“โปรดตั้งใจมองและลองทำตาม” มีเสียงดังขึ้นจากรอบทิศทาง แต่ก็ไม่อาจระบุได้ว่าเสียงนั้นมาจากที่ไหนหรือเป็นเพศอะไร
ก่อนที่ด้านหน้าของชายหนุ่มจะมีร่างโปร่งแสงของตัวเขาปรากฏขึ้นร่างดังกล่าวมีเส้นทางการไหลเวียนของลมปราณ เส้นเลือด จุดลับต่าง ๆที่สำคัญสำหรับเคล็ดวิชานี้ ชายหนุ่มเพ่งมองก็พบว่าร่างโปร่งแสงด้านหน้ากำลังแสดงวิธีการโคจรลมปราณของเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนนี้อยู่
ในความจริงเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนไหม แต่ในเมื่อตอนนี้เขามีแค่เคล็ดวิชาเดียวแถมมาโผล่ที่นี่หลังซื้อเคล็ดวิชาดังกล่าวไป ก็คงไม่ผิดหรอก
“ระบบ! แล้วมันทำยังไง???” หลังจากนั่งขัดสมาธิอยู่เกือบสองก้านธูปก็ยังไม่รู้สึกอะไรสักทีเขาลองพยายามเคลื่อนลมปราณไปมาตามร่างโปร่งแสงด้านหน้าแล้ว แต่มันไม่รู้สึกอะไรเลย
“ขอให้ท่านเคลื่อนลมปราณไปตามจุดชีพจรสำคัญต่างๆ ตามลำดับขั้นที่แสดงให้ได้รับชม”มีเสียงดังขึ้นแนะนำอีกครั้ง ชายหนุ่มเลยลองทำตามดู
คราวนี้เขาลองมองดีๆ ก็พบว่าร่างโปร่งแสงนั้นไม่ได้ขับเคลื่อนลมปราณไปยังที่ต่าง ๆ อย่างเรียบง่ายบางจังหวะมันก็ใช้ลมปราณน้อย บางจุดก็ใช้ลมปราณมากชายหนุ่มพยายามทำตามก็พบว่าเขาเริ่มจะรู้สึกอะไรบางอย่างแล้ว แต่ด้วยการมองเพียงอย่างเดียวเขามันไม่สามารถคำนวณปริมาณลมปราณที่ต้องใช้ในแต่ละจังหวะการขับเคลื่อนได้
“แล้วปริมาณลมปราณที่ต้องใช้ในแต่ละจุดข้าจะทำได้เยี่ยงไร? แต่ละคนคงไม่ได้ใช้ปริมาณลมปราณเท่ากันหรอกมั้ง”ชายหนุ่มที่เหมือนจะรู้สึกบางอย่างแต่ก็ยังไม่ถูกต้องเสียทีเดียวเลยถามออกมา
“ท่านลองพยายามดูก่อนความพยายามเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จ”เสียงที่ระบุที่มาไม่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
“อืม ที่เจ้าพูดมันก็จริง ว่าแต่ข้ามัวแต่ฝึกแบบนี้จะไปทันวันประมูลไหม ? ที่นี่มีอะไรบอกเวลาหรือไม่ ?” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะถามกลับไป
“ภายในมิตินี้ไร้ซึ่งกาลเวลาต่อให้ท่านจะใช้เวลานานขนาดไหนยามท่านต้องการกลับออกไปก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนมีเวลาให้เลือกคือหนึ่งถึงเจ็ดวัน” เสียงระบบตอบกลับมา
“สุดยอดไปเลยแหะ ฝึกสิบปีพอกลับออกไปก็เลือกให้ผ่านไปสามวัน จะได้พอดีกับเวลาไปประมูลข้าขี้เกียจไปรอเวลาเฉย ๆ เสียด้วย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเขารู้สึกทึ่งไม่น้อยกับความสามารถของระบบ นี่ถึงขนาดปรับเปลี่ยนเวลาได้เชียว
“เอาวะ อยู่ที่โลกเดิมข้ายังทนโดนทรมาณได้ตั้งนานแถมพอหนีมาได้ยังต้องทนหลบ ๆ ซ่อนๆอีกตั้งหลายปี”ชายหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะเริ่มโคจรลมปราณไปตามเคล็ดวิชาที่ร่างดังกล่าวแสดงออกมา
เขาคิดว่าแค่ฝึกวิชาแค่นี้จะไปยากอะไรไม่แน่ว่าอาจใช้เวลาแค่วันสองวันก็บรรลุได้แล้ว ตัวเขาน่าจะเป็นชายผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์นี่นา
วันเวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัวชายหนุ่มเพียรพยายามอย่างไม่ย่อท้อ เขาพยายามจะปรับปริมาณลมปรับให้ได้ครบถ้วนมากที่สุดตั้งแต่น้อยนิดไปถึงสูงสุด แต่ด้วยจุดลับที่มีมากมาย แม้จะผ่านจุดแรกไปได้แล้วก็ยังไปติดจุดที่สองอีก ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าตัวเขาค่อย ๆสัมผัสถึงธรณีประตูของเคล็ดวิชานี้ได้แล้ว
“ในที่สุดข้าก็สามารถรู้สึกได้ถึงเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนแล้ว! ข้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าเขาสามารถฝึกฝนเคล็ดบำเพ็ญเซียนต่อได้แล้ว! ร่างกายเริ่มรวบรวมลมปราณได้ แต่มันช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน
“ขอแสดงความยินดีด้วยท่านผ่านการฝึกฝนเบื้องต้นแล้ว ใช้เวลาไปทั้งหมด ห้า ปี” เสียงกล่าวแสดงความยินดีดังขึ้นมันทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปเลย
นี่เขาใช้เวลาไปถึงห้า ปี!มันจะนานเกินไปแล้ว!
แล้วทำไมตัวเขาถึงไม่รู้สึกเลยว่าเวลามันผ่านไปนานขนาดนั้นกัน?!
ครึ่งหลัง
“เนื่องจากท่านได้เข้าสู้ภวังค์แห่งการรู้แจ้งจึงฝึกฝนอย่างลืมเลือนทุกสิ่ง” ระบบตอบกลับมา
“เอาเถอะ ว่าแต่เคล็ดวิชานี้มีกี่ขั้นกันข้าผ่านขั้นพื้นฐานแล้ว คงเหลือขั้นกลาง ขั้นสูง อะไรแบบนั้นใช่ไหม ?” ชายหนุ่มทำใจให้สงบลง ก่อนจะกล่าวถามต่อ
“108ขั้น!” คำตอบจากระบบคราวนี้ทำให้เขาไม่อาจสงบใจลงได้อีก
“แค่การฝึกเบื้องต้นก็ใช้เวลาไป ห้า ปี!แล้วอีก 108 ขั้น ข้าจะใช้เวลาเท่าไหร่กัน !”ชายหนุ่มตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง
“เคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียน จักรวาลก่อเกิดคือเคล็ดการบำเพียรที่เหนือล้ำที่สุดตลอดกาลเวลา มันสามารถบ่มเพาะจักรวาลภายในตัวได้!ขอแค่ท่านพยายาม จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอนกาลเวลาแค่นี้ล้วนเป็นเพียงฝุ่นผงแห่งการบำเพ็ญเท่านั้น!!” เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้มันใช้โทนเสียงที่ต่างออกไป เหมือนพยายามชักชวนให้มีใจสู้
แต่จิตใจของชายหนุ่มยามนี้ช่างห่อเหี่ยวยิ่งนัก !
ภาพโปร่งแสงปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้งในคราวนี้มันได้สับเปลี่ยนวิธีการโคจรร่างกายต่างไปจากเดิมแต่ยังคงสอดคล้องกับที่ได้ฝึกไปก่อนหน้าชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขามีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากการผ่านด่านฝึกฝนเบื้องต้นมาได้
[ท่านได้ผ่านขั้นที่สิบแล้ว! ขอแสดงความยินดีด้วย]เสียงของระบบดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มได้สติขึ้นมาจากการบำเพ็ญ
“ในที่สุดก็ผ่านขั้นที่สิบได้แล้ว”
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ชายหนุ่มสามารถทะลวงด่านที่สิบได้แล้วความเร็วในการรวบรวมลมปราณของเขาเพิ่มมากขึ้นเกือบสิบเท่า ความเข้าใจในด้านลมปราณก็เพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อนด้วยตลอดเวลาตัวชายหนุ่มจะดันลมปราณออกมาอย่างคร่าว ๆ ได้เท่านั้นตอนนี้เขาสามารถควบคุมและสัมผัสลมปราณในร่างกายได้มากยิ่งขึ้น
“ข้าใช้เวลาไปนานแค่ไหน ? ” ชายหนุ่มกล่าวถามด้วยความอยากรู้
“สิบปี”เสียงระบบตอบกลับมา ก็นับว่าไม่ได้นานเกิดไปนัก
“เอาล่ะ งั้นลุยต่อเลยดีกว่า!” ชายหนุ่มกล่าวจบก็ลุยฝึกวิชาต่อ
ร่างโปรงแสงจะเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ ขั้นที่เขาผ่านไปได้ แต่ละท่าล่วนมีวิธีการขับเคลื่อนลมปราณที่แตกต่างแต่สอดคล้องกัน และต้องขับเคลื่อนตั้งแต่ขั้นที่หนึ่งไปจนถึงขั้นสุดท้ายถึงจะแสดงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมออกมา มันเลยทำให้การฝึกเสียเวลามากแต่ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ ความชำนาญในด้านลมปราณของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“ในที่สุด ข้าก็ก้าวมาถึงขั้นที่ห้าสิบแปด!อีกแค่ห้าสิบขั้นเท่านั้น”ชายหนุ่มลืมตาขึ้นก่อนจะกล่าวออกมา
ในตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาทุกกิริยาล้วนเต็มไปด้วยพลังแม้ระดับลมปราณจะเลื่อนระดับขึ้นมาแค่สองขั้นเล็กแต่ลมปราณที่มีอยู่ในตอนนี้กลับบริสุทธิ์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนักพลังที่ใช้ออกก็มากกว่าเดิมถึงสองเท่า
“ท่านใช้เวลาไปทั้งหมด สามสิบปี” เสียงระบบบอกเวลาที่ใช้ไป
“ยิ่งข้าฝึกฝน ก็ยิ่งชำนาญมากขึ้นยังดีที่พอเป็นผู้ฝึกตนแล้วความจำเป็นในการกินอาหารและขับถ่ายล้วนหายไปไม่อย่างนั้นคงลำบากไม่น้อย” ชายหนุ่มกล่าวออกมา
ผู้ฝึกตนเมื่อระดับปราณมาถึงระดับหัวหน้าซึ่งเป็นระดับสามแล้วร่างกายจะลดการกินดื่ม ขับถ่ายลงไปจนแทบไม่เหลือเพราะร่างกายจะดูดซึมพลังปราณจากฟ้าดินแทน ยิ่งเมื่อไปถึงระดับราชาปราณสิ่งเหล่านี้จะไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะร่างกายจะดูดซึ่มพลังปราณแบบสมบูรณ์ แต่แน่นอนว่ายังมีผู้ฝึกปราณที่รับกินอาหารเพราะความชอบอยู่บ้างหรือกินพวกสัตว์อสูรปราณเพื่อเพิ่มระดับลมปราณก็ไม่แปลก
.....
“ในที่สุด! ข้าก็ฝึกจนครบ108 ขั้นเสียที!!” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยเสียงดังลั่นเขาดีใจมาก ในที่สุด! วันคืนแห่งการฝึกเคล็ดวิชานี้ก็จบสิ้นเสียที
“สมกับเป็นเคล็ดวิชาระดับเซียนจริง ๆทั้งร่างกายและพลังของข้าพัฒนาขึ้นมามากนัก”เขารู้สึกได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายจะทำการดูดซับพลังปราณด้วยตัวมันเองเคล็ดวิชาทั้ง108ขั้นในตอนนี้ไหลเวียนด้วยความคล่องแคล่งไม่มีติดขัด
[“ขอแสดงความยินดีที่ผ่านการฝึกขั้นต้นทั้ง108 ขั้น ท่านใช้เวลาไปทั้งสิ้น 108 ปี”]
[“ได้รับทักษะ หลอมรวมจักรวาล”]
[“ได้รับทักษะ ขับเคลื่อนเอกภพ”]
“ฟังดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน ตรวจสอบ!” ชายหนุ่มตรวจสอบทักษะใหม่ของเขาทันที
ทักษะ หลอมรวมจักรวาล (ขั้นต้น)
ระดับ : ???
ความสามารถ : เป็นหนึ่งในทักษะของเคล็ดบำเพ็ญเซียนก่อเกิดจักรวาล
(ขั้นต้น)ปรับเปลี่ยนลมปราณในร่างกายให้กายเป็นจักรวาลภายในลมปราณจากฟ้าดินจะถูกรวบรวมเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา แม้ยามหลับก็บำเพ็ญเพียรได้
ทักษะ ขับเคลื่อนเอกภพ (ขั้นต้น)
ระดับ : ???
ความสามารถ : เป็นหนึ่งในทักษะของเคล็ดบำเพ็ญเซียนก่อเกิดจักรวาล
(ขั้นต้น)ทุกการใช้ออกของพลังปราณจะแฝงไปด้วยกฎแห่งจักรวาล อยู่เหนือทุกวิถีประสิทธิภาพของการใช้ลมปราณจะเพิ่มจากปกติถึงสิบเท่า