ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในภูเขาน้ำแข็งแล้วเมื่อกี้ฉันรู้สึกเหมือนวูบไปแฮะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ
ฉันพยายามนึกไปยังเรื่องในอดีตสิ่งที่เกิดขึ้นคือเลวี่ทะเลาะกับผู้ชายที่เป็นปีศาจคนนั้นพอเลวี่กำลังจะทุบหัวด้วยหินก็ถูกใครไม่รู้ผลักออกมา
พอกำลังจะไม่ยอมจบก็มีผู้อำนวยการโรงเรียนกับผู้หญิงผมสีชมพูโผล่มาหยุดไว้ผู้อำนวยการคนนั้นไล่คนที่เป็นปีศาจออกและขึ้นบัญชีดำตระกูลขุนนางของมัน
แน่นอนบัญชีดำนี้รวมทั้งห้าโรงเรียนจะไม่รับขุนนางปีศาจนั้นทำให้มันถึงหน้าซีด ส่วนเลวี่ก็รุนแรงเกินไปเลยถูกไม่รับเข้าเรียน
แต่ว่าถ้าเลวี่ไม่ได้เข้าเรียนฉันก็ไม่คิดจะเข้าเรียนด้วยพอฉันตัดสินใจจะเลิก ผู้หญิงที่ชื่อชิสุก็พูดขึ้นว่าเธอยังไม่ได้ทำจริงๆถึงแม้จะเจตนา
น่าตกใจที่ผู้อำนวยการยอมรับอย่างน่าเหลือเชื่ออาจจะเพราะว่าคนที่ชื่อชิสุมีชื่อเสียงจนผู้อำนวยการอ่อนข้อให้ก็ได้
ส่วนผู้ชายที่มาหยุดเลวี่ก็ขอร้องในฐานะหนึ่งในจอมมารทั้งสิบสองฉันถึงกับตกใจไม่อยากเชื่อว่าเจ้าติ๊งต็องนี่จะเป็นจอมมารจริงๆ
แต่ว่าพลังดูเหมือนจะยังไม่ได้รับมาทั้งหมดแล้วลาน่าโผล่มาจากไหนไม่รู้ ดูเหมือนเธอจะตามพวกเรามาติดๆเพราะด้วยการที่เธอใช้เวทมนตร์ปีศาจเลยใช้เวลาไม่กี่วันเท่านั้นถึงได้มาถึงนั่นเองสรุปก็คือเรื่องราวทุกอย่างก็จบลงได้ด้วยความสงบ
ดีจริงๆ! ฉันคิดว่าถ้าขืนไปสู้กับจอมมารแม้จะยังเด็กแต่ก็คงแพ้ไม่เป็นท่าเป็นแน่ก็เป็นถึงจอมมารเลยนะ!
ฉันที่ตระหนักถึงเรื่องราวในอดีตเสร็จศัพท์ก็พยักหน้าในขณะที่เลวี่ยังกอดแขนฉันแน่น
“ท่านพี่ ท่านพี่อย่ายอมให้โดนดูถูกแบบนั้นอีกนะคะ!”
เลวี่กำลังบ่นให้ฉันเหมือนเป็นคุณแม่ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบมากที่ฉันโดนดูถูก ฮรือ ช่างเป็นน้องสาวที่ดีอะไรแบบนี้
“เข้าใจแล้วๆ”
ถึงจะตอบไปแบบนั้นถ้าอยู่ในสถานการณ์มีโอกาสเกิดสงครามฉันอาจจะอยู่เฉยๆ เหมือนเดิมอยู่ดีแหละนะ..
ภายในภูเขาน้ำแข็งเป็นโพลงขนาดใหญ่เหมือนลานต่อสู้หลังจากที่ทุกคนมาถึงแล้ว คนที่ชื่อชิสุก็เริ่มอธิบาย
“เอาล่ะการทดสอบจะแบ่งออกเป็นสามบททดสอบ บททดสอบแรกคือการ ทดสอบพลังเวทสำหรับมนุษย์คือการค้นคว้า ปีศาจคือปริมาณ กึ่งมนุษย์คือความสัมพันธ์กับธรรมชาติและอสูรคือเวทมนตร์ของสายพันธุ์”
ว่าแล้วลานกว้างก็เปลี่ยนไปมีชั้นน้ำแข็งและเป้าปรากฏขึ้นถ้าจะพูดให้ถูกก็เหมือนเป้าซ้อมยิงปืนในโลกเดิมเลยแหละ
“เป้านั้นทำมาจากน้ำแข็งที่มีความเย็นสุดๆในระดับ ‘ศูนย์สัมบูรณ์’ หากใครยิงได้ตรงเป้าที่มีขนาดเล็กที่สุดคือผ่านและหากสร้างรอยให้น้ำแข็งคือผ่าน”
พอเธอพูดเสร็จทุกคนก็ตื่นเต้นเหมือนจะคิดว่ามันง่ายๆแต่ไม่รู้ซะแล้วว่าน้ำแข็งศูนย์สัมบูรณ์คือสภาวะที่เรียกได้เป็นสภาวะที่โมเลกุลสั่นน้อยที่สุด
การจะสร้างรอยขีดขวดนี่แทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยเหตุนี้การจะผ่านจึงแทบมีวิธีเดียวคือยิงให้ตรงเป้า
คนแรกสุดคือผู้โชคร้ายจากเผ่ากึ่งมนุษย์เป็นเอล์ฟหนุ่มใช้ธนูเป็นอาวุธพอเริ่มสัมพันธ์กับธรรมชาติแล้ว
เหมือนกับว่าทุกอย่างช่วยเป็นกำลังให้เอล์ฟและแทบจะวินาทีนั้น
ลูกธนูพุ่งออกจากศรไปในพริบตาเดียวกันราวกับลูกธนูวิ่งทะลุกำแพงเสียงและเสียดสีกับอากาศจนกลายเป็นธนูเพลิง
“ว้าววว”
ทุกคนถึงกับตะลึง เห็นชัดว่าเอล์ฟคิดจะละลายน้ำแข็งแต่ทว่าเมื่อปะทะมันก็เหมือนกับว่าธนูปะทะกับหินที่ไม่สามารถละลายด้วยไฟ
เคร้ง พลาดนั่นเอง!ทุกคนดูถูกเอล์ฟคนนั้นแทบจะทันที ฉันคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเป็นแบบนี้แต่พอมีหลายคนพลาดทำเอาเริ่มหน้าซีด
ทว่าในตอนนั้นเองผู้หญิงฉันสีชมพูที่เหมือนจะเป็นมาเฟียจากต่างโลกก็ปรากฏตัวขึ้น
เธอเหมือนจะเป็น มนุษย์แต่เธอไม่ได้ปล่อยเวทหรืออะไร เธอหยิบเมดยาขึ้นมา แล้วโยนไปใส่เป้า
“ตูบ!”พอเม็ดยาตกใส่เป้ามันก็แตกออกและน้ำแข็งนั้นก็สลายหายไป.. เอ๋..ของแบบนี้มันทำแบบนี้ได้ด้วยเรอะ!?
ฉันถึงกับตกใจและทุกคนเองต่างพากันอ้าปากค้างคนที่ชื่อชิสุเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นก่อนจะลูบหัวเธอแล้วพูด
“ทำได้ดีมากอเล็กเซีย”
รู้จักกันเหรอฉันคิดว่าไม่ควรไปยุ่งเรื่องของคนอื่นแต่มันได้ยินเองนี่น่าคนที่ชื่ออเล็กเซียปัดมือออก
“อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก เอลเน่”
“แล้วเธอไม่ใช่เด็กหรือไงกัน”
ฉันเลิกที่จะสนใจบางทีคนหัวสีชมพูอาจจะเป็นญาติคนที่ชื่อชิสุนั่นก็ได้แถมเหมือนจะไม่ถูกกัน
ฉันหันไปมองเลวี่ที่ฉันเลิกสนใจเพราะถึงคราของเลวี่เลวี่เองก็เหมือนจะรู้จักสูตรของน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุด
เธอไม่ได้ทำลายเป้าหมายแต่กลับสร้างเป็นกระสุนไฟห้าดอกและยิงออกไปกระแทกใส่กลางเป้าพอดิบพอดี
“ท่านพี่ๆ ข้าเป็นอย่างไรบ้าง”
เธอวิ่งมาเกาะแกะฉันฉันเลยลูบหัวและตอบเธอ
“ทำได้ดีมาก!”
