ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 221 ก้าวข้ามพลังระดับ 3

นาฟถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหยิบตำราเล่มที่สองขึ้นมา“ทักษะก้าวไร้เงา” เนื้อหาของตำราเล่มนี้เต็มไปด้วยความลึกลับเป็นอย่างมากทักษะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมให้ผู้ใช้พลังพิเศษสายควบคุมอากาศมีความสามารถในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและไร้ตัวตน

ทุกการก้าวย่างจะทิ้งร่องรอยไว้เพียงความว่างเปล่าปรากฏกายที่จุดหมายได้ดั่งใจนึก แต่คุณสมบัติด้านกายภาพของร่างกายนั้นต้องเป็นผู้ใช้พลังพิเศษระดับสี่ขั้นกลางขึ้นไปถึงสามารถฝึกฝนได้และต้องเข้าใจถึงความลึกซึ่งด้านความว่างเปล่าก่อน

นาฟเข้าใจถึงความยากลำบากของวิชานี้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน นาฟก็หวนคิดถึง”ย่างเวหา" ของเขาซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวที่เหนือกว่าธรรมชาติสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองในอากาศอย่างอิสระ เมื่อพลังนี้สามารถผสานควบคู่กับทักษะก้าวไร้เงานาฟจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและไร้ตัวตนบนสมรภูมิราวกับเงาที่ล่องลอยในความว่างเปล่าและสามารถโจมตีศัตรูจากมุมที่ไม่คาดคิด

ดวงตาของนาฟเปล่งประกายขึ้นเมื่อเห็นหนทางที่จะเพิ่มศักยภาพให้ตนเองทักษะทั้งสองเล่มนี้ช่างเหมาะสมกับพลังพิเศษที่เขามีอยู่ยิ่งนัก

 เส้นทางการฝึกฝนนี้อาจจะยากและใช้เวลาแต่หากเขาทำสำเร็จ เขาจะสามารถยืนหยัดคู่กับตัวตันที่แข็งแกร่งและเป็นใหญ่ในอาณานิคมนี้ได้

 

 ภายในโลกมิติส่วนตัว ทุกอย่างเงียบสงบ เหมือนเวลาที่เคลื่อนตัวช้าลงกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับโลกภายนอกพื้นป่าเขียวขจีรายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยธาตุไม้แห่งชีวิตโลกภายในนี้เป็นสถานที่ที่นาฟสามารถฝึกฝนได้อย่างไม่ต้องกังวลถึงเวลาและสถานการณ์ภายนอก

นาฟยืนอยู่กลางป่าลึก สายลมพัดเบาๆทำให้ใบไม้สั่นไหวไปตามจังหวะธรรมชาติ เขาถือดาบใหญ่ในมือแน่นิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะเริ่มปล่อยพลังภายในเข้าสู่ดาบใจของเขามุ่งมั่นแน่วแน่

ทันทีที่พลังนั้นหลอมรวมกับตัวดาบ แสงพลังจางๆก็ปรากฏขึ้นรอบๆ คมดาบ สะท้อนแสงสีเขียวของพลังสุญญากาศที่แผ่กระจายออกมา

"ทักษะดาบพลัง..."

นาฟพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วจู่ๆก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง ดาบในมือเคลื่อนไหวอย่างว่องไว

“เปรี้ยง..!”

ฟาดไปยังอากาศรอบตัวเสียงลมพัดหวีดหวิวดั่งฟ้าผ่าเมื่อคมดาบของเขาพุ่งทะลวงผ่านทุกสิ่งแรงสะท้อนกลับจากพลังของเขาทำให้พื้นที่รอบข้างเกิดการบิดเบี้ยวราวกับสุญญากาศถูกดูดกลืนไป

การฝึกฝนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโจมตีด้วยดาบแต่เป็นการรวมพลังทั้งหมดเข้าไว้ในทุกการเคลื่อนไหวของเขา นาฟฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทุกครั้งที่เขาฟาดดาบออกไป แรงกดดันจากพลังภายในก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกการฟาดเหมือนจะฉีกอากาศเป็นเสี่ยงๆยิ่งฝึกเขายิ่งสัมผัสได้ถึงความสมบูรณ์แบบที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ

หลังจากใช้เวลาฝึกฝนทักษะดาบพลัง นาฟก็นั่งลงชั่วขณะเพื่อปรับสมาธิและพลังภายในให้คงที่อีกครั้ง

“การใช้ทักษะเสริมแต่ละครั้งใช้พลังไปมากมายขนาดนี้เลยหรือ?....” นาฟพึมพำในใจ

จากนั้นนาฟก็เริ่มต้นฝึกทักษะที่สอง ก้าวไร้เงา ทันที

นาฟลุกขึ้นยืนอีกครั้งสายตาจับจ้องไปยังจุดหมายเบื้องหน้า ย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปทันที

“ฟ้าววว!”

ร่างกายของเขากลายเป็นเงารางๆหายวับไปจากจุดที่เคยยืนอยู่ เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งเขาก็มาอยู่ในตำแหน่งที่ห่างไปจากเดิมหลายสิบเมตรราวกับเขาได้หลอมรวมกับอากาศรอบข้าง กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสายลม

การฝึกฝนทักษะก้าวไร้เงานี้ค่อนข้างจะยากลำบากและไม่คืบหน้าเท่าที่ควรเพราะการเข้าถึงความเข้าใจของความว่างเปล่านั้นยากมากขนาดผู้ใช้พลังระดับสูงสายควบคุมอากาศเอง ก็ยากจะฝึกทักษะนี้ได้

แต่นาฟก็ไม่ละทิ้งความตั้งใจ เขาพยายามทดลองในหลายๆรูปแบบ การฝึกการเคลื่อนไหวของเขาเริ่มเร็วขึ้นจากหลากหลายทิศทาง ไร้ร่องรอยอากาศแตกเป็นใยไปทั่วทุกที่และมากขึ้นทุกครั้ง

 

เวลาภายในโลกมิติผ่านไปช้าๆ  นาฟยังคงติดต่อกับคากิและเมญ่าผ่านช่องทางสัญญาณสื่อสารส่วนตัวอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้คนรอบข้างเป็นกังวลกับตนเอง

 

นาฟใช้ทุกวินาทีฝึกฝนอยู่ในที่แห่งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพและพลังให้กับตนเองอยู่ตลอดแต่แม้จะพยายามฝึกฝนอย่างหนัก แต่พลังและทักษะของนาฟยังไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจไว้

ทักษะดาบพลังที่เขาฝึกมาหลายต่อหลายครั้งนั้นในที่สุดก็สามารถใช้ได้เพียงแค่สี่ส่วนเท่านั้นราวกับมีกำแพงล่องหนกั้นไม่ให้เขาก้าวไปได้ไกลกว่านี้ทุกครั้งที่เขาพยายามหลอมรวมพลังเพิ่มเข้าไปในดาบร่างกายของเขากลับเริ่มรู้สึกถึงความต้านทาน และพลังภายในก็ค่อยๆ ถูกดึงออกไปมากขึ้นจนรู้สึกอ่อนล้า

นาฟพักหายใจชั่วครู่สายตามองไปยังดาบในมือที่ยังคงส่องประกายเล็กน้อยก่อนจะจางลงไป

ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆแล้วมองไปยังท้องฟ้าในโลกมิติซึ่งเงียบสงบแต่กลับรู้สึกถึงความกดดันที่แฝงอยู่ในตัวเอง

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนมาฝึกทักษะก้าวไร้เงาอีกครั้งแม้การเคลื่อนไหวของเขาจะรวดเร็วและไร้ร่องรอย แต่เมื่อฝึกไปได้สักพัก นาฟก็รู้สึกได้ว่าพลังของเขายังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทักษะนี้สมบูรณ์ได้เขาสามารถฝึกได้เพียงสองส่วนเท่านั้น

ทุกครั้งที่พยายามเพิ่มความเร็วและความลื่นไหลในการเคลื่อนที่ร่างกายของเขากลับเริ่มเหนื่อยล้า พลังภายในก็ถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว

นาฟหยุดลงแล้วมองมือของตัวเองรู้สึกถึงความพยายามที่ยังไม่ถึงจุดที่พึงพอใจ แต่ก็ไม่ใช่ความล้มเหลวทั้งหมดทักษะที่เขาฝึกได้นั้นยังไม่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตามความคิดในหัวของเขายังวนเวียนอยู่กับสิ่งที่พี่สาวจาชาเคยบอกไว้

“ข้าคงต้องก้าวขึ้นไปให้ได้...” นาฟพึมพำกับตัวเองพลางคิดถึงการก้าวข้ามพลังระดับสาม

คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน