ตอนที่32 สงครามที่กำลังจะเริ่ม
อีสปอร์ตไทม์คือหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเกี่ยวกับวงการอีสปอร์ต และเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ของวงการแต่ทว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเกม LC ซึ่งเป็นเกมที่ทุกคนบนโลกให้ความสนใจกลับไม่ค่อยมีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาต่อผู้คนได้มากเท่าไหร่เพราะในช่วงนี้ตารางคะแนนของลีกยังคงไม่มีการขยับสับเปลี่ยนตำแหน่งและก็ไม่ใช่ช่วงที่เปิดตลาดซื้อขายนักกีฬาด้วย
นักข่าวของอีสปอร์ตไทม์จึงจำเป็นต้องเข้าไปหาข่าวในเกมแต่ทว่ากลับมีเพียงข่าวที่กิลโอเอซิสยื่นคำท้ารบกับกิลอดาเลียเท่านั้นที่เรียกร้องความสนใจได้
จนกระทั่งปัจจุบันที่เกิดเหตุการณ์กลับผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับกิลมังกรผงาดกิลใหญ่ที่มีหัวหน้ากิลเป็นรองกัปตันของทีมโฮมอีสปอร์ตและการต่อสู้ในครั้งนี้ยังมีการถ่ายทอดสดออกไปทั่วโลก ทำให้ในเวลานี้สื่อทุกแขนงพร้อมใจกันลงข่าว
‘ความพ่ายแพ้ของกิลมังกรผงาด’ สื่อของวงการอีสปอร์ตต่างพลาดหัวข่าวเช่นนี้ทำให้กิลมังกรทะยานฟ้าที่เป็นคู่อริออกมาเปิดประเด็นในเว็บบอร์ดโดยการตัดต่อคลิปล้อเลียนต่างๆ ออกมาทำให้ในเวลานี้เว็บบอร์ดเต็มไปด้วยกระทู้ที่เกี่ยวกับกิลมังกรผงาดบรรดาผู้เล่นที่ชอบสิงอยู่ในเว็บบอร์ดต่างพากันคอมเม้นต์กันอย่างสนุกปาก
โดยเฉพาะกระทู้‘9 VS 100 กิลมังกรผงาดเก่งจริงหรือ’ซึ่งเป็นกระทู้ที่กิลมังกรทะยานฟ้าเป็นคนตั้งขึ้นมา
เนื้อหาในกระทู้มีแต่คำล้อเลียนเสียดสีผู้เล่นที่เป็นแฟนคลับของกิลมังกรผงาด และทีมโฮมอีสปอร์ตพยายามเข้ามาแก้ต่างแต่ก็ไม่อาจสู้กับฝูงชนในเว็บบอร์ดได้มีคนหลายคนที่กล่าวยกย่องฝีมือของพวกทีชโดยเฉพาะหญิงสาวที่ขี่ม้าด้วยความที่มีหน้าตาสละสลวยและท่วงท่าอันสง่างามทำให้ในเวลานี้มีกลุ่มแฟนคลับของเธอก่อตั้งขึ้นมา และยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆจนหลายคนต่างคิดว่าถ้าเธอประกาศชื่อออกมาเธอคงติดทำเนียบผู้เล่นที่มีชื่อเสียงทันที โดยหารู้ไม่ว่าเธอเป็น NPC ซึ่งไม่สามารถมีชื่อบนบอร์ดจัดอันดับได้
และแล้วในที่สุดบอร์ดจัดอันดับกิลที่มีชื่อเสียงของทวีปตะวันออกได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น กิลมังกรผงาดที่เดิมทีอยู่ในอันดับที่ 6 ได้ตกลงไปอยู่อันดับที่ 10 เมื่อกิลมังกรทะยานฟ้าเห็นอันดับบนบอร์ดก็ออกมาตั้งกระทู้เยอะเย้ยขึ้นอีกรอบ
ชื่อกระทู้คือ‘หมาน้อยโดนเหยียบตกหน้าผา’ เป็นการเอาชื่อวิชาที่หวานพูดล้อเลียนโทคุโตะมาตอกย้ำผู้เล่นกิลมังกรผงาดและเหล่าแฟนคลับที่เห็นกระทู้ต่างไม่พอใจจึงเข้ามาเปิดศึกสงครามคีย์บอร์ด*กันอีกครั้ง
