พิมพ์สุดาเดินออกมาสูดอากาศชั้นดาดฟ้าของสำนักงานเขารู้สึกเสียหน้ามากที่ชินภัทรหักหน้าเขาอย่างจังต่อหน้าพนักงานทั้งหมดของบริษัทเพราะทุกคนก็รู้กันดีว่าชินภัทรเป็นแฟนของเขา พิมพ์สุดาจึงตัดสินใจโทรหาพ่อของเขา
“พ่อคะ ดำเนินการตามแผนของพ่อได้เลยคะ ชินไม่ไว้หน้าพิมพ์เลยคะ”
“ได้ งั้นพ่อว่าตอนนี้พิมพ์ไปลาออกจากการฝึกงานมาก่อนก็ดีนะ แล้วก็ไปพักผ่อนที่สิงคโปร์สัก1 อาทิตย์ จะได้ไม่มีใครสงสัย ที่เหลือพ่อจะจัดการตามแผนของพ่อเอง”
“ได้คะพ่อ งั้นพิมพ์ขอไปคุยกับชินก่อนคะ”
@บ้านของวรรณรสจังหวัดราชบุรี
วรรณรสชินภัทรและคุณลุงของเขาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่คนเดียวเท่านั้นเดินทางมาพบกับพ่อแม่ของวรรณรสด้วยกัน
“อ้าวนั้นสงสัยจะมากันแล้ว เร็ว ๆ แม่มึง”
“โอ้ยพ่อจะรีบไปไหน ฉันยิ่งหัวใจไม่ค่อยดีอยู่อย่าทำอะไรให้มันตื่นเต้นเลย”
รถตู้คันหรู มาจอดหน้าบ้านของวรรณรสพร้อมกับคนบนรถตู้อีก 3 คนกำลังมาจากรถ
“สวัสดีคะแม่ สวัสดีคะพ่อ” วรรณรสกล่าวสวัดดีพ่อแม่
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่ นี้คืออาของผมครับ”
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่บ้านสวนนะครับบ้านค่อนข้างจะคับแคบหน่อยนะครับ บ้านนอกก็ประมาณนี้แหละครับ”
“ไม่นะครับ ผมว่าอากาศดีนะครับ ผมชอบจังบ้านแบบนี้”
“เชิญข้างในบ้านก่อนนะ เชิญ เชิญกินน้ำกินท่ากันก่อน แล้วค่อยคุยกัน”
“บ้านเย็นสบายจังเลยครับ อากาศถ่ายเทสะดวกสบาย ไม่ต้องใช้แอร์เลยต้นไม้ร่มรื่นไปหมด”
“โอ้ยที่นี้ไม่มีหรอกแอร์นะ ใช้ลมธรรมชาตินี้แหละดีที่สุดแล้ว”
“วรรณไปยกของว่างมาเลย แม่เตรียมไว้ให้แล้ว” วรรณรสรีบเดินเข้าครัวตามที่แม่สั่ง
“ลองกินส้มโอในสวนดูนะ ปีนี้ออกเยอะจริง ๆ เลย กินบ้าง ขายบ้างแจกบ้างก็ยังเหลือเยอะอยู่”
“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมเกรงใจครับ”
“จะไปเกรงใจอะไร มันไม่ได้ลำบากหรอกนะ พ่อหนุ่ม จะได้กินกันไปคุยกันไป”
“ได้ครับ งั้นผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับ ผมเป็นลุงเขยของชินภัทรครับก็เป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ ผมกับภรรยาซึ่งเป็นป้าของชินภัทรก็เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เขาเสียตั้งแต่เล็ก ๆ ผมกับภรรยาก็ไม่มีลูกผมก็คิดเหมือนเขาเป็นลูกของผมนั้นแหละครับตอนนี้เขาก็เข้าไปดูกิจการทั้งหมดของตระกูลส่วนผมก็ต้องพักผ่อนตามอายุนั้นแหละครับก็ได้เขานี้แหละครับเป็นคนสืบสานธุรกิจของตระกูลที่มาวันนี้ก็เป็นตัวแทนมาสู่ขอลูกสาวของคุณพ่อนี้แหละครับคุณพ่อคุณแม่คิดว่าอย่างไรบ้างครับ”
“ถ้าหลานของคุณเขารักและจะดุแลลูกสาวผม ผมกับแม่มันก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกขอให้รักกันจริง ๆ ไม่ทิ้งให้ลูกสาวผมต้องเสียใจ ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ”
“งั้นที่ผมตกลงกับหลานไว้คือทำพิธีหมั้นตอนเช้า แล้วก็แต่งตอนเย็นเลยนะครับจะได้ไม่ต้องหาฤกษหลายครั้ง”
“ก็แล้วแต่ทางคุณเห็นสมควรเถอะนะ”
“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานทางเราจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดขอให้คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลนะครับ แล้วก็เรื่องเงินสินสอด คุณพ่อเรียกมาได้เลยครับทางผมไม่ขัดข้องอยู่แล้วครับ”
“ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรหรอก ขอให้รักลูกสาวฉันก็พอ”
“ไม่ได้ครับคุณแม่” ชินภัทรรีบสวนขึ้นมาทันที
“เอาอย่างนี้นะครับ ผมคิดไว้แล้วครับ ผมจะให้เงินสด 10ล้านเป็นค่าสินสอด แล้วก็ทองอีก 20 บาท นะครับ อันนี้ผมให้คุณพ่อกับคุณแม่นะครับส่วนคุณวรรณยังไงเขาก็ต้องได้ทรัพย์สมบัติของผมแน่นอนผมคิดว่าคุณพ่อคุณแม่น่าจะพอใจนะครับ แล้วส่วนกฤษยามผมก็ต้องรบกวนให้คุณพ่อคุณแม่ดูให้หน่อยนะครับผมอยากได้กฤษเดือนหน้านะครับ”
“อือ เดี๋ยวพ่อจะให้หลวงพ่อวัดใกล้ ๆ นี้แหละจัดการให้คิดว่าไม่มีปัญหา”
“งั้นก็เอาตามนี้กันนะครับ เป็นอันว่าเรื่องเจรจาสู่ขอก็สำเร็จนะครับ”
หลังจากนัดเจอผู้หลักผู้ใหญ่กันเสร็จสับลุงของชินภัทรก็เดินทางกลับกรุงเทพฯไปก่อน ส่วนชินภัทรก็พักผ่อนอยู่บ้านวรรณรส ชินภัทรกำลังช่วยพ่อแม่ของวรรณรสกวาดใบไม้ลานหน้าบ้านแม้ว่าเขาไม่ค่อยได้ทำเลยสำหรับตัวเขาที่เกิดมาอยู่บนกองเงินกองทองแต่ก็ตั้งใจช่วยว่าที่พ่อตาแม่ยายอย่างเต็มที่
“พ่อว่าจะย้ายต้นไม้ตรงนั้นไปไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะได้มีพื้นที่มากขึ้น”
“โอ้พ่อมึงตอนนี้บ้านเราก็มีพื้นที่เยอะแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่ได้เชิญแขกเยอะยังไงก็พอ”
“แหมบ้านเราจะมีงานมงคลทั้งทีก็ต้องให้มันดูดีหน่อย”
“ใช่ครับพ่อ เดี๋ยวผมช่วยครับพ่ออยากเอาไปไว้ตรงไหนเดี๋ยวสั่งมาเลยครับ” ชินภัทรพูดเอาใจว่าที่พ่อตา
“หรือว่าเราจะปูพื้นให้หมดเลยครับพ่อ”
“โอ้ยตายแล้ว ไม่ต้องหรอกพ่อคุณมันสิ้นเปลือง ไม่ต้องหรอก แม่ว่าแค่นี้ก็พอแล้ว”
“ใช่คะ ฉันเห็นด้วยกับแม่นะคะ อะไรที่เราประหยัดได้ก็ประหยัดเถอะคะ”วรรณรสพูดเสริม หลังจากพูดเสร็จวรรณรสก็ลุกขึ้นเดินเพื่อไปหยิบน้ำมาให้ชินภัทรและพ่อแม่แต่ด้วยอาการที่ลุกเร็วเกินไปทำให้เขารู้สึกเวียนหัวเกือบล้ม
“อ้าว! ยายวรรณเป็นไรนี้”
“นั้นซิ เกือบล้มไปเลย คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่รู้เหมือนกันคะ ฉันรู้สึกมีอาการวิงเวียนมา 2 -3 วันแล้วคะตอนเย็นว่าจะไปหาหมอสักหน่อย”
“เอะ ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น ไม่ได้การแล้ว เข้าไปในร่มก่อนเร็ว”ทุกคนต่างพากันพยุงวรรณรสมานั่งในบ้าน แม่ของวรรณรสเดินมานั่งข้าง ๆ ชินภัทร
“แม่ถามจริง ๆ เถอะนะ แอบมีอะไรกันก่อนไหม พูดมาเถอะแม่ไม่โกรธหรอก”
“ใช่ครับแม่ ผมกับวรรณเราได้เสียภรรยากันแล้ว ผมเลยอยากเคลียร์ปัญหาเรื่องของเราให้เสร็จเร็วๆ ไงครับ”
แม่ของวรรณรสกระซิบใกล้ ๆ ชินภัทร
“แม่ว่านะ อาการเหมือนคนท้องเลย”
“อ้า ท้องเหรอครับ” ชินภัทรพูดตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ
“เบา ๆ จะเสียงดังทำไม อายเขา”
“จะอายทำไมละครับแม่ ผมกำลังจะมีลูก ผมดีใจสุด ๆ ครับผมไม่อายใครหรอกครับ ผมว่าผมต้องกลับกรุงเทพฯก่อนนะครับผมต้องพาคุณวรรรไปตรวจให้ถี่ถ้วนก่อน”
“โอ้ย ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกคะ ฉันอยากพักผ่อนอยู่นี้ก่อนเดี๋ยวค่อยไปตรวจก็ได้คะ แต่โอกาสน่าจะเป็นไปได้นะ เพราะว่าประจำเดือนก็ไม่มาเดือนกว่าแล้ว”
“ไชโย แล้วทำไมคุณไม่บอกผม ผมจะได้ไม่ไปต่างประเทศจะได้อยู่กับคุณไงดีใจจังผมกำลังจะมีลูกแล้ว”
“คุณพ่อครับ งั้นคุณพ่อไม่ต้องไปหากฤษหรอกครับผมว่าเอากฤษที่สะดวกนะครับ”
“เอาอย่างนี้ตอนเย็นเราไปหาหมอในเมืองกันดีกว่าจะได้ตรวจเบื้องต้นก่อน
“ได้ครับพ่อ งั้นคุณมานั่งตรงนี้นะ เดี๋ยวผมหาอะไรให้กิน”
“นี่คุณ ที่นี้มันไม่เหมือนคอนโดนะ มันไม่อุปกรณ์ที่คุณถนัดหรอกเดี๋ยวถ้าฉันอยากกินอะไร ฉันบอกแม่ได้นะ คุณไม่ต้องกังวล”
“ได้งั้นคุณปวดเมื่อยตรงไหนไหม เดี๋ยวผมช่วยนวด งั้นผมไปชงยาหอมให้นะคุณนั่งรอตรงนี้นะ”
“แล้วเขารู้เหรอว่ายาหอมอยู่ตรงไหน แม่มันไปช่วยดูหน่อยโน้นเดินตรงไปแล้ว เดี๋ยวก็หาอะไรไม่เจอหรอก”