
หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวลือก็เริ่มแพร่กระจายในวงอย่างเงียบ ๆ แต่หนาหู
“เฮ้ย... ได้ยินมาว่าพลอยท้องเหรอวะ?”
“จริงดิ? แล้วใครพ่อเด็ก?”
“ก็... พี่โอ๊ตนั่นแหละสิ ใครจะเป็ล่ะ”
“แต่พี่โอ๊ตยังทำเป็ไม่รู้อะไรเลยนะ ยังร้องเพลงปกติ แถมยังยิ้มหวานให้คนอื่นต่ออีก”
พลอยหายหน้าหายตาไปจากวงจริง ๆ หลังจากนั้นไม่กี่วัน พี่เอกประกาศในกลุ่มไลน์ว่า “พลอยลาออกนะทุกคน เพราะสุขภาพไม่ไหว ช่วยกันอวยพรให้เธอด้วย” แต่ไม่มีใครกล้าถามตรง ๆ ว่าท้องกับใคร ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าพี่โอ๊ตคือคนที่ใกล้ชิดพลอยที่สุด่หลัง ๆ แต่พี่โอ๊ตยังคงยืนร้องนำตามปกติ ยิ้มสุภาพกับทุกคน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับข่าวลือเป็แค่ลมผ่าน
เปรี้ยวได้ยินทุกอย่าง แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดถึง ไม่มองหน้าเขา ไม่ทักทายเกินจำเป็ เธอรู้แล้วว่าพี่โอ๊ตเป็คนแบบไหน และเธอก็ขอบคุณไกรทุกวันในใจที่ดึงเธอออกมาจากหลุมดำนั้นได้ทัน
ผ่านไป 5 เดือน
วงกำลังซ้อมตอนเย็นตามปกติ แสงในสตูดิโอสลัวลง เหงื่อไหลย้อย ทุกคนเหนื่อยแต่ยังตั้งใจ เปรี้ยวเต้นนำเซ็ตใหม่ สะโพกโยกแรง ผมหางม้าสะบัด ไกรยืนร้องนำข้างหน้า สายตาแอบมองเธอเป็ระยะ ยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ทุกครั้งที่เธอหันมามองตอบ
แล้วจู่ ๆ ประตูสตูดิโอถูกเปิดออกแรงจนดัง ปัง!!
พลอยเดินเข้ามา
ท้องโตขึ้นชัดเจน ใส่เสื้อตัวโคร่ง กางเกงขาสั้น หน้าตาซีดเซียว ผมยุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและน้ำตา เธอเดินตรงเข้าไปกลางห้อง ทุกคนหยุดซ้อมทันที เสียงเพลงถูกตัดขาด
“โอ๊ต!” เสียงพลอยะโลั่น “มึงยังจะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อีกเหรอ?!”
พี่โอ๊ตที่กำลังยืนร้องนำอยู่ชะงัก ไมค์ในมือเกือบหลุด เขาหันมามองพลอย สีหน้าใแต่พยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ
“พลอย... น้องมาทำอะไรที่นี่ครับ? น้องควรพักผ่อน—”
“พักผ่อน?!” พลอยะโตัดบท น้ำตาไหลพราก “มึงบอกกูว่าจะรับผิดชอบลูกกู มึงบอกกูว่าจะแต่งงานกับกู มึงบอกกูว่ากูคือเ้าหญิงของมึง! แล้วตอนนี้มึงไปจีบอีฟ้าที่เป็แดนเซอร์ใหม่เหรอ?! มึงบอกเธอเหมือนกันใช่มั้ยว่าตาสวยเหมือนดาว ว่าอยากมีลูกกับเธอ ว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ?!”
ทุกคนในห้องเงียบกริบ นิดหันมามองเปรี้ยวตาโต เปรี้ยวยืนนิ่ง
พี่โอ๊ตยกมือขึ้นเหมือนจะปลอบ “พลอย... น้องเข้าใจผิด พี่—”
“เข้าใจผิด?!” พลอยะโลั่น น้ำเสียงแตกพร่า “กูเห็นมึงกับฟ้าเมื่อวานนี้เลยนะ! มึงจับมือ มึงจูบคอเธอ มึงพูดคำเดียวกันเป๊ะที่เคยพูดกับกู! กับใครต่อใครอีกที่กูไม่รู้! มึงมันเ้าชู้! มึงมันเลว! ลูกในท้องกูมันจะไม่มีพ่อเพราะมึง!”
พลอยยกมือตบหน้าพี่โอ๊ตเต็มแรง เสียงดังเพี๊ยะ!!!! ทุกคนสะดุ้ง พี่โอ๊ตเซถอยหลัง มือกุมแก้ม สีหน้าซีดเผือด
“พลอย... พี่—”
“อย่ามาเรียกชื่อกู!” พลอยะโ น้ำตาไหลพราก “กูจะเลี้ยงลูกกูเอง มึงไม่ต้องยุ่ง! แต่กูสาบาน ถ้ามึงยังไปหลอกผู้หญิงคนอื่นอีก กูจะบอกทุกคนในวง ทุกคนในงาน ทุกคนที่เคยฟังเพลงมึง ว่ามึงเป็คนแบบไหน!”
พลอยหันหลัง เดินออกไปท่ามกลางความเงียบงันของทุกคน พี่โอ๊ตยืนนิ่ง มือยังกุมแก้ม หน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
เปรี้ยวมองพี่โอ๊ตตรง ๆ ดวงตาเธอเ็า เธอเดินผ่านเขาไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดสักคำ แล้วเดินไปยืนข้างไกร
ไกรหันมามองเธอ สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย เขายกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบา ๆ
“มึงโอเคมั้ย?” เขาถามเสียงเบา
เปรี้ยวพยักหน้า แล้วยิ้มจาง ๆ ให้เขา
“หนูโอเคค่ะพี่... เพราะหนูมีพี่อยู่ตรงนี้แล้ว”
ไกรบีบไหล่เธอเบา ๆ แล้วหันไปมองพี่โอ๊ตที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ซ้อมต่อเถอะ” พี่เอกพูดเสียงสั่น แล้วเปิดเพลงขึ้นใหม่ แต่บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
หลังจากเหตุการณ์พลอยอาระวาดวันนั้น วงก็เริ่มเปลี่ยนไปแบบเงียบ ๆ
พี่โอ๊ตยังร้องเพลงต่อ แต่รอยยิ้มหวาน ๆ ที่เคยมีให้ทุกคนค่อย ๆ หายไป เขาพูดน้อยลง หลบหน้าเปรี้ยวและนิดชัดเจนขึ้น ไม่มีใครกล้าถามตรง ๆ ว่าลูกในท้องพลอยเป็ของเขาไหม แต่ทุกคนรู้กันหมดแล้ว วงยังเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีพลอย แต่บรรยากาศไม่เคยเหมือนเดิมอีก
ส่วนเปรี้ยวกับไกร... หลังจากวันนั้น ทั้งคู่เริ่มคบกันจริงจังแบบไม่ต้องปกปิดใครอีกต่อไป
ไม่ใช่คบแบบหวือหวา ไม่มีประกาศดัง ๆ ไม่มีโพสต์รูปคู่ แต่ทุกคนในวงเริ่มสังเกตเห็น
- ไกรมาซ้อมก่อนเวลาเสมอ แล้วแอบยื่นขวดน้ำเย็นให้เปรี้ยวทุกครั้งที่เธอลงจากเวที
- เปรี้ยวเริ่มยิ้มให้ไกรบ่อยขึ้น เวลาเขาร้องท่อนที่ต้องโต้ตอบกับแดนเซอร์ เธอมักจะหันมามองเขาตรง ๆ แล้วโยกสะโพกแรงขึ้นนิดนึง เหมือนตั้งใจยั่วเขาเบา ๆ
- หลังซ้อมเสร็จ ไกรมักจะรอเปรี้ยวที่หน้าสตูดิโอ แล้วพาเธอขึ้นรถเบนซ์คันนั้นไปส่งหอ บางวันก็แวะกินข้าวด้วยกันสองคน บางวันก็แค่ขับรถวน ๆ คุยกันยาว ๆ จนดึก
- นิดกลายเป็กองเชียร์เบอร์หนึ่ง แซวเปรี้ยวทุกวันว่า “มึงกับไกรนี่หวานชิบหายเลยว่ะ ระวังจะหวานจนคนอื่นอิจฉาเอานะ”
ทั้งคู่คบกันแบบค่อยเป็ค่อยไป ไม่รีบร้อน ไม่กดดัน ไกรยังคงคำสัญญาที่เคยให้ไว้ เขาไม่เคยแตะต้องเธอเกินเลยอีกเลยนอกจากจับมือ กอดไหล่ หรือลูบหัวเบา ๆ เวลาอยู่กันสองคน เขารอให้เธอพร้อมจริง ๆ และเปรี้ยวก็ค่อย ๆ เปิดใจมากขึ้นทุกวัน
เธอเริ่มกล้ากอดเขาเวลาอยู่กันตามลำพัง เริ่มกล้าจูบแก้มเขาเบา ๆ ตอนลา เริ่มกล้าบอกเขาว่า “คิดถึงพี่จังเลยค่ะ” เวลาไม่ได้เจอกันนาน ๆ
ไกรเองก็เปลี่ยนไปเยอะ เขายังคงหล่อขึ้นเรื่อย ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลตัวเองดีขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดคือนิสัย เขาไม่เหล้า ไม่บุหรี่ ไม่ไปเที่ยวกลางคืนอีกเลย ทุ่มเทให้กับการร้องเพลง การเรียน และที่สำคัญที่สุด... การรอคอยเปรี้ยวให้เรียนจบ
แล้ววันเวลาก็ผ่านไป
จนในที่สุด... ไกรเรียนจบก่อน
วันรับปริญญา ไกรยืนในชุดครุยสีน้ำเงินเข้ม หน้าตาคมเข้ม แว่นตากรอบบางยังคงอยู่ ผม undercut เรียบร้อย เขายืนถ่ายรูปกับครอบครัว แต่สายตาเขาตลอดเวลาหันมองไปทางเปรี้ยวที่นั่งอยู่แถวหน้าของผู้ชม เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบร้อย ผมมัดหางม้า ยิ้มกว้างจนแก้มปูด มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและความรัก
หลังพิธีจบ ไกรเดินตรงมาหาเปรี้ยวทันที ไม่สนใจใครที่เรียกเขา เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ แล้วยื่นปริญญาให้เธอดู
“จบแล้วนะ... พี่จบแล้ว” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
เปรี้ยวน้ำตาคลอ ยิ้มสั่น ๆ แล้วก้าวเข้าไปกอดเขาแน่น ฝังหน้าลงอกกว้างของเขา
“ยินดีด้วยนะคะพี่... หนูภูมิใจในพี่มากเลยค่ะ”
ไกรโอบกอดเธอตอบแน่น ยกมือลูบหลังเธอเบา ๆ แล้วกระซิบข้างหู
“พี่เคยสัญญาไว้... ว่าพอพี่จบ พี่จะมาขอแต่งงานมึงอย่างถูกต้อง”
เปรี้ยวตัวสั่นในอ้อมกอดเขา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาไหลลงแก้ม แต่ยิ้มกว้าง
“พี่... พี่จะขอหนูจริง ๆ เหรอคะ?”
ไกรยิ้ม แล้วก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ
“จริงสิ... พี่จะขอแต่งงานมึงให้เร็วที่สุดเลย แต่ก่อนอื่น... พี่อยากให้มึงเรียนจบก่อน พี่จะรอมึงเหมือนที่เคยสัญญาไว้”
เขาจับมือเธอแน่น แล้วหันไปมองครอบครัวของเขาที่กำลังยืนมองอยู่ไกล ๆ แม่ของไกรยิ้มกว้าง พยักหน้าให้เขาแบบให้กำลังใจ
เปรี้ยวหันไปมองแม่ของตัวเองที่นั่งรถเข็นมาด้วย (หลังจากแม่ฟื้นตัวดีขึ้นมาก) แม่เปรี้ยวยิ้มน้ำตาคลอ แล้วยกมือไหว้ไกรเบา ๆ เหมือนขอบคุณ
ไกรหันกลับมามองเปรี้ยว แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำแต่ชัดเจน
“พี่จะทำให้มึงมีความสุขที่สุดเลยนะเปรี้ยว... พี่สัญญา”
เปรี้ยวยิ้มกว้าง น้ำตาไหลแต่เธอไม่เช็ด เธอกอดเขาแน่นขึ้น แล้วกระซิบ
“หนูก็สัญญาเหมือนกันค่ะ... หนูจะรักพี่ให้มากที่สุดเลย”
วันหนึ่ง ซ้อมวงตอนเย็นตามปกติ
ทุกคนกำลังเหงื่อโชก เต้นร้องกันเต็มที่ เปรี้ยวโยกสะโพกแรง ๆ ไกรร้องนำเสียงทุ้มห้าวดังก้อง จังหวะหมอลำเร่งเร้าไปทั่วสตูดิโอ
แล้วประตูสตูดิโอถูกเปิดออกช้า ๆ
พี่เอกที่กำลังยืนะโสั่งจังหวะหยุดทันที หันขวับไปมอง แล้วรีบยกมือไหว้สูงสุดตัว
“สวัสดีครับคุณพ่อ! มาได้ยังไงครับเนี่ย!”
ทุกคนหยุดซ้อมพร้อมกัน หันมามองตาม