*สงครามคีย์บอร์ด = เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกกลุ่มคนหลายกลุ่มที่เข้ามาด่าหรือเทาะเลาะกันในโลกออนไลน์
แต่ทว่าสงครามคีย์บอร์ดได้สิ้นสุดลงอย่างกะทันหันเพราะคนผู้หนึ่งที่มาตอบกระทู้ด้วยข้อความสั้นๆเพียงแต่ว่ายูสเซอร์เนมของคนคนนี้มีชื่อว่า ‘จิ้งหยาง’
[กิลมังกรผงาด ขอท้าสู้กับกิลมังกรทะยานฟ้า]
ข้อความเพียงประโยคเดียวทำเอาบรรดานักข่าวต่างเลือดลมพลุ่งพล่านไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีข่าวใหญ่พวกเขามักจะตื่นเต้นเสมอ และแล้วอีสปอร์ตไทม์ก็ขึ้นหัวข้อข่าวใหม่อีกครั้ง‘ศึกของมังกร ใครกันที่จะเป็นมังกรตัวสุดท้าย’
…...
เมืองอู๋โจว
ในโรงเตี้ยมทีชได้เดินไปเปิดประตูเข้าไปในห้องห้องหนึ่งภายในห้องมีหญิงสาวตัวเล็กกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่เมื่อทีชเห็นทั้งสองคนก็เอ่ยปากทักทายทันที
“สวัสดีมอนจีและปรางจี ข้าขอรบกวนเวลาสักครู่พอดีมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย”
“มีอะไรหรือคะ” ปรางจีถามกลับ
“พอดีข้ากำลังจะตั้งกิล เลยอยากชวนให้ทั้งสองคนมาเข้าร่วมด้วย”ทีชเอ่ยชวนอย่างตรงไปตรงมา
คนอื่นๆที่เดินตามมาต่างก็ลุ้นกับคำตอบ เพราะทุกคนเห็นฝีมือของมอนจีดีว่าร้ายกาจแค่ไหนแถมปรางจีเองก็เป็นคนอัธยาศัยดี และยังเป็นผู้หญิงที่ชอบพูดจาตรงไปตรงมาแถมยังเป็นแม่ค้าที่มีชื่อติดบอร์ดชื่อเสียงอีกด้วย
แต่ก่อนที่จะเข้ามากุยแกได้เน้นย้ำกับทีชเอาไว้ว่า‘ไม่ว่ายังไงท่านต้องเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองคนนี้เข้าร่วมให้ได้’
นั่นเพราะว่ากิลจำเป็นต้องมีแม่ค้าจึงจะสามารถทำให้กิลพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วกิลที่มีแต่คนที่เก่งด้านการต่อสู้จะทำให้กิลเติบโตได้ช้ากว่ากิลที่มีบุคลากรหลากหลายซึ่งในเวลานี้ถ้าดูจากสมาชิกมีเพียงสมิทคนเดียวที่เป็นสายซัพพอร์ต
“อยากให้เราสองคนเข้ากิลเหรอคะ จริงๆ แล้วตัวฉันเองก็ไม่ติดอะไรนะคะคงต้องถามมอนจีมากกว่า” ปรางจีเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปทางมอนจี
มอนจีที่นั่งอยู่เงียบๆได้มองมาทางกลุ่มของทีชคล้ายกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
“นายชื่อทีชใช่มั้ย นายคิดจะตั้งกิลพร้อมกับคนเหล่านี้ใช่หรือเปล่าแล้วเป้าหมายของกิลคืออะไร ไม่คิดจะบอกสักหน่อยเหรอ” มอนจีเอ่ยถาม
“ใช่ฉันชื่อ ทีช ส่วนเป้าหมายของกิล...คงเป็นกิลที่แข็งแกร่งละมั้ง”ทีชยังคงตอบด้วยคำตอบเดิมที่เคยตอบให้ดาร์คฟัง
“กิลที่แข็งแกร่งงั้นเหรอ....ก็สมเหตุสมผลดีดูจากฝีมือของพวกนายทุกคนที่เลเวลยังไม่ถึง 200 แต่กลับมีฝีมือในการควบคุมพลังกันทุกคนแต่ถ้าเป็นเหตุผลนี้ข้าคงต้องขอปฏิเสธ” มอนจีตอบกลับ
“เอ๋...ทำไมละ นายต้องการอยู่กิลแบบไหนงั้นเหรอ” ทีชถามอย่างสงสัย
