ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    นับเงิน

    นับเงิน

               เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะจ้างร้านไหนสร้างรถม้าขึ้นตามความต้องการของชิงเถาวันนี้ชิงเถาจึงนำทางจิ้นสิงมาเพื่อเจรจาตกลงกับเถ้าแก่ร้านเพื่อที่จะได้ว่าจ้างสร้างรถม้ากันได้เร็วๆยิ่งเริ่มเร็วเงินทองก็จะได้มาเร็สนั่นเอง

    “ต้อนรับนายท่านไม่ทราบว่าวันนี้มีอะไรให้ข้าตาเฒ่าจิ้นรับใช้ขอรับ” เถ้าแก่จิ้นผู้เป็นเจ้าของร้านรถม้าเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้ม

    “นี่เป็นแบบของรถม้าที่ข้าต้องการ”จิ้นสิงเอ่ยกับผู้เป็นทั้งเถ้าแก่และช่างของร้านที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้างออกมาชายวัยห้าสิบที่มีประสบการณ์มาอย่างมากมายในด้านนี้มิใช่เพียงมองแวบเดียวแล้วจะรู้ได้

    “อืมถือได้ว่าเป็นรถม้าที่ดีทีเดียว” เถ้าแก่ร้านเอ่ยชื่นชมออกมาเขานั้นชื่นชอบการสร้างรถม้าแบบใหม่ๆ อยู่แล้ว เห็นแบบนี้เขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้

    “เป็นเช่นนั้นข้าอยากให้ใช้ไม้ที่ดีที่สุด ไม่ทราบว่าท่านพอจะหาได้หรือไม่”

    “เรื่องนั้นได้แน่นอนถึงแม้ว่าที่ร้านจะไม่ได้ทำออกขายก็ใช่ง่าจะไม่รู้แหล่งซื้อไม้ดีๆ”เถ้าแก่ร้านออกมาออกมาให้ลูกค้าได้พอใจ

    “เช่นนั้นข้าก็วางใจไม่ทราบว่าท่านจะตีราคาที่เท่าไหร่หรือขอรับ”ถึงคราวที่จิ้นสิงต้องตกลงเรื่องสำคัญแล้ว

    “อืมถ้าใช้ไม้เนื้อดีทั้งคัน และปริมาณไม้ขนาดนี้ ข้าคิดราคาที่”เถ้าแก่เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขมาครู่หนึ่งแล้วจึงได้ตัวเลขราคาออกมาชิงเถามองหน้าจิ้นสิงและพยักหน้ายอมรับได้จิ้นสิงก็เข้าใจโดยที่ไม่ต่อราคาแต่อย่างไรด้วยเพราะเชี่ยนเชี่ยนได้ดูให้แล้วว่าเถ้าแก่คนนี้เป็นคนซื่อสัตย์ซื่อตรงอยู่ไม่น้อยเขาจะต้องไม่โก่งราคาไปมากแน่นอน

    “ข้าตกลง”จิ้นสิงเอ่ยออกเมื่อปรึกษากับบุตรสาวทางสายตาแล้วทางเถ้าแก่นั้นก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ชายผู้นี้ไม่ปริปากต่อราคากับเขาสักคำถือได้ว่าเขาได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็ดีแล้ว

    “ถ้าเช่นนั้นถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือว่ามีปัญหาอะไรขึ้นมาท่านส่งข่าวไปที่ร้านเจี้ยนเฉิงบนถนนทางใต้ได้เลยขอรับ”เมื่อตกลงกันแล้วจิ้นสิงจ่ายส่วนหนึ่งให้ทางร้านไปแล้วเรียบร้อยเพราะทางร้านต้องนำเงินไปหาซื้อไม้และถือได้ว่าเป็นค่ามัดจำที่การว่าจ้างควรจะทำนั่นเอง

    “ขอรับ”เถ้าแก่ร้านตอบรับด้วยความยินดี วันนี้ถือได้ว่าเขาได้รับงานใหญ่ทีเดียวซึ่งตลอดมาถึงแม้ว่าเขาจะมีฝีมือพอสมควรแต่ด้วยเงินทองที่มีก็ไม่สามารถมาลงทุนเปิดร้านใหญ่ๆหรือสร้างรถม้าแพงๆ อย่างร้านอื่นได้ แต่ถ้ามีคนมาว่าจ้างโดยตรงแบบนี้เขาก็ไม่วายที่จะได้แสดงฝีมือได้เต็มที่

    “เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน”จิ้นสิงเอ่ยออกมาเมื่อเรื่องราวเสร็จสิ้นไปด้วยดีแล้ว เหลือเพียงแค่รอเวลาให้อีกคนลงมือทำต่อ

    “ขอรับเชิญนายท่าน”

     

    “แล้วแผนต่อไปเป็นเช่นไรลูกจะทำอะไรต่อไปหรือ” จิ้นสิงถามชิงเถาออกมาเมื่อออกจากร้านสร้ารถม้าแล้ว

    “ตอนนี้ก็คงทำถุงเพิ่มพื้นที่ไปก่อนเจ้าค่ะยังไม่มีแผนอื่นเพิ่มอีก มิเช่นนั้นเราคงไม่ได้หยุดกันพอดี”ชิงเถาบอกออกมาด้วยเสียงขำขัน นางคิดว่าตอนนี้นางก็ถือได้ว่างานพอดีมือแล้วไม่ควรจะเพิ่มอะไรเข้ามาอีก รอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางอีกหน่อยค่อยคิดหาอย่างอื่นเพิ่มก็แล้วกัน

    “จริงดังเจ้าว่าตอนนี้เราก็มีงานทุกวันอยู่แล้ว นี่กลับไปพ่อก็ต้องไปดูงานในไร่ต่อแล้ว”จิ้นสิงเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ ตอนนี้ผลไม้จากไร่พวกเขายังมีออกมาขายเรื่อยๆ อยู่เลยต้นผลไม้พวกนี้มันช่างแปลกนักผลิดอกออกผลไม่พร้อมกันทำให้มีผลไม้ออกมาขายได้เรื่อยๆ อย่างนี้ก็ดีนะสิผลไม้ของพวกเขาจะได้ไม่ล้นตลาดจนราคาตกลงไป

     

               การค้าของร้านเจี้ยนเฉิงถือได้ว่าเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากด้วยการก่อตั้งมาเพียงปีกว่าๆ แต่ว่ายอดผลการขายและกำไรนั้นท่วมท้นเหลือเกิน ดูได้จากร้านค้าที่ตอนนี้การตกแต่งล้วนมีแต่ของแพงๆพวกเขาไม่ได้หาซื้อมาตกแต่งให้เปลืองเงินหรอกนะแต่ว่าตอนนี้ใครๆก็อยากเป็นพันธมิตรกับตระกูลเจี้ยนเฉิงทั้งนั้นจึงส่งของกำนัลมาให้มากมายพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้มันเสียของนำพวกมันมาจัดร้านเสีย และอีกอย่างที่ส่งเสริมให้ร้านนี้มองดูแล้วดูดีแสนแพงก็คือการแต่งกายของพนักงานทั้งหลายในร้านที่ล้วนแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีที่สั่งตัดแบบพิเศษจากทางร้านออกแบบโดยลี่ถิงและเยว่ซือด้วยสีม่วงอ่อนสำหรับสตรีและสีม่วงเข้มสำหรับบุรุษจนตอนนี้สีม่วงกลายเป็นสีประจำร้านไปเสียแล้ว เพราะถ้าหากมาที่ร้านนี้จะต้องเจอผ้าสีม่วงเนื้อดีละลานตาไปหมด

    “วันนี้คนก็ยังคึกคักเช่นเดิมเลยนะเจ้าคงเหนื่อยแย่เลย” เจียงลู่เหวินที่รู้ว่าลี่ถิงกลับจากการไปเที่ยวแล้วก็อดไมได้ที่จะทำเนียนว่าบังเอิญผ่านมาที่ร้านไม่ได้

    “เจ้าค่ะดีที่ร้านเรายังเป็นที่นิยมอยู่อย่างนี้และข้าก็หวังว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ” ลี่ถิงตอบออกมายิ้มๆด้วยรอยยิ้มสดใสที่ส่งตอบไปให้อีกคนนั้นนางไม่รู้เลยว่าเขาหลงเข้าไปในห้วงภวังค์แล้วลี่ถิงผู้ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังมีใครคนหนึ่งแอบรักอยู่นางผู้เดียวนั่นแหละที่ไม่รู้ เพราะแม้แต่ผู้เป็นบิดามารดามองผ่านเพียงครู่เดียวยังรู้ความคิดของบุรุษนามเจียงลู่เหวินผู้นี้ได้เลย

    “อืมดีมากๆ เลยล่ะ” เลียงลู่เหวินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ายิ้มที่ตานั้นลอยละล่องไปแล้ว

    “เจ้าค่ะใช่แล้วคุณชายมาวันนี้ดีเลยเจ้าค่ะ ข้าพกชาดอกไม้มาด้วย เดี๋ยวจะไปต้มมาให้ได้ลองจิบดู”ลี่ถิงเอ่ยขึ้นมาอย่างกระตือรือล้น ด้วยว่าอีกคนนั้นเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งจึงน่าจะรู้เรื่องชาพอสมควรนางที่พึ่งจะทำชาดอกไม้สูตรใหม่จึงเอ่ยขอให้เขาช่วงลอง

    “ได้เลยข้าจะลองให้เจ้าเอง” เจียงลู่เหวินเอ่ยอย่างตื่นเต้นเช่นกันอะไรที่ลี่ถิงทำให้เขาก็ชอบทั้งนั้นแหละ

    “เช่นนั้นท่านรอสักครู่”ลี่ถิงเอ่ยออกมายิ้มแย้ม และขอตัวไปต้มชาทันที

     

               ด้านคนอื่นๆ ที่นั่งในห้องทำงานหลังจากที่หนีเที่ยวกันเกือบเดือน วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เข้ามาที่ร้านไม่ใช่มีเพียงงานที่ต้องสะสางที่มาก แม้แต่กองเงินตรงหน้าก็มากเช่นกัน ด้วยทั้งเดือนนั้นเงินจากการขายทั้งจากร้านค้าและร้านอาหารล้วนถูกเก็บไว้ที่ร้านในความดูแลของหานตงและลูกน้องทั้งหมดวันนี้ที่พวกเขาได้เข้าร้านจึงได้มาร่วมกันตกใจกับเงินกองโตตรงหน้าพวกกเขาก็พอคำนวณได้อยู่หรอกว่าการขายแต่ละวันจะได้เงินปนะมาณไหนแต่พอเห็นเงินทั้งเหรียญตำลึงและตำลึงทองตรงหน้าก็อดจะตาโตไม่ได้ เงินล้วนๆไม่มีแผ่นกระดาษตั๋วแลกเงินปนแต่อย่างไร

    “มาช่วยกันนับอีกทีก็แล้วกันนะลูกว่าตรงกับในบัญชีหรือไม่” นางลี่จูเอ่ยบอกลูกๆ ให้ช่วยกันนับเงินตรงหน้าไม่ใช่ว่านางไม่ไว้ใจลูกน้องแต่นั่นก็ต้องทำเพื่อความสบายใจและถูกต้องอีกครั้งด้วย

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนเอ่ยออกมาแล้วลงมือช่วยกันนับเงินกันทันที

    ผ่านไปสักพัก

    “เห้อเมื่อไหร่จะหมดเนี่ยขอรับ”  “ใช่ข้าปวดนิ้วไปหมดแล้ว” สอแฝดเริ่มบ่นกันแล้ว นี่มันเป็นงานที่ทุกคนไฝ่ฝันนะนับเงินของตัวเองเนี่ยแต่ดูแล้วสองแฝดจะดูเหนื่อยล้ายิ่งกว่าตอนทำงานเสียอีกนะเนี่ย

    “นี่มันของเจ้านะจะบ่นแบบนี้ได้ยังไง” ชิงเถาอดจะบ่นน้องชายทั้งสองออกมาไม่ได้ไม่ใช่ว่าใครจะได้เจอเงินทองเยอะแบบนี้ในชีวิตนะพวกเขาที่เคยจนแสนจนมาก่อนเจอแบบนี้ก็ล้วนตื่นตกใจอยู่แล้ว แล้วสองแฝดนี้หละบ่นอยู่นั่นว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ

    “พวกเจ้าทั้งสองออกไปเดินเล่นเถอะที่เหลือแม่กันพวกพี่ๆเจ้าจะจัดการเอง” นางลี่จู่เอ่ยออกมาอย่างเข้าใจด้วยวัยของสองแฝดอาจจะยังไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียเท่าไหร่ถึงแม้พวกนางจะอยากให้มาฝึกการตรวจนับก็เถอะ

    “ขอบคุณท่านแม่ขอรับ”ได้ยินเช่นนั้นสอแฝดก็เอ่ยออกมาเสียงร่าเริงแล้ววิ่งออกไปหาที่ทางเล่นข้างนอกทันทีพวกเขาทั้งสองถือได้งว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มเด็กลูกหลานของพนักงานของร้านนี้เชียวนะทุกครั้งที่มาก็จะเจอกับเด็กพวกนั้นที่มาช่วยงานผู้ใหญ่ทั้งสองก็เอ่ยชวนไปเล่นด้วยตลอดดังเช่นวันนี้ด้วย

    “พวกเราก็มาทำงานกันต่อเถอะ”นางลี่จูเอ่ยออกมาเมื่อมองส่งบุตรชายจนลับสายตาไปแล้วด้วยเงินที่พวกเขาได้จากแต่ละร้านนั้นจะแบ่งออกเป็นสองเท่าๆกันซึ่งส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ใช้จ่ายต่างๆของร้านเอง อีกส่วนจะเป็นของพวกเขาซึ่งพวกเขาจะแบ่งกันอีกที โดยจะแบ่งเป็นสามส่วนซึ่งสองในสามส่วนจะเป็นเงินกองกลางของบ้านไว้ใช้จ่ายเรื่องต่างๆและอีกส่วนก็จะแบ่งให้ทุกคนในบ้านตามความเหมาะสมของแต่ละคนไป

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน