"อืม.." ซิ่นซินตื่นขึ้นมาปลายยามไฮ่ เขาลุกขึ้นนั่งหันไปมองรอบกาย พบว่าซ่านฉิงและเลี่ยงหลิงนอนอยู่ไม่ไกลนัก
าแตามร่างกายถูกรักษาจนหายสนิทเนื่องจากไม่ใช่แผลที่รุนแรงมากอย่างของเลี่ยงหลิงหรือซ่านฉิง ซิ่นซินก้มมองฝ่ามือที่สั่นน้อย ๆ ของตนพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ในตอนนั้นชายหนุ่มคิดว่าตนจะไม่รอดเสียแล้ว เพราะอ่อนแอเกินไปทำให้ปกป้องใครไม่ได้เลย เกือบสูญเสียคนสำคัญไปอีกครั้งเพราะความอ่อนแอ เขาอยากแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ มีพลังให้มากกว่านี้ มือเล็กกำแน่นสายตามุ่งมั่นมากกว่าเดิม สลัดความเ็ปทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ คิดถึงเพียงหนทางที่ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น เก่งพอที่จะปกป้องคนสำคัญได้ เก่งพอที่จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้
จะไม่ยอมให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว!
ถัดไปตรงหน้าห้องมีชายคนหนึ่งยืนมองท่าทางของเด็กชายั้แ่ต้นก่อนที่จะเดินจากไปเงียบ ๆ
เฮ เฮ!
เสียงผู้คนบนสแตนด์เชียร์กึกก้องไปทั่วบริเวณ ผู้คนจากเมืองเต๋ออี้และผู้ที่ผ่านทางมาเมืองแห่งนี้ต่างมารวมตัวกันที่สำนักเหินฟ้าเพื่อมาร่วมรับชมการทดสอบรอบที่สามของศิษย์ใหม่ทั้งหลาย ต่างคนต่างรีบจับจองที่นั่งหน้าสุดเพื่อให้เห็นผู้เข้าแข่งขันชัด ๆ
โดยมีที่นั่งบนสุดของสแตนด์ฝั่งซ้ายจะเป็ของเหล่าผู้าุโและคณะอาจารย์ รองลงมาก็จะเป็เหล่าศิษย์ทั้งหลาย ตรงกลางที่เป็เวทีสำหรับการแข่งขันมีเหล่าศิษย์ใหม่ที่ผ่านการทดสอบรอบที่สองมาหมาด ๆ กว่าสามร้อยชีวิตยืนเรียงแถวเป็ระเบียบ
ไม่นานการทดสอบรอบที่สามก็จะเริ่มขึ้น ชายคนเดิมที่เป็พิธีกรั้แ่การแข่งขันรอบแรกเดินขึ้นมาตรงกลางเวที
"ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ข้า โยวฉินฉาง ได้รับเกียรติให้มาเป็พิธีกรในวันนี้ ขออธิบายกติกาการแข่งขันในการทดสอบรอบที่สามนี้" รอบข้างเงียบเสียงลง โยวฉินฉางจึงกล่าวต่อ
"การประลองจะแบ่งเป็สายทั้งหมดสิบสาย ในแต่ละสายจะมีผู้ชนะประจำสายเพียงหนึ่งคน หลังจากนั้นทั้งสิบคนจะถูกจับฉลากเพื่อแข่งขันกันเองเพื่อจัดอันดับต่อไป ผู้ที่ได้ที่หนึ่งถึงสามจะได้รับสิทธิ์พิเศษสามารถเข้าหอสมุดกลางและหยิบยืมตำราจากในนั้นออกไปศึกษาได้ตลอดเวลาตลอดการศึกษา และผู้ที่ได้ที่หนึ่งจะได้สิทธิ์เข้าไปเลือกอาวุธศักดิ์สิทธิ์หนึ่งอย่างจากคลังของสำนักเหินฟ้า”
สิ้นคำบอกเล่าก็เรียกเสียงฮือฮาจากรอบข้างได้อย่างดี ผู้ที่อยู่บนสแตนด์โดยเฉพาะเหล่าศิษย์พี่ต่างพูดคุยกันเสียงดังถึงรางวัลที่ผู้ชนะได้รับ
"เข้าหอหมุดกลางของสำนักได้ตลอดเวลาเลยหรือ!?"
"บ้าไปแล้ว! ขนาดศิษย์เอกบางคนยังเข้าไปได้ไม่กี่ครั้งเองนะ ทำไมปีนี้ได้ดีจัง"
"นั้นสิ ไหนจะอาวุธศักดิ์สิทธิ์อีก! แค่อาวุธระดับต่ำธรรมดา ๆ ก็ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะได้รับจากคลังของสำนักเหินฟ้านะ!"
"ข้าอยากรู้แล้วว่าใครจะได้ที่หนึ่ง"
"ข้าขอกลับไปเป็ศิษย์ใหม่อีกครั้งได้หรือไม่" เสียงฮือฮายังคงดังไม่หยุด โยวฉินฉางบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบก่อนกล่าวต่อ
“ส่วนการต่อสู้ อนุญาตให้ใช้อาวุธได้ ใครมีอยู่แล้วสามารถใช้ได้ ส่วนใครที่ไม่มี สามารถหยิบยืมไปใช้ได้ที่ห้องด้านหลัง”
“กฎการต่อสู้มีเพียงข้อเดียว คือห้ามถึงตาย เมื่อคู่ต่อสู้ยอมแพ้จงหยุดการโจมตีทันทีไม่เช่นนั้นจะถูกปรับแพ้และอาจมีความผิด เอาละ ต่อจากนี้จะเป็การจับสายและจับคู่แข่งขัน ขอให้พวกเ้าเรียงแถวเดินมาทีละคน”
หลังจากจับสายเรียบร้อยก็เริ่มการแข่งขันผู้ที่ยังไม่ได้แข่งจะต้องไปนั่งรอที่ห้องพักด้านใน หลี่หวังฟางกับจินเฉิงที่ยังไม่ได้แข่งเองก็เดินไปรอด้านใน
หลี่หวังฟางเลือกกระบี่มาอันหนึ่งเนื่องจากเขาไม่มีอาวุธ ส่วนจินเฉิงมีอยู่แล้วนั้นก็คือกระบี่เมฆาที่ได้จากการทดสอบรอบที่สองนั้นเอง
“ข้าได้สายที่ห้า ท่านจับได้สายอะไร” หลี่หวังฟางหันไปถามคนเป็พี่อย่างไม่มีอะไรทำคงอีกนานกว่าตนจะได้สู้
“สอง”
“ท่านว่าพวกพี่ซินฟื้นหรือยัง”
“อย่าคิดมาก” จินเฉิงเมื่อเห็นว่าคนน้องเริ่มกังวลจึงเอ่ยปลอบ
“ขอรับ..”
“อ่าว ๆ เหลือกันแค่นี้เองหรือ ก็นะ พวกบ้านนอกก็งี้แหละ จะไปเก่งอะไร” เสียงไม่ดังไม่เบาที่กำลังพูดอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็ เต๋ออี้จง บุตรชายคนโตของเ้าเมืองเต๋ออี้ คนเดียวกับที่พูดดูถูกพวกหลี่หวังฟางตอนที่มาสมัครเข้าสำนักแรก ๆ และสิ่งที่พูดเมื่อกี้ก็น่าจะหมายถึงพวกหลี่หวังฟางอีกเช่นเคย
หลี่หวังฟางมองตามเสียงแต่ทำเป็ไม่สนใจ
“สงสัยหูจะหนวกนะขอรับ”
“หรือไม่ก็เป็ใบ้” ชายสองคนที่ยืนข้างเต๋ออี้จงกล่าวก่อนจะหัวเราะคิกคัก
จินเฉิงจ้องบุคคลที่มาหาเื่หลี่หวังฟางทั้งสาม แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าไม่ได้สนใจ
เมื่อถูกเมินทำให้คนที่ถือตนดีกว่าคนอื่นอย่างเต๋ออี้จงหรือจะไม่อับอาย เขาคิดจะกระชากแขนคนตัวเล็กกว่าอย่างโกรธเคือง แต่ก่อนจะได้ทำก็ถูกหยุดด้วยจินเฉิงเสียก่อน กระบี่เล่มงามถูกยกขึ้นขวางการกระทำของคุณชาย
“จะทำอะไร”
“เ้า! บังอาจ!” เต๋ออี้จงเอ่ยอย่างหัวเสียเสียงดังลั่นทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองด้วยความสนใจ
“พอเถอะพี่เฉิง อย่าไปสนใจเลย” เป็หลี่หวังฟางเองที่ออกปากห้าม เขาแค่ไม่อยากมีปัญหาตอนนี้เดี๋ยวจะซวยกันหมด
“ใช่แล้วล่ะฟางอ๋อร์ อย่าสนใจพวกที่เก่งแต่ปากเลย”
“พี่ซิน! พี่ฉิง พี่หลิงด้วย!” สามคนที่มาใหม่เดินมาคั่นกลางระหว่างหลี่หวังฟางกับพวกเต๋ออี้จง ดูสิพวกเขาไม่อยู่แค่เดี๋ยวเดียวมันก็มารุมน้องเล็กของพวกเขาเสียแล้ว
“คุณชายเต๋อ ข้าว่าเราไปกันก่อนเถอะขอรับ ถ้ามีเื่ตอนนี้เดี๋ยวจะมีปัญหาเอาได้นะ” ชายที่มากับเต๋ออี้จงเห็นว่าตอนนี้คนเริ่มเยอะแล้ว กลัวจะกลายเป็เื่ใหญ่เลยเอ่ยเตือน เต๋ออี้จงที่ได้ยินดังนั้นจึงยอมใจเย็นลง
“เหอะ ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“ฝากแล้วอย่าลืมมาเอาคืนนะ” ซ่านฉิงพูดไล่หลัง เมื่อทุกอย่างกลับมาอยู่ในความสงบแล้ว ทั้งสามก็ถูกหลี่หวังฟางจับมานั่งรวมโต๊ะและถามไถ่ทันที
“พวกท่านหายดีแล้วหรือขอรับ”
“ได้ยาดีจากท่านอาจารย์ไป๋ เลยหายเร็ว แต่ก็ยังมีปวด ๆ อยู่บ้าง”
“อาจารย์ไป๋?”
“ผู้าุโหกนะ” ซ่านฉิงตอบ
“เป็เช่นนั้น แล้วพวกท่านจับสายกันหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้ว ของข้าได้สายที่สาม เลี่ยงหลิงได้สายที่ห้า ส่วนซ่านฉิงได้สายที่สิบ” หลี่หวังฟางที่ได้ยินก็ใ
“พี่หลิงสายที่ห้าหรือขอรับ!”
“ใช่ หรือว่าเ้า..” เป็ดั่งเช่นที่คิดหลี่หวังฟางได้สายเดียวกับตน
“ขอรับ ข้าได้สายห้าเช่นกันส่วนพี่เฉิงได้สายสอง”
“บังเอิญจริงๆ”
“ถึงจะเป็ฟางเอ๋อร์แต่ข้าไม่อ่อนข้อให้หรอก” เลี่ยงหลิงกล่าว
"ข้าเข้าใจขอรับ ข้าเองก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก" ทั้งห้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่นานซ่านฉิงก็ถูกเรียกให้ขึ้นไปแข่งขัน ส่วนคนที่เหลือที่ยังไม่ถึงคิวแข่งขันพากันย้ายไปที่ขอบสนามเพื่อเชียร์เพื่อนของตน
สนามแข่งแบ่งเป็ห้าสนามย่อย หนึ่งสนามจะมีสองสายที่ใช้แข่งกัน การแข่งจึงอาจจะล่าช้าเป็วันสองวันเลย
คู่ต่อสู้ของซ่านฉิงคือชายหนุ่มวัยสิบสองปีคนหนึ่ง การต่อสู้ของทั้งสองเกิดขึ้นไม่ถือห้านาทีก็จบ ด้วยความที่ในสายของซ่านฉิงไม่มีใครสามารถสู้ชายหนุ่มได้ทำให้ชัยชนะตกอยู่ที่มือของซ่านฉิงอย่างง่ายดาย
ต่อมาเป็การต่อสู้ของซิ่นซินกับคู่แข่งที่เป็หญิงผู้ปิดบังใบหน้าทั้งบนและล่างเอาไว้อย่างมิดชิด ซิ่นซินเลือกอาวุธเป็มีดสั้น ส่วนคู่ต่อสู้ไม่ได้ใช้อาวุธ เมื่อคำนับกันเสร็จหญิงสาวก็พุ่งตัวหาซิ่นซินอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า แต่ซิ่นซินที่มองทันการเคลื่อนไหวหลบหลีกการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว หลังโยกตัวหลบซิ่นซินก็ตวัดมือโจมตีกลับทันที
ปลายมีดที่หุ้มด้วยพลังปราณทำให้มันมีความแหลมคมมากกว่าปกติ ถึงจะพลาดไม่โดนศัตรูแต่ก็ทำให้เสื้อผ้าของฝ่ายตรงข้ามขาดได้ ถึงจะเล็กน้อยก็ตาม หญิงสาวะโถอยหลังไปตั้งหลักก่อนจะดึงพลังปราณของตนเป็ดาบขนาดเล็กเคลื่อนไหวอยู่บนอากาศ พุ่งหาซิ่นซินอย่างรุนแรง การดึงพลังปราณให้ก่อเป็รูปร่างนั้นถือเป็การใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง แต่มีพลังโจมตีที่รุนแรงกว่าการโจมตีธรรมดามาก
ซิ่นซินพยายามหลบทุกการโจมตีเพื่อเข้าไปประชิดตัวของนาง ซึ่งมันไม่ง่ายเลย ด้วยความที่เขายังไม่หายดีทำให้พลาดได้รับแผลไปหลายครั้งเช่นกัน
เด็กชายเมื่อเห็นว่าไม่สามารถเข้าไปประชิดตัวคู่ต่อสู้ได้ เขาจึงจะรอจังหวะที่อีกฝ่ายแรงตกเสียก่อน และไม่นานโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อพลังปราณที่หญิงสาวปล่อยออกมาเริ่มช้าลงซิ่นซินไม่รอช้า เขาพุ่งไปโผล่ที่ด้านหลังฟันมีดลงฉับไว อีกฝ่ายใช่ว่าจะพลาดท่าได้ง่าย ๆ นางโยกตัวหลบได้แต่ผ้าที่พันทั้งใบหน้าของเธอตกลง
เผยให้เห็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยทั้งผิวและผมของเธอเป็สีขาวสว่าง ตัดกับสีเสื้อที่เป็สีดำหลายคนที่ได้เห็นต่างตะลึงกับความสวยสง่าของเธอ รวมทั้งซิ่นซินเช่นกัน
หญิงสาวไม่ยอมให้เสียโอกาสเธอรวบรวมพลังที่เหลือปล่อยเป็คลื่นพลังก้อนใหญ่ไปที่ชายหนุ่มที่เผลอยืนนิ่งค้าง กว่าซิ่นซินจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วเขาไม่สามารถหลบการโจมตีของหญิงสาวได้ทัน ทำให้ตัวเขากระเด็นตกเวทีไป
"การแข่งขันในสนามที่สาม สายที่ที่สามผู้ชนะคือ ลู่ฟาง" เสียงของโยวฉินฉางทำให้ผู้คนโดยรอบดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง เสียงโห่ร้องกึกก้อง ฝั่งลู่ฟางหันไปคำนับผู้ชมเสร็จก็หยิบผ้าขึ้นมาโพกหัวดังเดิม ตาสวยมองตามซิ่นซินที่ถูกพาไปรักษาตัวต่อ ก่อนที่จะเดินลงเวทีไป
อีกด้านเวทีที่ห้าในเวลาเดียวกันหลี่หวังฟางกับเลี่ยงหลิงกำลังสู้กันอยู่ วันนี้หลี่หวังฟางใส่ชุดสีดำรัดรูปเล็กน้อยเพื่อง่ายต่อการต่อสู้อาวุธของเขาก็ยังคงเป็กระบี่อันเดิมที่ใช้แข่งั้แ่รอบแรกมาถึงรอบชิงในสาย ส่วนเลี่ยงหลิงนางใส่ชุดรูปทรงคล้ายหลี่หวังฟางแต่เป็สีเทา ส่วนอาวุธจะเป็กระบี่ลายดอกเหมยประจำตัวของนาง
เมื่อเริ่มการต่อสู้ก็ยังไม่มีใครที่ขยับตัวก่อน ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันสักพักก่อนจะเป็เลี่ยงหลิงที่เริ่มก่อน หญิงสาวปล่อยพลังปราณออกมาเล็กน้อยห่อหุ้มกระบี่ของตน ใช้วิชาตัวเบาพุ่งหาคนตัวเล็กอย่างรวดเร็ว หลี่หวังฟางมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวเขาหลบหลีกการโจมตีได้อย่างสบาย ๆ เด็กชายทำแบบเดียวกับเลี่ยงหลิงคือการปล่อยพลังปราณมาห่อหุ้มปลายกระบี่ แต่ของเขาใช้พลังมากกว่าหน่อยเพราะกระบี่ของเขาไม่ใช่กระบี่ที่แข็งแกร่งเยี่ยงของเลี่ยงหลิง กระบี่ระดับต่ำถูกใช้งานหนัก ๆ ติดต่อกันอีกไม่นานก็คงพัง เพราะงั้นเด็กชายจึงต้องรีบจบการประลองนี้
เด็กชายทำการตั้งรับ ปลายกระบี่ทั้งสองชนกันจนเกิดประกายไฟขึ้นหลายครั้ง ไม่มีคนไหนพลาดในการต่อสู้นี้เลย ต่างคนต่างตั้งรับการโจมตีจากอีกฝ่ายได้อย่างดี เป็แบบนี้ไปอีกห้าหกทีกระบี่ของหลี่หวังฟางก็สั่นเล็กน้อย เด็กชายที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเลยดึงพลังปราณบางส่วนออกมาห่อหุ้มตัวเอง ตั้งรับการโจมตีจากเลี่ยงหลิงอีกครั้ง
และเป็ไปตามคาดกระบี่ในมือเด็กชายแตกกระจายทันทีเพราะการใช้งานหนัก หลี่หวังฟางะโถอยหลบการโจมตี ส่วนเลี่ยงหลิงเมื่อเห็นว่าอาวุธของคู่ต่อสู้พังไปแล้วเธอก็ไม่ได้หยุดการโจมตีของเธอแต่อย่างใด เพราะนี้เป็โอกาสดีที่เธอจะปิดจบและชนะคู่ต่อสู้อย่างไงละ
แต่ก่อนที่เลี่ยงหลิงจะคิดทำอะไร หลี่หวังฟางก็ชิ่งดึงวิชาที่อี๋หยาเคยสอนออกมาเสียก่อน วิชานี้คือการดึงพลังปราณของตนออกมาจำนวนมากห่อหุ้มตัวเอง เป็ม่านเหมือนโล่ แต่ต่างออกไปตรงที่ว่าผู้ที่ถูกพลังปราณห่อหุ้มอยู่จะเหมือนหายไปในอากาศ คู่ต่อสู้จะมองไม่เห็น วิชานี้สามารถอำพรางได้แม้แต่คนที่มีวรยุทธสูงกว่าตน แต่ข้อเสียคือมันอยู่ได้ไม่นาน นั้นเพราะเป็การดึงพลังปราณออกมาจำนวนมาก เมื่อพลังปราณใกล้หมดวิชาก็จะคลาย แต่หลี่หวังฟางสามารถใช้วิชานี้ได้นานถึงหนึ่งเค่อ หลังการฝึกฝนอย่างหนักของเด็กชาย วิชานี้มีชื่อว่า วังวนมายา
บนที่นั่งของผู้าุโ เหล่าผู้าุโต่างสนใจการต่อสู้จากทั้งสองเวที แต่ตอนนี้หลายสายตาจับจ้องไปที่เวทีที่ห้า การต่อสู้ที่รุนแรงของทั้งคู่ ถึงแม้จะเป็พี่น้องกันแต่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้กันเลย
"เ้าว่าใครจะชนะ" ผู้าุโเอ่ยถามผู้าุโสอง
"ก็ต้องเป็แม่หญิงอยู่แล้ว" ผู้าุโสี่พูดแทรก
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
"ทั้งคู่เก่งวิชากระบี่ทั้งคู่ แต่ก็ยังดูไม่มีอะไรน่าสนใจ" ผู้าุโสี่พูดต่อ พลางยกไหสุราประจำตัวขึ้นมากระดกดัง อึก
"กลางวันแสก ๆ ยังจะดื่มอีก ขี้เมาจริงเชียว" ผู้าุโสองทำหน้าหยี๋ใส่ คนที่ถูกว่าหันไปมองแล้วยักไหลอย่างไม่สนใจ ทั้งยังทำต่อ
"กระบี่ของเ้าหนูนั้นไม่นานน่าจะใช้การไม่ได้" และเป็ดั่งที่ผู้าุโห้ากล่าว ไม่นานกระบี่ระดับต่ำของหลี่หวังฟางก็แตกออก แต่ที่น่าตะลึงไปกว่านั้นคืออยู่ดี ๆ เด็กชายก็หายตัวไปในอากาศ หลายคนที่สนใจการต่อสู้ของหลี่หวังฟางต่างประหลาดใจไปตาม ๆ กัน แม้กระทั่งผู้าุโก็ไม่เว้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้จักวิชานี้ เพียงแต่วิชานี้ไม่ใช่ใครที่สามารถฝึกได้ง่าย ๆ อย่างไงละ
"วังวนมายา เด็กคนนั้นสามารถทำมันได้.." ผู้าุโสี่เอ่ยอย่างใ
"นี้มัน.. เด็กคนนั้นเป็ใครกันแน่" ผู้าุโสามพึมพำเบา ๆ
กลับไปที่การประลอง หลังจากหลี่หวังฟางหายตัวไป เลี่ยงหลิงสับสนอยู่ครู่ หญิงสาวหันมองรอบกายอย่างระมัดระวัง ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างทำให้เลี่ยงหลิงเบนตัวไปทางด้านซ้ายหลบการโจมตีที่มองไม่เห็น ถึงจะหลบทันแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้แผลมา
ด้านหลี่หวังฟางที่มองเห็นทุกการกระทำของคู่ต่อสู้ เขาทำการหยิบมีดสั้นขึ้นมา มีดนี้เขาเตรียมไว้ยามที่กระบี่แตก ในกติกาไม่ได้ห้ามไว้นี่ว่าจำกัดการใช้อาวุธ ดังนั้นเขาใช้ได้ ตัวเขาหวังจะจบการต่อสู้ด้วยการโจมตีสุดท้าย และเหมือนโชคเข้าข้าง อยู่ดี ๆ ผู้ชมก็เงียบลงอย่างไม่ได้นัดหมาย ทำให้ทั้งหลี่หวังฟางและเลี่ยงหลิงเผลอหันไปสนใจเวทีข้าง ๆ ที่เป็การประลองของซิ่นซิน และทั้งคู่ก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นไปตาม ๆ กัน
"การแข่งขันในสนามที่สาม สายที่ที่สามผู้ชนะคือ ลู่ฟาง"
เหมือนโยวฉินฉางเป็คนเรียกสติ ทำให้เป็หลี่หวังฟางที่ดึงสติกลับมาได้ก่อน เขาไม่รอช้าซัดพลังโจมตีใส่เลี่ยงหลิงทันที หญิงสาวที่เผลอตัวถูกโจมตีเข้าอย่างจังบริเวณ่ท้องจนล้มลง
"การแข่งขันในสนามที่ห้า สายที่ห้าผู้ชนะคือ หลี่หวังฟาง"