ปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณ
เหตุผลและความเด็ดขาดของท่านหญิงไอโกะทำให้กัสสูญสิ้นคำพูดไป ไม่ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ เขาก็ไม่อาจปฏิเสธภาระหน้าที่ที่ท่านหญิงไอโกะมอบให้ได้
ตำแหน่งบรรพชนคนต่อไปของตระกูลมีความสำคัญยิ่ง มันเป็นตำแหน่งที่สำคัญเกินกว่าจะนำมาพูดเล่นได้ กัสจึงไม่มีความสงสัยใดๆ มีเพียงความรู้สึกที่ยากจะยอมรับและความรู้สึกอับจนหนทาง
นี่ไม่ใช่ว่ากัสไม่ยินดีรับตำแหน่งนี้เพราะอันที่จริงเขายืนอยู่ในจุดที่สามารถก้าวไปถึงตำแหน่งนี้ได้แล้ว เขาเองก็สัมผัสได้มานานแล้วว่าตระกูลมีเจตนาที่จะส่งต่อตำแหน่งบรรพชนให้กับเขา
ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงภารกิจที่ได้รับ ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำกัสไปยังตำแหน่งบรรพชนทั้งสิ้น
ต่อให้กัสจะไม่ยินดี เขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ ยิ่งท่านหญิงไอโกะอธิบายออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ เขาก็ยิ่งไม่สามารถปฏิเสธได้
ทว่ากัสก็ยากที่จะยอมรับได้เช่นกัน เขาไม่ปฏิเสธตำแหน่งบรรพชนเพราะเขาตระหนักว่าเขาไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้
แต่ที่เขายอมรับไม่ได้เลยก็คือ การปล่อยให้ท่านหญิงไอโกะต้องออกไปเสี่ยง
เมื่อท่านหญิงไอโกะเห็นท่าทางที่ดื้อดึงของกัส เธอก็รู้สึกอ่อนใจขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกมีความสุขอยู่ลึกๆ ในใจ
ความห่วงใยเช่นนี้เธอไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว การที่ได้สัมผัสมันจากบุรุษผู้หนึ่งย่อมทำให้เธอมีความสุข ยิ่งบุรุษผู้นั้นเป็นบุรุษที่เธอให้ความสนใจด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ
แต่ความพึงพอใจก็ถูกสะกดไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ขณะที่ภายนอกแสดงออกอย่างเคร่งขรึมและเด็ดขาดราวกับไม่ยอมให้กัสปฏิเสธได้อีก
“กัส ข้าปล่อยให้เจ้าออกไปประลองแทนข้าไม่ได้จริงๆ ข้าไม่ได้พาเจ้ามาที่นี่เพื่อทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นและออกไปประลองแทนข้า หากแต่ต้องการให้เจ้าช่วยงานข้า”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ สีหน้าของกัสก็เปลี่ยนไป ความไม่ยินดีที่อัดแน่นอยู่ในใจเหมือนกับพบเจอช่องทางให้ระบายออก สีหน้าของเขาจึงผ่อนลงเล็กน้อยและพยายามตั้งสติเพื่อรับฟัง
“เหตุผลที่ข้ามาเจ้ามาเจอแม่เจ็ดและให้บุปผาวิญญาณกับเจ้าก็เพราะข้าต้องการพลังของเจ้า!!”
พูดจบท่านหญิงไอโกะก็หันไปหานายหญิงเจ็ดครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองกัสแล้วนำอุปกรณ์ฉายภาพจำลองออกมา
พริบตานั้นภาพจำลองของแบบแปลนสิ่งก่อสร้างที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ดวงตาของกัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขามองดูแบบแปลนเบื้องหน้าด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจเมื่อพบว่าแบบแปลนที่เขาเห็นนั้น มีบางส่วนที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยสำหรับเขา
สีหน้าของกัสเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาด เขามองดูแบบแปลนเบื้องหน้าอีกครั้งและพยายามทบทวนความทรงจำของตัวเองอย่างตั้งใจเพื่อดูว่าเหตุใดเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับแบบแปลนพวกนี้
ไม่นานนักเสียงอุทานก็ดังขึ้นมาเบาๆ เมื่อกัสพบว่าแบบแปลนที่อยู่เบื้องหน้าเขา มีบางส่วนที่เป็นผลงานการออกแบบของแองจี้ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความต้องการของเขา
“น..นี่มัน”
โดยที่กัสไม่ทันสังเกต สีหน้าของท่านหญิงไอโกะยามที่มองดูกัสนั้นมีรอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงความพึงพอใจที่อ่อนจางซึ่งสะท้อนอยู่ในแววตาของท่านหญิงไอโกะ
มีเพียงนายหญิงเจ็ดที่มองดูราวกับรู้ทันนิสัยของท่านหญิงไอโกะ พลางทอดถอนใจเบาๆ ด้วยความอ่อนใจกับนิสัยที่แก้ไม่หายของท่านหญิงไอโกะ
หลังจากทอดถอนใจด้วยความอ่อนใจ นายหญิงเจ็ดก็หยุดมือที่กำลังลูบไล้ลูกแมวน้อยด้วยความเสียดาย จากนั้นก็เดินเข้าไปดูแบบแปลนของท่านหญิงไอโกะ
“แบบแปลนชุดนี้นะหรือที่ลูกจะใช้”
“ค่ะ”
“มีเวลาเท่าไหร่”
“ไม่เกิน 4 เดือนค่ะ”
นายหญิงเจ็ดนิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่สายตากวาดมองรายละเอียดทั้งหมดของแบบแปลนตรงหน้าและทบทวนจุดที่ต้องปรับปรุงใหม่
“น่าจะทันอยู่”
พูดจบนายหญิงเจ็ดก็เริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่ว เธอปรับแก้แบบแปลนอย่างรวดเร็ว บางส่วนถูกนำออกไป บางส่วนก็ถูกเพิ่มเข้ามา บางส่วนถูกเปลี่ยนใหม่ บ้างก็ถูกดัดแปลงเฉพาะส่วน
พร้อมกับการปรับแก้แบบแปลน นายหญิงเจ็ดก็สอบถามความคิดเห็นของท่านหญิงไอโกะอยู่ตลอดเพื่อดูว่าส่วนไหนบ้างที่สามารถปรับได้อีก ส่วนไหนที่ไม่สามารถปรับแก้ได้
ขณะที่กัสซึ่งนิ่งฟังอยู่นานก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างว่าท่านหญิงไอโกะกับนายหญิงเจ็ดกำลังทำอะไรและตัวเขาเองมีหน้าที่อะไร เขาจึงเริ่มทำความเข้าใจกับแบบแปลนอย่างละเอียด
ด้วยความช่วยเหลือของร่างญาณศักดิ์สิทธิ์ ความเข้าใจที่กัสมีต่อแบบแปลนก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเขาก็เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำในขณะนี้จึงเริ่มเสนอความคิดเห็นของตัวเองออกมาบ้าง
ความคิดเห็นของกัสมีน้อยมากหากเทียบกับท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ด
แต่ทุกครั้งที่กัสเสนอความคิดขึ้นมาก็มักจะทำให้ท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ดหยุดชะงักไปชั่วขณะเสมอ
ทั้งนี้ก็เพราะความคิดของกัสนั้นเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับพวกเธอ มันไม่เหมือนกับความคิดของวิศวกรมนตราส่วนใหญ่ เนื่องจากกัสไม่ใช่วิศวกรมนตราที่แท้จริง ทั้งยังไม่ได้ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร
แนวความคิดของกัสจึงต่างจากวิศวกรมนตราส่วนใหญ่ ทั้งยังต่างจากท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ด
ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งสองหยุดชะงักไปบ่อยๆ นั้นไม่ใช่ความแตกต่าง แต่เป็นเพราะจุดที่กัสเสนอขึ้นมานั้น มักจะเป็นจุดที่ทั้งสองคิดไม่ถึงและมักจะทำให้พวกเธอต้องหยุดคิดด้วยความประหลาดใจ
ผลลัพธ์จากการปรับปรุงแบบแปลนตามข้อเสนอของกัสจึงทำให้แบบแปลนเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต่างจากตอนแรกมาก อีกทั้งยังทำให้มันมีประสิทธิภาพที่มากกว่าเดิม ทั้งยังง่ายต่อการปรับปรุงยิ่งขึ้น
กัสที่พยายามทำความเข้าใจและเสนอความคิดเห็นอย่างกระตือรือร้นนั้นไม่ได้ทราบเลยว่าตอนนี้เขาทำให้ท่านหญิงไอโกะและนายหญิงเจ็ดประหลาดใจมากขนาดไหน
การผสมผสานสุดยอดสัญชาตญาณที่หลอมรวมกับพรศักดิ์สิทธิ์จิตวิญญาณนักล่าและสุดยอดสติปัญญาที่หลอมรวมพรศักดิ์สิทธิ์ผู้รังสรรค์ศาสตราก็ค่อยๆ เผยให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าตกตะลึงออกมา
โดยที่กัสเองก็ไม่รู้สึกตัว ทว่าความคิดของเขาค่อยๆ แหลมคมขึ้นทุกขณะ สัญชาตญาณในด้านวิศวกรรมมนตราก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตระหนก
ยิ่งต้องทำงานกับแบบแปลนที่กล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดผลงานของปรมาจารย์วิศวกรมนตราอย่างท่านหญิงไอโกะและปรมาจารย์ช่างฝีมืออย่างนายหญิงเจ็ดด้วยแล้ว
ความสามารถในด้านนี้ของกัสก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด การหลอมรวมกับพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ก็ก้าวหน้าไปด้วยความเร็วที่น่าตระหนก
ไม่นานนักแบบแปลนของท่านหญิงไอโกะก็ถูกปรับจนไม่สามารถปรับแก้อะไรได้อีก ระยะเวลาที่เดิมทีต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีในการปรับปรุง ก็ลดลงเหลือเพียง 2 เดือนครึ่งโดยประมาณ
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ไม่ได้สมบูรณ์นัก แบบแปลนนี้เป็นเพียงรูปแบบที่ทรงอำนาจที่สุดที่สามารถปรับปรุงได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
อันที่จริงกัสเสนอให้ใช้เวลานานกว่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์กว่า แต่ท่านหญิงไอโกะก็ปฏิเสธเพราะต่อให้ถ่วงเวลาไปมากกว่านี้ก็ไม่สามารถปรับปรุงแบบแปลนให้ดีกว่านี้ได้
นอกจากนั้นการลดระยะเวลาในการปรับปรุงลงเหลือ 2 เดือนครึ่งก็นับว่ามีประโยชน์มากเพราะมันจะทำให้ท่านหญิงไอโกะมีเวลาอีกราว 1 เดือนในการทำความคุ้นเคยกับเครือข่ายโลกวิญญาณใหม่
แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความเสียหายระยะยาวในภายหลัง แต่ท่านหญิงไอโกะก็มองว่าคุ้มค่าเพราะการปรับปรุงนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเธอขึ้นอีก 2 – 3 เท่า
ทันทีที่แบบแปลนเสร็จสมบูรณ์ ข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าเครือข่ายโลกวิญญาณ จากนั้นไม่กี่อึดใจแบบแปลนก็ถูกวิเคราะห์และแยกออกเป็นส่วนๆ ก่อนจะส่งต่อไปยังวิศวกรมนตรานับหมื่นที่รอคำสั่งอยู่
ในเวลาเดียวกันฝ่ายกิจการของตระกูลก็เริ่มสร้างภารกิจจำนวนมากให้กับลูกหลานในตระกูล ก่อนจะส่งต่อไปยังฝ่ายต่างๆ เพื่อแบ่งกันรับผิดชอบ
ลูกหลานของตระกูลอันดูวเดธที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกตัวกลับมายังอาณาจักรเทพธิดาก็เริ่มเคลื่อนไหว ทุกสายตระกูลได้รับภารกิจของตนเองและเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว
วัตถุดิบจำนวนมากถูกส่งเข้าสู่โรงงาน คนงานหลายสิบล้านก็เริ่มเคลื่อนไหว เริ่มต้นการแปรรูปวัตถุดิบต่างๆ เพื่อสร้างชิ้นส่วนจำนวนมากซึ่งไม่มีใครทราบว่าสร้างไปเพื่ออะไร
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของตระกูลอันดูวเดธนี้ทำให้ตระกูลอันดูวเดธดูราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการจำศีล ส่งผลให้หูตาของตระกูลใหญ่น้อยที่แทรกซึมอยู่ในอาณาจักรเทพธิดาเริ่มเคลื่อนไหวไปตามๆ กัน
แต่ไม่ว่าพวกมันจะพยายามทำอะไร ก็ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลเชิงลึกได้มากนัก สิ่งเดียวที่พวกมันสามารถสืบค้นได้ มีเพียงข้อมูลการผลิตจำนวนมหาศาลที่ถูกสืบค้นได้แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าตระกูลอันดูวเดธกำลังจะทำอะไร
ทว่าว่าความลับเรื่องการปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปกปิดได้นานนักเพราะในตระกูลอันดูวเดธนั้น มีสิ่งก่อสร้างที่ต้องการชิ้นส่วนจักรกลจำนวนมากขนาดนี้ไม่มากนัก
ซึ่งถ้าดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน การจะคาดเดาถึงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนจักรกลจำนวนมากก็มีไม่มากนัก จึงไม่น่าแปลกถ้าหากคนนอกจะเดาได้ว่าตระกูลอันดูวเดธต้องการทำสิ่งใด
แต่ถึงจะปกปิดได้ไม่นาน แต่ก็สามารถปิดได้ราว 2 เดือน ซึ่งก็มากพอที่จะปรับปรุงเครือข่ายโลกวิญญาณทั้งหมดจนสมบูรณ์
กัสกับนายหญิงเจ็ดซึ่งจมอยู่กับการทำงานหนักนั้นไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกเลย ทั้งสองทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับงานที่ต้องทำ
ในช่วงแรกนั้นกัสยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย งานหลักของเขาคือการปลูกฝังพลังเทวะลงไปในชิ้นส่วนสำคัญเพื่อสร้างคุณสมบัติพิเศษซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้
แต่หลังจากผ่านไป 1 เดือน บทบาทของกัสก็เพิ่มขึ้นตามระดับความชำนาญ ความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นไม่น้อย การประยุกต์ใช้พรศักดิ์สิทธิ์ก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
งานที่เดิมทีอาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือนในการทำ ก็ถูกกัสทำจนเสร็จได้ในเวลาเพียงครึ่งเดือน ส่งผลให้นายหญิงเจ็ดจำต้องปรับแก้แบบแปลนอีกครั้ง ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เน้นหนักไปที่การเพิ่มความมั่นคงให้กับเครือข่าย
พอถึงเดือนที่ 2 บทบาทของกัสกับนายหญิงเจ็ดก็เริ่มสลับกัน กัสกลายเป็นนายช่างหลัก ขณะที่นายหญิงเจ็ดกลายเป็นผู้ช่วย
ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความตกตะลึงให้กัสอยู่ลึกๆ แต่หลังจากทำงานร่วมกันมานานเกือบ 2 เดือน กัสก็มองออกว่านายหญิงเจ็ดนั้นอยู่ในสถานะที่ไม่ปกติ ซึ่งหลังจากสอบถามออกไปด้วยความสงสัย
กัสก็ทราบว่านายหญิงเจ็ดได้ผ่านการ ‘ตัดแบ่ง’ ดวงวิญญาณมาก่อน จึงทำให้เธออยู่ในสถานะ ‘อ่อนแอ’ เธอจึงไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่
พอรู้แบบนั้นกัสก็ไม่ประหลาดใจอีกต่อไป แต่ก็ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจว่าทำไมนายหญิงเจ็ดถึงต้องทำอะไรที่มีความเสี่ยงอย่างการตัดแบ่งดวงวิญญาณแบบนี้
พร้อมๆ กับความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจ กัสก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าบางทีคนที่ได้ตัดแบ่งดวงวิญญาณของตนเองนั้น อาจจะไม่ได้มีเพียงนายหญิงเจ็ด
แม้ว่าความคิดนี้จะไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่กัสก็มั่นใจว่าน่าจะเป็นแบบนั้นเพราะถ้าไม่ใช่ ท่านหญิงไอโกะก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเสี่ยงออกไปสู้
ไม่ว่ายังไงท่านหญิงไอโกะก็คือบุตรสาวลำดับที่ 1 ของบรรพชนผู้ก่อตั้งซึ่งมีสถานะที่สูงส่ง
ซึ่งต่อให้ไม่พูดถึงฐานะของท่านหญิงไอโกะ ตัวท่านหญิงก็ถือว่าเป็น ‘ทายาท’ ของผู้กล้าคนหนึ่งและการที่นายหญิงเจ็ดซึ่งเป็นผู้กล้าในอดีตยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นผู้กล้าคนอื่นเองก็สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ด้วย
แล้วเช่นนี้ทำไมคนที่ต้องออกไปประลองถึงเป็นท่านหญิงไอโกะ แทนที่จะเป็นผู้กล้าคนอื่นที่น่าจะแข็งแกร่งกว่าท่านหญิงไอโกะ
แต่ถึงจะคิดแบบนั้นกัสก็ไม่ได้มองข้ามความเป็นไปได้อื่นไปแต่อย่างใด เขาก็ได้แต่คิดว่าบางทีตระกูลอาจจะมีเหตุผลที่มากกว่านี้ซึ่งเขาไม่เข้าใจ
เพราะไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ทั้งยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ กัสจึงทำได้เพียงระบายความไม่พอใจของเขาไปกับชิ้นงานด้วยการทุ่มเทความพยายามให้มากยิ่งขึ้น
ยิ่งเขาทำผลงานได้ดีเท่าไหร่ เร็วเท่าไหร่ ความปลอดภัยของท่านหญิงไอโกะก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ภายใต้ความคิดนี้กัสได้ระเบิดพลังออกมาจนถึงขีดสุด ทำให้การปรับปรุงเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเกือบ 1 เดือน แต่กัสก็ยังใช้เวลาอีกเกือบ 2 เดือนที่เหลือ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับเครือข่ายโลกวิญญาณที่ถูกปรับปรุง
กัสไม่ได้หยุดแม้ว่าระบบทั้งหมดจะถูกปรับปรุงจนมีพลังอำนาจในระดับที่ต้องการแล้ว หากแต่เพิ่มความพยายามเข้าไปอีกเพื่อปรับแก้ส่วนที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ขึ้น ทำให้ความมั่นคงของเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก่อนจะถึงกำหนดการประลองของท่านหญิงกับจักรพรรดิเซียน เครือข่ายโลกวิญญาณของท่านหญิงไอโกะก็เปลี่ยนไปจนสมบูรณ์ ประสิทธิภาพในการสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าจากการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังของกัสที่เปลี่ยนแหล่งพลังงานของหอคอยปฐพีเสียใหม่
จากเดิมที่อาศัยการดูดซับพลังธรรมชาติ ก็เปลี่ยนไปใช้ช่องทางของอาณาจักรแห่งดวงดาว ใช้วิธีดึงดูดพลังแห่งดวงดาวมาแปรสภาพเป็นพลังงานบริสุทธิ์ด้วย ‘เตาพลังงานต้นกำเนิด’ ที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่นายหญิงเจ็ดและปรมาจารย์วิศวกรมนตรานับร้อยสร้างขึ้น
เตาพลังงานต้นกำเนิดนี้สร้างได้ไม่ยากนัก แต่มีข้อเสียใหญ่คือความต้องการที่สูงในการสร้าง ซึ่งกัสจำต้องแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งของเขาลงไปในเตาพลังงานทุกเตา เพื่อทำหน้าที่ควบคุมเพลิงต้นกำเนิด
ในส่วนนี้หากเป็นกัสก่อนที่จะได้รับพลังจากบุปผาเสี้ยววิญญาณ เขาคงทำไม่ได้ แต่หลังจากหลอมรวมเข้ากับพรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ได้ระดับหนึ่ง มันก็ไม่ใช่งานที่ยากลำบากอีกต่อไป
นอกจากการเพิ่มความเร็วในการสะสมพลังงานของหอคอยปฐพีแล้ว ยังมีการเพิ่มความจุของพลังงานขึ้นอีกหลายเท่าตัว ความเร็วในการส่งผ่านพลังงานก็เร็วขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจากผลงานของกัสแทบทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นถังเก็บพลังงานรูปแบบมิติ การส่งพลังงานข้ามมิติ เตาหลอมพลังงานต้นกำเนิดและสิ่งประดิษฐ์อีกหลายอย่างที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้พลังและความสามารถของกัสเป็นหัวใจหลัก
ทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนเครือข่ายโลกวิญญาณของท่านหญิงไอโกะไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแกร่งของท่านหญิงไอโกะโดยตรง
ไม่เพียงเท่านั้น กัสยังอาสาปลูกฝังพลังเทวะของเขาลงไปในชุดเกราะจักรกลของท่านหญิงไอโกะด้วย เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับพลังโจมตีของศัตรู
ในจุดนี้แม้ท่านหญิงไอโกะจะลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยอมปล่อยให้กัสทำตามที่เขาต้องการ ซึ่งทำให้กัสสูญเสียพลังไปมากกว่าครึ่ง
การสูญเสียนี้สาหัสมากสำหรับกัส ไม่ว่าจะเป็นก่อนที่เขาจะได้รับพลังจากบุปผาเสี้ยววิญญาณ หรือหลังจากที่ได้รับพลังแล้ว
แต่การฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา อีกทั้งยังไม่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเขาแต่อย่างใด ท่านหญิงไอโกะจึงยอมปล่อยให้เขาทำ
นอกจากนั้นการที่กัสได้ทุ่มกำลังทั้งหมดลงไปกับสนับสนุนท่านหญิงไอโกะนั้นก็ได้ทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายขึ้น ซึ่งมีช่วยส่วนอย่างมากต่อการฝึกฝนของเขาต่อจากนั้น
เมื่อการปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ การทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ใหม่เสร็จสมบูรณ์ กำหนดการประลองของท่านหญิงไอโกะและจักรพรรดิเซียนก็เริ่มต้นขึ้นในเวลาเดียวกัน
สถานที่ประลองของทั้งสองคือส่วนลึกของดินแดนรกร้างในตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างดินแดนเซียนเดินหนและอาณาจักรเทพธิดา
ในวันที่การประลองเริ่มต้นขึ้น ท้องฟ้าเหนือดินแดนเซียนเดินหนก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
กระแสปราณจากทั่วทุกหนแห่งในดินแดนไหลบ่าไปยังทิศทางเดียวกัน ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียนในชุดจักรพรรดิสีม่วงทองที่สูงศักดิ์
วินาทีที่จักรพรรดิเซียนปรากฏตัว กระแสปราณในดินแดนเซียนเดินหนก็ลดลงไปมากกว่าครึ่ง ส่งผลให้ผู้คนในดินแดนตกตะลึงไปตามๆ กัน ก่อนที่จักรพรรดิเซียนจะกลายเป็นกระแสปราณที่ไร้จุดสิ้นสุดม้วนกวาดไปยังสถานที่ประลอง
ในเวลาเดียวกันท่านหญิงไอโกะที่อยู่ใน ‘ตำหนักนภา’ ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามความคิดของกัสก็มองลงไปยังพื้นแผ่นดิน มองดูกระแสปราณที่ไหลบ่าราวกับสายน้ำด้วยสายตาที่สงบนิ่ง
ท่านหญิงไอโกะจ้องมองจักรพรรดิเซียนด้วยความประหลาดใจ พลางลูบฝ่ามือไปตามที่เท้าแขน สัมผัสกับความรู้สึกเย็นและเรียบลื่นของผลึกวิญญาณที่ถูกนำมาสร้างเป็น ‘บัลลังก์’ โดยฝีมือของกัส
สัมผัสของบัลลังก์นั้นทำให้จิตใจที่ร้อนรนของท่านหญิงไอโกะสงบลงอย่างน่าประหลาด ผิดกับหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวซึ่งเกิดจากความตื่นเต้นและความรู้สึกเป็นสุขที่ยากจะอธิบายได้
รอยยิ้มที่อ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านหญิงไอโกะชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าของเธอจะกลายเป็นความเย็นชาที่ดูราวกับจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์
วินาทีที่ท่านหญิงไอโกะลุกขึ้นจากบัลลังก์ ชุดเกราะจักรกลสีทองดำก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและสวมทับลงบนร่างกายของเธอในเสี้ยววินาที ก่อนที่ท่านหญิงไอโกะจะกลายเป็นลำแสงสีทองดำพุ่งตรงออกไปจากตำหนักนภา