ตอนที่ 22 ฮวาอิ่งเม่ยผู้โเี้ (1)
“คุณหนู พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะเ้าค่ะ” หลังอาหารเย็น หลีเซียงกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าแดงเปล่งปลั่งอย่างดีใจ “ข้างนอกงามนักเ้าค่ะ โดยเฉพาะศาลาหลังเขา แค่ยืนอยู่ในนั้นก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นมากเลยเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นเชียวรึ” ฮวาอิ่งเม่ยหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่อาจหักใจขัดขวางความพยายามในการแสดงของหลีเซียง จึงถามตามบทของนางว่า “มันน่ามหัศจรรย์ขนาดนั้นจริงหรือ”
“จริงเ้าค่ะ หากคุณหนูไม่เชื่อ บ่าวไปกับคุณหนูก็ได้นะเ้าคะ” พอหลีเซียงเห็นว่าฮวาอิ่งเม่ยติดเบ็ด ก็ยิ่งพยายามรุกหนัก
“คุณหนู...” ชิวเอ๋อร์หน้าตาไม่พอใจ เมื่อครู่หลวงจีนน้อยเพิ่งย้ำนักว่าตอนกลางคืนทางที่ดีอย่าได้ออกจากห้อง ยามนี้แม้ฟ้ายังสว่างอยู่ แต่กว่าจะไปกลับศาลาหลังเขา ฟ้าก็มืดไปตั้งนานแล้ว
หลีเซียงเหลือบมองชิวเอ๋อร์แวบหนึ่ง แอบด่านางที่ปากมาก ยังดีที่ฮวาอิ่งเม่ยไม่ได้หมดความสนใจเพราะชิวเอ๋อร์ห้ามไว้ ดวงตาของหลีเซียงฉายแววเหยียดหยันขึ้นมาวูบหนึ่ง จากนั้นกล่าวชักนำต่อว่า “หากคุณหนูไม่วางใจก็ให้พวกองครักษ์เจินไปด้วยสิเ้าคะ ถึงอย่างไรศาลานั่นก็อยู่ในเขตวัด น่าจะไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ”
ฮวาอิ่งเม่ยก้มศีรษะเล็กน้อย กลบเกลื่อนยิ้มเย็นที่มุมปาก ลุกขึ้นกล่าวว่า “หลีเซียง หากที่นั่นไม่มีอะไรน่าดูขนาดเ้าว่า ระวังว่าข้าจะลงโทษเ้านะ”
“เ้าค่ะ คุณหนูคนดีของข้า” หลีเซียงยิ้มพลางคิดในใจ ‘ก็หวังว่าหลังจากวันนี้ไปแล้ว เ้าจะยังมีโอกาสลงโทษข้าอีก!’
พอเห็นทุกคนพากันเดินห่างออกไป เชียนอวี่หยางก็ะโลงจากหลังคา มุมปากจุดรอยยิ้มดูแคลน นี่หรือคือคนที่ตาเฒ่าหยวนจี้นั่นออกปากเตือน ก็แค่หญิงโง่นางหนึ่งเท่านั้น แม้แต่สาวใช้ยังกำกับดูแลได้ไม่ดี
แม้จะคิดเช่นนี้ แต่เขาก็ยังติดตามไปอยู่ดี
ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดมิดก็เข้ามาแทนที่แสงสว่างจนหมดสิ้น
เหล่าองครักษ์จุดโคมไฟ ติดตามฮวาอิ่งเม่ยจนมาถึงศาลาพักร้อนที่หลีเซียงบอก
ฮวาอิ่งเม่ยเดินตามหลีเซียงเข้าไปในศาลา กลุ่มองครักษ์เฝ้าอยู่ด้านนอก สายตาประสงค์ร้ายที่มองฮวาอิ่งเม่ยบอกถึงความหื่นกระหายที่เก็บอาการไว้อย่างลำบาก
“เย็นสบายจริงด้วย” ฮวาอิ่งเม่ยนั่งลงบนเก้าอี้หินในศาลา รับรู้ถึงสายลมที่โชยพัดมาจากรอบด้าน เสียงธารน้ำไหลดังซ่าลอยมาตามลม น่าฟังยิ่งกว่าเสียงขับกล่อมจากนักบรรเลงพิณระดับอาจารย์เสียอีก
หลีเซียงเด็ดใบจากต้นกล้วยด้านข้างมาแถบหนึ่ง พับเป็รูปถ้วยน้ำ ยื่นส่งให้ฮวาอิ่งเม่ยอย่างโอ้อวด กล่าวว่า “คุณหนู ใช้ใบกล้วยมาทำเป็ถ้วยใส่น้ำ ก็จะมีกลิ่นหอมของใบกล้วยอีกด้วย คุณหนูลองดูไหมเ้าคะ”
“ดีเลย!” ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางกล่าว
“คุณหนู ข้าจะไปตักน้ำจากลำธารมาให้เ้าค่ะ” นางพูดพลางวิ่งออกจากศาลาไปอย่างดีใจ
“คุณหนู...” ชิวเอ๋อร์คิดจะพูดแต่ยั้งปากไว้ นางไม่เข้าใจเลย วันนั้นคุณหนูให้นางระวังหลีเซียงชัดๆ เหตุใดวันนี้จึงเชื่ออีกฝ่ายถึงเพียงนี้นะ
ฮวาอิ่งเม่ยกวาดตามองไปทางองครักษ์ที่ล้อมรอบศาลาแวบหนึ่ง แค่ยิ้มแต่ไม่เอ่ยปาก
ไม่นาน หลีเซียงก็ประคองใบกล้วยเดินกลับมา “คุณหนู ท่านลองชิมดูสิเ้าคะ” ว่าแล้วก็ยื่นใบกล้วยมาตรงหน้าฮวาอิ่งเม่ยราวกับถวายดอกไม้พระ ฮวาอิ่งเม่ยก้มลงมองดูใบหน้าของหลีเซียงที่สะท้อนอยู่ในน้ำใสสะอาด คลื่นน้ำกระเพื่อมจนทำลายใบหน้างดงามของนางไป
แม้กลิ่นหอมจากใบกล้วยจะแรงขนาดไหน ฮวาอิ่งเม่ยก็ยังได้กลิ่นที่ผิดปกติอยู่ดี นางหัวเราะออกมาเบาๆ ก้มลงจิบน้ำไปเล็กน้อย
หลีเซียงดวงตาเป็ประกายวูบ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเฉิดฉายกว่าเดิม “คุณหนู น้ำอร่อยหรือไม่เ้าคะ” นางถาม
ฮวาอิ่งเม่ยยิ้มพลางตอบ “อร่อย หลีเซียงเ้าก็ลองชิมดูด้วยสิ!?”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลีเซียงกลับค้างแข็งในพริบตา จากนั้นกล่าวอย่างหวั่นเกรงว่า “น้ำอร่อยขนาดนี้ คุณหนูดื่มเถอะเ้าค่ะ หลีเซียงไหนเลยจะมีวาสนาได้ดื่มกันเ้าคะ!” วาสนาเช่นนี้ เ้าก็รับเอาไปเองเถอะ!
“ทำไมล่ะ หลีเซียงจะขัดใจข้าหรือ” ฮวาอิ่งเม่ยมองอีกฝ่ายด้วยใบหย้าคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม จากนั้นรับเอาใบกล้วยจากมือนางมา ยิ้มพลางกล่าวว่า “หลีเซียงสู้อุตส่าห์ลำบากเพื่อข้า แน่นอนว่าต้องได้ลิ้มรสหวานชื่นของธารน้ำด้วยสิ”
“ไม่...ไม่...” พอเห็นว่าฮวาอิ่งเม่ยยื่นใบกล้วยมาตรงหน้า หลีเซียงกำลังคิดจะถอยหลัง แต่ชิวเอ๋อร์ไม่ทราบว่าเดินมาที่ด้านหลังนางั้แ่เมื่อไร ขวางทางถอยนางเอาไว้ “คุณหนูมอบให้ เ้าก็ดื่มลงไปเถอะน่า”
“ทำไมล่ะ หรือว่าในน้ำนี่มีอะไร” พอเห็นหลีเซียงตื่นกลัวเช่นนี้ ฮวาอิ่งเม่ยก็หุบยิ้มฉับพลัน
สายตาเกรี้ยวกราดดุดันของทั้งสองจ้องเขม็งมาที่นางจนรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา หลีเซียงไม่กล้ามองอีก นางเบือนหน้าหนี สายตาของเจินหรูจี๋กวาดมองเข้ามาในศาลาเหมือนไม่ตั้งใจนัก หลีเซียงกำหมัดแน่น ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าปั้นยากยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก นางกล่าวว่า “คุณหนูพูดเล่นแล้ว น้ำในลำธารจะไปมีอะไรได้เ้าคะ บ่าวก็แค่นึกไม่ถึงว่าคุณหนูจะเมตตากับบ่าวถึงเพียงนี้เท่านั้นเ้าค่ะ”
คำว่า ‘เมตตา’ คล้ายจะเค้นรอดไรฟันออกมา
“อืม อย่างนั้นก็ชิมสักคำสิ!” ฮวาอิ่งเม่ยกล่าว
มือที่อยู่ในแขนเสื้อของหลีเซียงกำหมัดแน่น นางยื่นมือออก ปัดใบกล้วยหล่นพื้น ‘ดื่มรึ นางจะดื่มน้ำที่นางผสมยานั่นไว้ได้อย่างไรกัน’
“หลีเซียงเ้า...” ฮวาอิ่งเม่ยกำลังจะเอ่ยตำหนิหลีเซียง ชั่วขณะนั้นราวกับเืในกายเดือดพล่านขึ้นมา ความรู้สึกรุ่มร้อนชนิดหนึ่งโถมทะลักขึ้นมา ทำให้นางเกิดอยากจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเอง