อี้เฉินที่เห็นแสงสีแดงพร่างพราว สาดทอจนประกาย แหวกขึ้นไปบนผืนฟ้าสูง ราวกับเป็นการประกาศศักดา เขาพลันหรี่ตาแคบลงในทันใด ไม่เข้าใจว่าแสงสีแดง ของผู้ที่ถูกเรียกว่า ตระกูลผู้โง่เขลา นั้นหมายความว่าเช่นไร
ก่อนอี้ฟางหรง จะกล่าวพูดเชิญชวนอี้เฉิน "เจ้าลองดูอี้เฉิน หากเจ้ามีสายเลือดของคนตระกูล อี้ ไหลเวียน อย่างไร แท่นจารึกของตระกูลอี้ จะต้องขานรับกับสายโลหิตของเจ้าอย่างแน่นอน"
"ข้าเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์" อี้เฉินครั้นตอบรับคำของผู้เป็นอาจารย์ได้ เขาก้าวเดินสืบเท้าขึ้นไปบน แท่นจารึกของตระกูลอี้ โดยไม่มีท่าทีลังเล แม้ว่าจะไม่รู้ว่า แท่นจารึกนั้นทำสิ่งใดได้ ก็ตาม
เหล่าอนุชนที่ได้ยินอี้เฉินเรียกองค์หญิง ของพวกเขาว่า ท่านอาจารย์ พวกเขาเหล่านั้นที่มามุงดู ก็ต่างพากันตกใจไม่น้อย เนื่องด้วยองค์หญิงอี้ฟางหรงไม่เคยรับใครเป็นศิษย์มาก่อน แม้ว่าจะเป็นคนตระกูล อี้ ก็ตาม มันจึงนำพาให้ เหล่าอนุชนส่งเสียงพูดคุย ซุบซิบออกมาไม่ขาด
เมื่อฝ่ามือของอี้เฉิน แตะเข้ากับแท่นจารึก เก่าแก่โบราณของตระกูลอี้ ฉับพลันเลือดในกาย ของเขาก็เดือดพล่าน ส่งผลให้ แท่นศิลาเปล่งแสงสีแดงขึ้นมาจนเด่นชัด ทว่าเมื่อผ่านไปไม่กี่อึดใจ อี้เฉินก็พลันขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสายเลือดของชิงหลัน เองก็ตื่นตัวเช่นกัน อี้เฉินกล่าวออกมาทันทีด้วยความตกใจ "หรือว่าแท่นจารึกนี้ จะกระตุ้นสายเลือด ในกายข้า"
หมู่ชนที่จับจ้องที่แท่นจารึกของตระกูลอี้ ก็พลันต้องเบิกตากว้างจนรูม่านตา ขยายออกจนสุด ครั้นเห็นสายเลือดโลหิตของมังกรบางส่วนเล็ดลอดออกมา ปะปนกับสายเลือดตระกูลอี้ ส่งผลให้แท่นจารึกของตระกูลอี้ แปรเปลี่ยนเป็นสีทองจากปราณมังกร ก่อนที่จะปรากฏเสาแสงสีแดงสอดประสานสีทอง ถูกยิงขึ้นไปบนฟ้าสูง มาพร้อมปราณพลังของมังกรที่แผ่ซ่านออกมาไม่ขาดสาย ส่งผลให้ปราการทมิฬแห่งนี้สั่นไหวไม่หยุด จากปราณพลังที่แหวกท้องฟ้า ผ่าแยกท้องนภา จนผืนฟ้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
จักรพรรดิอี้เทียนหรง ที่ส่งสายตาออกไปสำรวจถึงกับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่ม ที่เขาพบเจอภายในสถาบันยอดเขาสวรรค์ "หืม!! หนุ่มน้อยที่ข้าช่วยเจ้าไว้จากจักรพรรดิเพลิง เจ้ามีสายเลือดของตระกูลอี้ ของข้าอย่างนั้นหรือ แถมยังเข้มข้นเป็นอย่างมาก หรือว่าเจ้าจะเป็นลูกหลานของบุตรชายข้า ที่ถูกเนรเทศ ไปยังดินแดนเบื้องล่าง ทว่าเหตุใดเจ้ามีสายเลือดของคนราชวงศ์ชิงด้วยเล่า" จักรพรรดิอี้เทียนหรง รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ทว่ายามนี้ประกายตาในกรอบสายตาของเขาวูบไหวไม่น้อย คิดถึงใครสักคนที่อยู่ยังดินแดนเบื้องล่าง ทำให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต ที่ผ่านวันเวลาไปแสนยาวนาน ก่อนชายชราจะสืบเท้าออกไปหาอี้เฉิน หมายมั่นอยากจะพูดคุยกับเด็กหนุ่ม เป็นการส่วนตัว
ขณะเดียวกัน ทางด้านผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ ชิง พวกเขาเองก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของคนในราชวงศ์ชิงเช่นกัน ประหนึ่งว่า จักรพรรดิ โบราณที่หายสาบสูญกลับมาเยือนดินแดนเทพอีกครา มันจึงทำให้เหล่าบรรพชนเก่าแก่ เริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป ครั้นเมื่อเห็นแสงสีแดงสอดประสานปราณมังกรสีทอง ราวกับเสาค้ำฟ้า จากที่ไกลสุดสายตาแต่ก็ยังพอจับสัมผัสได้ ทว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะไปยังสถานที่แห่งนั้น เมื่อเห็นเป็นเขตปกครองของคนตระกูลอี้
หมู่ชนโดยรอบในยามนี้ ตกตะลึงสุดแสน ครั้นเมื่อเห็นแสงที่ผิดแปลกพิสดารที่อี้เฉินปลดปล่อยออกไปฉายสู่ท้องนภา พวกเขาไม่เคยคิดว่าอี้เฉินจะมีสายเลือดเข้มข้นเฉกเช่นเดียวกับ องค์หญิงอี้ฟางหรง แถมยังมีสายเลือดอื่นปะปนอยู่ด้วย แม้แต่อี้เฉินเองยังขมวดคิ้วมุ่น เมื่อรับรู้ว่าเลือดของชิงหลันที่ไหลเวียนปะปนอยู่ในกายของเขาก็เดือดพล่านขึ้นมาเช่นกัน ไม่ใช่แค่สายเลือดตระกูลอี้อย่างเดียว
อี้ฟางหรง ที่ดูอยู่ไม่ห่างประกายตา ของนางก็พลันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองสบสายตาอี้เฉินในยามนี้ ประหนึ่งว่ามองเห็นญาติมิตร กลับคืนสู่ถิ่น ฐานันดร
แล้วยิ่งหมู่ชนเห็นจักรพรรดิ ชรา มารับเด็กหนุ่มเองกับตาของพวกเขา มันก็ทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่า อี้เฉินต้องมีสายเลือดที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน
"หนุ่มน้อย เจ้าไปเดินเล่นบนป้อมปราการทมิฬ กับข้าดีหรือไม่"
อี้เฉินที่ได้ยิน น้ำเสียงชายชรา มาพร้อมกับการเดินสืบเท้าเข้ามาหาตัวเขาอย่างฉับพลัน กลุ่มคนโดยรอบต่างก็คุกเข่า ก้มหัวให้ชายชรา ไม่มีใครกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเขา
มันจึงทำให้อี้เฉินในยามนี้ กระอักกระอ่วนไม่น้อย ทว่าด้วยความดื้อรั้นของเขา อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมอง น้ำเสียงที่แก่ชราแหบพร่า เมื่ออี้เฉิน เห็นใบหน้าจักรพรรดิอี้เทียนหรง ชัดๆ เต็มสองตา เขากล่าวคำพูดออกมาด้วยความตกใจ จดจำใบหน้าของชายแก่ผู้นี้ได้เป็นอย่างดี "ท่านๆ เป็นท่านเองอย่างนั้นหรือ ข้าไม่คิดว่า ข้าจะได้พบเจอคนเยี่ยงท่านอีกคราเป็นครั้งที่สอง"
เหล่ากลุ่มคนตระกูลอี้ ครั้นได้ยินน้ำเสียงที่โอหังของอี้เฉิน กล่าวพูดกับผู้เป็นจักรพรรดิ อายสังหารจึงเล็ดลอดออกมาไม่ขาด "เจ้า! เจ้า! สงบปากสงบคำ ไม่รู้หรือว่าเจ้าอยู่ต่อหน้าใคร"
จักรพรรดิอี้เทียนหรง กระแอมไอออกมาน้อยๆ ตัดบทพูดของกลุ่มคนตระกูล อี้ ในทันที "ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะเป็นเจ้า หนุ่มน้อยภายในสถาบันยอดเขาสวรรค์"
อี้เฉินหันไปมอง อี้ฟางหรง ก่อนไต่ถามนางออกไป "ท่านอาจารย์ท่าน จะไปด้วยกันกับข้าหรือไม่"
อี้ฟางหรง พยักหน้ารับคำของอี้เฉิน "หากไม่เป็นการรบกวนเจ้ากับท่านพ่อ เอาตามนั้นอย่างที่เจ้าว่าก็ได้อี้เฉิน"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เนื่องด้วยในยามนี้เขาดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบเจอผู้มีพระคุณของเขา ถึงจะไม่ใช่ ในทางตรงก็ตาม ฉับพลันที่อี้เฉินมายืนบนป้อมปราการทมิฬ คิดว่าจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มันกลับตรงกันข้ามราวกับเป็นลานสังหาร นำพาให้หัวใจอี้เฉินตกวูบในฉับพลัน
เมื่อเห็นอีกฟากหนึ่งของกำแพงสูง เต็มไปด้วย ทะเลทรายกว้างใหญ่ มองเห็นกองกระดูกเหล่าทหารที่ตายตกจากสงครามเกลื่อนกลาด ทั่วทะเลทราย พร้อมกับร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรง เลือดสาดกระเซ็นอาบย้อมกำแพงสูงจนเห็นได้ชัด แรงอาฆาตแค้นลอยตลบอบอวลไปทั่วอาณา นำพาให้หัวใจอี้เฉินตกวูบดำดิ่งอย่างฉับพลัน
ก่อนน้ำเสียงแหบพร่าจะกล่าว เอ่ยเตือนตัวอี้เฉิน "เจ้าจะต้องคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ เนื่องด้วยเจ้าเป็นคนของตระกูลอี้ ช่วงเวลาแห่งคำสัญญาใกล้จะสิ้นสุดลง กลียุคความมืดใกล้จะ คืบคลานเข้ามาทุกที ก่อนชายชราผู้เป็นจักรพรรดิจะผ่อนลมหายใจออกมายาว ก่อนไต่ถามเรื่องราวที่เขาอยากรู้ "หนุ่มน้อย เจ้ามาจากดินแดนเบื้องล่างอย่างั้นหรือ"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ก่อนไต่ถามเรื่องที่เขาสงสัย "แล้วเหตุใดคนดินแดนเบื้องล่างที่ต่ำต้อยเยี่ยงข้า ถึงมีสายเลือดของตระกูลอี้ของท่านได้"
ชายชรามีสีหน้าเจ็บปวดไม่น้อย ก่อนเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม "เป็นความผิดของข้าเอง ที่ไม่สนคำพูดของคนเก่าคนแก่ ห้ามไม่ให้ดินแดนแห่งนี้มีจักรพรรดิ ทว่าในความโอหังของข้า มองว่าตระกูลอี้ที่รุ่งโรจน์ของเรา ไม่จำเป็นต้องยำเกรงคำพูดของเหล่าผู้คน สามารถเป็นจักรพรรดิภายในดินแดนเทพได้ โดยไม่ต้องหวาดเกรงสองราชวงศ์ใหญ่ หรือผู้ใด"
"ทว่าไม่นานข้าก็รู้ซึ้งถึงความต่ำต้อย เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ ตระกูลอี้ของข้าพังพินาศ บุตรชายในวัยหนุ่มพร้อมกับคนภายในตระกูลบางส่วน ถูกขับไล่ลงไปยังดินแดนเบื้องล่าง ไม่ให้กำเริบเสิบสานอีกต่อไป ...มเหสีถูกช่วงชิงเป็นตัวประกัน ให้ทำหน้าที่ปกป้องปราการทมิฬแห่งนี้ไว้ จากผู้รุกรานภายนอก มีเพียงบุตรสาว ไว้ดูต่างหน้า คนในตระกูลอี้ ต้องชดใช้ หลั่งเลือดทำสงครามมาตลอดชั่วอายุขัย"
ก่อนชายชราจะกล่าวพูดออกมาอีกครา ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ข้ารู้มันอาจกะทันหันสำหรับเจ้า ที่ต้องมารับรู้สิ่งเหล่านี้ แต่สายเลือดของเจ้า มันไม่อาจปฏิเสธได้ เจ้าอาจจะเป็นลูกหลานเหลน ของบุตรชายข้า"
อี้เฉินได้ยินเขามีสีหน้าตกใจไม่น้อย ไม่แปลกที่สายเลือดของเขารู้สึกใกล้ชิด กับอี้ฟางหรง ในยามแรกที่พวกเขาพบเจอกัน