ในขณะที่มีคนเริ่มผ่านเยอะขึ้นก็ถึงตาของโคลเอ้เธอเหมือนจะมีพรที่ค่อนข้างหายากเกี่ยวกับพื้นที่และเวลา
เธอพัฒนาไปในระดับที่พอดึงดาบออกรอยต่อของโครงสร้างมิติก็ถูกสะบั้น..แม้อยู่ห่างออกไปหลายเมตรก็ถูกฟันสะบั้นจนขาดครึ่ง
ทุกคนต่างพากันตกใจเพราะว่าโรงเรียนเวทมนตร์ มีน้อยนิดที่จะใช้วิชาดาบผ่านการทดสอบเวทมนตร์ได้
“ข้าไม่ใช้ท่าที่แข็งแกร่งที่สุดตามที่องค์หญิงบอกแล้ว”
เธอพูดกับฉันด้วยสีหน้าจริงจัง อืมๆทักษะการระวังตัวเพิ่มขึ้นอีกแล้วจำไว้ว่าเราต้องไพ่ตายอยู่ใต้แขนเสื้ออยู่หลายสิบไพ่ตาย
หากไพ่ตายนี่ไม่ได้ผลก็หลอกให้มันคิดว่านั่นคือไพ่ตายใบสุดท้ายก่อนจะใช้ใบใหม่เรื่อยๆ!
ในขณะที่ฉันชื่นชมโคลเอ้ก็ถึงรอบของฉันแล้ว
ทุกคนจ้องมาที่ฉันแต่จะบอกอะไรให้ฉันมีไพ่ตายอยู่ใต้เสื้อมากมายแต่ฉันจะไม่ใช้มันสักอย่างเลยล่ะนะ.. จ้องไปก็ทำให้ฉันเผยไพ่ตายไม่ได้หรอก
ฉันเลือกใช้เวทมนตร์ที่มีประสิทธิภาพตอนนี้มากที่สุด..นั่นคือการจัดการโมเลกุล ในเมื่อโมเลกุลมันสั่นช้าเราก็เพียงแทรกแซงให้มันสั่นเร็วขึ้นเท่านั้นก็พอนี่
ใช่ฉันหลับตายกมือขึ้นและทำโมเลกุลกลับมาสั่นมากกว่าเดิมจนไม่ตกอยู่ในสภาวะศูนย์สัมบูรณ์ก่อนจะทำให้มันระเหิดด้วยความร้อนจากเวทมนตร์
เรียบร้อย!
“… ห๊ะ เกิดอะไรขึ้น?”
“เอ๊ะ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”
เหมือนทุกคนจะมองมาที่ฉันอย่างสงสัยในขณะที่เลวี่กระโดดมากอดแขนฉันพลางบอกว่า
“ท่านพี่สุดยอดที่สุดเลย!!”
และการทดสอบครั้งแรกก็สิ้นสุดลงคนที่ผ่านรอบแรกจากหลายสิบคนตอนนี้เหลือไม่กี่สิบคนเท่านั้น
การทดสอบที่สองนั้นง่ายกว่าการทดสอบแรกนั่นคือการเขียนสูตรเวทมนตร์ที่ใช้ในบททดสอบแรกเป็นลายลักษณ์อักษร
อันที่จริงนี่ที่นับว่าเป็นบททดสอบเพราะว่ากันการใช้ของวิเศษโกงและกันการใช้เวทมนตร์แบบผิดๆโดยไม่รู้เรื่อง
แน่นอนว่าเผ่าอื่นก็อธิบายเหมือนกันดังนั้นในรอบนี้จึงไม่มีใครที่พอสอบตกในรอบนี้เลย.. และสุดท้ายก็เข้าสู่บททดสอบที่สามการเอาชนะคู่ต่อสู้แบบกลุ่ม
กลุ่มละห้าคน!
น่าตกใจที่กลุ่มฉันถูกจัดให้มีคนที่ประกอบไปด้วยฉัน, เลวี่, โคลเอ้ และผู้หญิงที่ชื่ออเล็กเซีย
ส่วนอีกคนเหมือนจะมีผมสีขาวอมชมพูอ่อนๆดวงตาสีดำเหมือนเป็นคนขี้อายและขี้กลัวหน่อยๆ .. แต่ฉันอยากบอกว่าคนแบบนี้แหละอันตรายที่สุด