Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 617 ปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณ

ปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณ

 

            เหตุผลและความเด็ดขาดของท่านหญิงไอโกะทำให้กัสสูญสิ้นคำพูดไป ไม่ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ เขาก็ไม่อาจปฏิเสธภาระหน้าที่ที่ท่านหญิงไอโกะมอบให้ได้

            ตำแหน่งบรรพชนคนต่อไปของตระกูลมีความสำคัญยิ่ง มันเป็นตำแหน่งที่สำคัญเกินกว่าจะนำมาพูดเล่นได้ กัสจึงไม่มีความสงสัยใดๆ มีเพียงความรู้สึกที่ยากจะยอมรับและความรู้สึกอับจนหนทาง

            นี่ไม่ใช่ว่ากัสไม่ยินดีรับตำแหน่งนี้เพราะอันที่จริงเขายืนอยู่ในจุดที่สามารถก้าวไปถึงตำแหน่งนี้ได้แล้ว เขาเองก็สัมผัสได้มานานแล้วว่าตระกูลมีเจตนาที่จะส่งต่อตำแหน่งบรรพชนให้กับเขา

            ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงภารกิจที่ได้รับ ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำกัสไปยังตำแหน่งบรรพชนทั้งสิ้น

            ต่อให้กัสจะไม่ยินดี เขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ ยิ่งท่านหญิงไอโกะอธิบายออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ เขาก็ยิ่งไม่สามารถปฏิเสธได้

            ทว่ากัสก็ยากที่จะยอมรับได้เช่นกัน เขาไม่ปฏิเสธตำแหน่งบรรพชนเพราะเขาตระหนักว่าเขาไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้

            แต่ที่เขายอมรับไม่ได้เลยก็คือ การปล่อยให้ท่านหญิงไอโกะต้องออกไปเสี่ยง

            เมื่อท่านหญิงไอโกะเห็นท่าทางที่ดื้อดึงของกัส เธอก็รู้สึกอ่อนใจขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกมีความสุขอยู่ลึกๆ ในใจ

            ความห่วงใยเช่นนี้เธอไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว การที่ได้สัมผัสมันจากบุรุษผู้หนึ่งย่อมทำให้เธอมีความสุข ยิ่งบุรุษผู้นั้นเป็นบุรุษที่เธอให้ความสนใจด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ

            แต่ความพึงพอใจก็ถูกสะกดไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ขณะที่ภายนอกแสดงออกอย่างเคร่งขรึมและเด็ดขาดราวกับไม่ยอมให้กัสปฏิเสธได้อีก

            “กัส ข้าปล่อยให้เจ้าออกไปประลองแทนข้าไม่ได้จริงๆ ข้าไม่ได้พาเจ้ามาที่นี่เพื่อทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นและออกไปประลองแทนข้า หากแต่ต้องการให้เจ้าช่วยงานข้า”

            เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ สีหน้าของกัสก็เปลี่ยนไป ความไม่ยินดีที่อัดแน่นอยู่ในใจเหมือนกับพบเจอช่องทางให้ระบายออก สีหน้าของเขาจึงผ่อนลงเล็กน้อยและพยายามตั้งสติเพื่อรับฟัง

            “เหตุผลที่ข้ามาเจ้ามาเจอแม่เจ็ดและให้บุปผาวิญญาณกับเจ้าก็เพราะข้าต้องการพลังของเจ้า!!”

            พูดจบท่านหญิงไอโกะก็หันไปหานายหญิงเจ็ดครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองกัสแล้วนำอุปกรณ์ฉายภาพจำลองออกมา

            พริบตานั้นภาพจำลองของแบบแปลนสิ่งก่อสร้างที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

            ดวงตาของกัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขามองดูแบบแปลนเบื้องหน้าด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจเมื่อพบว่าแบบแปลนที่เขาเห็นนั้น มีบางส่วนที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยสำหรับเขา

            สีหน้าของกัสเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาด เขามองดูแบบแปลนเบื้องหน้าอีกครั้งและพยายามทบทวนความทรงจำของตัวเองอย่างตั้งใจเพื่อดูว่าเหตุใดเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับแบบแปลนพวกนี้

            ไม่นานนักเสียงอุทานก็ดังขึ้นมาเบาๆ เมื่อกัสพบว่าแบบแปลนที่อยู่เบื้องหน้าเขา มีบางส่วนที่เป็นผลงานการออกแบบของแองจี้ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความต้องการของเขา

            “น..นี่มัน”

            โดยที่กัสไม่ทันสังเกต สีหน้าของท่านหญิงไอโกะยามที่มองดูกัสนั้นมีรอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงความพึงพอใจที่อ่อนจางซึ่งสะท้อนอยู่ในแววตาของท่านหญิงไอโกะ

            มีเพียงนายหญิงเจ็ดที่มองดูราวกับรู้ทันนิสัยของท่านหญิงไอโกะ พลางทอดถอนใจเบาๆ ด้วยความอ่อนใจกับนิสัยที่แก้ไม่หายของท่านหญิงไอโกะ

            หลังจากทอดถอนใจด้วยความอ่อนใจ นายหญิงเจ็ดก็หยุดมือที่กำลังลูบไล้ลูกแมวน้อยด้วยความเสียดาย จากนั้นก็เดินเข้าไปดูแบบแปลนของท่านหญิงไอโกะ

            “แบบแปลนชุดนี้นะหรือที่ลูกจะใช้”

            “ค่ะ”

            “มีเวลาเท่าไหร่”

            “ไม่เกิน 4 เดือนค่ะ”

            นายหญิงเจ็ดนิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่สายตากวาดมองรายละเอียดทั้งหมดของแบบแปลนตรงหน้าและทบทวนจุดที่ต้องปรับปรุงใหม่

            “น่าจะทันอยู่”

            พูดจบนายหญิงเจ็ดก็เริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่ว เธอปรับแก้แบบแปลนอย่างรวดเร็ว บางส่วนถูกนำออกไป บางส่วนก็ถูกเพิ่มเข้ามา บางส่วนถูกเปลี่ยนใหม่ บ้างก็ถูกดัดแปลงเฉพาะส่วน

            พร้อมกับการปรับแก้แบบแปลน นายหญิงเจ็ดก็สอบถามความคิดเห็นของท่านหญิงไอโกะอยู่ตลอดเพื่อดูว่าส่วนไหนบ้างที่สามารถปรับได้อีก ส่วนไหนที่ไม่สามารถปรับแก้ได้

            ขณะที่กัสซึ่งนิ่งฟังอยู่นานก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างว่าท่านหญิงไอโกะกับนายหญิงเจ็ดกำลังทำอะไรและตัวเขาเองมีหน้าที่อะไร เขาจึงเริ่มทำความเข้าใจกับแบบแปลนอย่างละเอียด

            ด้วยความช่วยเหลือของร่างญาณศักดิ์สิทธิ์ ความเข้าใจที่กัสมีต่อแบบแปลนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเขาก็เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำในขณะนี้จึงเริ่มเสนอความคิดเห็นของตัวเองออกมาบ้าง

            ความคิดเห็นของกัสมีน้อยมากหากเทียบกับท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ด

            แต่ทุกครั้งที่กัสเสนอความคิดขึ้นมาก็มักจะทำให้ท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ดหยุดชะงักไปชั่วขณะเสมอ

            ทั้งนี้ก็เพราะความคิดของกัสนั้นเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับพวกเธอ มันไม่เหมือนกับความคิดของวิศวกรมนตราส่วนใหญ่ เนื่องจากกัสไม่ใช่วิศวกรมนตราที่แท้จริง ทั้งยังไม่ได้ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร

            แนวความคิดของกัสจึงต่างจากวิศวกรมนตราส่วนใหญ่ ทั้งยังต่างจากท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ด

            ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งสองหยุดชะงักไปบ่อยๆ นั้นไม่ใช่ความแตกต่าง แต่เป็นเพราะจุดที่กัสเสนอขึ้นมานั้น มักจะเป็นจุดที่ทั้งสองคิดไม่ถึงและมักจะทำให้พวกเธอต้องหยุดคิดด้วยความประหลาดใจ

            ผลลัพธ์จากการปรับปรุงแบบแปลนตามข้อเสนอของกัสจึงทำให้แบบแปลนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต่างจากตอนแรกมาก อีกทั้งยังทำให้มันมีประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิม ทั้งยังง่ายต่อการปรับปรุงยิ่งขึ้น

