ราชาปีศาจกลับมาจากต่างโลก

    ตอนที่ 35 มือของหญิงสาวคนนั้นในวันนั้น

    ตอนที่ 35 มือของหญิงสาวคนนั้นในวันนั้น 

    เรื่อง ราชาปีศาจกลับมาจากต่างโลก


     


     

    “ฝนหยุดตกแล้ว เตรียมตัวเดินทางได้” ดาร์กเอลฟ์ที่เฝ้าประตูก็มาแจ้งข่าว

    เรื่องฝนที่ตกมาตลอดทั้งวันได้หยุดลงแล้ว คณะเดินทางได้ของเอลฟ์ทั้งสองเผ่ากำลังเตรียมตัว

    แม็กม่าเดินขึ้นดูบนจุดสูงสุดของภูเขาเพื่อดูสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อวานก่อน

    เหมือนว่ากองทัพจากแดนเหนือที่บุกมาจะถอยกลับไปแล้ว การเดินทางไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติ

    ในช่วงวันสองวันแรก การเดินค่อนข้างลำบากเนื่องจากฝนที่ตกลงมา

    ทำให้พื้นเปียกและกลายเป็นโคลน การเดินทางจึงช้ามาก แต่หลังจากผ่านไปแค่วันสองวัน

    ทางเดินก็กลับมาเป็นปกติ ขบวนเดินทางของเอลฟ์ทั้งสองเผ่าได้มาถึงป่าของเหล่า high born

    ผู้นำทั้งสามเผ่าได้พูดคุยตกลงกัน เอลฟ์เผ่า high bornมาแจ้งกับเจ้าหญิงและแม็กม่า

    เรื่องแสงสีขาวที่กำลังจะปรากฏในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและให้ทั้งสองเตรียมตัว


     


     

    “เธอพร้อมหรือเปล่าที่จะไป” แม็กม่าพูดกับเจ้าหญิงที่กำลังกังวลเรื่องบางอย่างอยู่

    เจ้าหญิงได้แต่นิ่งคิด แม็กม่าจึงเดินออกมาเพื่อให้ได้ใช้ความคิด


     


     

    “เจ้าหญิงเป็นไงบ้างละ” เรย์เข้ามาถามแม็กม่าที่พึ่งไปคุยกับเจ้าหญิง

    “ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ต้องให้เวลาคิกสักหน่อย” แม็กม่าตอบกลับ

    “พอได้ยินเรื่องต่างโลกฉันก็รู้สึกสนใจเลยนะ สัญชาตญาณของ ‘เรนเจอร์’ พลุ่งพล่านแล้วละ”

    เรย์เป็นเรนเจอร์ของเอลฟ์เผ่าhigh born มีหน้าที่ปกป้องป่าและสำรวจพื้นที่ต่างๆ

    การที่ได้ยินเรื่องต่างโลกก็ทำให้เธอรู้สึกอยากจะไปออกสำรวจที่ต่างโลก


     


     

    “เอลฟ์จะออกจากเผ่าต้องได้รับอนุญาตก่อนไม่ใช่หรือไง”

    แม็กม่าเตือนเอลฟ์สาวที่กำลังตื่นเต้นไม่ให้ทำอะไรโดยไม่คิด ถ้าเป็นไปโดยไม่บอก

    อาจจะทำให้เอลฟ์สาวรู้สึกผิดในภายหลังก็เป็นได้


     


     

    “เอาเป็นว่าฉันจะไปด้วย ไปขออนุญาตผู้นำเผ่าก่อนดีกว่า”

    เอลฟ์สาวที่ตัดสินใจได้ก็บอกกับแม็กม่าและรีบวิ่งไปขออนุญาตผู้นำเผ่า

    แม็กม่าที่ได้ยินก็สะดุ้งทันที เจ้าหญิงที่เป็นมนุษย์คงไม่มีใครสงสัยเมื่ออยู่ต่างโลก

    แต่เรย์เป็นเอลฟ์สาว ในโลกเดิมของแม็กม่าไม่มีเผ่าเอลฟ์อาศัยอยู่

    ซึ่งแม็กม่ากำลังจะห้ามเรย์ แต่เธอก็วิ่งไปไกลแล้ว

    หลังจากที่เรย์ไปคุยกับผู้นำเผ่า แม็กม่าก็กลับไปคุยกับเจ้าหญิงเรื่องที่เธอจะไปตามด้วย


     


     

    “เป็นไงบ้าง ทำใจได้หรือยัง ฉันไม่ได้บังคับให้เธอไปหรอกนะ”

    แม็กม่ามาพูดกับเจ้าหญิงที่กำลังนั่งคิดอยู่


     


     

    “ฉันจะไป ฉันตัดสินใจได้นานแล้วละ แค่รู้สึกประหม่าเท่านั้นเอง”

    เจ้าหญิงตอบตกลงที่จะได้ด้วย แม็กม่าก็ได้บอกว่าเรย์อาจจะไปด้วยก็ได้

    และคืนวันก็ผ่านพ้นไปจนมาถึงวันที่เหล่าเอลฟ์ได้บอกเอาไว้


     


     

    “วันนี้เมื่อสิบปีก่อน แสงสีขาวได้สาดส่องลงบนต้นไม้ต้นนี้ พวกเจ้าพร้อมไปไหมที่จะไป”

    ผู้นำเอลฟ์เผ่า hiกล่าวเปิดพิธีที่พวกเขาสืบต่อกันมาช้านาน ท่ามกลางสายตาเผ่าอื่นๆ

    แม็กม่าเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว เจ้าหญิงจับมือขวาของแม็กม่าจนแน่น

    เรย์ก็ได้รับอนุญาตให้ไป เพราะได้กำลังเสริมจากเผ่าอื่นๆและแสงสีขาวสาดส่องลงมาบนต้นไม้

    ทั้งสามกระโดดเข้าไปในลำแสงสีขาวที่ถูกยิงลงมาจากฝากฟ้า พวกลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลาง

    ความว่างเปล่าสีดำ พวกเขากำลังยื่นอยู่บนพื้นใสๆ เจ้าหญิงและเรย์ก็ตกใจกับบรรยากาศรอบข้าง

    แม็กม่าก็มั่นใจได้ว่า นี่คือทางเชื่อมเหมือนเมื่อครั้งก่อน แม็กม่าบอกว่าทั้งสามวิ่งตรงไปเรื่อย

    ทั้งสามจับมือกับวิ่งตรงไปข้างหน้า แสงสีขาวปรากฏขึ้นตรงปลายทางที่กำลังวิ่งไป


     


     

    “เหมือนกับคราวก่อนหน้านั้นเลย ไม่ผิดแน่มันต้องเป็นทางนี้แหละ” แม็กม่าคิด

    ตอนที่กำลังกลับจากโลกปีศาจสู่โลกเดิม เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว

    แสงสีขาวที่ปลายทางพุ่งเข้าใส่ทั้งสาม แสงสว่างทำให้ทั้งสามต้องปิดตาลง

    แม็กม่าลืมตาตื่นอีกครั้ง โดยมีเสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้นจากซ้ายและขวา

    มือที่แม็กม่ากำลังจับอยู่ไม่ใช่เจ้าหญิง แต่เป็นจิน่า ข้างๆ ก็มีเรนและอีฟยืนรออยู่


     


     

    “แม็กม่า คิดว่านายจะไม่ได้กลับมาแล้วซะอีก” จิน่าสติหลุดและพุ่งเข้ามากอดแม็กม่าจนล้มลง


     


     

    “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม เห็นนายกำลังจะร่วงลงไปด้านล่าง พวกเราตกใจแทบแย่”

    เรนสติหลุดเหมือนกันและเข้ามากอดเสริมอีกคน


     


     

    “เดียวนะ มันอะไรเนี่ย พวกเธอพึ่งจะมาถึงงั้นเหรอ” แม็กม่าถามอีฟที่น่าจะมีสติอยู่


     


     

    “ใช่พวกเราพึ่งมาถึงเอง พร้อมๆ กับนายนั่นแหละ” อีฟตอบพร้อมให้ทั้งสามลุกจากพื้น

    แม็กม่าสำรวจตัวเองและรอบๆ ว่ามีอะไรผิดปกติไหม


     


     

    “ฉันใส่ชุดอะไรอยู่เนี่ย” แม็กม่าตกใจที่เขาใส่ชุดแปลกๆ อยู่


     


     

    “งานโรงเรียนไง นายพึ่งแสดงละครเวทีจบ ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ลืมแล้วเหรอ”

    อีฟทวนความจำของแม็กม่าที่พึ่งแสดงละครเวทีเสร็จ แม็กม่าทำหน้าสงสัยทันที


     


     

    “นายแสดงละครกับฉันไง ฉันยังใส่ชุดเดิมอยู่เลย ความจำสั้นหรือไง”

    จิน่าพูดเสริมพร้อมให้ดูชุดที่เธอใส่อยู่


     


     

    “จริงสิแม็กม่า เจ้าเหมียวไม่ได้มาด้วย ฉันลืมเธอไปสนิทเลย” เรนเตือนแม็กม่าเรื่องแมวสาว

    เอ็นไม่ได้อยู่ในเงาของเรนตอนที่กำลังจะกลับโลกเดิม


     


     

    ตอนนี้ความรู้สึกมากมายกำลังถาโถมใส่แม็กม่า เขาค่อยๆ จำได้อีกครั้ง

    ว่าตอนที่กำลังจะไปโลกปีศาจเกิดอะไรขึ้น แม็กม่ารวบรวมความคิดและสติกลับมาอีกครั้ง

    “ตอนนั้นเราพึ่งแสดงละครเสร็จ ตอนนี้ก็อยู่ในโรงเรียนที่กำลังจัดงานเทศกาลอยู่

    ตอนที่เราอยู่โลกใหม่และกำลังจะกลับมา ฉันจับมือเจ้าหญิงกับเรย์อยู่นี่น่า

    พวกเธอทั้งสองคนไปไหนแล้วละ ถ้ามีคนมาเห็นซวยแน่” แม็กม่าประมวลผลความคิดอยู่


     


     

    “เวรละ ตอนนี้มีปัญหาแล้ว พวกเธอช่วยหน่อยสิ มีคนหายสองคน

    คนแรกเป็นมนุษย์ผู้หญิงใส่ชุดเหมือนพวกชาวบ้านแถวๆ ชนบท อีกคนเป็นเอลฟ์

    ที่มีหูแหลมๆ ยาวๆ ตัวสูงรูปร่างเหมือนคนอายุประมาณ25 ช่วยกันตามหาเร็ว”

    แม็กม่าบอกสามสาวให้ออกจามหาคนที่เขาพึ่งบอกลักษณะไป

    พวกเธอทั้งสามที่ได้ยินก็แปลกใจว่าแม็กม่าพูดเรื่องอะไรกันแน่


     


     

    “นายเพี้ยนหรือไงเนี่ย เรากลับจากต่างโลกแล้วนะ” อีฟเตือนสติแม็กม่าอีกครั้ง


     


     

    “คิดถึงพวกเธอที่อยู่ในปราสาทสินะ” จิน่ารู้สึกหึงหวงเล็กน้อย


     


     

    “ใช่พวกเธอสองคนนั้นไหม” เรนเห็นผู้หญิงสองคนท่าทางแปลกๆ ที่กำลังสำรวจงานเทศกาลอยู่

    เจ้าหญิงและเรย์กำลังเดินเล่นอย่างสนุกสนานในงานเทศกาล


     


     

    “ห้องไหน มันจัดงานcosplayวะ โคตรแจ่มเลย”

    นักเรียนชายที่อยู่ในงานก็มองทั้งสองตาเป็นมัน


     


     

    แม็กม่ารีบไปพาตัวทั้งสองออกจากงานไปยังที่ลับตาคนทันที สามสาวก็สงสัยจึงตามมาด้วย

    “ที่นี่มีแต่ของแปลกๆ ทั้งนั้นเลย นี่คือต่างโลกสินะ” เจ้าหญิงถามแม็กม่า

    “ไอ้cosplay เมื่อกี้คืออะไรงั้นเหรอ พวกนั้นมองตามฉันไม่หยุดเลย” เรย์ถามแม็กม่า


     


     

    “เอาไว้คุยที่หลังตอนนี้หาที่ปลอดภัยก่อน” แม็กม่ามองหาที่ที่น่าจะคุยกันได้


     


     

    “ช้าไปแล้วยะ พูดมาเดี๋ยวนี้เลยว่ามันเรื่องอะไรกัน” จิน่าพาสองสาวมากับเธอด้วย

    แม็กม่าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น


     


     

    “นายไปต่างโลกมาสินะ แถมเวลาของนายผ่านไปเป็นเดือนแล้วด้วย แปลกดีแฮะ”

    อีฟที่ได้ฟังก็รู้สึกประหลาดใจเรื่องเวลาที่มันแปลกๆ


     


     

    “เธอคนนี้เป็นเจ้าหญิงสินะ หน้าตาน่ารักสุดๆเลยละ คุณเอลฟ์ก็สุดยอดไปเลย”

    เรนเข้าไปกอดเจ้าหญิงและเรย์ที่มาจากต่างโลก


     


     

    “อย่างงี้นี่เอง” จิน่าพูดพร้อมเตะตัดขาแม็กม่าจนล้มและเดินโมโหออกไป


     


     

    “เธอคนนั้นเตะขาราชาปีศาจจนล้มได้ด้วยแหละ สุดยอดไปเลย”

    เจ้าหญิงแซวแม็กม่าที่โดนจิน่าเตะขาล้มในครั้งเดียวทั้งที่มันก็ไม่ได้แรงมาก

    เป็นเพราะในโลกนี้แม็กม่าปิดสกิลป้องกันตัวจนหมด ทำให้จิน่าที่มีพลังพอๆกันเตะจนล้มได้


     


     

    “แล้วนายจะให้พวกเธอไปอยู่ไหนละ เจ้าหญิงอาจไม่ใช่ปัญหาแต่คุณเอลฟ์มีปัญหาสุดๆ เลย”

    เรนตามแม็กม่าว่าจะทำยังไงต่อ เรื่องที่อยู่ของผู้มาเยี่ยนจากต่างโลก


     


     

    “ไปอยู่บ้านนายคงไม่ได้แน่ พ่อแม่นายคงจับคู่ให้พวกนายอีก มาอยู่บ้านฉันดีกว่า

    ยังไงบ้านฉันก็มีแค่ฉันคนเดียวอยู่แล้ว ฉันจะได้มีเพื่อนคุยด้วย”

    อีฟเสนอตัวให้เจ้าหญิงและเรย์ไปอยู่ด้วย เธอรู้ว่าพ่อแม่แม็กม่าเป็นยังไง


     


     

    “ไม่ต้องเรียกฉันว่าเจ้าหญิงหรอก ฉันออกจากปราสาทแล้ว เรียกฉันว่า (ยังคิดไม่ออก) ”

    เจ้าหญิงแนะนำตัวเองให้อีฟกับเรนรู้จัก


     


     

    “ส่วนฉันชื่อเรย์ เป็นเรนเจอร์ของเอลฟ์เผ่า High born”


     


     

    “ตอนนี้ออกจากโรงเรียนก่อนดีกว่า” อีฟพาเจ้าหญิงและเรย์ไปที่บ้านของเธอ

    เรนก็ตามไปด้วยโดยหาอะไรมาปิดหูของเรย์เอาไว้ ส่วนแม็กม่าก็ตามง้อจิน่า

    หลังจากความพยายามอันยาวนานและผ่านไปหลายหมัด จิน่าก็ยอมตามที่บ้านของอีฟด้วย


     


     

    “หน้านายไปโดนอะไรมาแม็กม่า” เรนที่ทำอาหารให้เจ้าหญิงกับเรย์เห็นแม็กม่าเป็นคนแรก


     


     

    “ไอ่อีอะไอหรอก (ไม่มีอะไรหรอก) ” แม็กม่าตอบกลับ หน้าบวมๆ ทำให้พูดได้ยาก


     


     

    “อาหารที่นี่อร่อยสุดๆ เลยละ” เจ้าหญิงและเรย์นั่งกินอาหารที่เรนกำลังทำให้อยู่

    “เรนเป็นแม่ครัวที่เก่งที่สุดในโลกนี้หรือเปล่าเนี่ย” ทั้งสองชมเรนที่ทำอาหารได้อร่อย


     


     

    “ห้องพวกเธอฉันจัดให้แล้วนะ แต่ต้องนอนห้องเดียวไปก่อน ฉันยังไม่ได้ซื้อเตียงเพิ่ม

    หน้านายไปโดนอะไรมาแม็กม่า!!” อีฟที่พึ่งออกจากห้องก็สะดุ้งที่เห็นหน้าแม็กม่าบวม

    แม็กม่าเข้าไปคุยเรื่องค่าใช้จ่ายของสองสาวที่มาจากต่างโลกว่าเขาจะจ่ายให้เอง

    “เอางั้นก็ได้ ส่งเงินมาให้ฉันด้วยละ” ทั้งสองกระซิบไม่ให้คนอื่นได้ยิน


     


     

    “งั้นฉันกลับก่อนนะ พวกเธอก็คุยกันไปแล้วกัน” แม็กม่าขอตัวกลับบ้านก่อน

    เป็นเพราะอะไรไม่รู้หลังจากเรื่องวุ่นวายจบลง ตัวเขาถึงได้เหนื่อยขนาดนี้

    และก็จะพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดสกิลทั้งหมด สกิลลดความเหนื่อยล้าจึงไม่ทำงาน

    แม็กม่าเปิดประตูบ้านเข้าไปก็เห็นแม่กำลังทำอาหารเย็นอยู่ พ่อก็กำลังรอจะกินข้าว


     


     

    “กลับมาเร็วนะเนี่ย คิดว่าไปเที่ยวเทศกาลโรงเรียนซะอีก” พ่อพูดกับแม็กม่าที่เดินเข้ามา


     


     

    “ข้าวเสร็จแล้วนะ มานั่งกินได้เลย” แม่ของแม็กม่ายกข้าวมาตั้งบนโต๊ะ

    ทันทีที่เห็นกับข้าวฝีมือแม่แม็กม่าก็รีบวิ่งไปนั่งที่โต๊ะและกินข้าวหมดไปครึ่งหม้อด้วยตัวคนเดียว


     


     

    “อร่อยสุดๆ ไปเลยครับ” แม็กม่ากินข้าวหมดไปแล้วครึ่งหม้อและยังจะกินต่อเรื่อยๆ

    หลังจากกินข้าวเสร็จก็ได้อาบน้ำในห้องน้ำที่ไม่ได้ทำมานาน


     


     

    “โคตรฟิน ที่คือความรู้สึกที่เรารอคอยสินะ” แม็กม่าแช่น้ำอยู่ในห้อง

    พอกลับมาที่ห้องของตัวเองก็ได้ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานาน

    ในค่ำคืนนั้นเองที่แม็กม่ากำลังนอนดิ้นอยู่บนเตียง มีเงาปริศนามาโผล่ที่หน้าต่าง

    มือนั้นได้เปิดหน้าต่างเข้ามาด้านใน คนที่ขึ้นมาชั้นสองของบ้านและไม่มีเสียงต้องไม่ใช่คนธรรมดา

    แม็กม่าเปิดไฟให้คนที่บุกเข้ามาในห้องตกใจ เขารู้อยู่แล้วว่ามีคนบุกเข้ามา


     


     

    “มันคือหลอดไฟที่อีฟบอกใช่ไหม” คนที่บุกเข้ามาคือเอลฟ์สาวนั้นเอง

    เธอเข้ามาสำรวจห้องของแม็กม่า เธอปีนหน้าต่างและกำแพงจากบ้านอีฟข้ามมาบ้านแม็กม่า


     


     

    “เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย เดียวก็มีคนมาเห็นหรอก” แม็กม่าพูดกับเอลฟ์สาวที่บุกเข้ามา


     


     

    “ก็มันว่างนี่น่า ตอนเย็นฉันเล่นเจ้ามือถือของอีฟจนแบตหมด ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำเลย

    ฉันก็เลยมาหานานเผื่อจะมีอะไรให้ทำไง” เอลฟ์สาวกำลังรุกใส่แม็กม่า


     


     

    “ใจเย็นแม่สาวเลือดร้อน ฉันไม่มีถุงยางแล้ว ขอตัวไปซื้อก่อน”

    แม็กม่าบอกให้เอลฟ์รออยู่ในห้องเงียบๆ ระหว่างที่เขาจะออกไปซื้อของด้านนอก

    [จะทำอะไรกันก็ใส่ถุงยางด้วยนะครับ ช่วงนี้กำลังเข้าใกล้วันแห่งความรักแล้วนะ

    ใครมีคู่ก็ขอให้ไปตายซะ เพราะคนเขียนยังไม่มีแฟนโว้ย เหม็นกลิ่นพวกมีแฟน by คนเขียน]


     


     

    “ออกไปไหนมานะ” พ่อกำลังดูบอลรอบดึกอยู่ เขาก็ถามแม็กม่าที่ออกไปด้านนอกมา

    “ซื้อของโฟมล้างหน้านะ พึ่งหมดไปเอง” แม็กม่ารีบหาข้อแก้ตัวก่อนจะขึ้นห้องไป

    พ่อก็ไม่ได้สนใจและดูบอลต่อ


     


     

    “ไปซื้ออะไรมาเหรอ เห็นบอกถุงยาง?” เอลฟ์สาวหยิบชุดแม็กม่ามาใส่เล่น

    “อย่าเอาชุดคนอื่นมาใส่สิ ตัวเธอใหญ่กว่าฉันนะ เสื้อเสียรูปทรงหมด”

    แม็กม่าให้เอลฟ์สาวถอดชุดออกให้หมด แต่เหมือนว่ามันจะติดถอดไม่ออก

    แม็กม่าจึงวางถุงยางไว้ที่พื้นและเข้าไปช่วยเรย์ถอดชุดออก ด้วยอุบัติเหตุไม่ขาดคิด

    เอลฟ์สาวทำน้ำหกใส่พื้นและลื่นล้มทับแม็กม่าที่กำลังช่วยเธอถอดชุดอยู่

    พ่อกับแม่ที่ได้ยินก็ขึ้นมาดูชั้นสองว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องแม็กม่า พวกเขาเปิดประตูเข้ามา

    แม็กม่าลืมล็อกประตูห้องตอนที่เข้ามา พ่อแม่มาเห็นผู้หญิงในวัยทำงานกำลังกดลูกชายตัวเอง

    แถมที่พื้นห้องก็มีถุงยาง 0.01MM วางอยู่ที่พื้น “โทษทีนะลูก” พ่อกับแม่รีบปิดประตูในทันที


     


     

    “เวรแล้วไหมล่ะ” แม็กม่าสบถออกมา


     


     

    *******************จบตอนที่35********************

    คล้ายกับเรื่องราชาปีศาจกลับมาจากต่างโลก ที่คุณอ่าน