ด้านอูหลินเฟิง
อูหลินเฟิงที่กระโดดตามอสรพิษเกล็ดหยก และ กู่ซือเอินลงมา ก่อนที่ทั้งสามจะตกลงไปสู่ระยะที่แสงส่องมาไม่ถึง มีจังหวะหนึ่งที่อสรพิษเกล็ดหยกผ่อนแรงที่รัดร่างของกู่ซือเอินไว้ อูหลินเฟิงที่รอจังหวะ ใช้พลังจิตสายควบคุม ดึงตัวเองกู่ซือเอินออกมา จากนั้นก็อุ้มร่างของกู่ซือเอินเอาไว้แบบเดียวกับที่นางอุ้มเขาก่อนหน้านี้
"เจ้า..."กู่ซือเอินตกใจกับการที่นางโดนอูหลินเฟิงอุ้ม
"ท่านลอยไม่ได้ ข้าอุ้มท่านไว้ก่อนดีแล้ว"อูหลินเฟิงตอบ
"เหาะได้...แล้วเหตุใดไม่เหาะขึ้นไปเลย"เพราะนางรู้ว่าอูหลินเฟิงมีพลังจิตระดับสูง อาจจะสามารถใช้พลังจิตลอยตัวได้เหมือนที่เมื่อกี้ใช้พลังจิตดึงนางออกมาจากอสรพิษเกล็ดหยก
"ข้ามีความคิดบางอย่าง หากอสรพิษเกล็ดหยกไม่ตายจากการตกลงไป ข้ามีทางจัดการมันแล้ว"อูหลินเฟิงตอบ
"ก็ได้"กู่ซือเอินจำเป็นต้องทำตามเท่านั้น เพราะว่านางไม่อาจลอยบนอากาศได้เหมือนกับอูหลินเฟิง
อูหลินเฟิงใช้พลังจิตหยุดตัวอย่างอากาศราวๆ สิบวินาทีจากนั้นก็ปล่อยตัวเองตามแรงโน้มถ่วงตามร่างของอสรพิษเกล็ดหยกลงไป เขาทิ้งจังหวะให้ร่างของอสรพิษเกล็ดหยกร่วงลงไปก่อน เพราะเมื่อร่างที่ใหญ่โตของอสรพิษเกล็ดหยกตกสู้พื้นจะต้องเกิดเสียงดัง เมื่อนั้นเขาจะใช้พลังจิตลอยตัวอีกครั้งเพื่อให้ลงสู่พื้นอย่างความปลอดภัย
หลังจากที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องมากกว่าสามสิบนาที ตู้ม อูหลินเฟิงได้ยินเสียงดังขึ้นที่น่าจะเกิดจากการตกลงกระแทกพื้นของอสรพิษเกล็ดหยก แต่ว่าเสียงกระแทกที่ออกมานั้นกลับไม่ได้หนักแน่นเหมือนการตกสู้พื้นดิน เหมือนตกลงสู้น้ำมากกว่า
อูหลินเฟิงใช้พลังจิตไปทั่วร่างลอยตัวอยู่กลางอาการ จากนั้นใช้พลังจิตรับรู้เต็มกำลัง ใช้พลังจิตรับรู้แทนดวงตาที่ไม่อาจมองในความมืดได้ สัมผัสไปทั่วบริเวณรอบๆ สำรวจภูมิประเทศของใต้เหวหมื่นศพแห่งนี้
และยังใช้สัมผัสวิญญาณส่งไปพร้อมกับพลังจิตรับรู้ เพื่อค่อยสัมผัสวิญญาณของสิ่งมีชีวิตด้านล่างนี้แต่ว่าเขาสัมผัสวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตได้เพียงของกู่ซือเอินและอสรพิษเกล็ดเท่านั้น แต่ว่าพลังวิญญาณของเขากลับสัมผัสถึงพลังวิญญาณบางอย่างได้จากสถานที่อื่นที่ไกลออกไป
"เจ้านั่น..ตกลงไปยังพื้นน้ำจริงๆ ด้วย อาการบาดเจ็บจากการกระแทกเลยมีไม่มาก ไม่ถึงขั้นสาหัสเลยด้วยซ้ำ"จากนั้นเขาก็ลอยตัวไปยังบริเวณที่สัมผัสได้ว่าเป็นพื้นดิน จากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยให้กู่ซือเอินยื่นปกติ แต่ว่าเขายังคงจับที่ข้อแขนของกู่ซือเอินไว้ไม่ปล่อย
"ปล่อยมือข้าได้แล้ว"กู่ซือเอินบอกกับอูหลินเฟิงที่ไม่ยอมปล่อยมือนาง
"สัมผัสปราณของท่านไม่ดีเท่าจิตรับรู้ของข้า จับแขนท่านไว้แบบนี้ดีแล้ว"อูหลินเฟิงตอบเข้ายังไม่ตอบปล่อยมือของกู่ซือเอิน
"แต่.."
"อสรพิษเกล็ดหยกใกล้เข้ามาแล้วท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรมาก"อูหลินเฟิงบอก เขาสัมผัสได้ว่าอสรพิษเกล็ดหยกกำลังว่ายขึ้นมาจากน้ำแล้ว
'แต่สัมผัสปราณของข้าระดับสูงกว่าพลังจิตของเจ้า'กู่ซือเอินคิด
เสียงที่เงียบข้างล่างนี้ทำให้เสียงการแหวกว่ายในน้ำของอสรพิษเกล็ดหยกกลายเป็นเสียงที่ดังมาก
มันค่อยๆ ชูหัวออกมาจากพื้นน้ำ อูหลินเฟิงสามารถเห็นได้ผ่านจิตรับรู้ ต่อให้ไม่ใช้จิตรับรู้ แต่อารมณ์โกรธที่รุนแรงของมันก็ทำให้อูหลินเฟิงรู้อยู่ดีว่าตัวมันอยู่ตรงไหน ครั้งนี้อสรพิษเกล็ดพิษหยกมั่นใจมากกว่ามันจะสามารถกินคนทั้งสองตรงหน้าได้แน่นอน แต่ว่าชายหนุ่มที่พยายามหนีมาตลอดกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมาแม้เพียงน้อยนิด แต่กลับคุยกันอย่างสบายใจ
"เจ้ามีแผนอะไร"
"คุณหนูกู่ ท่านว่าตอนนี้มันมืดมากใช่หรือไม่"
"มาก"
"คิดว่าป้ายเหล็กของตระกูลโอวหยางจะเห็นอะไรหรือไม่"
"ไม่ มืดเกินไป"
"ข้าก็คิดเช่นนั้น" เพราะเขาเองก็คิดว่าป้ายเหล็กของตระกูลโอวหยางไม่อาจฉายภาพของใต้หุบเหวหมื่นศพได้จึงกล้ากระโดดลงมา
"เอาละ อสรพิษเกล็ดหยก ข้ามีข้อเสนอให้กับเจ้า มาเป็นสัตว์อสูรใต้อาณัติของข้าซะ หรือไม่ก็ตายที่นี่"อูหลินเฟิงบอกพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันจากพลังวิญญาณที่มหาศาลของเขา
อสรพิษเกล็ดหยกรับรู้ถึงอันตราย มันไม่ได้โจมตีโดนทันที แต่ราวกับมันรับรู้ว่านี้เป็นเพียงการขู่ของอูหลินเฟิงเท่านั้น แม้ตัวของอสรพิษเกล็ดหยกจะมีจุดแข็งที่ระดับชั้นทางกายและระดับชั้นทางจิต แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ระดับชั้นวิญญาณ
ยันต์วิญญาณ ยันต์โจมตี
อูหลินเฟิงใช้ยันต์รูปแบบดั้งเดิมโดยการใช้พลังวิญญาณล้วนๆ ยันต์ที่สร้างครั้งนี้ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า อูหลินเฟิงส่งยันต์หลายใบเข้าหาอสรพิษเกล็ดหยกทันที อสรพิษเกล็ดหยกที่ไม่อาจรับรู้ถึงพลังวิญญาณถูกยันต์ของอูหลินเฟิงเข้าไปเต็มๆ
"ฟ่ออออ!!!" ความเจ็บปวดมหาศาลออกมาจากดวงวิญญาณ ส่งผลให้อสรพิษเกล็ดหยกดิ้นไปมาอย่างทรมาน
"ได้ผลดีทีเดียว"อูหลินเฟิงพูดหลังจากที่สัมผัสได้ว่าอสรพิษเกล็ดหยกแพ้ทางพลังวิญญาณแค่ไหน ก่อนหน้านี้ในตอนที่เขาอยู่ในเทือกเขาหมื่นอสูรเขาแทบไม่ได้ใส่พลังวิญญาณลงไปในยันต์เลย เพราะว่าตอนนี้เขาต้องการเก็บเรื่องพลังวิญญาณเป็นความลับให้นานที่สุด การแข่งขันล่าอสูรที่มีคนจ้องมองตลอดสิบวันนั้น ทำให้เขาไม่กล้าใช้พลังวิญญาณมากเกินไป
"เจ้าทำอะไร?"กู่ซือเอินที่ไม่มีสัมผัสทางวิญญาณ สัมผัสผ่านปราณรับรู้เพียงแต่ว่าอูหลินเฟิงโบกไม้โบกมือจากนั้นอสรพิษเกล็ดหยกก็ดิ้นทุรนทุราย
"ทดลองอะไรนิดหน่อย"จากนั้นอูหลินเฟิงสร้างยันต์วิญญาณทีเดียวห้าใบ จากนั้นส่งออกไปโจมตีทันที
อสรพิษเกล็ดหยดแม้ไม่อาจเห็นยันต์วิญญาณ แต่สัญชาตญาณความกลัวตายมองมันสูงยิ่งนัก แม้จะทรมานอยู่แต่มันก็เลื้อยออกจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว
ข้อเสียที่ร้ายแรงของวิชายันต์คือความเร็ว ความเร็วสูงสุดของยันต์วิญญาณยังช้ายิ่งกว่าปราณปฐพี ทำให้สามารถหลบได้ง่ายนัก อูหลินเฟิงจึงใช้ยันต์ระเบิดผูกกับคุไนเพื่อเพิ่มความเร็วแทนการส่งไปตรงๆ
หลังจากนั้นต่อให้อูหลินเฟิงจะพยายามส่งยันต์วิญญาณหรือผูกยันต์วิญญาณไว้กับคุไน อสรพิษเกล็ดหยกก็สามารถหลบได้ทุกครั้ง
"โธ่เอ๊ย หลบได้ทุกอันเลย"อูหลินเฟิง สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด แม้ไม่อาจเห็นแต่ว่าอูหลินเฟิงรับรู้จากความรู้สึกได้เลยว่าอสรพิษหยกกำลังเยอะเย้ยเขาอยู่
"ได้!!...คิดว่าข้าไม่มีวิธีอื่นปราบเจ้าหรือไง"ทั้งสองจ้องกันผ่านความมืด ดวงตาสีมรกตของอสรพิษเกล็ดหยก สามารถมองถึงรังสีความร้อนจากคนทั้งสองได้ มันเองก็พยายามหาวิธีตอบโต้เช่นกัน
"ฟ่ออ" มันพ่นพิษสลายปราณพุ่งตรงเข้าหาคนทั้งสอง แต่ว่าพิษของมันกลับโดนกำแพงที่ไม่อาจมองเห็นขว้างไว้ พิษของอสรพิษหยกได้โดนยันต์อาคมป้องกันที่อูหลินเฟิงแอบสร้างแล้วซ่อนไว้ ในตอนที่ปายันต์วิญญาณโจมตี อูหลินเฟิงได้แอบสร้างยันต์อาคมทำเป็นกำแพงรอบๆ ตัว ป้องกัน หากอสรพิษหยกพุ่งเข้ามามันจะโดนยันต์อาคมพวกนี้โจมตีวิญญาณ แต่ว่าหากมันโจมตีด้วยพิษสลายปราณ ยันต์อาคมจะช่วยป้องกันตัวของอูหลินเฟิงเอาไว้
"ตัวเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้ ข้าเองก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้เช่นกัน แต่ว่าข้ามีสหายที่ทำได้"พูดจบอูหลินเฟิงก็จับไปที่สร้อยคอเก็บอสูรของเขา
"จงออกมา เสี่ยวหยุน"เมื่อพูดจบวิหคมรณะขนาดใหญ่ได้พุ่งออกมาจากสร้อยคอ พร้อมกับส่งสัมผัสจากลมปราณมรณะ ของตัวมันออกมาปราณมรณะสร้างแรงกดดันที่น่าหวาดหวั่นไปทั่วบริเวณ
"ความรู้สึกนี้ ปราณมรณะงั้นหรือ" เพราะกู่ซือเอินเคยไปป่าเมฆฝนมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกนางไปตอนนี้วิหคมรณะยังคงเป็นราชาของป่า ทำให้นางเคยเห็นและสัมผัสปราณที่น่าขนลุกอย่างปราณมรณะมาแล้วหนึ่งรอบ ทำให้นางสามารถจำได้ทันที ตอนนั้นเองนางก็มองไปยังอูหลินเฟิงอย่างไม่เชื่อสายตาแม้นางจะมองไม่เห็นก็ตาม
'ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่สามารถควบคุมวิหคมรณะได้'กู่ซือเอินคิด วิหคมรณะคือหนึ่งในสัตว์อสูรสายเลือดวิวัฒน์ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งระดับชั้นทางกาย จิตและวิญญาณอยู่ในระดับสูงทั้งหมด การจะจับมาได้ หากไม่ใช้นักฝึกสัตว์ที่เป็นชนชั้นจักรพรรดิย่อมไม่อาจทำได้แน่ หรือต่อให้เป็นชนชั้นจักรพรรดิตัวของวิหคมรณะอาจสู้จนตัวตายแทนที่จะยอมอยู่ใต้ผู้ใด
เป็นโชคดีของอูหลินเฟิงที่มีมีดปริศนาที่แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณระดับสูง ที่สูงจนวิหคมรณะไม่อาจต้านได้ อูหลินเฟิงที่พลังวิญญาณและพลังจิตที่อ่อนกว่าจึงสามารถฝังยันต์วิญญาณควบคุมได้โดยที่วิหคมรณะไม่อาจขัดขืน
เสี่ยวหยุนที่ได้เป็นอิสระครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าไปในสร้อยคอเมื่อได้ออกมาก็บินไปมาอย่างชอบใจ
อสรพิษเกล็ดหยกสามารถของเห็นร่างความร้อนของเสี่ยวหยุนได้ทั้งปราณมรณะที่ออกมาจากตัวของเสี่ยวหยุนนั้นเป็นปราณที่มีผลต่อวิญญาณโดยตรง มันที่สัมผัสถึงอันตรายที่อาจถึงชีวิตได้ถึงพยายามเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว
"เสี่ยวหยุน หยุดมันซะ"อูหลินเฟิงตะโกนบอก
"กรีซซซ" เมื่อได้รับคำสั่งเสี่ยวหยุนบินตรงไปหาอสรพิษหยกทันที แม้ว่าเสี่ยวหยุนไม่อาจจะมองในความมืดได้แต่อูหลินเฟิงได้ส่งพลังจิตรับรู้และสัมผัสวิญญาณให้กับเสี่ยวหยุนมันจึงสามารถบินไปตะครุบตัวของอสรพิษเกล็ดหยกได้อย่างรวดเร็ว
"ฟ่อออ" อสรพิษเกล็ดหยกที่โดนจับพยายามส่งเสียงขู่พร้อมกับที่กำลังจะพ่นพิษสลายปราณใส่เสี่ยวหยุนแต่ว่าปราณมรณะของเสี่ยวหยุนได้กดทับลงมาที่อสรพิษเกล็ดหยกก่อนที่มันจะสามารถทำอะไรได้
ต่อให้อสรพิษหยกมีระดับลมปราณระดับหกขั้นสูงเหมือนกับเสี่ยวหยุน แต่จากสายพันธุ์อสรพิษและวิหค รวมถึงปราณที่ชนะทาง ยังไงเสี่ยวหยุนก็ชนะอยู่ดี กับอสรพิษเกล็ดหยกระดับหกขั้นต้นที่บาดเจ็บมามากแล้วยิ่งไม่อาจต่อต้านเสี่ยวหยุนได้เลย
เมื่อสัมผัสได้ว่าเสี่ยวหยุนสามารถจับอสรพิษหยกได้แล้ว จึงเดินมาหยุดบริเวณใกล้หัวของอสรพิษหยก
"ข้าจะพูดอีกรอบจะเป็นอสูรของข้าหรือตายเลือกเอา"อูหลินเฟิงพูดอีกรอบ
"ฟ่อ" เสียงแผ่วเบาออกมาจากอสรพิษเกล็ดหยก แม้ไม่เข้าใจภาษาแต่ความรู้สึกจำยอมและความกลัวตายส่งตรงเข้าหาความรู้สึกของอูหลินเฟิง
"ดีมาก ถือว่าเจ้าฉลาด"อูหลินเฟิงสร้างยันต์วิญญาณตรงเข้าสู่จิตวิญญาณของอสรพิษเกล็ดหยก
"เจ้าชื่ออะไรดี คุณหนูกู่ท่านว่าอสรพิษตัวนี้จะชื่อว่าอะไรดี"อูหลินเฟิงถามความคิดเห็นของกู่ซือเอิน
"ไม่รู้"นางไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อนจึงไม่อาจนึกชื่อได้
"ไม่รู้ ชื่อนี้ไม่ดีเท่าไหร่ เอาเป็นชื่อเสี่ยวปินแล้วกัน"อูหลินเฟิงพยายามพูดกวนกู่ซือเอิน แต่นางกลับไม่ตอบสนองกับมุขของอูหลินเฟิงเท่าไหร่ เมื่ออูหลินเฟิงสามารถควบคุมเสี่ยวปินได้แล้วเสี่ยวหยุนก็ได้ปลดปราณมรณะและปล่อยเสี่ยวปินให้เป็นอิสระ
“เอาล่ะ เราเสร็จเรื่องตรงนี้แล้ว ไปตรงนั้นกันเถอะ เสี่ยวปินย่อหัวลงมา” เสี่ยวปินยกหัวลงมาติดพื้นจากนั้นอูหลินเฟิงก็คว้าแขนของกู่ซือเอินกระโดดขึ้นไปบนหัวของเสี่ยวปิน จากนั้นก็สั่งเสี่ยวปินให้ไปไปยังทิศทางที่เขาสามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณแปลกประหลาดได้ตั้งแต่ตอนที่มาถึงใต้หุบเหวนี้
“เจ้าจะไปไหน ไม่กลับขึ้นไปงั้นหรือ” หนึ่งในประโยคที่ยาวของกู่ซือเอินพูดออกมาหลังจากที่เห็นว่าอูหลินเฟิงไปยอมกลับขึ้นไป
“ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงบางอย่าง…ดูเหมือนว่าภายใต้หุบเหวนี้มีบางสิ่งที่ส่งพลังวิญญาณออกมา ข้าต้องการไปสำรวจสักหน่อย หากมีอันตรายเราจะขึ้นเสี่ยวหยุนแล้วหนีไปทันที” จากนั้นคนทั้งหมดก็ได้เดินทางไปยังจุดที่มีพลังวิญญาณแปลกประหลาดไหล่ออกมา ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่อูหลินเฟิงก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ด้านลบมากขึ้นเท่านั้น มีทั้งอารมณ์ โกรธ เกลียด เศร้า เสียใจ แค้น อารมณ์ด้านลบทั้งหลายส่งตรงมายังอูหลินเฟิงที่สามารถสัมผัสถึงอารมณ์ต่างๆ ได้
“เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีจริงๆ” อูหลินเฟิงกล่าว
“อะไรงั้นหรือ”
“ข้างหน้า…มีบางอย่างที่ส่งอารมณ์ด้านลบออกมาอย่างรุนแรง ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ยิ่งรุนแรงเท่านั้น”
“ข้าเองก็รู้สึกอึดอัดแปลกๆ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นอูหลินเฟิงจึงตัดสินใจสร้างยันต์อาคม ป้องกันพลังจากจิต และ วิญญาณ ออกมาหลายร้อยใบป้องกันไว้รอบตัวของทั้งตัวเขา กู่ซือเอินและเสี่ยวปิน ส่วนเสี่ยวหยุนนั้นอูหลินเฟิงเรียกกลับเข้าไปในสร้อยก่อน เมื่อเข้ามาใกล้บริเวณที่อูหลินเฟิงสัมผัสได้ เขาและกู่ซือเอินได้เห็นแสงสีครามหม่นส่องแสงภายใต้ความมืดแสงนี้เป็นแสงเดียวที่ปรากฏใต้หุบเหวแห่งนี้
แสงสีครามหม่นนั้นออกมาจาก ดอกบัวขนาดมหึมา ขนาดของมันนั้นต่อให้คนสามคนเข้าไปนั่งก็ยังสามารถนั่งที่ใจกลางดอกบัวนั้นได้ รอบๆ ดอกบัวที่เปล่งแสงสีครามนั้น มีเงาสีขาวหลายเงาที่เดี๋ยวชัดเจนเดี๋ยวจางหายไปอยู่ตลอดเวลา เงาพวกนั้นมีรูปร่างของทั้งคนและสัตว์อสูรวนเวียนอยู่รอบๆ ดอกบัวสีครามนั้น เงาพวกนั้นคือตัวที่ส่งอารมณ์ด้านลบทั้งหมดที่อูหลินเฟิงสามารถสัมผัสได้ออกมา
“ดอกปทุมปรโลก!!”