ภายในห้องโถงที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย บริเวณกึ่งกลางห้องมีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ปรากฏร่างชายวัยกลางคนอายุราว 40 ปี ประมาณ 4-5 คนนั่งประชุมกันอย่างเคร่งเครียด และมีคล้ายคนที่เป็หัวหน้านั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะหน้าตาดูสุขุมเหมือนอย่างผู้าุโที่เป็ที่เคารพของทุกคนที่อยู่ภายในห้อง จากรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าคาดว่าชายผู้นี้อายุราว 60 กว่าปี
“หลังลงมือเมื่อคืนจางิ่ได้ส่งข่าวรายงานสถานการณ์มาหรือไม่” ชายที่คาดว่าเป็หัวหน้ากล่าวขึ้นอย่างอยากรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ยังเลยขอรับ เรายังไม่ได้ข่าวจากเขาหลังรายงานฉบับสุดท้ายที่เขาส่งมาคือเมื่อเช้าวานนี้” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“เขาไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน ทุกครั้งหลังลงมือเขาจะส่งข่าวให้ข้าตลอด แต่ครั้งนี้เขากลับเงียบหายไปเช่นนี้ไม่รู้ว่าเกิดเหตุร้ายกับเขาหรือไม่” ฟงอี้หัวหน้าของชายหนุ่มกล่าวอย่างเป็ห่วงลูกน้องของตน
“เช่นนั้นส่งคนไปสืบข่าวของเขาและให้รายงานมาเร็วที่สุด” ชายแก่กล่าวสั่งเสียงเข้ม
“ข้าจะรีบส่งคนไปให้เร็วที่สุดขอรับ” ฟงอี้กล่าวรับอย่างหนักแน่น
“เลิกประชุมได้” ชายแก่ที่เป็หัวหน้าเอ่ยขึ้น
“ขอรับ”
“ฟงอี้เ้าอยู่ก่อน ข้ามีเื่จะหารือด้วย”
หลังจากคนที่เหลือเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงฟงอี้และจื่อหยวนอยู่ในห้องเพียง 2 คน จื่อหยวนคือเ้ากรมยุติธรรมและเป็คนที่เลี้ยงดูจางิ่มาั้แ่เด็กเขามองชายหนุ่มเหมือนอย่างเป็ลูกชายแท้ๆ และเมื่อเข้าหน่วยหยางโจวเขาจึงให้ฟงอี้ซึ่งเป็คนที่เขาไว้ใจมากที่สุดดูแลชายหนุ่ม ตอนนี้เขารู้สึกร้อนใจอย่างมากที่ไม่ได้ข่าวจากจางิ่เลย
“เ้าส่งลี่จ้งไปสืบข่าวของเขาแล้วรายงานข้าให้เร็วที่สุด เื่นี้อย่าให้ผู้ใดรู้ความเคลื่อนไหวของเขาได้ให้รายงานข้าโดยตรง” จื่อหยวนเอ่ยสั่งด้วยสีหน้าจริงจัง
“หรือท่านคิดว่าในหน่วยของเราจะมีไส้ศึกหรือขอรับ” ฟงอี้เอ่ยถามอย่างสงสัยในสิ่งที่ชายแก่กล่าว
“ตอนนี้ข้ายังไม่มั่นใจ แต่เ้าก็คอยสืบเื่นี้อย่างลับๆ แล้วรายงานความเคลื่อนไหวให้ข้ารู้ทันที”
“ได้ขอรับ ใต้เท้าได้โปรดวางใจ”
“เช่นนั้นเ้าออกไปเถอะ ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าาในวังหลวง”
“ขอรับ”
.
