มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 หลงป้าเทียน

            ใบหน้าแดงระเรื่อเขาก้มหน้าลงแล้วปรับอารมณ์ครู่หนึ่งไม่นานนางก็พบราชสีห์หิรัณย์ที่มีหน้าตาดุร้ายอยู่ที่พื้น

            “พี่เหยียน นี่ท่านไปเอาสัตว์เลี้ยงมาจากไหน น่ารักจริงๆ”

            หลงเหยียนจับให้นางลุกขึ้น“ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก พวกเราไปที่ตำหนักหลงอู่กันเถิดไม่แน่ตอนนี้คนตระกูลเซียวอาจกำลังรอเราอยู่เป็นได้ อีกสองวันจะถึงวันแข่งขันแล้วคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงปรึกษากันเรื่องชิงลูกแก้วปีศาจกันอยู่”

            หลงหยุนฉีไม่อยากไปแต่ก็จำต้องออกจากห้องหลงเหยียนนางหันมามองราชสีห์หิรัณย์ครู่หนึ่งหลงเหยียนทิ้งมันไว้ในห้องเพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นเป้าสายตาของผู้อื่น

            ถ้านางรู้ว่าราชสีห์หิรัณย์เป็นสัตว์เทพที่มีพลังระดับทองคำขั้นที่ห้านางต้องตกใจมากแน่

            บนตำหนักผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง บิดาของเขานั่งอยู่ด้านข้างหลงเหยียนและหลงหยุนฉีเดินเข้าไปพร้อมกัน จากนั้นก็กล่าวทักทายผู้ใหญ่ทุกคนพบว่าไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลย

            แต่หลงเหยียนสัมผัสได้ถึงแววตาที่ดุร้ายจากเซียวกงเป้าแล้วหากมิใช่เพราะเมื่อครู่ตนกระชากเขาแรงๆ ไม่แน่ตอนนี้ตนอาจกลายเป็นตัวตลกของทุกคนก็ได้

            ยังโชคดีในเวลาสำคัญเช่นนี้ หลงเหยียนสามารถแก้สถานการณ์ได้ดี

            เวลานี้หลงเหยียนมองเห็นคนตระกูลเซียวแล้วด้านหลังผู้นำตระกูลเซียว ผู้อาวุโสตระกูลหลงยืนขึ้น มองหลงเหยียนครู่หนึ่งจากนั้นจึงกวาดตามองทุกคน

            “อีกสองวันก็ถึงงานแข่งขันล่าสัตว์ครั้งใหญ่แล้ว วันรุ่งขึ้นผู้นำตระกูลอู่ตี้เจ้าเมืองแห่งเมืองหยุนจงจะส่งคนมาชมการแข่งขันของเด็กหนุ่มของสองตระกูลเราถึงตอนนั้นหวังว่าพวกเจ้าจะดึงความสามารถของตัวเองออกมาแสดงได้เต็มที่”

            “ตอนนี้เรามาพูดถึงปัญหาที่อาจพบเจอในการแข่งขันกันหน่อยดีหรือไม่จะหลบจากอันตรายอย่างไรเมื่อคนมีความสามารถที่พวกเราสองตระกูลฝึกขึ้นมาด้วยความตั้งใจจะปล่อยให้ถูกปีศาจอสูรฆ่าตายไม่ได้เด็ดขาด”

            ผู้อาวุโสตระกูลหลงกล่าวยาวมากบ้างก็มีผู้นำแห่งตระกูลเซียวพูดเสริมนิดหน่อย

            หลงเหยียนตั้งใจฟังอย่างถึงที่สุดเช่นนั้นวันรุ่งขึ้นเจ้าเมืองแห่งเมืองหยุนจงส่งคนมาจากนั้นผู้อาวุโสแห่งตระกูลจะต้อนรับด้วยตัวเอง เปิดทางให้คนรุ่นหลังทั้งสองตระกูล

            ให้พวกเขาได้อยู่ร่วมกันเป็นการทำความรู้จักฝ่ายตรงข้าม

            คำพูดของผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงนั้นหลงเหยียนจำขึ้นใจขณะที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันกลับ ผู้อาวุโสเรียกหลงเหยียนฝ่ามือคู่ใหญ่จับลงมาที่แขนของหลงเหยียนอย่างแรง

            แววตาของเขาดูดุร้ายมาก“เหยียนเอ่อ อีกสองวัน เมื่อเจ้าไปถึงเทือกเขาหยุนหลัวเจ้าต้องรักษาระยะห่างจากทุกคนเข้าใจหรือไม่ ต่อให้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าก็ต้องระวังด้วยครั้งก่อนเจ้าทำหลงอวี่ซีบาดเจ็บ ปู่กลัวว่านางจะแค้นเจ้าอีกอย่างเจ้าต้องระวังตัวจากคนตระกูลเซียวด้วย...”

            หลงเหยียนมองเขาด้วยสายตายินดีก่อนพยักหน้า“ท่านปู่วางใจเถอะ ในเมื่อข้าเคยไปเทือกเขาหยุนหลัวแล้ว ท่านวางใจเถิด” เมื่อพูดจบหลงเหยียนก็เดินออกจากตำหนักอู่หลง

            ...

            วันที่สองมาถึงอย่างรวดเร็วตระกูลหลงและตระกูลเซียวส่งรายชื่อของคนที่ส่งได้มาหมดแล้วผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงยังคงนั่งอยู่ตำแหน่งผู้นำ ลุงใหญ่และอาหญิงประกบข้างทว่าครั้งนี้เขากลับพบว่าลุงสองหลงจ้านถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว

            ผ่านเรื่องราวครั้งก่อนเมื่อสายตาของหลงเหยียนหันมาประสานกันกับหลงจ้าน เขากลับก้มหน้าลงคาดว่าช่วงเวลาที่ถูกขังในคุก เขาคงคิดหลายอย่างจนปลงแล้ว

            พวกเขาต่างก็นั่งอยู่ข้างผู้อาวุโสส่วนบิดานั้นนั่งข้างผู้นำตระกูลเซียวอีกโต๊ะหนึ่ง ส่วนด้านล่างก็คือคนรุ่นหลังในตระกูลหลงสำหรับกิจกรรมนี้ ทั้งสองตระกูลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากก่อนคนจากทั้งสองตระกูลจะออกเดินทางยังมีงานประลองเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มจากสองตระกูลเพราะเวลาไม่เพียงพอจึงทำให้กิจกรรมนี้ถูกยกเลิกไป

            หลงเหยียนกวาดตามองรอบข้างคนเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนพละกำลังจากเมืองมังกรแล้วโดยเฉพาะผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงและลุงใหญ่หลงห้าวคนหนึ่งมีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่เก้าสูงสุด ส่วนอีกคนมีพลังขั้นที่เก้ากลาง

            ส่วนผู้นำแห่งตระกูลเซียวเซียวหยุนเหว่ยและเซียวกงเป้าก็มีพลังขั้นที่เจ็ดเหมือนกัน หากเปรียบเทียบกันแล้วก็ถือว่าสูสีแต่เพราะผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงแตะขั้นที่เก้าสูงสุดแล้วตระกูลหลงจึงได้เปรียบมากกว่าเล็กน้อย

            ระหว่างเด็กหนุ่มทางด้านตระกูลหลงเรียงลำดับพลังตามนี้ หลงเหยียน หลงอวี่ซี หลงเซ่าโหยวและหลงห่าวเทียน รองลงมาก็คือหลงหยุนฉี หลงอวี่หยาง และคนอื่นๆ ...

            แต่ก่อนเริ่มการแข่งขันสายเลือดตระกูลหลงที่ตระเวนอยู่ด้านนอกก็กลับมาแล้วเช่นกัน

            เขาชื่อว่าหลงป้าเทียนเป็นหลานชายของญาติทางผู้อาวุโสแห่งตระกูลแต่เพราะวงศ์เครือญาติกว้างมากจึงจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ลำดับใดคนส่วนใหญ่แทบลืมเขาแล้วด้วยซ้ำมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังรู้จักเขา

            ตอนที่หลงป้าเทียนออกจากตระกูลหลงอู่ได้ยินมาว่าเขามีพละกำลังสูงกว่าหลงอวี่ซีมากโขตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเขามีพลังระดับใด เมื่อผู้อาวุโสเห็นเขาก็ดีใจมากใบหน้าประกายรอยยิ้มแห่งความยินดี

            “ป้าเทียน มานั่งข้างปู่นี่สิ!”

            เมื่อหลงเหยียนเห็นแล้วก็อดสะอิดสะเอียนไม่ได้เมื่อนานมาแล้ว เขาถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลงพรสวรรค์ของเขาล้ำกว่าหลงอวี่ซีไม่น้อย เป็นอันดับหนึ่งที่ทุกคนยอมรับแม้กระทั่งหลงอวี่ซีเจอเขายังต้องเรียกว่าพี่เทียน

            ในเมืองมังกรตระกูลหลงมีหลงป้าเทียน ตระกูลเซียวมีเซียวเชียนมั่วพวกเขาทั้งสองคือยอดฝีมืออายุน้อยที่สุดในเมืองมังกร

            นึกไม่ถึงว่าวันนี้เขาก็กลับมาด้วยเช่นกันมีหรือที่ผู้อาวุโสจะไม่ดีใจ อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มความหวังให้ตระกูลหลงมากขึ้น

            หลงเหยียนรู้สึกถึงแรงกดดันโดยเฉพาะตอนที่หลงป้าเทียนหันมาเจอเขา

            แววตานั้นดุร้ายจนหลงเหยียนชะงักอยู่กับที่...

            “เจ้าหมอนี่ไม่ชอบขี้หน้าข้าอย่างเห็นได้ชัด”

            ไม่นานผู้อาวุโสตระกูลหลงก็เรียกหลงเหยียนเข้าไปหา“เหยียนเอ๋อ เจ้าก็มานั่งนี่สิคิดว่าพวกเจ้าควรทำความรู้จักกันเสียหน่อยตามอายุแล้วป้าเทียนอายุมากกว่าเจ้าสามปีถือเป็นพี่ชายเจ้า”

            หลงเหยียนลุกขึ้นยืนอย่างมีมารยาท“พี่เทียน ได้ยินว่าหลายปีมานี้ท่านสร้างเรื่องน่าประหลาดข้างนอกไม่น้อย หากมีเวลาช่วยเล่าเรื่องภายนอกให้ข้าฟังได้หรือไม่”

            หลงป้าเทียนเงยหน้าขึ้นท่าทางแลดูทะนง เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“นี่เจ้าคงนึกว่าตัวเองถูกยกระดับขึ้นมาแล้วหรือ ข้าได้ยินมาว่าในงานประลองยุทธ์เจ้าทำให้น้องหลงอวี่ซีบาดเจ็บหรือ?”

            “กึก!” หลงเหยียนผงะไป กำหมัดแน่น

            ‘เจ้าหมอนี่ไม่เป็นมิตรกับข้าอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย มีอคติกับข้า...’

            หลงเหยียนใช้วิญญาณมังกรสัมผัสพลังวิญญาณของเขาแต่กลับไม่อาจรู้ได้

            หลงเหยียนมั่นใจว่าเจ้าหมอนั่นต้องมีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่เจ็ดสูงสุดแล้วหรืออาจถึงขั้นที่แปด

            เมื่อนึกว่าหากตนใช้วิชากายธาตุพลังพลังปราณเพิ่มขึ้นสิบเท่า บางทีอาจสู้กับเขาได้

            หลงเหยียนไม่เกรงกลัวลุกขึ้นยืนจ้องตากับเขาต้องหน้าผู้ใหญ่ทุกคนในตระกุลหลงอู่

            “หลงป้าเทียน ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เหมือนเจ้ากำลังข่มขู่ข้าอย่านึกว่าข้าเรียกเจ้าว่าพี่ชายแล้วเจ้าจะผยองลืมฐานะตัวเองไป?”

            “ฟึ่บๆๆๆ!” ครั้งนี้ ทุกคนมองหลงเหยียนด้วยแววตาตกตะลึง

            “เกิดอะไรขึ้น? หลงเหยียนบ้าไปแล้วหรือนี่เขากล้าพูดกับพี่เทียนด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ได้อย่างไร”

            คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือตัวของหลงป้าเทียนเองเมื่อก่อนเขารังแกหลงเหยียนไม่น้อยแต่วันนี้เจ้าหมอนี่กลับใช้น้ำเสียงเช่นนี้คุยกับตน ช่างไม่เจียมเนื้อเจียมตัว

            เดิมทีนึกว่าหลงป้าเทียนจะโมโหทว่าเขากลับเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง

            เขาพยักหน้าให้หลงเหยียน“ไม่เลว ไม่เลวเลย ตอนนี้เสี่ยวเหยียนโตแล้ว กล้าพูดเสียงดังกับข้าแล้วแต่ที่ข้ากลับมาในวันนี้เพราะช่วยตระกูลในการแข่งขันมีหรือจะถือสาคนปลายแถวอย่างเจ้า”

            --------------------

    คล้ายกับเรื่องมหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน ที่คุณอ่าน