“กิลที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกกิลทุกคนไม่เว้นแม่แต้สายอาชีพซัพพอร์ตหรือพูดง่ายๆ คือกิลที่หัวหน้ากิลให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคนไม่ใช่กิลที่เน้นแต่ความแข็งแกร่ง” มอนจีตอบ พร้อมกับอธิบายความคิด
“ท่านเข้าใจนายท่านของข้าผิดไปแล้วที่นายท่านของข้าบอกว่ากิลที่แข็งแกร่งนั้นนายท่านของข้าหมายความว่ากิลที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงหาใช่กิลที่ต่อสู้เก่งอย่างเดียวไม่ และนิยามของกิลที่แข็งแกร่งที่แท้จริงนั้นจะต้องแข็งแกร่งทั้งพละกำลัง สติปัญญา และความเพียบพร้อมในด้านการบริหารซึ่งหมายความว่าเราให้ความสำคัญกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่แม่ค้า!” กุยแกก้าวออกมาอธิบายแทนทีช
“ใช่! ข้าหมายถึงกิลที่แข็งแกร่งแบบนั้นแหละเพราะหลังจากที่ตั้งกิลข้าจะตีเมืองขยายอาณาเขต ขยายอำนาจข้าไม่คิดที่จะตั้งกิลขึ้นมาเล่นๆ หรอกนะ พวกเราจะต้องเป็นกิลที่ยิ่งใหญ่เพราะฉะนั้นกิลของข้าจะขาดผู้เล่นสายซัพพอร์ตที่เก่งกาจไม่ได้” ทีชพูดออกมาด้วยความมั่นใจ แววตาที่มองมานั้นไม่มีการสั่นคลอนแม้แต่นิดเดียว
‘กิลที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงงั้นหรือ’ มอนจีกำลังคิดตาม
“มอนจี ข้าว่าน่าสนใจดีนะ อีกอย่างเราคนไทยเหมือนกันได้อยู่กิลที่หัวหน้าเป็นคนไทยก็ดีออก ในเกม LC มีไม่กี่กิลหรอกนะที่หัวหน้าเป็นคนไทยน่ะ”ปรางจีช่วยทีชกล่อม
“อืม...งั้นก็...ตกลง!” มอนจี ยอมตกลงในที่สุด
“เยี่ยม! เอ่อ...แต่ว่านะนับรวมพวกนายแล้ว ก็ยังขาดอีก 2 คน ใครพอจะมีคนรู้จักอีกมั้ยชวนมาได้นะ” ทีชเอ่ยถามทุกคน
แต่หลังจากที่ทีชถามออกไปทุกคนในห้องต่างก็ส่ายหัวยกเว้นคนเพียง2 คน
“ข้ามี” ดาร์ค พูด
“อืม...มีอยู่คนหนึ่งนะ เดี๋ยวจะลองส่งจดหมายไปถามให้” ปรางจีพูดจบก็หยิบจดหมายออกมาพร้อมกับอัญเชิญสัตว์อสูรที่เป็นนกตัวใหญ่ออกมาเป็นนกตัวเดียวกันกับที่เคยส่งจดหมายให้มอนจีในตอนที่มีเรื่องกับกิลหมีดุนั่นเอง
“โอเค ขอบคุณมาก ว่าแต่ดาร์คนายจะติดต่อเพื่อนของนายยังไงละ” ทีชหันกลับไปถามดาร์ค
“คนของฉันไม่ต้องส่งจดหมาย เดี๋ยวฉันจะล็อกเอ้าท์ออกไปบอกเขาเอง”ดาร์คพูดจบก็บอกลาคนอื่นพร้อมแล้วล็อกเอ้าท์ออกไป
ในขณะนั้นเองอลาโน่ได้เดินเข้าไปหาองค์หญิงผิงหยางพร้อมกับเอ่ยว่า
“องค์หญิงของข้า ข้าจำเป็นต้องไปทำธุระบางอย่างแล้วข้าจะรีบกลับมาอยู่เคียงข้างท่าน องค์หญิงของข้า…”พูดจบอลาโน่เก๊กท่าเป็นสุภาพบุรุษเต็มที่พร้อมกับล็อกเอ้าท์ออกไป
เมื่อร่างของอลาโน่สลายหายไปจากการล็อกเอ้าท์เว่ยเถียนได้หันมาถามทีชด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“เถ้าแก่ คนเมื่อกี้เค้าหลุดมาจากโลกไหนงั้นเหรอ”
“.......”ไม่มีใครเอ่ยตอบโดยเฉพาะทีชที่กำลังคิดในใจว่าต่อไปเขาจะไว้ใจอลาโน่ได้หรือเปล่า
……..
หลังจากที่ดาร์คกับอลาโน่ออกไปแล้วปรางจีกับมอนจีได้ขอตัวออกไปเดินดูตลาดในเมือง ส่วนกุยแกขอตัวออกไปทำธุระบางอย่างในห้องจึงเหลือแค่ ทีช หมิง เว่ยเถียน และองค์หญิงผิงหยางทีชที่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แจ้งข่าวกับสมิทจึงชวนคนที่เหลือรีบเดินทางไปที่สถานีส่งจดหมายเขียนจดหมายถึงสมิททันที
โดยใจความได้ระบุไว้ชัดเจนว่าให้เร่งเดินทางมาที่เมืองอู๋โจวเพราะในเวลานี้แค่รอคำตอบจากเพื่อนของปรางจี ซึ่งถ้าเพื่อนของปรางจีตกลงเข้าร่วมกิลทีชจะสามารถตั้งกิลได้ทันทีแต่ทุกคนจะต้องมาร่วมลงชื่อเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพร้อมกันที่สมาคม
เมื่อส่งจดหมายเสร็จเรียบร้อยทั้ง4 คนจึงออกเดินสำรวจรอบๆ เมืองอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็ออกไปเก็บเลเวลในพื้นที่ใกล้ๆ
......
บ้านอัครพิมุข
วันนี้หลังจากที่เลิกงานเอกได้เดินทางมาหาโอมที่บ้านทั้งคู่กะว่าจะออกไปปาร์ตี้กันในช่วงหัวค่ำแต่ทว่าในระหว่างที่เอกกำลังนั่งรอโอมอยู่ ก็เปิดไปที่ช่องรายการอีสปอร์ตซึ่งในเวลานั้นกำลังถ่ายทอดสดเหตุการณ์ของกิลมังกรผงาดและกลุ่มของทีชที่กำลังต่อสู้กันอยู่
“โอม! มาดูอะไรนี่เร็ว” เอกเอ่ยเรียกเพื่อนของตน
“มีอะไรทำเสียงหยั่งกับเห็นผี บ้านฉันไม่ได้มีผีนะเว้ย” โอมเดินมาพูดขึ้น
“ดูในทีวีสิ สังเกตคนที่ใส่เสื้อจอมยุทธคนนั้นคนที่กำลังต่อสู้กับโทคุโตะน่ะ” เอก พูด
“เสื้อจอมยุทธ...หืม...นี่มัน!” โอมที่เห็นทีชทางทีวีก็จดจำได้ทันทีคนอื่นอาจจะไม่รู้จักหรืออาจจะจำทีชไม่ได้แต่โอมที่เป็นคู่อริและยังเป็นคนที่ใส่ร้ายทีชจนติดคุกถึง 2 ปีมีหรือที่เขาจะจำไม่ได้
“ดูเหมือนหมอนั่นจะมีชีวิตที่ดีเกินไปในเกม LC ซะแล้วถึงขนาดมีเพื่อนที่เก่งกาจร่วมทีมแบบนี้”เอก พูดขึ้น
“เหอะ! ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด” โอมพูดขึ้น
“นายจะทำอะไร” เอกถาม
“หลังจากนายมาบอกว่ามันออกจากคุก ข้าได้ส่งคนไปสืบข่าวมาสักพักแล้วดูเหมือนตอนนี้หมอนั่นจะเปิดร้านคาเฟ่ชื่อ Admiration แถมร้านยังเริ่มโด่งดังขึ้นเรื่อยๆแล้วด้วย เรื่องในเกมเอาไว้ข้าจะจัดการทีหลังสิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องจัดการหมอนั่นที่โลกภายนอกนี่ก่อนข้าไม่ต้องการให้ร้านคาเฟ่ของมันประสบความสำเร็จ” โอมพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“หมายความว่านายจะจัดการมันที่นี่ แต่ในเกมจะปล่อยไปใช่มั้ย”เอกถามย้ำอีกครั้ง
“หืม...ป่าวเลย เรื่องของในเกมข้าย่อมต้องไปขัดขวางมันแน่นายก็รู้นี่ว่าในเกมข้าเป็นใคร!” คราวนี้โอมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบสายตาที่กำลังมองทีวีเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
.......
สำนักงานใหญ่กิลมังกรผงาด
จิ้งหยางกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หัวโต๊ะภายในห้องโถงที่ด้านข้างมีเรดกับบุรุษปริศนาคนเดิมนั่งอยู่รวมถึงเก้าอี้อีกหลายตัวที่มีผู้เล่นระดับสูงนั่งอยู่ แต่ทว่ามีเก้าอี้อยู่ 1 ตัวที่ว่างเปล่าเพราะในเวลานี้เจ้าของเก้าอี้กำลังนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับก้มหน้าอยู่ตรงหน้าประตูของห้องโถง
จิ้งหยางมองตรงไปยังโทคุโตะที่กำลังสำนึกผิดอยู่พร้อมกับพูดขึ้น
“แกเป็นถึงนักกีฬาของทีมโฮมถึงจะเป็นแค่ตัวสำรองแต่สิ่งที่แกทำลงไปทำให้ทีมโฮมต้องเสียชื่อเสียงและที่สำคัญสิ่งที่ข้า จิ้งหยางไม่อาจให้อภัยคือการที่แกและลูกน้องของแกอีก 100คนมีชื่ออยู่ในกิลมังกรผงาดแต่กลับไปพ่ายแพ้ให้กลับผู้เล่นโนเนมที่มีคนเพียง 9 คน!”
จิ้งหยางพูดจบบรรยกาศในห้องโถงก็เต็มไปด้วยจิตสังหารเป็นจิตสังหารของความโกรธเกรี้ยวและอำมหิตผู้เล่นระดับสูงบางคนที่รับแรงกดดันไม่ไหวถึงกับหน้าซีดมือที่แอบกำไว้ใต้โต๊ะกำลังสั่นด้วยความหวาดกลัว
‘จิ้งหยาง’ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่มีนิสัยร้อนแรง อารมณ์ของเขายากจะคาดเดาเสมอมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถกำราบเขาได้นั่นคือ กัปตันของทีมโฮมอีสปอร์ตซึ่งในเวลานี้คนคนนั้นไม่ได้อยู่ในห้องโถงแห่งนี้ทำให้ทุกคนได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับหัวหน้ากิลของตน
เรดที่นั่งอยู่ข้างๆซึ่งปกติเป็นคนที่ชอบทำตัวสบายๆและมักจะถกเถียงกับกุนซือของกิลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอแต่ในเวลานี้กลับปิดปากเงียบสนิท
“ห...หัวหน้า..จ...ใจเย็น...ลงก่อน...เวลานี้สิ่งสำคัญคือเรื่องของกิลมังกรทะยานฟ้านะครับ”กุนซือกิลที่นั่งตรงข้ามเรดพยายามเอ่ยขึ้นหวังจะคลี่คลายบรรยกาศ
“หุบปาก!”
โครม!
โต๊ะประชุมถูกฝ่ามือฟาดลงจนหักสะบั้นทุกคนที่นั่งอยู่ต่างพุ่งถอยหลังเพื่อสลายพลังที่แฝงจากการโจมตีของจิ้งหยางแต่ทว่า
อั๊ก!
โทคุโตะที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูห่างออกไปกลับกระอักเลือดออกมาเขาจงใจต้านรับการโจมตีที่แฝงมาจากการฟาดฝ่ามือของจิ้งหยาง
“เหอะ ถ้าครั้งหน้าแกแพ้อีกละก็...หัวของแกจะเป็นเหมือนกับโต๊ะตัวนี้!”เมื่อจิ้งหยางพูดจบเขากลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขอบคุณครับหัวหน้า!” โทคุโตะฝืนอาการบาดเจ็บภายในเอาไว้ แล้วกล่าวขอบคุณ
เมื่อโทคุโตะและคนอื่นๆในห้องโถงกลับมานั่งที่เก้าอี้เรียบร้อย จิ้งหยางก็หันไปกล่าวกับกุนซือของกิล
“จุนซู เริ่มประชุมแผนการรับมือกิลมังกรทะยานฟ้าได้”
จุนซูเป็นผู้เล่นชาวเกาหลี ในโลกภายนอกเขาเป็นผู้จัดการทีมให้กับทีมอีสปอร์ตเล็กๆแห่งหนึ่ง เขาเป็นผู้เล่นที่มักจะอยู่ฉากหลัง ตัวเขาจึงไม่มีชื่อเสียงที่โด่งดังเหมือนกับจิ้งหยางและเรดฝีมือในการต่อสู้ของเขาเองก็เหมือนกับผู้เล่นในระดับผู้เล่นทั่วไปมีเพียงมันสมองอันชาญฉลาดเท่านั้นที่โดดเด่น
จุนซูรู้จักกับจิ้งหยางตั้งแต่เริ่มเล่นเกม LC โดยบังเอิญและได้ร่วมตั้งกิลมังกรผงาดขึ้นมาด้วยกันต่อมาเมื่อจิ้งหยางได้เข้าร่วมทีมโฮมอีสปอร์ตเลยได้พบกับเรดและโทคุโตะจุนซูจึงบอกให้ดึงตัวคนทั้งสองมาเข้ากิล เมื่อกิลได้ผู้เล่นยอดฝีมือเข้าร่วมกิลมังกรผงาดก็ดำเนินแผนการตามที่จุนซูวางเอาไว้จนมีชื่อเสียงขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6ของทวีปตะวันออก โดยมีเมืองที่ยึดมาได้หลายเมืองประกอบด้วยเมืองขนาดกลาง 2 แห่ง และเมืองขนาดเล็กอีก 3 แห่ง ซึ่งในเวลานี้พวกเขาได้ยอมทิ้งเมืองขนาดเล็กไปแล้ว 1 แห่งนั่นคือเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว และนี่เป็นครั้งแรกที่แผนการของจุนซูที่กำลังดำเนินการอยู่ต้องผิดพลาด
ทุกคนในกิลมังกรผงาดต่างรู้ว่าจุนซูเป็นคนที่ไม่มีเซ้นส์ด้านการต่อสู้แต่ถ้าเป็นเรื่องแผนการเขาไม่เคยรผิดพลาดมาก่อน ทุกคนต่างไว้ใจในแผนการของเขาอย่างยิ่งต่อให้แผนการของเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวจะเสียไป แต่ความไว้ใจที่สั่งสมมาก็ไม่อาจสั่นคลอนความคิดของคนในกิลมังกรผงาดที่มีต่อจุนซูผู้นี้ได้และในเวลานี้เองที่กิลมังกรผงาดกำลังจะต้องทำสงครามกับกิล ‘มังกรทะยานฟ้า’กิลอันดับที่ 5 ของทวีปตะวันออกทุกคนจึงตั้งใจฟังแผนการของจุนซูทุกคำไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว