คีตะเดินขึ้นมาชั้นบน เขาเดินผ่านห้องที่เมื่อคืนเขาทิ้งอะไรหลายอย่างไว้ในนั้น ถึงแม้ตัวจะเดินผ่านแต่สายตากลับเฉมองไปที่ประตูเหมือน้าเห็นร่างของใครคนนึง แต่ก็ไม่มีแม้แต่เสียงอะไรเล็ดลอดออกมา
”ฟ้า ฟ้า”
ฟ้าใสลืมตาขึ้น เธอหยีตาเพราะม่านในห้องนอนนั้นถูกเปิดออกกว้าง ทำให้แสงพระอาทิตย์สาดผ่านกระจกบานใหญ่ เข้ามาในห้องเต็มๆ
“พี่ฝัน”เมื่อเห็นว่าเป็พี่สาว ฟ้าใสก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดจนเห็นแค่ใบหน้าของเธอ
“เป็อะไรไม่สบายรึเปล่า”ทอฝันเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากน้องสาว
“ตัวร้อนนิ กินข้าวต้มซะหน่อยน่ะ พี่ให้เด็กเอายาขึ้นมาแล้ว” ทอฝันมองน้องสาวด้วยสายตาอ่อนโยน
ฟ้าใสมองการกระทำของพี่สาว น้ำตาก็เอ่อล้น แต่เธอต้องอดกลั้นไว
“ขอฟ้านอนอีกสักพัก เดี๋ยวฟ้าทานค่ะ พี่ฝันมีอะไรก็ไปทำเถอะคะ”ฟ้าใสพูดคล้ายๆกลายไล่
“งั้นพี่ไปก่อน ละกินข้าวกินยาด้วยน่ะ อ้อเอาอะไรไหมพี่จะไปบ้านพี่คี เดี๋ยวซื้อมาให้”
“ไม่ค่ะ”ฟ้าใสตอบห่วนๆเมื่อได้ยินชื่อใครคนนั้น
ทอฝันกับคีตะ เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม ตามธรรมเนียม เขาและเธอต้องอยู่บ้านฝ่ายหญิงก่อนค่อยย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายชาย
”สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”ทอฝันยกมือไหว้ผู้ใหญ่
“อะไรป้าอะไรลูก ต้องเรียก แม่กับพ่อสิ”ผู้ใหญ่ทั้งสองแซวลูกสะไภ้
“ผมไปบนห้องก่อนน่ะครับ”คีตะไม่รีรอเดินขึ้นบ้านเหมือนไม่อยากเสวนา
“ไอ่ลูกคนนี้ อย่าถือสามันเลยน่ะหนูฝัน”คุณแทนไท พูดบอกลูกสะไภ้
“ค่ะคุณพ่อ” สำหรับทอฝันแล้วการได้แต่งงานกับเขาถือว่าเหมือนฝันก็ไม่ปาน เธอไม่อยากเรียกร้องอะไรจากเขาอีกเพราะกลัวใจฝ่ายชาย เขาเป็คนเอาแต่ใจมาแต่ไหนแต่ไร ที่ยอมแต่งงานกับเธอขนาดนี้ถือว่ามากเกินพอแล้ว
คีตะเดินขึ้นมาบนบ้าน เขาเดินไปหยิบยาคุมฉุกเฉิน กับหยิบถุงยาง ใส่ไปใสกระเป๋ากางเกง
แล้วเดินลงมาชั้นล่าง ก่อนขับรถออกจากบ้านไปทิ้งทอฝันให้อยู่ที่บ้านของเขา
คีตะขับรถกลับมาที่บ้านภรรยาอีกรอบ
“คุณพ่ออยู่ไหม”คีตะถามสาวใช้เมื่อเดินลงจากรถ
“คุณท่านออกไปสักพักแล้วค่ะ”สาวใช้แม้สงสัยที่เห็นเ้านายหนุ่มกับมาคนเดียวแต่ก็ไม่กล้าสอบถาม
ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาก่อนเดินขึ้นไปชั้นบน เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เขาเคยเข้ามาเมื่อคืน แล้วกดล็อก
ชายหนุ่มเดินเข้ามายืนที่ข้างเตียง เอามือล้วงกระเป๋า มองข้าวต้มที่ยุบไปนิดนึงกับยาลดไข้ที่ถูกฉีกออกไปแล้ว2เม็ด ก่อนก้าวขึ้นเตียงและนอนลงข้างๆคนที่นอนอยู่ก่อนแล้ว
ฟ้าใส่สะดุ้ง เมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกกอด เธอรีบขยับตัวที่ยังปวดเมื่อยหันไปมองคนที่กอดรัดเธอ เมื่อเห็นคนข้างๆเต็มตา ฟ้าใสถึงขนาดเบิกตากว้าง ดวงตาสั่นระรัว มือไม้สั่นไม่ทันตั้งตัว
คีตะมองอาการของหญิงสาวไม่พูดอะไร เขาใช้มืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกล่องยาออกมา
“นี่เป็ยาคุมฉุกเฉิน กินซะถ้าไม่อยากท้อง” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เช่นเดียวกับเธอที่จ้องมาที่เขาอย่างจะกินเืกินเนื้อแต่ก็แฝงด้วยความหวาดกลัว
“แล้วก็ไปหาซื้อยาคุมที่เป็รายเดือนมากินซะด้วย”ฟ้าใสเบิกตากว้างเข้าไปอีก
“อะไร หมายความว่าอะไร”เธอพูดด้วยเสียงแผวเบา
คีตะมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าที่ไร้เครื่องสำอาง ปากที่ซีดๆ เธอต่างจากเมื่อคืนที่ดูเป็สาวเต็มตัว ตอนนี้กลับดูเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาด้วยใบหน้าที่ไร้การแต่งเติม
“จะอะไรนะหรอ หืืม!! เธอเป็เมียฉัน เวลาที่เรามีความสุขกันเธอจะไม่ป้องกันรึไง”
เขาพูดมาได้อย่างไม่ละอายแก่ใจ
“ไอ้คนเลว แกพูดออกมาได้ยังไง ฝันไปเถอะ”ฟ้าใสเดือดจัดเธอเอามือเล็กๆ ผลักเขาออกจากร่างกายเธอ
“ชู่!!!!!! อย่าเสียงดังไปสิ เดี๋ยวใครเข้ามาไม่รู้ด้วยน่ะ”คีตะใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ปากอวมอิ่มของเธอ เกี่ยไล่เบาๆ และเขาก็ก้มลงประทับริมฝีปากของเขาลงไปที่ปากของฟ้าใส
ฟ้าใสใช้มือน้อยขัดขืนทั้งดันหน้าอกเขาก็แล้ว จิ๊กก็แล้ว เขาก็ยังไม่ถอนจูบจากเธอ คีตะใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของเธอและใช้ปากดูดลิ้นของเธอเข้ามาในปากเขา จนทำให้ฟ้าใสร้องคลางด้วยความเจ็บ นี่ก็คือการลงโทษจากเขาที่มอบให้กับเธอ
“อืมมมม”
คีตะถอนจูบออกเมื่อสะบายอารมณ์แล้ว เขาก้มมากระซิบที่ข้างหูฟ้าใส
“กินยาซะสาวน้อย”
ผู้ชายคนนั้นลุกออกไปจากห้องนานแล้ว แต่น้ำตาฟ้าใสยังไม่หยุดไหล่ เธอจะทำยังไงดี ทำยังไงดี