อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 29 ผู้ใช้พลังงานคนใหม่

    บทที่ 29 ผู้ใช้พลังงานคนใหม่

     

    หลังจากที่ลงชื่อในสัญญา ตอนนี้ซูหยวนได้กลายเป็นคนของตระกูลจางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากบัตรประจำตัวก็ยังมีเข็มกลัดที่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนของตระกูลเขตชั้นใน เมื่อต้องทำธุระเข้าออกในพื้นที่ เพียงแค่ติดเข็มกลัดนี้ไว้ก็สามารถผ่านไปได้ น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือ...การที่ซูหยวนยังไม่ได้ทำผลงานที่มากพอ ทำให้เธอไม่อาจจะขอให้ตระกูลจางทำเรื่องพาพ่อกับแม่ของเธอเข้ามาอยู่ในเขตชั้นในได้

                

    เรื่องนี้ได้ยินว่าจะต้องรอจนกว่าจบสถาบันศึกษาและทำภารกิจจนได้แต้มมากพอก่อน จากนั้นจึงจะทำเรื่องขอให้พ่อแม่ของตนเองกลายเป็นพลเมืองชั้นในได้ 

                

    ถึงอย่างนั้น การที่จะได้รับเงินสนับสนุนรายเดือนเป็นจำนวน 20,000 เครดิตต่อเดือนนี้ก็ถือว่ามากพอแล้ว อีกทั้งพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ได้อยู่ในรังรูหนู หากแต่บ้านที่ทั้งสองอาศัยอยู่ถือว่าเป็นบ้านที่ไม่แย่ เรียกว่ามีสถานะเทียบเท่ากับพวกพ่อค้าทั้งหลายในเขตชั้นนอกได้เลยด้วยซ้ำ

                

    เรื่องที่น่าเสียดายอีกอย่างก็คือ เนื่องจากมีสถานะเป็นครอบครัวระดับต่ำ งานที่พวกเขาทำได้มีให้เลือกไม่มากนัก ไม่เหมือนกับพวกที่อยู่ชั้นกลางหรือชั้นใน นอกจากจะต้องเป็นผู้เก็บขยะ หรือทำงานรับจ้างทั่วไปแล้ว ก็ไม่มีอย่างอื่นให้จัดการอีก ซูหยวนไม่คิดว่าพ่อกับแม่ของตนเองจะไม่ทำงานใดๆระหว่างนั้น เพราะแบบนี้...ก่อนจะเข้าสถาบัน เธอจำเป็นต้องทำให้พ่อกับแม่มีอาชีพที่มั่นคงเสียก่อน

                

    คนเป็นมารดานั้นทำงานร้านคุณสวี่ได้อย่างดี หลังจากที่พวกเขารักษาหลานสาวเอาไว้ได้แล้ว อีกไม่นานก็ต้องกลับมาเปิดร้านใหม่อีกครั้งแน่ ดังนั้นตอนนี้ที่ต้องช่วยดูแลก็คืออาชีพของบิดา

                

    จะให้เขาออกไปเก็บขยะแลกเงินเพียงเล็กน้อยอีกก็คงจะไม่คุ้มค่า มันคงจะดีกว่าถ้าการเสียพลังงานของเขาเป็นประโยชน์มากที่สุด

                

    ซูหยวนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปตลอดทาง ตอนที่เธอมาจำเป็นต้องมีคนของตระกูลจางนำทางให้ แต่เมื่อต้องกลับออกไป เพียงแค่พวกเขาเห็นเข็มกลัดก็ไม่คิดจะหยุดเด็กสาวเอาไว้แล้ว

                

    เธอมาถึงบ้านก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยของวันแล้ว ทั้งพ่อและแม่กำลังรอลูกสาวของพวกเขาอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ลูกสาวตัวเล็กถูกพาไปแล้ว ทั้งยังเป็นสถานที่ที่พวกเขาไม่อาจจะเข้าไปได้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ทำได้เพียงมองดูอยู่ข้างนอกเท่านั้น นี่นับเป็นความเจ็บใจของคนเป็นพ่อแม่จริงๆ

                

    หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น พวกเขาก็เหมือนคนไร้ค่าไปเลย ลูกสาวต้องลูกมาปกป้องตนเองและนำหน้าพวกเขาไปแล้ว เวลานี้กลายเป็นพวกเขาที่ถ่วงแข้งถ่วงขาลูกเอาไว้ก็เท่านั้น

     

    “ซูหยวน ลูกกลับมาแล้ว!” ภาพที่คุ้นตาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ซูหยวนรับอ้อมแขนของมารดาและปลอบประโลมเธอ ใช้เวลาไม่นานก็พากันเข้าไปในบ้าน ทั้งสองกำลังรอให้ซูหยวนกล่าวเรื่องสำคัญออกมา

     

    “พ่อคะ แม่คะ ตอนนี้หนูได้กลายเป็นนักล่าของตระกูลจางแล้วนะคะ พวกเขาต้องการสนับสนุนให้หนูกลายเป็นนักศึกษาที่สถาบันนักล่าในเขตชั้นใน อาจจะต้องเรียนไปอีกหลายปี ดังนั้นระหว่างนี้อาจจะไม่ได้กลับมาที่บ้านบ่อยนัก” ซูหยวนสรุปใจความสำคัญให้พวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก

     

    “นักล่าของตระกูลจาง!!”

     

    “เรียนที่สถาบันนักล่า?!!” สองสามีภรรยามองหน้ากันเองหลังจากที่ได้ยินลูกสาวพูดออกมาเช่นนั้น อะไรคือการที่ลูกสาวได้กลายเป็นนักล่าแล้ว? เธอมีความสามารถที่จะเป็นนักล่าได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เป็นแค่คนรับจ้างเก็บขยะของพวกตระกูลชั้นในงั้นหรือ?

     

    “เจ้านายที่หนูทำงานให้ก่อนหน้านี้เป็นคนตระกูลจางค่ะ เขาเห็นว่าหนูมีไหวพริบที่ดีและเอาตัวรอดได้ในขณะที่พวกเขาล่า ดังนั้นก็เลยทดสอบหนูกับการใช้แกนพลังงาน และพบว่าหนูมีร่างกายที่เข้ากันได้กับพลังงานเหล่านั้น ตอนนี้หนูเองก็กลายเป็นผู้ใช้พลังงานคนหนึ่งแล้วค่ะ”

     

    “เป็นผู้ใช้พลังงาน? จริงหรือ?” คนเป็นบิดาอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าลูกสาวตัวเล็กของตนเองจะเป็นผู้มีพรสวรรค์แบบนี้

     

    “ใช่ค่ะ หนูเพิ่งผ่านการทดสอบมา แล้วก็....พ่อคะ หนูได้ฟังข้อมูลจากรุ่นพี่ที่องค์กร พวกเขาบอกว่า...พ่อหรือแม่เองก็อาจจะเป็นผู้ใช้พลังงานได้ด้วย ดังนั้นก็เลยให้เครื่องทดสอบมาด้วยค่ะ” ซูหยวนคิดเอาไว้อยู่ก่อนแล้วว่าจะชักจูงให้ครอบครัวของเธอกลายมาเป็นนักล่าด้วยกันได้อย่างไร

                

    ไหนๆพวกเขาก็ไม่ได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกตระกูลในเขตชั้นในมากนัก อย่างนั้นเธอก็แค่อ้างพวกเขาก็พอ

     

    “ไม่จำเป็นหรอก แม่กับพ่อน่ะไม่ต้องการเป็นนักล่าหรอก” หญิงวัยกลางคนโบกมือ ทุกวันนี้แค่ทำงานเก็บขยะก็เสี่ยงอันตรายพอแล้ว พวกเขาอายุมากขนาดนี้ ต่อให้ต้องการจะเป็นนักล่าก็ยังใช้เวลามากอยู่ดี แทนที่จะใช้แรงงานที่มีทั้งหมดเพื่อสนับสนุนลูกสาวเพียงคนเดียว พวกเขาย่อมไม่ต้องการใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้สิ้นเปลือง

                

    ทว่า....ความคิดของสตรีและบุรุษต่างกันอย่างสิ้นเชิง หัวใจของคนเป็นบิดาสั่นไหว จริงอยู่ที่ว่า...หากเขาต้องการเป็นนักล่าด้วยอีกคน ครอบครัวจะต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นไปอีก แต่...การเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองอยู่ตรงหน้าแล้ว ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เขาจะปล่อยให้ทะเบียนครอบครัวอยู่ในชนชั้นล่างต่อไปได้อย่างไร

                

    เขามองดูลูกสาว ถ้ามีโอกาสที่จะทดสอบความเข้ากันได้กับแกนพลังงาน อย่างนั้นก็ควรจะต้องทดสอบสิ! ส่วนทรัพยากรที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้ใช้พลังงานนั้น ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะมีแนวทางหรือไม่

     

    “ให้ฉันลองดูหน่อยก็แล้วกัน”

     

    “ได้ค่ะพ่อ” ซูหยวนยิ้มรับ เธอรู้อยู่แล้วว่าบิดาของตนเองมีความคิดเช่นไร ดังนั้นจึงยื่นแกนพลังงานชิ้นหนึ่งให้กับบิดาโดยตรง

     

    “ซูหยวน นี่ไม่ใช่แกนพลังงานหรอกหรอ? ปกติแล้วถ้าคนที่ยังไม่ปลุกพลังไม่สมควรที่จะใช้มันโดยตรง ไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้นะ”

     

    “ใช่ค่ะ นั่นหมายถึงแกนพลังงานทั่วไปใช่ไหมคะ? แต่นี่ไม่ใช่แกนพลังงานทั่วไปหรอกค่ะ ตระกูลจางได้เตรียมมันเอาไว้สำหรับการทดสอบอยู่แล้ว หนูเองก็ได้ใช้แกนพลังงานนี้เพื่อทดสอบเหมือนกัน” ซูหยวนโยนความดีความชอบให้ตระกูลจางอีกครั้ง

                

    ทั้งๆที่ในความจริงแล้ว เธอรู้ดีว่าบิดาและมารดาของตนเองถูกกรุยทางไว้พร้อมเพื่อการกลายเป็น “ผู้ใช้พลังงาน” จากน้ำดื่มที่เธอเตรียมเอาไว้ให้ครั้งก่อน ดังนั้นต่อให้ใช้แกนพลังงานพวกนี้ ก็จะไม่เป็นผลเสียอันใด

                

    ชายวัยกลางคนไม่ได้คิดว่าลูกสาวจะโกหก เขาเม้มริมฝีปากและภาวนาให้ตนเองกลายเป็นผู้ใช้พลังงานกับเขาบ้าง มือหนึ่งบีบแกนพลังงานจนกระทั่งมันแตกละเอียด ความรู้สึกอุ่นร้อนค่อยๆไหลเข้าร่างกาย ให้ความรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง เพราะเมื่อเทียบกับซูหยวนแล้ว เด็กสาวกินอาหารที่เต็มไปด้วยพลังงานมากมายอยู่ตลอด แต่คนเป็นพ่อเพียงได้รับน้ำแค่วันละ 1 แก้วเท่านั้น 

                

    พลังงานในร่างกายของเขามีไม่มากนัก ดังนั้นหลังจากได้รับแกนพลังงานที่มีพลังงานอัดแน่น ไม่แปลกที่จะทำให้เขารู้สึกอึดอัด

     

    “ฟู่!!” ชายร่างใหญ่มองดูร่างกายของตนเองที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป แต่เขากลับรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างอยู่ในร่างกายจริงๆ ซูหยวนตักน้ำดื่มให้คนเป็นบิดา บอกให้เขาดับความกระหาย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เพียงต้องการให้น้ำดื่มสะอาดนี้ช่วยเข้าไปปรับสมดุลให้ร่างกายของบิดาเท่านั้น

     

    “ดูเหมือนว่าพ่อก็มีร่างกายที่เหมาะสมกับการเป็นผู้ใช้พลังงานนะคะ” ซูหยวนแสดงความยินดีกับเขา

                

    ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ แม้ว่าซูหยวนจะไม่พูด แต่เขาก็รู้ด้วยตนเองอยู่แล้ว ความรู้สึกนี้ช่างดีเหลือเกิน! ต่อไป...เขาจะไม่ต้องมองดูลูกสาวทำงานหนัก ในขณะที่ตนเองทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

     

    “ก่อนที่จะต้องเข้าไปเรียนในสถาบัน หนูมีเวลาอีก 3 เดือนเพื่อรอเปิดภาคเรียนหน้าค่ะ ดังนั้นใน 3 เดือนนี้...หนูกับพ่อจะไปลองล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต A กันนะคะ ถือว่าพ่อช่วยหนูฝึกไปในตัวด้วย” ซูหยวนเอ่ยขึ้น คนเป็นบิดาพยักหน้ารับเห็นด้วย

                

    แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ใช้พลังงาน แต่ถ้าลูกบอกว่าจะเข้าไปในพื้นที่ล่าเพื่อลองล่าด้วยตนเอง อย่างนั้นเขาก็จะต้องดึงดันที่จะเข้าไปดูแลลูกสาวให้ได้อยู่แล้ว เพื่อให้ลูกสาวตัวเล็กของเขาได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสถาบันให้ได้มากที่สุดนั่นแหละ

                

    โดยที่ชายวัยกลางคนไม่ได้รู้เลยว่าลูกสาวของเขานั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือนี้เลย หากแต่เป็นฝ่ายที่ต้องการมอบความช่วยเหลือให้ต่างหาก

                

    คนเป็นมารดามองดูสองพ่อลูกด้วยความกังวล เธออยากห้ามลูกสาวเพราะความห่วงใย แต่ก็รู้ว่าถ้าไม่เตรียมความพร้อม ในอนาคตอาจจะต้องไปลำบากด้วยตนเอง เวลานี้มีบิดาคอยไปในพื้นที่ล่าด้วยกัน หากเกิดเรื่องก็ช่วยเหลือกันได้ เหตุผลที่สมควรนี้ทำให้เธอไม่สามารถพูดออกมาได้แม้เพียงคำเดียว ทว่า...ในฐานะมารดา และภรรยา เธอไม่ต้องการให้คนที่ตนเองรักทั้งสองต้องเจอกับอันตรายเหล่านี้เลย

                

    ถ้าเป็นเพียงคนเก็บขยะเหมือนก่อนจะดีกว่าหรือไม่? เธอเองก็ได้งานทำที่มั่นคงแล้ว ต่อไปเธอจะไปเก็บขยะกับสามี และมอบงานร้านคุณสวี่ให้ลูกสาว

                

    ทว่าน่าเสียดาย...เรื่องราวตอนนี้มันเกินไปยิ่งกว่าที่เธอจะหยุดได้แล้ว

                

    เหมือนกับที่ซูหยวนคาดการณ์เอาไว้ ไม่นานร้านค้าคุณสวี่ก็เปิดทำการอีกครั้ง หลานสาวตัวน้อยของพวกเขากลายเป็นผู้ใช้พลังงาน เรื่องนี้คุณสวี่เอาไปพูดโดยทั่วกัน เขาชื่นชมพรสวรรค์ของหลานสาวมากๆ ไม่ได้รู้เลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการช่วยชีวิตเด็กน้อยเอาไว้ก็คือซูหยวน

                

    ทางสองพ่อลูกเองก็เตรียมพร้อมที่จะเริ่มงานแล้วเหมือนกัน คนเป็นมารดามองส่งพวกเขา ตอนนี้มีเพียงเธอเท่านั้นที่ต้องออกไปทำงานกลางคืนและกลับมาตอนเช้า ในขณะที่สองพ่อลูกไปทำงานตอนเช้าและกลับมากลางคืน เวลาของพวกเขาไม่ได้ตรงกันนัก ทำให้เธอต้องรอเจอสองพ่อลูกก่อนที่จะออกไปล่ากันทุกวัน

                

    ซูหยวนพาบิดาของตนเองไปเลือกอาวุธก่อนเป็นอันดับแรก ชุดป้องกันนั้นยังมีชุดใหม่เหลืออีก 1 ชุด โดยซูหยวนเตรียมเอาไว้ให้บิดาตั้งนานแล้ว

                

    เมื่อมายังเขตพื้นที่ล่า ผู้ดูแลพื้นที่มองดูเด็กสาวที่ไม่ได้มาลำพังอีกต่อไปด้วยความสนใจ หลังจากที่รู้ว่าชายวัยกลางคนร่างใหญ่คนนี้เป็นบิดาของเธอ พวกเขาก็ผ่อนคลายลงไปมาก

     

    “ก่อนหน้านี้ลูกสาวของคุณทำงานหนักตามลำพัง หลังจากนี้มีคุณมาช่วยด้วยก็น่าจะดีขึ้น”

     

    “.....อ่า ครับ” คนเป็นบิดาไม่เข้าใจคำพูดทั้งหมด แต่เขาก็ตีความไปเองว่า ลูกสาวของเขาคงจะตั้งใจทำงานรวบรวมขยะและแกนพลังงานมากมายออกมาสินะ ทว่าหลังจากนี้พวกเขาจะเป็นนักล่ากันเอง ไม่ได้เป็นคนเก็บข้าวของอีกต่อไปแล้ว

     

    “สาวน้อย วันนี้พาพ่อมาด้วยหรอ”

     

    “เด็กน้อยเป็นยังไงบ้าง วันนี้ก็มาแล้วสินะ”

     

    “วันนี้มากับพ่องั้นหรอ อย่างนั้นก็สู้ๆแล้วกัน อย่าลืมเก็บลูกแก้วขอความช่วยเหลือเอาไว้กับตัวล่ะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมา พวกเราจะได้ไปช่วยไว้ได้ทัน” พวกนักล่าที่เพิ่งมาทักทายซูหยวนอย่างสนิทสนม เพราะเรื่องก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้น ทุกคนก็เลยให้ความสนใจกับซูหยวนมากขึ้นไปด้วย

                

    เด็กสาวเป็นที่รักของทุกคน แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยได้พูดมากนักก็ตาม แต่ความขยันและความมั่นคงที่น่านับถือนี้ทำให้คนโตหลายคนยังต้องดูเป็นเยี่ยงอย่าง

                

    คนเป็นบิดามองผู้คนรอบๆที่กำลังทักทายลูกสาวของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสถานการณ์แบบนี้ ในใจพลันตั้งคำถามเกี่ยวกับลูกสาวขึ้นมา 

                

    ถ้าเธอเป็นเพียงคนรวบรวมทรัพยากรให้พวกคนจากตระกูลใหญ่ จำเป็นต้องกลายเป็นที่รู้จักขนาดนี้เลยหรอ? หรือว่าแท้จริงแล้วลูกสาวของเขากำลังซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่

                

    ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางสงสัยของบิดา หลังจากนี้อีก 3 เดือน เธอจำเป็นต้องทำให้บิดากลายเป็นนักล่าที่เอาตัวรอดในพื้นที่ล่าเขต A ให้ได้ ไม่จำเป็นต้องล่าตามลำพัง เพราะก่อนที่เธอจะไปเรียน เธอจะขอให้กลุ่มนักล่าดีๆสักกลุ่มรับเอาบิดาของเธอเข้าไปอยู่ด้วย ถึงอย่างนั้น...ก่อนที่จะไปขอร้องให้คนอื่นช่วยดูแลพ่อของเธอ เขาเองก็จำเป็นต้องแสดงคุณค่าของตัวเองออกมาให้ได้

                

    พ่ออันของซูหยวนเลือกดาบยาวมาเป็นอาวุธ เขาไม่รู้ว่าตนเองถนัดการต่อสู้แบบไหน แต่เข้าใจว่าถ้าเป็นดาบยาวก็จะมีคมดาบที่มากกว่าอาวุธอื่นๆ ด้วยความคิดที่เรียบง่ายเช่นนี้ ซูหยวนทำได้แค่ให้เขาลองดูมันเท่านั้น

                

    ไม่นาน สองพ่อลูกก็ค่อยๆเข้าไปในพื้นที่ล่า ซูหยวนเป็นคนนำทางก่อนสำหรับวันแรก เพื่อให้บิดาคุ้นเคยกับการล่าสัตว์กลายพันธุ์ด้วยตนเอง และสัตว์ที่เธอเลือกก็ยังคงเป็น “โคเขาแหลมกลายพันธุ์” เหมือนกับที่ผ่านๆมา

     

    “ฮูม!!” เสียงคำรามของเจ้าโคเขาแหลมทำให้ชายวัยกลางคนขาสั่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสัตว์กลายพันธุ์ที่น่ากลัวขนาดนี้ พวกมันยังไม่ตาย พวกมันยังไม่ใช่ซากศพ จิตใต้สำนึกทำให้เขาหวาดกลัวจนอยากจะหนีไป

     

    “พ่อคะ พ่อต้องหลอกล่อมันให้สำเร็จนะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะต้องพุ่งมาโจมตีหนูแน่” ซูหยวนมองดูขาสั่นๆของคนเป็นบิดา เธอจะต้องทำให้เขารู้จักการ “ฆ่า” ครั้งแรกเสียก่อน ถ้าไม่ปลุกความเป็น “พ่อ” ให้ขึ้นมา อย่างนั้นเขาก็คงจะทำงานออกมาไม่ได้ดีนัก

                

    เหมือนกับที่ซูหยวนคาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่คนเป็นบิดารู้ว่าข้างหลังของเขาก็คือลูกสาว คนที่คิดจะหนีก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ พวกเขาวางแผนกันเอาไว้แล้ว ถ้าเขาเกิดขี้ขลาดขึ้นมา...อย่างนั้นเขาก็คือคนที่จะทำร้ายลูกสาวด้วย

     

    “ย่าห์!!!”

     

    ……………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน