ตอนที่ 125 สาขารูนศาสตร์วุ่นวาย
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สำหรับเมอร์ลินที่เคยจับเงินล้านมาแล้ว การได้รับเงินจำนวนหนึ่งหมื่นย่อมไม่เป็นอะไรในสายตาเขา
แต่อย่างไรก็ตามแต้มคะแนนสามคะแนนกลับทำให้เขารู้สึกสนใจได้มากกว่า
หลังจากที่เมอร์ลินได้รับรางวัลมา เขากับมาร์เทลก็กลับมหาวิทยาลัย
มาร์เทลมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความสำเร็จของเด็กน้อยทำให้เขารู้สึกอิจฉาและชื่นชมในคราวเดียวกัน
เขาเองก็อยากจะมีโอกาสประสบความสำเร็จแบบนี้บ้าง แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีทั้งโอกาสและความสามารถ
ต่อให้เขาได้มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เขาก็ไม่สามารถทำผลงานได้อย่างเด็กน้อยอยู่ดี และเขาก็เชื่อว่าไม่ใช่นักศึกษามหาวิทยาลัยทุกคนที่จะสามารถทำอย่างเด็กน้อยได้
อย่างไรก็ตามนอกจากเงินรางวัลและแต้มวิชาการแล้ว เมอร์ลินยังได้รับนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าฉบับตีพิมพ์ของเดือนนี้มาด้วย
แน่นอนว่าเมอร์ลินเปิดอ่านมันตั้งแต่ตอนแรก ก่อนจะมอบมันให้กับมาร์เทลได้อ่าน เพราะถึงอย่างไรเขาก็ได้อ่านพวกมันทั้งหมดภายในพริบตาแล้ว
ในตอนแรกมาร์เทลไม่ต้องการรับมันไว้ แต่เมื่อเมอร์ลินเอ่ยปากว่าฝากเอาไว้ เขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้
เมอร์ลินกลับเข้าไปในมหาวิทยาลัย เขาตรงไปที่ห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือเช่นเดิม กิจวัตรประจำวันของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย เขายังคงค้นคว้าหาความรู้ราวกับว่าเป็นความกระหายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มาร์เทลย่อมรู้จุดประสงค์ของเมอร์ลิน เพราะเด็กน้อยต้องการให้เขาได้อ่าน
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขออ่านมันเลยแล้วกัน”
ว่าแล้วเมื่อกลับถึงบ้านมาร์เทลก็นำจิตของเขาพุ่งเข้าสู่แผ่นตราผลึกซึ่งเป็นนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าในทันที
วูบ!
มาร์เทลได้หลุดเข้าไปในโลกที่มีตัวหนังสือ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อ่านนิตยสารทางวิชาการ
แม้ว่าหอสมุดประชาชนจะมีหนังสือประเภทนี้ให้อ่าน แต่เขาไม่ได้เดินในเส้นทางวิชาการ จึงไม่ได้สนใจพวกมันมากนัก
หากว่านี่ไม่เกี่ยวข้องกับเมอร์ลินซึ่งเป็นเด็กน้อยที่อยู่ในความดูแลของเขา เขาก็คงจะไม่มีวันแตะต้องมัน
แน่นอนว่าหน้าแรกของนิตยสารวิชาการก็ทำให้เขารู้สึกปวดหัว เพราะมันได้เอ่ยแนะนำผลงานทางวิชาการเด่นๆ ในรอบหนึ่งเดือนมานี้
ชื่อผลงานแต่ละชิ้นทำให้นักเวทสองวงเวทอย่างเขารู้สึกมึนงง
ยิ่งเปิดอ่านหน้าต่อไปก็ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจไปใหญ่ แม้บางหัวข้อจะเกี่ยวข้องกับสูตรเวทมนตร์ แต่มันก็ไม่ได้แสดงผลลัพธ์ซึ่งเป็นสูตรเวทมนตร์สำเร็จ แต่อธิบายแนวทางและวิธีค้นคว้ามากกว่า ซึ่งมาร์เทลไม่ได้สันทัดในเรื่องพวกนี้เลย
จนกระทั่งเขาได้เปิดมาหน้าท้ายๆ ในที่สุดก็ได้พบกับผลงานของเมอร์ลิน
‘การย่อสูตรเวทต้นกำเนิดสายลม ผู้เขียนเมอร์ลิน พริสตัน’
“ในที่สุดก็หาเจอ” มาร์เทลอดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้
แต่ทันทีที่เขาเปิดอ่านหน้าถัดๆ ไป เขาก็พบกับสูตรคำนวณมากมาย เนื้อหาของมันแทบจะไม่ต่างไปจากหัวข้อก่อนหน้านี้เลย
มาร์เทลนั้นยากที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้ เขาจึงเปิดไปถึงส่วนท้ายของบทความ
“ผู้ทำการพิชญพิจารณ์ ศาสตราจารย์อูเธอร์ เวอร์ฟาว มหาวิทยาลัยออโรร่า”
ชื่อของผู้ทำการพิชญพิจารณ์ทำให้มาร์เทลสนใจไม่น้อย เพราะเขารู้ว่าศาสตราจารย์อูเธอร์คนนี้เป็นนักประดิษฐ์มือดีอันดับต้นๆ ของประเทศออโรร่า
ผลงานของศาสตราจารย์อูเธอร์หลายชิ้นเป็นอาร์ติแฟคที่เยี่ยมยอด รัฐบาลประเทศออโรร่าใช้งานอาร์ติแฟคของเขาไม่น้อย อีกทั้งตระกูลร่ำรวยหลายตระกูลก็มักจะมีคำร้องให้เขาประดิษฐ์วัตถุเวทมนตร์ที่พวกเขาต้องการ ซึ่งราคาของมันนั้นไม่ต่ำเลย
เรียกได้ว่าศาสตราจารย์อูเธอร์เป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงไม่น้อย
มาร์เทลเลื่อนไปดูการแสดงความเห็นของศาสตราจารย์อูเธอร์
‘ผลงานวิจัยนี้มีคุณค่าที่น่านับถือ การย่อสูตรเวทมนตร์นี้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ต้องการพึ่งพาพลังงานน้อยลง และยังมีการใช้การคำนวณทางรูนศาสตร์พิสูจน์การทดลองทำให้รายงานเล่มนี้มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ’
ความเห็นสั้นๆ นี้ทำให้ดวงตาของมาร์เทลเป็นประกายขึ้นมาทันที แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เจ้าของผลงาน แต่นี่ก็เป็นผลงานของคนที่เขาดูแล
การที่เมอร์ลินถูกคนในสายวิชาการชื่นชม เขาก็รู้สึกเหมือนตนเองถูกชื่นชมไปด้วย
ในดวงตาของมาร์เทลนั้นฉายแววแห่งความภาคภูมิใจออกมา
ขณะเดียวกันภายในคณะรูนศาสตร์ก็เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นมา
ที่ห้องคณบดีวิวเกอฟอร์ดมีคนเข้าออกคนแล้วคนเล่า
“นี่มันเรื่องอะไรกันคุณวิวเกอฟอร์ด ทั้งๆ ที่เด็กคนนี้เป็นคนของสาขาเราแท้ๆ แต่ทำไมชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาของวิทยานิพนธ์เล่มนี้ถึงเป็นตาเฒ่าบาร์เร็ตจากสาขานักเวทไปได้?” ชายชราเครายาวคนหนึ่งกล่าวอย่างไม่ยอม
เขารุดมาที่ห้องคณบดีรูนศาสตร์ทันทีที่เขาอ่านนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าประจำเดือนนี้จบ
จริงอยู่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยของพวกเขามีคนได้ตีพิมพ์ในนิตยสารนี้ กระทั่งนิตยสารวิชาการชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศก็ใช่ว่าจะไม่มี
แต่นักศึกษาปริญญาทองที่จะได้ตีพิมพ์ลงนิตยสารวิชาการนั้นมีน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วมันมักจะเป็นนักศึกษาที่มีระดับสูงกว่านี้หรือเหล่านักวิชาการตัวจริงมากกว่า
อย่างที่รู้กันว่าแต่ไหนแต่ไรมา ผลงานของนักศึกษาปริญญาทองนั้นมักจะไม่คุณภาพมากพอที่จะได้ตีพิมพ์ลงนิตยสาร แล้วอีกอย่างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยก็ล้วนจะวัดกันที่นักศึกษาปริญญาทองมากกว่า ปริญญาที่สูงกว่า
ดังนั้นการตีพิมพ์ลงนิตยสารทางวิชาการจึงเป็นหน้าเป็นตาอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาปริญญาทองนั้นๆ
ครั้งนี้นักศึกษาสาขาของพวกเขามีความดีความชอบ แทนที่พวกเขาจะได้กินเค้กแต่มันกลับถูกมอบให้กับผู้อื่น กลายเป็นว่าสาขานักเวทกลับได้เค้กก้อนนี้ไปกินฟรีๆ เสียอย่างนั้น
ชื่อของศาสตราจารย์บาร์เร็ตปรากฏเป็นที่ปรึกษา นี่เป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจของพวกเขา
ศาสตราจารย์วิวเกอฟอร์ดถอนหายใจออกมาและเอ่ย “ฉันได้คุยเรื่องนี้กับนักศึกษาเมอร์ลินแล้ว เขาได้รับแรงบันดาลใจมานักเพื่อนสาขานักเวทของเขาและเขาก็คิดว่าหัวข้อรายงานเกี่ยวกับสาขานักเวทมากกว่า เขาจึงไปหาบาร์เร็ตเพื่อปรึกษา”
“เขาทำแบบนี้ได้ยังไง? เขาเป็นนักศึกษาของสาขารูนศาสตร์ เขาควรจะมาปรึกษาศาสตราจารย์ที่สาขารูนศาสตร์สิ” ชายชรากล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
ทว่าศาสตราจารย์วิวเกอร์ฟอร์ดกลับหรี่ดวงตาแคบลง
“ฉันได้ข่าวว่าคุณเองก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เขาลงเรียนในภาคเรียนนี้ แต่ทำไมคุณดูเหมือนจะไม่รู้จักเขาล่ะ?”
ชายชราเมื่อได้ยินก็ถึงกับเงียบปากไป เทอมนี้ทั้งเทอมเขาไม่ได้เข้าสอนเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่มอบหมายให้ลูกศิษย์ไปสอนแทน นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้ว่าเมอร์ลินเป็นนักเรียนในวิชาของเขาด้วย