ด้านหญิงสาวที่แอบหนีออกจากจวนเพื่อมาเที่ยวเล่นด้านนอกเมือง ใช้เวลา 2 เค่อ รถม้าของนางก็เดินทางมาถึงจุดหมาย เบื้องหน้าของนางเป็แม่น้ำขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปและเต็มไปด้วยทุ่งดอกคางหน่ายซินที่กำลังบานสะพรั่งไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นี่คือที่ที่ชายหนุ่มเคยพานางมาเมื่อไม่นานมานี้และนางเองก็รู้สึกชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เป็อย่างมาก จึงได้ชวนถิงถิงแอบหนีออกมาเช่นนี้ อากาศเย็นสบายสายน้ำใสที่มองเห็นตัวปลาเบื้องล่าง กลิ่นหอมจากดอกคางหน่ายซินยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก ‘สถานที่นี้ช่างเหมาะแก่การนั่งปิกนิกเสียจริง จางิ่ท่านช่างเข้าใจเลือกสถานที่เดทแรกเหมือนกันนะเนี่ย’ หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
“คุณหนูเหตุใดท่านถึงมาสถานที่นี้อีกหรือท่านนัดหมายกับผู้ใดไว้หรือเ้าคะ” เสียงใสเอ่ยแซวผู้เป็นายอย่างสนิทสนม
“เ้านี่~~ ข้าเพียงแค่อยากออกมาชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในจวนทั้งวันน่าเบื่อจะตาย” หญิงสาวตอบกลับอย่างอธิบายพลางยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเื่ที่กำลังคิดอยู่ในหัว
“คุณหนูยิ้มทำไมหรือเ้าคะ กำลังนึกถึงคนผู้นั้นอยู่ใช่หรือไม่” ถิงถิงกล่าวหยอกล้อผู้เป็นายไม่หยุด
“ข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว ไปนั่งรับลมที่ริมแม่น้ำดีกว่า~~” เสียงหวานเอ่ยพลางยิ้มอย่างเขินอาย หน้าแดงลามไปจนถึงใบหู
สายลมอ่อนๆ ในยามซื่อพัดเข้ามาปะทะกับผิวบาง ขาวเนียนดูสุขภาพดี ใบหน้างามัักับแสงแดดอุ่นยามเช้าช่วยเพิ่มให้หญิงสาวดูสวยงามขึ้นอย่างมาก ถิงถิงสาวใช้ข้างกายนั่งมองผู้เป็นายอย่างเคลิบเคลิ้มผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนอย่างไข่มุก ปากบางได้รูปที่เห็นตรงหน้าทำให้นางรู้สึกชื่นชมหญิงสาวอยู่ไม่น้อย นางไม่เคยเห็นหญิงนางใดหน้าตาสะสวยอีกทั้งนิสัยอ่อนหวานเช่นนี้มาก่อน มือบางหยิบก้อนหินที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาจากนั้นขว้างไปบนผิวน้ำ ก้อนหินก้อนนั้นเหมือนอย่างะโบนผิวน้ำได้ 3-4 ครั้งก่อนจะจมลงใต้สู่ก้นแม่น้ำในที่สุด
“คุณหนูเก่งจังเลยเ้าค่ะ ท่านสอนข้าทำบ้างสิเ้าคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นภาพที่หญิงสาวทำ
“เช่นนั้นเ้าเดินมาใกล้ๆ เดี๋ยวข้าสอนให้” ฟู่อี้เฉินกล่าวอย่างยิ้มแย้มให้กับสาวน้อย
ถิงถิงจึงเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นายก่อนที่จะหยอกเล่นกันอย่างสนุกสนาน ตาหวานเหลือบมองไปที่แม่น้ำพบบางอย่างลอยมากลับขอนไม้ เมื่อมองพิจารณาอย่างตั้งใจภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้สาวน้อยยืนแข็งค้างด้วยความใ
“คุณ….คุณหนูนั่นใช่คนหรือไม่เ้าคะ” ถิงถิงกล่าวขึ้นพลางชี้นิ้วเรียวไปทางแม่น้ำด้านหลังของหญิงสาว
“นั่นมัน!! เฉาอี้รีบพาคนไปนำคนผู้นั้นขึ้นมา” หญิงสาวหันกลับไปด้านหลังจึงพบเข้ากับร่างของชายชุดดำคนหนึ่งที่กำลังลอยตามแม่น้ำมา นางจึงรีบหันกลับไปสั่งผู้คุ้มกันที่ตามมาด้วยให้ไปนำร่างนั้นขึ้นมา
“ขอรับ”
สิ้นเสียงของหญิงสาวเฉาอี้และผู้คุ้มกันอีกสองคนรีบวิ่งลงไปนำร่างของชายชุดดำขึ้นฝั่งมาอย่างยากลำบาก ร่างไร้สตินอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นพร้อมลมหายใจที่โรยรินราวกับเปลวไฟจากแสงเทียนท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำอย่างไรอย่างนั้น มือเรียวยาวจับไปที่แขนของชายชุดดำโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวางทับไปที่ข้อมือเพื่อจับดูชีพจรว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าชายชุดดำแล้วเงี่ยหูฟังเสียงลมหายใจ ใบหน้างามถึงกับใเมื่อรู้ถึงชีพจรที่แ่เบาแทบจะไม่สามารถรับรู้ได้ ตาคมมองสำรวจร่องรอยาแของคนผู้นี้พบแผลใหญ่ 2 แผล คือรอยโดนแทงที่ท้องและรอยโดนฟันที่แขน
“คุณหนูเราจะช่วยคนผู้นี้หรือไม่ขอรับ จากชุดที่สวมใส่ดูก็รู้ว่าคงไม่ใช่คนดีเป็แน่” เฉาอี้กล่าวตามความคิดของตนเพราะชุดสีดำสนิทและมีรอยแผลมากมายดูท่าคงไปทำเื่ไม่ดีมาเป็แน่
“ถึงเขาจะเป็คนชั่วหรือไม่ทำอันใดมาแล้วอย่างไร แต่ตอนนี้เขาาเ็สาหัสใกล้ตายเช่นนี้จะปล่อยไว้ได้เช่นไร ถ้าเขาทำสิ่งที่ไม่ดีมาจริงรักษาเขาจนดีขึ้นแล้วค่อยส่งตัวให้ทางการก็ยังมิสาย” หญิงสาวกล่าวอย่างอธิบาย การที่เห็นาเ็เช่นนี้แล้วไม่ช่วยปล่อยให้ตายไปนางคงทำเช่นนั้นไม่ได้
“คุณหนูเ้าคะ จากรูปร่างและทรงผมทำไมข้าเหมือนเคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน” ถิงถิงก่อนขึ้นเมื่อนางรู้สึกคุ้นตากับร่างนี้เป็อย่างมาก
“ข้าก็คิดเช่นกัน ทำไมช่างคุ้นเคยกับร่างนี้ยิ่งนัก” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของถิงถิง พลางยื่นมือขาวผ่องดึงผ้าสีดำที่ปกปิดใบหน้าของชายชุดดำออก
“นี่มัน!! คุณชายจางิ่หนิเ้าคะคุณหนู”
สาวน้อยเอ่ยขึ้นเสียงดังเพราะภาพตรงหน้าทำให้นางใเป็อย่างมาก ฟู่อี้เฉินเองก็ไม่ต่างกันนางใตัวแข็งค้างเหมือนอย่างสติหลุดออกจากร่างไปแล้ว
“คุณหนูทำเช่นไรดีเ้าคะ คุณหนู!!” ถิงถิงะโเรียกผู้เป็นางให้นางได้มีสติกลับมา
“เราจะต้องพาเขากลับจวนให้ท่านหมอรีบรักษา” หญิงสาวเอ่ยขึ้นหลังจากได้สติกลับมา
“แต่ถ้ามีคนรู้เข้าแล้วถามถึงาแของคุณชายมันจะกลายเป็เื่ใหญ่ได้นะขอรับ” เฉาอี้กล่าวเตือนเกี่ยวกับเื่รอยแผลของชายหนุ่ม
“ไม่ต้องห่วงเื่นั้นข้าจัดการเองแต่ก่อนอื่นตอนนี้เราต้องห้ามเืให้เขาก่อน”
หญิงสาวให้ถิงถิงไปนำชุดของนางในรถม้าออกมาและสั่งเฉาอี้ให้ไปนำสมุนไพรห้ามเืที่หาได้แถวนี้ เพราะครั้งที่แล้วชายหนุ่มเคยเก็บสมุนไพรที่ใช้ห้ามเือยู่แถวนี้และบอกว่าแถวนี้มีสมุนไพรห้ามเืขึ้นมากมาย เฉาอี้เองครั้งที่แล้วก็ตามมาด้วยทำให้เขาเคยเห็นหน้าตาของมัน ไม่นานถิงถิงก็นำชุดในรถม้ามา หญิงสาวจึงตัดให้ยาวเป็ชิ้นเดียวเหมือนอย่างผ้าพันแผล ในที่สุดเฉาอี้ก็นำสมุนไพรกลับมาจากนั้นก็บดในละเอียดแล้ววางไปบนรอยแผลของชายหนุ่ม มือบางค่อยๆ พันผ้าพันแผลให้ชายหนุ่มอย่างเบามือ เมื่อทำแผลให้ชายหนุ่มเรียบร้อยแล้วนางจึงให้คนนำร่างของเขาขึ้นรถม้าแล้วค่อยๆ ขับออกไปอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้จางิ่รู้สึกเ็ปจากรอยแผลที่ปริออก
...........................................
อิพี่จะรอดไหมเนี่ย ยังดีที่ยัยน้องหนีมาเที่ยวจึงมาช่วยไว้ได้ทัน
เื่นี้ไรท์ตั้งใจเขียนมากๆ เลยนร้าา หวังว่ารี๊ดทุกคนจะมีความสุขในการอ่าน อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจไรท์้ด้วยนะทุกคน