บทที่ 16 พบเจอ 2
ราดิชมาปรากฏตัวในสถานที่แห่งหนึ่งเขาพบว่าตอนนี้เขาอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ท้องฟ้าสีเทาหม่นเช่นเดียวกับทุ่งหญ้าสีหม่นเหมือนใกล้ตายแห่งนี้ ราดิชขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะมันต่างจากข้อมูลที่เขาได้รับมา
เดิมทีเขาต้องถูกส่งไปยังลานประลองใต้ดินแห่งหนึ่งและบททดสอบของเขาที่ระบบจัดให้คือการส่งสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับผู้ทดสอบออกมาโดยผู้ทดสอบต้องเอาชนะมันให้ได้หรือไม่ก็อยู่รอดให้ได้ครบหนึ่งชั่วโมงก็เป็อันผ่านภารกิจนั้น
แต่สิ่งที่เขาพบตรงหน้ามันค่อนข้างแปลกทีเดียวหรือว่าระบบเกิดความผิดพลาดแต่ก็ไม่น่าเป็ไปได้สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือการทดสอบนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็แน่และไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบของคำถามนี้ เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นตรงหน้าเขา
กระแสลมไหลมารวมกันตรงจุดนั้นจนเกิดเป็พายุขนาดย่อมเศษใบไม้และฝุ่นปลิวว่อนไปทั่ว ราดิชหรี่ตามองภาพตรงหน้าอย่างไม่วางใจ เขาก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อยพร้อมเรียกดาบออกมาเตรียมพร้อมเอาไว้
ลมพัดแรงขึ้นเขาแสบผิวตอนนี้มวลอากาศได้ทำการบีบอัดไปรวมกันที่พายุนั่นจนเกิดเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาเพียงชั่วอึดใจกระแสลมก็สลายไปจนหมด พร้อมร่างหนึ่งที่ปรากฏออกมา
ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีดำทมิฬทั้งตัวด้านหลังสะพายดาบเล่มหนึ่งไว้ ผู้มามีใบหน้าหล่อเหลา ผมสีทองตัดสั้นของเขารับกับใบหน้านั้นเป็อย่างดีดวงตาสีฟ้าครามของเขาจ้องมาที่ราดิช
ราดิชเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเมื่อประสานสายตากับอีกฝ่ายอีกฝ่ายมีไอสังหารแผ่ออกมาอย่างชัดเจน ผิวของอีกฝ่ายขาวซีดจนเหมือนไม่มีเืแต่ก็ไม่อาจลดทอนความหล่อของอีกฝ่ายได้เลย ทว่าการแต่งตัวแบบนี้มันเหมือนเขาเคยอ่านเจอมาก่อน
“เ้าคือคนที่มารับการทดสอบเปลี่ยนอาชีพใช่ไหม”อีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ใช่แล้วไม่ทราบว่าท่านคือ..”ราดิชพยักหน้ารับแต่ไม่ละสายตาไปจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ข้าคือคนที่จะมาทดสอบเ้าจะว่าไปเ้าเป็คนที่สองที่ข้ามาทดสอบด้วยตัวเอง อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะเ้าคนแรกแค่รอดไปได้ครบชั่วโมงก็เต็มกลืนแล้ว หวังว่าเ้าจะทำได้ดีกว่านั้น”อีกฝ่ายพูดด้วยท่าทีสบายๆ
ราดิชเพ่งพินิจลักษณะท่าทางของอีกฝ่ายอย่างละเอียดเมื่อได้พิจารณาอย่างดีแล้วเขาก็พลันสะท้านใจขึ้นมาเมื่อเขาพอจะทราบแล้วว่าอีกฝ่ายคือใคร
อีกฝ่ายคือบอสในตำนานที่แข็งแกร่งมาก อัศวินดำแห่งรีเฟน มาร์ค เรเวอรัสบอสใหญ่แห่งรีเฟนดันเจี้ยนที่ไม่มีใครล้มลงได้ ข้อมูลอีกฝ่ายพลันผุดขึ้นมาทันที
ระดับหนึ่งร้อยมีพลังชีวิตกว่าห้าแสนหน่วย พลังป้องกันที่เหนือกว่าสิ่งใด พลังโจมตีที่มหาศาลเพลงดาบที่สังหารได้แม้กระทั่งเทพเ้า ทักษะดาบที่ยอดเยี่ยมที่สุดเป็บอสรูปแบบมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ตำนานเื่เล่าของอัศวินคนนี้มีมากมายถ้าคนที่ชอบทำเควสเนื้อเื่จะทราบตำนานของอัศวินดำผู้นี้กันเป็อย่างดี
แม้พลังชีวิตจะไม่ได้สูงมากมายเท่าใดแต่ว่ากันว่าเขาคือนักดาบในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดตัวเขาเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับปีศาจและเทพนับพันนับหมื่นได้และตำนานที่ว่าก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วในตอนนี้ ราดิชฝืนกลืนน้ำลายลงคอเพื่อสยบความพลุ่งพล่านในใจ
“มาร์คเรเวอรัส?” ราดิชพลันเอ่ยนามนี้ขึ้นมา
“โฮ่…รู้จักข้าด้วย” มาร์คเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ผมก็อยากลองสู้กับนักดาบในตำนานดูสักครั้งเหมือนกัน”ราดิชกล่าวอย่างสบายๆ เขาไม่ได้กลัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยในตอนนี้
ความจริงแล้วส่วนลึกในจิตใจเขานั้นอยากลองสู้กับอีกฝ่ายดูเหมือนกันเขาอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของบอสระดับนี้เป็อย่างไรแต่เขาก็ไม่คิดว่าระบบจะคิดว่าเขาแข็งแกร่งถึงขนาดต้องให้คนระดับนี้มาทดสอบด้วยตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นจงใช้ทุกอย่างที่เ้ามีมาสู้กับเข้า”มาร์คชักดาบของตนออกมา
ดาบเล่มนั้นมีสีเงินหม่นประกายของมันเย็นเยียบราวกับไม่สนใจต่อสิ่งใด ตัวดาบกลับไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิดใบดาบเรียวมีคมทั้งสองด้าม กั่นดาบเป็ทรงยาวที่ปลายมีหมุดกลมติดอยู่ไอสังหารของอีกฝ่ายพวยพุ่งออกมาอย่างชัดเจนแรงกดดันที่ปล่อยออกมาทำให้ห้วงอากาศบิดเบี้ยวจนแหลกสลาย
ราดิชหาได้ยอมให้อีกฝ่ายกดข่มใหม่เขาย่อมรู้ดีว่าด้วยทักษะของอาชีพนักดาบนั้นยากที่จะทำอันตรายคนตรงหน้าได้คงต้องใช้ฝีมือดาบที่แท้จริงบวกกับทักษะพิเศษที่ได้รับมาเท่านั้นถึงจะต่อกรกับอีกฝ่ายได้
มาร์คไม่สนใจว่าราดิชจะพร้อมสู้แล้วหรือไม่เพียงกระพริบตาเขาก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราดิชแล้วดาบเล่มบางถูกฟันลงมาอย่างเรียบง่าย ดาบนี้แหวกห้วงอากาศจนส่งเสียงอึงอลราดิชหลบดาบนี้ไม่ทันจึงต้องตวัดดาบเข้าปะทะกับอีกฝ่าย
ดาบทั้งสองเล่มปะทะกันโครมครามเกิดคลื่นแรงอัดกระจายออกไปราดิชผงะถอยหลังไปเล็กน้อยและฟันสวนกลับไปแทบจะในทันทีแม้ดาบนี้จะป้องกันไว้แต่พลังชีวิตของเขาก็ลดลงไปไม่น้อยเหมือนกันเห็นได้ชัดว่าการโจมตีของอีกฝ่ายรุนแรงแค่ไหน นี่ขนาดเป็แค่การฟันธรรมดาเท่านั้น
ดาบของราดิชมีเป้าหมายคือลำคออีกฝ่ายแต่มาร์คก็วงดาบมาป้องกันไว้ได้ทันท่วงทีเสียงดาบปะทะกันคราได้ล้วนเกิดประกายไฟแปรบปราบ ทั้งสองผละจากกันไปตั้งหลัก
“ไม่เลวนี่รับการโจมตีของข้าได้โดยไม่แขนขาดไปก่อน คงเป็เพราะดาบนั่นสินะ”มาร์คกล่าวชมและให้ความสนใจดาบของราดิช
“ถ้าไม่มีดาบเล่มนี้ผมคงตายไปแล้วแน่นอน”ราดิชไม่ปฏิเสธ
เพราะมันเป็เื่จริงที่ว่าถ้าเขาไม่ได้ดาบเล่มนี้ช่วยไว้ เขาคงแขนขาดหรืออาจจะตายไปแล้วก็เป็ได้เพราะเท่าที่เขาทราบมาการฟันธรรมดาของมาร์คนั้นสามารถผ่าร่างพาลาดินระดับเจ็ดสิบที่มีอุปกรณ์ป้องกันเต็มสูบได้สบายจึงไม่แปลกเลยที่ไม่มีใครล้มบอสตนนี้ได้
“มาอุ่นเครื่องกันหน่อยดีกว่า”มาร์คขยับตัวอีกครั้ง
นักดาบในตำนานเลือกที่จะโจมตีจาก้าร่างนั้นะโขึ้นไปและพุ่งลงมาโจมตีราดิชเหมือนลูกะุความเร็วสูง ราดิชไม่อาจต้านรับได้พลันพลิกตัวหลบและก็เป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะพื้นตรงนั้นถูกฟันเป็รอยแยกลึกอย่างน่ากลัว
ราดิชวาดดาบในมือฟันใส่อีกฝ่ายแต่มาร์คก็เอี้ยวตัวหลบได้ไม่ยากพร้อมแทงสวนเข้ามา ราดิชต้องวกดาบมาป้องกันตัว แรงปะทะทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าวถ้าเขาป้องกันไม่ทันคงถูกแทงทะลุตัวไปแล้ว
ทั้งสองพุ่งเข้าปะดาบกันอย่างไม่มีใครยอมใครดาบในมือราดิชกวัดแกว่งฟาดฟันใส่อีกฝ่ายราวจักรผันขณะที่มาร์คก็ป้องกันและตอบโต้กลับไปได้ทุกครั้งมาตอนนี้ดูเหมือนมาร์คจะลืมไปว่าตัวเองมีทักษะมากมายแต่กลับใช้เพียงวิชาดาบพื้นฐานเท่านั้น
“เ้าหนุ่มเ้าทำให้ข้ารู้สึกสนุกมาก” มาร์คกล่าวขึ้นมาหลังดันราดิชถอยไป
“แต่ผมไม่รู้สึกสนุกด้วยเลย”ราดิชหอบหายใจออกมา
แน่นอนว่าพละกำลังของเขาสู้อีกฝ่ายไม่ได้เลยที่เขายังยืนหยัดต่อสู้ได้อยู่เพราะอีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้ทักษะออกมาเพียงแต่ใช้วิชาดาบธรรมดาต่อสู้กับเขาเท่านั้น
“เ้าหนุ่มเรามาเอาจริงกันดีกว่าไหม ขืนสู้กันแบบนี้ก็ไม่มีทางรู้ผลแพ้ชนะแน่” มาร์คกล่าวพร้อมะเิพลังเวทออกมาไอความมืดสีดำแพร่ออกจากร่างของเขา มันกัดกร่อนทุกอย่างแม้แต่อากาศยังแหลกสลายต้นหญ้าล้วนแห้งตายสลายไปทันทีที่ััไอความมืดนั้น
ความจริงราดิชคิดจะปะดาบกับอีกฝ่ายจนครบชั่วโมงเพื่อผ่านภารกิจแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะอ่านความคิดของเขาออก จึงไม่ยอมให้เขาถ่วงเวลาได้อีกเพราะถ้าแค่ปะดาบธรรมดานั้นเขามั่นใจว่าสามารถยันอีกฝ่ายได้เกินชั่วโมงแน่นอนเพราะถ้าเป็วิชาดาบเขาก็เข้าใจมันอย่างลึกซึ้งไม่แพ้คนตรงหน้าแม้แต่น้อย
ราดิชรู้ว่าอีกฝ่ายคืออัศวินดำที่แข็งแกร่งที่สุดทักษะที่อีกฝ่ายใช้นั้นย่อมทรงพลังมากอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ใช่ว่าเขาจะยอมแพ้อีกฝ่ายเสียเมื่อไร
“คงมีแต่ต้องเอาจริงแล้วสินะ”ราดิชกล่าวเสียงเครียด
พลังเวทมนตร์ในตัวเขาถูกเร่งเร้าถึงขีดสุดไอพลังสีฟ้าครามพลันล้นทะลักออกมา พร้อมการเรียกใช้ทักษะพิเศษที่ได้รับมาจากภารกิจพิเศษ
ทักษะพิเศษเจ็ดดาบสังหาร
ไอเวทมนตร์รวมตัวกันเป็ดาบเวทโปร่งแสงสีฟ้าเจ็ดเล่มพวกมันลอยอยู่ด้านหลังเขาอย่างสงบ ไอสังหารแผ่ออกจากพวกมันราวกับเขื่อนแตกแม้แต่มาร์คยังชะงักไปเมื่อเห็นทักษะนี้
“ไม่นึกว่าเ้าจะมีทักษะนี้งานนี้สนุกแน่” มาร์คกล่าวอย่างถูกใจและแสะยิ้มเล็กน้อย
“เรามาต่อยกสองกันดีกว่า”ราดิชกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น