จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 39 ข้าน่ะ! ...เป็นสตรีนะ!!!

    ตอนที่ 39 ข้าน่ะ! ...เป็นสตรีนะ!!!
    เนี่ยฟงนั่งลงใจกลางห้องปรุงโอสถ เริ่มโคจรพลังปราณที่บ้าคลั่งในเรือนร่าง เพื่อปรับพลังลมปราณให้สมดุล เวลาผ่านไปถึงครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) เนี่ยฟงสามารถโคจรพลังลมปราณจนเสถียร พลันเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทอประกายแสงสีทองสว่างไสว คราบสกปรกมากมายหลุดร่วงออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวเนียนดุจหยกใส ประสาทสัมผัสทั้งห้าล้วนเฉียบคมอีกเท่าตัวในขณะนั้นเองที่หูทั้งสองข้างของเนี่ยฟงสั่นไหว จับสัมผัสได้ถึงการมาของกลุ่มคนที่ประตูทางเข้า ทันใดนั้นเนี่ยฟงก็ปลดปล่อยพลังลมปราณ ชำระร่างกายจะสะอาดเอี่ยมอ่อง ก้าวเดินออกจากห้องปรุงโอสถทันที เนี่ยฟงเปิดประตูบานใหญ่ก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ก็พบเห็นหูเกอพร้อมกับคนงานชายหลายคน เนี่ยฟงประสานมือท้องสองข้างคำนับหูเกอทันที“รบกวนท่านผู้จัดการแล้ว” เนี่ยกล่าวออกมาด้วยความเคารพ หูเกอยกยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยออกมาทันที “เมื่อศิษย์ของสหายต้องการความช่วยเหลือ จะเป็นเรื่องรบกวนได้อย่างไรกัน ครั้งต่อไปเจ้าอย่าเรียกข้าว่าผู้จัดการอีกเลย ข้ารู้สึกว่ามันทำให้เราทั้งสองดูห่างเหินยิ่งนัก” หูเกอพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ก่อนจะสั่งให้คนงานเข้าไปด้านในเพื่อจัดแจงตกแต่งสถานที่ ท่ามกลางการเหลือบมองของฝูงชน ที่แตกตื่นกับการมาของสมาคมการค้าจันทรา“เนี่ยฟง! เจ้าต้องการตั้งชื่อร้านว่าอะไรดี?” หูเกอเอ่ยถาม ขณะที่จ้องมองแผ่นป้ายที่ว่างเปล่าบนขอบประตู เมื่อเนี่ยฟงได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาทันที “โรงหมอเทวดา” หูเกอพยักหน้ารับ พลางคิดในใจว่าเนี่ยฟงเป็นถึงศิษย์เอกของถังต้าเหลียน แม้จะโอ้อวดตนว่าเป็นหมอเทวดา แต่ด้วยความสามารถที่มี ก็ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด หากมีกรณีที่เนี่ยฟงไม่สามารถรักษาได้จริงๆ ยามนั้นถังต้าเหลียนต้องยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างแน่นอนณ ตึกใหญ่แห่งสำนักเทพกระบี่ ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยกระบี่มากมายประดับประดาไปทั่วทั้งห้อง ปรากฏร่างของซุนลี่กำลังนั่งจ้องมองกระบี่สายใย และร่มราคาถูกที่วางไว้คู่กัน ซึ่งเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ดื่มไม่กินสิ่งใด จนเสี่ยวหลานสาวใช้รู้สึกเป็นห่วงนายของตน เมื่อเสี่ยวหลานเห็นดังนั้นจึงออกไปเตรียมสำรับอาหารให้ เวลาผ่านไปแค่หนึ่งก้านธูป (สิบห้านาที) นางก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสำรับอาหารที่หอมกรุ่น ซุนลี่ยังคงนั่งนิ่งเช่นเดิมไม่ขยับไปไหน นางจึงเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า เพื่อจะจัดเตรียมสำรับให้กับนายของตน เมื่อยามที่นางจะยื่นมือไปจับร่มเก่าๆ เพื่อเอามันหลีกทาง ซุนลี่ก็เอ่ยออกมาทันที “หากเจ้าแตะต้องมัน...ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งทันที” เสี่ยวหลานชะงักมืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า จิตสังหารที่ซุนปลดปล่อยออกมานั้น ย่อมหมายความว่านางไม่ได้พูดเล่น เสี่ยวหลานจึงค่อยๆ ดึงมือของตนกลับอย่างเชื่องช้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อยามที่นางกำลังจะก้าวเดินออกไปเพื่อนำสำรับอาหารไปเก็บ ซุนลี่ก็เอ่ยออกมาทันที “เสี่ยวหลาน...ข้าสวยหรือไม่?” “เอ๋!!??” เสี่ยวหลานอุทานออกมาด้วยความสงสัย นางไม่มั่นใจกับคำถามของซุนลี่ที่เอ่ยออกมา ในขณะนั้นเองที่ซุนลี่จ้องมองเสี่ยวหลานด้วยความจริงจัง จนทำให้นางรู้สึกเสียวไปทั่วทั้งสันหลัง หลั่งเม็ดเหงื่อเย็นไปทั่วทั้งใบหน้า “ข้าถามเจ้าว่า...ข้าสวยหรือไม่? หากเจ้าพูดปดแม้เพียงครึ่งคำ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป!” ดวงตาของเสี่ยวหลานพลันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยตอบออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ “คุณ...คุณหนู! สวยมากเจ้าคะ!! เพียงแต่...” นางหยุดพูดชะงัก ท่ามการกลางจับจ้องของซุนลี่ ก่อนจะเหลือบมองกระบี่ที่วางเรียงรายอยู่รอบห้อง ทันใดนั้นซุนลี่ก็ตะคอกออกมาทันที “เพียงแต่อะไร!!” เสี่ยวหลานสะดุ้งสุดตัว พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว “เพียงแต่คุณหนูชอบแต่งตัวเหมือนดั่งบุรุษ ไร้ซึ่งความอ่อนหวานเหมือนดั่งสตรี ชอบร่ายรำกระบี่มากกว่าการตกแต่งใบหน้า อีกทั้งยังโมโหร้ายจนน่าหวาดกลัว จนบางครั้งเสี่ยวหลานยังหลงคิดว่า...เป็นบ่าวรับใช้ให้คุณชาย!!!” ดวงตาทั้งสองข้างของเสี่ยวหลานพลันปิดสนิทแน่น หวาดกลัวว่าซุนลี่จะทำร้าย จนยืนสั่นเทาไปทั่วทั้งเรือนร่าง นางล้วนแต่พูดความจริงทุกคำ ที่ถูกเก็บซุกซ่อนภายในใจมานานแสนนาน ซุนลี่นั้นชอบแต่งตัวคล้ายดั่งบุรุษ เพื่อความคล่องแคล่วในการฝึกกระบี่ อีกทั้งใบหน้าของนางนั้นก็ไม่เคยถูกเครื่องสำอางใดๆ ตกแต่งบนใบหน้า และยังชื่นชอบในการสะสมกระบี่หายากดุจดั่งพ่อของนาง ทำให้บ่าวไพร่ต่างพากันหวาดกลัวนางอย่างที่สุดเสี่ยวหลานค่อยๆ ลืมตาอย่างช้าๆ เห็นซุนลี่นิ่งค้างไม่เคลื่อนไหว จ้องมองตนเองผ่านบานกระจกบานใหญ่ พลางคิดในใจว่าบางที นายของตนกำลังตกอยู่ในห้วงของความรัก เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดแผนการบางอย่างขึ้นมา แล้วกล่าวออกไปทันที “ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบสตรีมีน้ำมีนวล แต่คุณหนูไม่ค่อยกินข้าวสักเท่าไร จึงทำให้ร่างกายของท่านผอมบางเกินไป ไม่มีน้ำไม่มีนวล” เมื่อซุนลี่ได้ยินดังนั้นก็ลูบที่ท้องของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปหยิบสำรับอาหารในมือเสี่ยวหลานมาวางที่โต๊ะ พร้อมกับลงนั่งแล้วกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าทันที ท่ามกลางรอยยิ้มที่ซุกซ่อนของเสี่ยวหลาน เมื่อยามที่เสี่ยวหลานจะก้าวเดินออกไป ซุนลี่ก็กล่าวออกมาทันที “เจ้าไปเตรียมตัว...เมื่อข้ากินข้าวเสร็จ พวกเราจะออกไปข้างนอกกัน” “ไปข้างนอก? ไปไหนหรือเจ้าค่ะ?” เสี่ยวหลานหันกลับมามอง พร้อมเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าจะไปซื้อเสื้อผ้า” เสี่ยวหลานจ้องมองด้วยความตกตะลึง ซุนลี่ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาอย่างบางเบา ในขณะที่ยังมีเม็ดข้าวอยู่เต็มปาก “ข้าน่ะ!! เป็นผู้หญิงนะ!!” ณ กลางเมืองชิงตง ผู้คนมากมายต่างเดินกันควักไขว่ ร้านค้าแผงลอยต่างเรียงรายเนืองแน่น ตลอดทั้งเส้นทางเดิน เนี่ยฟงกำลังเดินทอดน่องดูสินค้าอย่างสบายอารมณ์ เขากำลังเดินทางกลับไปยังโรงเตี๊ยม เพื่อไปรับปู่ของตนมาดูโรงหมอปรุงยา แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สายตาเจ้ากรรมดันไปประสานสายตากับซุนลี่ ที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าไหมพอดี ทำให้ใบหน้าของนางปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นบนใบหน้าทันที ซึ่งในขณะนั้นเองที่เสี่ยวหลานสาวใช้ กำลังหยิบเสื้อผ้าไหมสีสวยมาทาบบนตัวนาง“คุณหนู ชุดนี้ช่างเหมาะกับท่านยิ่งนัก มันทำให้ท่านดูงดงามราวกับเทพธิดา ที่ลงมาจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว” “!!!” ใบหน้าของซุนลี่แดงจัดเป็นลูกตำลึง เนี่ยฟงยกยิ้มที่มุมปาก พยายามอดกลั้นไม่ให้หลุดเสียงหัวร่อออกไป เมื่อยามจะเดินผ่านนางไป นางก็เอ่ยออกมาทันที “นี่!! รู้หรือไม่? การแอบดูคนคุยกันมันเสียมารยาท” เนี่ยฟงหยุดฝีเท้า พร้อมกับกล่าวตอบทันที “ข้าเพียงบังเอิญผ่านมาเท่านั้น แล้วอีกอย่างหูข้ามันปิดเองไม่ได้ แต่ปากของเจ้า...มันปิดได้ทุกเมื่อ” “เจ้า!!! เจ้า!!! เจ้าโจรบ้ากาม!!!” ซุนลี่โกรธจัดชักกระบี่ในมือฟาดฟันออกไปในทันที เนี่ยฟงใช้ท่าเท้าวายุหลบหลีกอย่างรวดเร็ว อ้อมมาอยู่ด้านหลังของซุนลี่ในเสี้ยววินาที ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชน ก่อนจะเอ่ยปากอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูของนาง “ข้าว่านะ...เจ้าไม่ใช้เทพธิดาจากสรวงสวรรค์ไหนหรอก แต่เป็นนางมารน้อยตั้งหาก” ดวงตาทั้งสองของข้างของซุนลี่พลันเปิดออกกว้าง แก้มทั้งสองข้างปรากฏสีแดงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันแดงเพราะความโกรธ หรือเพราะความเขินอายกันแน่ ในขณะที่ทุกผู้ทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึงอยู่นั้นเอง ก็ปรากฏหญิงสาวนางหนึ่งที่วิ่งผ่าฝูงชนออกมา ร้องห่มร้องไห้ดุจดั่งใจจะขาดในไม่ช้า ลงมานั่งคุกเข่าที่เบื้องหน้าของทั้งสองทันที ทำให้เนี่ยฟงและซุนลี่แยกออกจากกัน“ท่านจอมยุทธ์ทั้งสอง ฮือๆ !! ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย ได้โปรด!! ฮือๆ!!” ใบหน้าของหญิงสาวปรากฏความเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด นางกอดขาเนี่ยฟงไว้แน่นขนัดหวาดกลัวว่าเนี่ยฟงจะหลบหนี ในขณะนั้นเองที่ใบหน้าของเนี่ยฟงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง คุกเข่าลงอย่างเชื่องช้า และประคองร่างของหญิงสาวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ท่านป้าได้โปรดลุกขึ้นก่อน ค่อยๆ เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น?” หญิงสาวปาดน้ำตาบนใบหน้า พร้อมกับเอ่ยออกไปในทันที “ท่านจอมยุทธ์...ลูก...ลูกของข้าถูกพวกมันจับตัวไป ขอร้องท่านโปรด...ไปช่วยลูกข้าด้วย ฮือๆ !!” หญิงสาวสะอึกสะอื้น พูดจาติดๆ ขัดๆ “พวกมันคือใครกัน?” เนี่ยฟงเอ่ยถาม นางก็ตอบออกมาทันที “พวกสมาคมมืด! เป็นพวกมันที่จับลูกข้าไป!!” เมื่อคำว่า “สมาคมมืด” หลุดออกมาจากปากของหญิงสาว ฝูงชนต่างพากันตกตะลึง ดวงตาเบิกโพลงกว้าง แม้แต่ซุนลี่เองยังตะลึงงันนิ่งค้างไม่เคลื่อนไหว ท่ามกลางความสงสัยของเนี่ยฟง ที่ไม่เคยได้ยินชื่อของพวกมันมาก่อน “ท่านป้าได้ไปแจ้งทางการแล้วหรือไม่?” เนี่ยฟงเอ่ยถามขึ้น นางส่ายหน้าพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน “ข้าได้ไปแจ้งทางการแล้ว แต่เมื่อบอกว่าเป็นพวกสมาคมมืดจับตัวลูกข้าไป ทางการได้แต่รับเรื่องไว้ แต่ไม่มีผู้ใดออกติดตามลูกข้าแม้แต่ผู้เดียว” “ไม่แปลกหรอกที่ทางการจะนิ่งเฉย” ซุนลี่กล่าวขึ้น พร้อมกับเดินมายืนเคียงข้างเนี่ยฟง เมื่อเนี่ยฟงได้ยินดังนั้นก็เอ่ยถามทันที “เพราะเหตุใด?” “สมาคมมืดเป็นที่รวมกลุ่มกันของพวกชั่วช้าสามานย์ แต่กลับมีพลังลมปราณที่สูงยิ่ง พวกมันฝึกวิชานอกรีต หล่อหลอมตนเองเข้ากับร่างอสูร จนมีร่างกายครึ่งคนครึ่งปีศาจ ทางการเคยส่งทหารไปกำราบมันหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ส่งออกไป...จะเหลือกลับมาแค่หัวเท่านั้น จนผู้คนในเมืองต่างพากันหวาดกลัว” ซุนลี่กล่าวออกมาพร้อมกับทอดถอนลมหายใจ“แล้วเหตุใด...สำนักและพรรคต่างๆ ถึงไม่ให้การช่วยเหลือ?” เนี่ยฟงเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความสงสัย หากพรรคหรือสำนักใหญ่ๆ ให้ความช่วยเหลือ ย่อมกำราบพวกสมาคมมืดได้จนหมดสิ้น ซุนลี่ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยออกมาทันที “พวกมันล้วนแต่ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่เขียว ด้านในนั้นล้วนแต่มืดมิดไร้แสงเดือนแสงตะวัน ยากแก่การลงมือ แต่พวกมันกับสามารถมองเห็นได้ ราวกับมีแสงสว่าง เช่นนั้นการบุกเข้าไปโจมตี ไม่ต่างอะไรกับการไปหาที่ตาย อีกทั้งพวกมันก็ไม่เคยออกมาจากป่าไผ่เขียว จึงไม่สามารถกำราบพวกมันได้ ข้าจึงแปลกใจเหตุใดลูกของท่านป้าจึงถูกจับตัว” หญิงสาวร่างกายสั่นสะท้าน ก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา “ลูกข้า...ลูกข้า.. ไปแอบอ้างว่า...เป็นคนขายสูตรปรุงยาหญ้าหางหนูระดับสิบ...ให้กับสมาคมการค้า พวกสมาคมมืดจึงจับตัวไป...เพื่อลอกสูตรยาให้แก่พวกมัน” ฝูงชนต่างพากันเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ด่าทอหญิงสาว แต่ยังพากันสมน้ำหน้า ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านเรือนของตน แม้แต่ซุนลี่เองยังคงมองนางด้วยหางตาแล้วส่ายหน้าหนี ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นลูกของนางที่หาเรื่องเอง เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังสนั่น ทรุดนั่งไปกับพื้นทันที เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็เอ่ยถามออกไป “ท่านป้า ป่าไผ่เขียวไปทางไหน?” ดวงตาของหญิงสาวสั่นสะท้าน ค่อยๆ ยกมือชี้ไปยังประตูทิศใต้ของเมือง เนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าให้ทันที “ท่านป้า ท่านกลับไปรอที่บ้านก่อน หากโชคดีลูกท่านยังไม่ตกตาย...ข้าอาจจะพอช่วยเหลือได้ แต่ถ้าหาก....ลูกท่านได้ตายไปแล้ว ข้าก็จะนำศพของมันออกมาให้ท่านทำพิธี”

    คล้ายกับเรื่องจอมหมัดราชันย์ ที่คุณอ่าน