไม? พวกมันจึงมีสิทธิ์เข้ามาในนครอสูรวารีน้ำจืดของเราได้เล่า..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวอย่างเดือดดาล กริชเพชรหันมามองเขาขมวดคิ้ว
"หนิงหนิงนี่มันอสูรแบบเดียวกันกับที่มันเล่นงานข้าตอนออกจากเปลือกไข่ไม่ใช่หรือ.."
ชายหนุ่มกล่าวกับหนิงหนิง
"ใช่แล้วมันคืออสูรนกปีศาจ แต่พวกที่บินวนเวียนอยู่นี้เป็นเพียง ภูตสัญญาของนกอสูรปีศาจ..."ดรุณีน้อยกล่าวขึ้น เจ้าสำนักหลงหันมามองขมวดคิ้วอย่างพิจารณา
"แม่นางน้อยนี่เป็นใคร กายอสูรของนางสูงล้ำยิ่งนัก ข้าขอคารวะอสูรครึ่งเทพ..."
เขากล่าวอย่างนอบน้อม
"นี่หนิงหนิง.. ท่านลุงหวังอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยนางเป็นภูตสัญญาที่องค์ชายสิบสี่ มาซื้อคาถาประสานภูตวิญญาณกับท่านไงเล่า ตอนนี้พวกเราทำสำเร็จแล้ว จึงรีบมาช่วยท่านนี่แหละ..."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าว
"หนิงหนิงขอคารวะเจ้าสำนักหลงเจ้าค่ะ..."
เสียงของนางกล่าวอย่างแจ่มใส แต่มันทำให้หัวใจของเจ้าสำนักตกวูบ เขารู้สึกเสียดายคาถาประสานภูตอสูร อย่างเหลือเกิน
ถ้าเขานำมาประสานเองนางคงจะเป็นอาวุธชั้นเลิศของตะกูลหลง จนไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ ที่ถูกกองทัพขนาดใหญ่ล้อมรอบทุกด้าน
วิญญาณอาวุธขั้นเทพของสำนักก็ถูกกริชเพชรทำลายไปสิ้น ตอนนี้ก็เหลือแต่สี่จตุรเทพที่คอยค้ำสำนักไว้ ซึ่งมันก็คงอีกไม่นานพวกเขาคงจะย่อยยับ คามือของคนนอกที่มาจากดินแดนอสูรหิมะแน่นอน
"พวกเราออกไปรบช่วยหลงไป๋กันเถอะ.."เสียงของกริชเพชรดังก้อง พุ่งทะยานไปนอกกำแพงเมือง
"ฝากด้วยนะ..องค์ชายสิบสี่ข้าฝากความหวังการรอดชีวิตของคนสำนักหลง และชาวตลาดมืดไว้ในมือท่าน..."
เสียงเจ้าสำนักหลงตะโกนบอกชายหนุ่ม
"นายน้อยปล่อยเป็นหน้าที่ของหนิงหนิงเถอะ พวกนกพูดอสูรนกปีศาจเหล่านี้เดี๋ยวหนิงหนิงจัดการเอง..."
หญิงสาวพลิกข้อมือออก นางเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เรียก อาวุธออกมาจากร่างกายของนาง น้ำตาของหญิงสาวไหลออกมาทั้งสองข้างเป็นน้ำสีชมพู และสีเขียวกอดรัดกันกลายเป็นคะทาอยู่บนมือของหญิงสาว
.............................................................................................................................................................................................