            กัสที่พยายามทำความเข้าใจและเสนอความคิดเห็นอย่างกระตือรือร้นนั้นไม่ได้ทราบเลยว่าตอนนี้เขาทำให้ท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ดประหลาดใจมากขนาดไหน

            การผสมผสานสุดยอดสัญชาตญาณที่หลอมรวมกับพรศักดิ์สิทธิ์จิตวิญญาณนักล่าและสุดยอดสติปัญญาที่หลอมรวมพรศักดิ์สิทธิ์ผู้รังสรรค์ศาสตราก็ค่อยๆ เผยให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึงออกมา

            โดยที่กัสเองก็ไม่รู้สึกตัว ทว่าความคิดของเขาค่อยๆ แหลมคมขึ้นทุกขณะ สัญชาตญาณในด้านวิศวกรรมมนตราก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตระหนก

            ยิ่งต้องทำงานกับแบบแปลนที่กล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดผลงานของปรมาจารย์วิศวกรมนตราอย่างท่านหญิงไอโกะและปรมาจารย์ช่างฝีมืออย่างนายหญิงเจ็ดด้วยแล้ว

            ความสามารถในด้านนี้ของกัสก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด การหลอมรวมกับพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ก็ก้าวหน้าไปด้วยความเร็วที่น่าตระหนก

            ไม่นานนักแบบแปลนของท่านหญิงไอโกะก็ถูกปรับจนไม่สามารถปรับแก้อะไรได้อีก ระยะเวลาที่เดิมทีต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีในการปรับปรุง ก็ลดลงเหลือเพียง 2 เดือนครึ่งโดยประมาณ

            ทว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ไม่ได้สมบูรณ์นัก แบบแปลนนี้เป็นเพียงรูปแบบที่ทรงอำนาจที่สุดที่สามารถปรับปรุงได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

            อันที่จริงกัสเสนอให้ใช้เวลานานกว่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์กว่า แต่ท่านหญิงไอโกะก็ปฏิเสธเพราะต่อให้ถ่วงเวลาไปมากกว่านี้ก็ไม่สามารถปรับปรุงแบบแปลนให้ดีกว่านี้ได้

            นอกจากนั้นการลดระยะเวลาในการปรับปรุงลงเหลือ 2 เดือนครึ่งก็นับว่ามีประโยชน์มากเพราะมันจะทำให้ท่านหญิงไอโกะมีเวลาอีกราว 1 เดือนในการทำความคุ้นเคยกับเครือข่ายโลกวิญญาณใหม่

            แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความเสียหายระยะยาวในภายหลัง แต่ท่านหญิงไอโกะก็มองว่าคุ้มค่าเพราะการปรับปรุงนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเธอขึ้นอีก 2 – 3 เท่า

            ทันทีที่แบบแปลนเสร็จสมบูรณ์ ข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าเครือข่ายโลกวิญญาณ จากนั้นไม่กี่อึดใจแบบแปลนก็ถูกวิเคราะห์และแยกออกเป็นส่วนๆ ก่อนจะส่งต่อไปยังวิศวกรมนตรานับหมื่นที่รอคำสั่งอยู่

            ในเวลาเดียวกันฝ่ายกิจการของตระกูลก็เริ่มสร้างภารกิจจำนวนมากให้กับลูกหลานในตระกูล ก่อนจะส่งต่อไปยังฝ่ายต่างๆ เพื่อแบ่งกันรับผิดชอบ

            ลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกตัวกลับมายังอาณาจักรเทพธิดาก็เริ่มเคลื่อนไหว ทุกสายตระกูลได้รับภารกิจของตนเองและเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว

            วัตถุดิบจำนวนมากถูกส่งเข้าสู่โรงงาน คนงานหลายสิบล้านก็เริ่มเคลื่อนไหว เริ่มต้นการแปรรูปวัตถุดิบต่างๆ เพื่อสร้างชิ้นส่วนจำนวนมากซึ่งไม่มีใครทราบว่าสร้างไปเพื่ออะไร

            การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของตระกูลอันดูวเดธนี้ทำให้ตระกูลอันดูวเดธดูราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการจำศีล ส่งผลให้หูตาของตระกูลใหญ่น้อยที่แทรกซึมอยู่ในอาณาจักรเทพธิดาเริ่มเคลื่อนไหวไปตามๆ กัน

            แต่ไม่ว่าพวกมันจะพยายามทำอะไร ก็ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลเชิงลึกได้มากนัก สิ่งเดียวที่พวกมันสามารถสืบค้นได้ มีเพียงข้อมูลการผลิตจำนวนมหาศาลที่ถูกสืบค้นได้แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าตระกูลอันดูวเดธกำลังจะทำอะไร

            ทว่าว่าความลับเรื่องการปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปกปิดได้นานนักเพราะในตระกูลอันดูวเดธนั้น มีสิ่งก่อสร้างที่ต้องการชิ้นส่วนจักรกลจำนวนมากขนาดนี้ไม่มากนัก

            ซึ่งถ้าดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน การจะคาดเดาถึงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนจักรกลจำนวนมากก็มีไม่มากนัก จึงไม่น่าแปลกถ้าหากคนนอกจะเดาได้ว่าตระกูลอันดูวเดธต้องการทำสิ่งใด

            แต่ถึงจะปกปิดได้ไม่นาน แต่ก็สามารถปิดได้ราว 2 เดือน ซึ่งก็มากพอที่จะปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณทั้งหมดจนสมบูรณ์

            กัสกับนายหญิงเจ็ดซึ่งจมอยู่กับการทำงานหนักนั้นไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกเลย ทั้งสองทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับงานที่ต้องทำ

            ในช่วงแรกนั้นกัสยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย งานหลักของเขาคือการปลูกฝังพลังเทวะลงไปในชิ้นส่วนสำคัญเพื่อสร้างคุณสมบัติพิเศษซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้

            แต่หลังจากผ่านไป 1 เดือน บทบาทของกัสก็เพิ่มขึ้นตามระดับความชำนาญ ความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นไม่น้อย การประยุกต์ใช้พรศักดิ์สิทธิ์ก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            งานที่เดิมทีอาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือนในการทำ ก็ถูกกัสทำจนเสร็จได้ในเวลาเพียงครึ่งเดือน ส่งผลให้นายหญิงเจ็ดจำต้องปรับแก้แบบแปลนอีกครั้ง ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เน้นหนักไปที่การเพิ่มความมั่นคงให้กับเครือข่าย

            พอถึงเดือนที่ 2 บทบาทของกัสกับนายหญิงเจ็ดก็เริ่มสลับกัน กัสกลายเป็นนายช่างหลัก ขณะที่นายหญิงเจ็ดกลายเป็นผู้ช่วย

            ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความตกตะลึงให้กัสอยู่ลึกๆ แต่หลังจากทำงานร่วมกันมานานเกือบ 2 เดือน กัสก็มองออกว่านายหญิงเจ็ดนั้นอยู่ในสถานะที่ไม่ปกติ ซึ่งหลังจากสอบถามออกไปด้วยความสงสัย

            กัสก็ทราบว่านายหญิงเจ็ดได้ผ่านการ ‘ตัดแบ่ง’ ดวงวิญญาณมาก่อน จึงทำให้เธออยู่ในสถานะ ‘อ่อนแอ’ เธอจึงไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่

            พอรู้แบบนั้นกัสก็ไม่ประหลาดใจอีกต่อไป แต่ก็ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจว่าทำไมนายหญิงเจ็ดถึงต้องทำอะไรที่มีความเสี่ยงอย่างการตัดแบ่งดวงวิญญาณแบบนี้

            พร้อมๆ กับความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจ กัสก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าบางทีคนที่ได้ตัดแบ่งดวงวิญญาณของตนเองนั้น อาจจะไม่ได้มีเพียงนายหญิงเจ็ด

            แม้ว่าความคิดนี้จะไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่กัสก็มั่นใจว่าน่าจะเป็นแบบนั้นเพราะถ้าไม่ใช่ ท่านหญิงไอโกะก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเสี่ยงออกไปสู้

            ไม่ว่ายังไงท่านหญิงไอโกะก็คือบุตรสาวลำดับที่ 1 ของบรรพชนผู้ก่อตั้งซึ่งมีสถานะที่สูงส่ง

            ซึ่งต่อให้ไม่พูดถึงฐานะของท่านหญิงไอโกะ ตัวท่านหญิงก็ถือว่าเป็น ‘ทายาท’ ของผู้กล้าคนหนึ่งและการที่นายหญิงเจ็ดซึ่งเป็นผู้กล้าในอดีตยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นผู้กล้าคนอื่นเองก็สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ด้วย

            แล้วเช่นนี้ทำไมคนที่ต้องออกไปประลองถึงเป็นท่านหญิงไอโกะ แทนที่จะเป็นผู้กล้าคนอื่นที่น่าจะแข็งแกร่งกว่าท่านหญิงไอโกะ

            แต่ถึงจะคิดแบบนั้นกัสก็ไม่ได้มองข้ามความเป็นไปได้อื่นไปแต่อย่างใด เขาก็ได้แต่คิดว่าบางทีตระกูลอาจจะมีเหตุผลที่มากกว่านี้ซึ่งเขาไม่เข้าใจ

            เพราะไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ทั้งยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ กัสจึงทำได้เพียงระบายความไม่พอใจของเขาไปกับชิ้นงานด้วยการทุ่มเทความพยายามให้มากยิ่งขึ้น

            ยิ่งเขาทำผลงานได้ดีเท่าไหร่ เร็วเท่าไหร่ ความปลอดภัยของท่านหญิงไอโกะก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น

            ภายใต้ความคิดนี้กัสได้ระเบิดพลังออกมาจนถึงขีดสุด ทำให้การปรับปรุงเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเกือบ 1 เดือน แต่กัสก็ยังใช้เวลาอีกเกือบ 2 เดือนที่เหลือ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับเครือข่ายโลกวิญญาณที่ถูกปรับปรุง

            กัสไม่ได้หยุดแม้ว่าระบบทั้งหมดจะถูกปรับปรุงจนมีพลังอำนาจในระดับที่ต้องการแล้ว หากแต่เพิ่มความพยายามเข้าไปอีกเพื่อปรับแก้ส่วนที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ขึ้น ทำให้ความมั่นคงของเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            ก่อนจะถึงกำหนดการประลองของท่านหญิงกับจักรพรรดิเซียน เครือข่ายโลกวิญญาณของท่านหญิงไอโกะก็เปลี่ยนไปจนสมบูรณ์ ประสิทธิภาพในการสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าจากการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังของกัสที่เปลี่ยนแหล่งพลังงานของหอคอยปฐพีเสียใหม่

            จากเดิมที่อาศัยการดูดซับพลังธรรมชาติ ก็เปลี่ยนไปใช้ช่องทางของอาณาจักรแห่งดวงดาว ใช้วิธีดึงดูดพลังแห่งดวงดาวมาแปรสภาพเป็นพลังงานบริสุทธิ์ด้วย ‘เตาพลังงานต้นกำเนิด’ ที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่นายหญิงเจ็ดและปรมาจารย์วิศวกรมนตรานับร้อยสร้างขึ้น

            เตาพลังงานต้นกำเนิดนี้สร้างได้ไม่ยากนัก แต่มีข้อเสียใหญ่คือความต้องการที่สูงในการสร้าง ซึ่งกัสจำต้องแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งของเขาลงไปในเตาพลังงานทุกเตา เพื่อทำหน้าที่ควบคุมเพลิงต้นกำเนิด

            ในส่วนนี้หากเป็นกัสก่อนที่จะได้รับพลังจากบุปผาเสี้ยววิญญาณ เขาคงทำไม่ได้ แต่หลังจากหลอมรวมเข้ากับพรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ได้ระดับหนึ่ง มันก็ไม่ใช่งานที่ยากลำบากอีกต่อไป

            นอกจากการเพิ่มความเร็วในการสะสมพลังงานของหอคอยปฐพีแล้ว ยังมีการเพิ่มความจุของพลังงานขึ้นอีกหลายเท่าตัว ความเร็วในการส่งผ่านพลังงานก็เร็วขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจากผลงานของกัสแทบทั้งสิ้น

            ไม่ว่าจะเป็นถังเก็บพลังงานรูปแบบมิติ การส่งพลังงานข้ามมิติ เตาหลอมพลังงานต้นกำเนิดและสิ่งประดิษฐ์อีกหลายอย่างที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้พลังและความสามารถของกัสเป็นหัวใจหลัก

            ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนเครือข่ายโลกวิญญาณของท่านหญิงไอโกะไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแกร่งของท่านหญิงไอโกะโดยตรง

            ไม่เพียงเท่านั้น กัสยังอาสาปลูกฝังพลังเทวะของเขาลงไปในชุดเกราะจักรกลของท่านหญิงไอโกะด้วย เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับพลังโจมตีของศัตรู

            ในจุดนี้แม้ท่านหญิงไอโกะจะลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยอมปล่อยให้กัสทำตามที่เขาต้องการ ซึ่งทำให้กัสสูญเสียพลังไปมากกว่าครึ่ง

            การสูญเสียนี้สาหัสมากสำหรับกัส ไม่ว่าจะเป็นก่อนที่เขาจะได้รับพลังจากบุปผาเสี้ยววิญญาณ หรือหลังจากที่ได้รับพลังแล้ว

            แต่การฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา อีกทั้งยังไม่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเขาแต่อย่างใด ท่านหญิงไอโกะจึงยอมปล่อยให้เขาทำ

            นอกจากนั้นการที่กัสได้ทุ่มกำลังทั้งหมดลงไปกับสนับสนุนท่านหญิงไอโกะนั้นก็ได้ทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายขึ้น ซึ่งมีช่วยส่วนอย่างมากต่อการฝึกฝนของเขาต่อจากนั้น

            เมื่อการปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ การทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ใหม่เสร็จสมบูรณ์ กำหนดการประลองของท่านหญิงไอโกะและจักรพรรดิเซียนก็เริ่มต้นขึ้นในเวลาเดียวกัน

            สถานที่ประลองของทั้งสองคือส่วนลึกของดินแดนรกร้างในตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างดินแดนเซียนเดินหนและอาณาจักรเทพธิดา

            ในวันที่การประลองเริ่มต้นขึ้น ท้องฟ้าเหนือดินแดนเซียนเดินหนก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

            กระแสปราณจากทั่วทุกหนแห่งในดินแดนไหลบ่าไปยังทิศทางเดียวกัน ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียนในชุดจักรพรรดิสีม่วงทองที่สูงศักดิ์

            วินาทีที่จักรพรรดิเซียนปรากฏตัว กระแสปราณในดินแดนเซียนเดินหนก็ลดลงไปมากกว่าครึ่ง ส่งผลให้ผู้คนในดินแดนตกตะลึงไปตามๆ กัน ก่อนที่จักรพรรดิเซียนจะกลายเป็นกระแสปราณที่ไร้จุดสิ้นสุดม้วนกวาดไปยังสถานที่ประลอง

            ในเวลาเดียวกันท่านหญิงไอโกะที่อยู่ใน ‘ตำหนักนภา’ ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามความคิดของกัสก็มองลงไปยังพื้นแผ่นดิน มองดูกระแสปราณที่ไหลบ่าราวกับสายน้ำด้วยสายตาที่สงบนิ่ง

            ท่านหญิงไอโกะจ้องมองจักรพรรดิเซียนด้วยความประหลาดใจ พลางลูบฝ่ามือไปตามที่เท้าแขน สัมผัสกับความรู้สึกเย็นและเรียบลื่นของผลึกวิญญาณที่ถูกนำมาสร้างเป็น ‘บัลลังก์’ โดยฝีมือของกัส

            สัมผัสของบัลลังก์นั้นทำให้จิตใจที่ร้อนรนของท่านหญิงไอโกะสงบลงอย่างน่าประหลาด ผิดกับหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวซึ่งเกิดจากความตื่นเต้นและความรู้สึกเป็นสุขที่ยากจะอธิบายได้

            รอยยิ้มที่อ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านหญิงไอโกะชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าของเธอจะกลายเป็นความเย็นชาที่ดูราวกับจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์

            วินาทีที่ท่านหญิงไอโกะลุกขึ้นจากบัลลังก์ ชุดเกราะจักรกลสีทองดำก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและสวมทับลงบนร่างกายของเธอในเสี้ยววินาที ก่อนที่ท่านหญิงไอโกะจะกลายเป็นลำแสงสีทองดำพุ่งตรงออกไปจากตำหนักนภา