เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 ค่อนข้างร้ายกาจ

            ฮั่วเสี่ยวเหวินกินอาหารแบบลวกๆแล้วพาเฉินอวี่โหรวไปร้านขายของชำของอู๋ซิ่ว มันช่วยไม่ได้จริงๆเพราะนอกจากที่นี่แล้วเธอนึกไม่ออกว่าจะให้เฉินอวี่โหรวไปนอนที่ไหนได้อีก

            ตอนที่มาถึงร้านขายของชำ อู๋ซิ่วกำลังนอนหมอบกับโต๊ะเก็บเงินผมที่หลุดลุ่ยบนหน้าผากทำให้ดูโทรมเล็กน้อย

            “ป้าอู๋ นี่คือเฉินอวี่โหรว บ้านฉันมีที่ไม่พอเลยอยากให้เธอนอนที่นี่สักคืนค่ะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินบอกจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้แบบกระชับได้ใจความอู๋ซิ่วเงยหน้านั่งตัวตรง “เสี่ยวเหวิน เธอพูดอีกรอบเมื่อครู่ป้าไม่ได้ยิน”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินทวนซ้ำอีกรอบ รอบนี้อู๋ซิ่วไม่ได้ใจลอยแล้วแต่ท่าทางไม่ยินดีสักเท่าไหร่นักเธอพูดอ้อมว่า “ที่นี่ไม่ค่อยสะดวก”

            เธอไม่วางใจที่จะให้เด็กหญิงแปลกหน้ามานอนค้างในร้านขายของชำประวัติเป็นมาอย่างไรยังไม่รู้ หากของในร้านหายขึ้นมาจะทำอย่างไร?

            จังหวะนี้เองเฉินอวี่โหรวทำหน้าตาน่าสงสารอย่างเข้าถึงบทบาท “คุณป้า กว่าฉันจะหนีออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีที่ให้ไปน้องสาวใจดีคนนี้ช่วยพาฉันมาที่นี่ ได้โปรดรับฉันไว้ด้วยเถิดค่ะ”

            จากนั้นเธอก็ทั้งกล่าวรับประกันทั้งระบายความทุกข์เปิดแขนที่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายให้อู๋ซิ่วดู ทำให้เกลี้ยกล่อมอู๋ซิ่วได้สำเร็จเร็วมาก

            ฮั่วเสี่ยวเหวินมองแบบเบิกตากว้างและอ้าปากค้างเฉินอวี่โหรวเหมือนเกิดมาเป็นนักแสดงโดยกำเนิด เธอสามารถแสดงสีหน้าท่าทางทุกแบบยิ่งไปกว่านั้นยังเก่งด้านการอ่านใจผู้อื่นเหมือนพวกสายลับที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ระดับสูงในช่วงสงครามกลางเมืองจีนคอยสร้างความสับสนให้ศัตรูหัวหมุน

            “ป้าอู๋เป็นอะไรหรือคะ? เหตุใดดูไม่มีความสุขเลย?”

            “ป้าไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่ลุงอวิ๋นเขา…”

            คิดไปคิดมา อู๋ซิ่วเลือกที่จะหยุดบทสนทนาไว้คุยเรื่องนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร?

            ตอนที่ฮั่วเสี่ยวเหวินถามอีกรอบ อู๋ซิ่วไม่ยอมตอบอะไรทั้งนั้นเธอจึงได้แต่ขอบคุณแล้วแยกกลับบ้าน

            เช้าวันต่อมาฮั่วเสี่ยวเหวินไปรับเฉินอวี่โหรวกลับมากินข้าวที่บ้านเมื่อได้ยินว่าเธอจะเข้าไปในตำบล เฉินอวี่โหรวร้องว่าจะตามไปด้วย ทั้งยังบอกว่าตัวเองไม่คุ้นเคยกับที่นี่กลัวที่ต้องอยู่ที่นี่คนเดียว

            “เสี่ยวเหวิน รอฉันด้วย” เพิ่งเดินได้ยี่สิบนาทีก็ได้ยินเสียงเฉินอวี่โหรวตะโกนตามมาด้านหลังฮั่วเสี่ยวเหวินจึงต้องหยุดเดินอย่างจนใจคิดในใจด้วยความโมโหว่าไม่ควรพาอีกฝ่ายมาด้วยเลย

            พื้นถนนยังคงเปียกแฉะจากฝนเมื่อวานอยู่ฮั่วเสี่ยวเหวินจงใจอยู่ห่างจากตัวซวยแบบเฉินอวี่โหรวเธอยังจำเรื่องที่เมื่อวานตัวเองถูกกิ่งไม้เปียกฟาดใส่หลังได้เป็นอย่างดี เธอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำสอง

            แต่เฉินอวี่โหรวกลับเอาตัวเข้ามาใกล้เธอยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีฮั่วเสี่ยวเหวินรีบทำสัญญาณมือให้เธอหยุด “มีอะไรก็พูดมาตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ต้องมาอ้ำๆ อึ้งๆ”

            เฉินอวี่โหรวไม่ยี่หระแม้แต่น้อย เธอยังคงมีสีหน้าประจบสอพลอเหมือนเดิมดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว “เสี่ยวเหวินอีกสองสามวันพวกเราค่อยไปตำบลได้หรือไม่?”

            “ใจฝ่อหรือ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินจ้องเธอไม่มีปิดบังท่าทางที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วของตัวเอง “คิดไว้อยู่แล้วว่าเมื่อวานเธอโกหกเธอซุกซนขนาดนี้ กลับไปแล้วได้ถูกพ่อแม่ตีตายแน่”

            สีหน้าของเฉินอวี่โหรวเปลี่ยนไปทันทีที่พูดถึงพ่อแม่เธอหันหน้าไปทางอื่น ปล่อยให้ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นแค่ใบหน้ามุมข้างอันงดงาม “ฉันไม่มีพ่อแม่ พวกเขาตายไปนานแล้ว”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนิ่งค้างอยู่กับที่เมื่อได้ยินดังนี้ตอนที่จางหวาถามถึงพ่อแม่ของเธอ เฉินอวี่โหรวตอบกลับไปแบบนี้เช่นกันกระทั่งน้ำเสียงที่ใช้ตอบก็ยังเหมือนกัน

            หรือว่าเธอจะมีพ่อที่สุดจะทนเช่นกันและหนีออกมาเพราะถูกที่บ้านทารุณ?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินถามเพิ่มว่า “พ่อแม่ของเธอไม่ดีกับเธอหรือ?”

            เฉินอวี่โหรวเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่หันมามอง “อยากไล่ฉันไปก็พูดมาตรงๆ จะเสแสร้งแบบนี้เพื่ออะไร?” เธอพึมพำเสียงเบา ทว่าฮั่วเสี่ยวเหวินกลับได้ยินชัดทุกคำ

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกไม่ถึงว่าคนฉลาดซุกซนแบบเฉินอวี่โหรวจะมีอารมณ์รุนแรงขนาดนี้

            ครั้งนี้เฉินอวี่โหรวไม่ได้แสร้งทำ เธอไม่พูดไม่จาตลอดทางไม่ได้ทำตัวอยู่ไม่สุขเหมือนที่ผ่านมาเช่นกัน

            วันที่ไม่มีตลาดนัดจะมีคนในตัวตำบลไม่มากนักอย่างน้อยก็ไม่เกิดสถานการณ์ที่ต้องเข้าไปเบียดเสียดฮั่วเสี่ยวเหวินพาเฉินอวี่โหรวเดินไปตามถนนอยู่ครึ่งค่อนวันแต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครมาตามหาเฉินอวี่โหรว

            ตัวตนของเฉินอวี่โหรวเป็นปริศนาแต่ฮั่วเสี่ยวเหวินพอจะสรุปได้ว่าเธอคงเจอความอยุติธรรมมาเยอะมากแน่นอนมิเช่นนั้นคงไม่อ่อนไหวเปราะบางขนาดนี้ ยิ่งอยู่ด้วยกันนานฮั่วเสี่ยวเหวินยิ่งรู้สึกว่าเฉินอวี่โหรวเหมือนตัวเธอเอง

            ฮั่วเสี่ยวเหวินซึ่งไม่เชื่อใจอีกฝ่ายมาโดยตลอดรู้สึกผิดเล็กน้อยเธอแสดงรอยยิ้มที่เป็นมิตร “อวี่โหรว เธอหิวไหมพวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ”

            “กินของอร่อยหรือ?” เฉินอวี่โหรวยิ้มออกทันทีจากนั้นก็ทำหน้าเศร้า “ฉันอยากไปกินที่ร้านอาหาร”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินถอนหายใจอย่างโล่งอกยังดีที่เอาของกินมาล่อได้อยู่เฉินอวี่โหรวหายโกรธทันทีที่ได้ยินว่าเธอจะเลี้ยงอาหารแต่หน้าตาที่ทำเป็นเศร้ากลับเปิดโปงหมดทุกอย่าง

            เรื่องบางเรื่องรู้ในใจแต่ไม่ควรพูดออกมาฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปจับมือของเธอ “ได้ๆๆเธอว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ไม่ต้องโกรธแล้วนะ”

            ตอนแรกฮั่วเสี่ยวเหวินเป็นฝ่ายจูงมือเดิน แต่ต่อมาเฉินอวี่โหรวเป็นคนเดินนำทั้งยังเร่งเร้าไม่หยุดว่า “เสี่ยวเหวิน เร็วเข้า”

            สมแล้วที่มีคำกล่าวว่าสันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก ในที่สุดเฉินอวี่โหรวก็กลับมาเป็นคนเดิมใช้สอดส่องสายตาไปทั่วเหมือนกำลังหาอะไร

            เฉินอวี่โหรวหยุดเดินที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง “เสี่ยวเหวิน พวกเรากินร้านนี้กันเถอะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหยุดมองตามเธอ ในร้านมีลูกค้าไม่กี่คนโต๊ะเก้าอี้ใหม่หมด แม้แต่ป้ายร้านยังไม่มีฝุ่นเกาะบนนั้นมีอักษรขนาดใหญ่สามตัวเขียนไว้ว่า ‘ลูกค้าขาประจำ’ ด้านล่างมีอักษรตัวเล็กอีกสองตัวว่า ‘ร้านอาหาร’

            ป้ายร้านอาหารด้านข้างถูกรมจนดำหมดแล้วโต๊ะเก้าอี้ไม่ได้ดูพิถีพิถันขนาดนั้นเช่นกัน ร้านนี้จึงดูเหมือนหงส์ในฝูงกาตัวร้านดูดีขนาดนี้ ราคาต้องไม่ถูกแน่

            ฮั่วเสี่ยวเหวินกัดฟันเดินเข้าไป คนเราพูดแล้วห้ามคืนคำบวกกับเธอยังหวังให้เฉินอวี่โหรวช่วยขายผักดองด้วย

            เฉินอวี่โหรวเลือกโต๊ะที่อยู่ติดหน้าต่างฮั่วเสี่ยวเหวินเดินตามไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้แข็งทื่อ โต๊ะนี้ถูกทำขึ้นใหม่ เพราะยังมีกลิ่นไม้จางๆลอยเข้าจมูก

            ทั้งสองคนนั่งลง หญิงสาวที่ตัวมีกลิ่นสบู่คนหนึ่งเดินเข้ามา

            เธอกวาดตามองทั้งสองคนอย่างรวดเร็วรู้ว่าพวกเธอจ่ายไม่ไหวแต่ก็ถามอย่างมีมารยาท “รับอะไรดีคะ?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินยังไม่ทันพูดอะไรเฉินอวี่โหรวก็สั่งอาหารที่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เคยกินไปแล้วสามอย่าง

            หญิงสาวลังเลครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือออกมา “ทั้งหมดห้าหยวน รบกวนจ่ายเงินมาก่อนค่ะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินนำเงินออกมาด้วยความปวดใจคิดในใจว่าเด็กคนนี้เลือกกินได้ถูกมาก อาหารที่สั่งมีแต่แพงๆ

            หลังจากหญิงสาวจากไปเฉินอวี่โหรวลุกขึ้นโค้งตัวพูดกับฮั่วเสี่ยวเหวิน “ผู้หญิงคนนั้นโกหกลูกค้าคนอื่นไม่ต้องจ่ายเงินก่อน เธอคงกลัวว่าพวกเรากินแล้วจะไม่มีเงินจ่าย”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินต้องมองเรื่องนี้ออกอยู่แล้วแต่เธอไม่ค่อยสนใจนัก เพราะเธอตั้งใจว่าหากทานอาหารเสร็จแล้วจะเสนอขายผักดองให้เถ้าแก่ของร้านนี้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730