จอมอักขระ จ้าวศาสตรา

    บทที่ 58 การแข่งขัน

    "การแข่งขันในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท" เอี้ยหลิงอธิบายให้ฟัง"ผู้ชนะจากแต่ละประเภทจะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันระดับจังหวัดต่อไป"

    "ประเภทไหนบ้างครับ?" เอี้ยเสวียนถามอย่างสนใจ

    "ประเภทแรก การจารึกอักขระ - ต้องมีอายุไม่เกิน 20ปี ฝีมือขั้นต่ำ 3 ดาวเงิน"เอี้ยหลิงอ่านตามจดหมาย "ประเภทที่สอง การปรุงโอสถ - อายุไม่เกิน 18 ปี ฝีมือขั้นต่ำ 2 ดาวเงิน"

    "ประเภทที่สาม การหลอมอาวุธ - อายุไม่เกิน 22ปี ฝีมือขั้นต่ำ 4 ดาวเงิน" เขาพูดต่อ"ประเภทที่สี่ การต่อสู้ด้วยอาวุธ - อายุไม่เกิน 20 ปีพลังปราณขั้นต่ำระดับกำเนิดปราณขั้นกลาง"

    "แล้วประเภทสุดท้ายล่ะครับ?" เอี้ยเสวียนถามเมื่อเห็นว่าบิดายังไม่จบ

    "ประเภทสุดท้าย การแข่งขันทีม - ทีมละ 5 คน ต้องมีตัวแทนจากทั้ง 4 ประเภทแรกกับมีหัวหน้าทีมหนึ่งคน"

    เอี้ยเสวียนพยักหน้าเข้าใจ "รางวัลเป็นอย่างไรบ้างครับ?"

    "ผู้ชนะอันดับ 1 ได้หยกปราณระดับสูง3 ก้อน วิธีการฝึกฝนศาสตร์ยุทธขั้นสูง และเหรียญทอง"เอี้ยหลิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น "อันดับ 2 ได้หยกปราณระดับกลาง5 ก้อน วิธีการฝึกฝนศาสตร์ยุทธขั้นกลาง และเหรียญเงิน"

    "ส่วนอันดับ 3 ได้หยกปราณระดับต่ำ10 ก้อน วิธีการฝึกฝนศาสตร์ยุทธขั้นต้นและเหรียญทองแดง" เขาพูดจบแล้วมองดูเอี้ยเสวียนอย่างหวังดี

    "แล้วตระกูลอื่นๆ ส่งใครเข้าแข่งขันบ้างครับ?"เอี้ยเสวียนสอบถามเสียงเบา

    เอี้ยหลิงนิ่วหน้าพิจารณาครู่หนึ่งก่อนตอบ"ตระกูลเซียวส่งเซียวหลงเข้าประเภทจารึกอักขระ ฝีมือ 4 ดาวเงิน พร้อมทั้งเซียวอวี่ในประเภทปรุงโอสถ 3 ดาวเงินและเซียวเจิ้งในประเภทหลอมอาวุธ 4 ดาวเงิน"

    "ตระกูลเหลิน?" เอี้ยเสวียนถามต่อ

    "เหลินซินเข้าประเภทจารึกอักขระ 4 ดาวเงิน เหลินเจียนประเภทปรุงโอสถ 2 ดาวเงินและเหลินหาวประเภทหลอมอาวุธ 5 ดาวเงิน"

    "ตระกูลเหวิน?"

    "เหวินลู่เข้าประเภทต่อสู้ด้วยอาวุธและเหวินมินประเภทหลอมอาวุธ 3 ดาวเงิน"

    เอี้ยเสวียนยืนเงียบไปนานสายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังคิดอะไรที่ลึกซึ้ง เมื่อเขาหันกลับมาเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นปรากฏในดวงตา

    “แล้วตระกูลอู๋ละขอรับ” เอี้ยเสวียนถามถึงเพื่อนเก่า

    “ตระกูลอู๋อาจจะไม่เข้าร่วม เพราะตั้งแต่คราวที่แล้ว อู๋ชงเพื่อนของเจ้า ตระกูลอู๋ก็ไม่มีอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้นมาอีกทำให้มุ่งเน้นไปที่การค้าอย่างเดียวโดยเปิด หอการค้าตระกูลอู๋ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นขุมกำลังที่ไม่มีใครกล้าดูถูกเพราะว่าความร่ำรวยของพวกเขา” เอี้ยหลิงตอบ

     

    "ท่านพ่อข้าว่าการแข่งขันครั้งนี้น่าจะมีอะไรที่แตกต่างไปจากที่ท่านกล่าวมา? ข้าสังหรณ์ใจว่าทุกสิ่งที่กล่าวมาน่าจะเป็นข่าวลวงให้เกิดความประมาทในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน"เอี้ยเสวียนกล่าวขึ้น

    "เจ้าว่าอะไรนะ?" เอี้ยหลิงถามอย่างสงสัย

    เอี้ยเสวียนหันมาหาบิดาและผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

    "ท่านพ่อ ข้าขอเสนอให้มีการวางแผนการฝึกฝนใหม่โดยข้ามีแผนการฝึกฝนพิเศษ" เสียงของเขาเ็นไปด้วยความมั่นใจที่น่าหวาดกลัว"แต่ข้าต้องการให้ทุกคนเก็บความลับ -ห้ามให้ใครรู้ว่าข้าเอี้ยเสวียนยังมีชีวิตอยู่แม้กระทั่งคนในตระกูล"

    เอี้ยหลิงหยิบคิ้วขึ้น "ทำไมต้องปกปิดด้วยล่ะ?"

    เอี้ยเสวียนยิ้มเย็นชา "ความประมาทและการหวังพึ่งคนอื่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์หากพวกเขาคิดว่ามีข้าอยู่ตระกูลเอี้ยจะต้องได้ชัยดังนั้นพวกเขาจะไร้ซึ่งแรงจูงใจในการฝึกในขณะเดียวกันถ้าพวกเราประมาทคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นไปตามที่ประกาศมา พวกเราจะพ่ายแพ้เพราะความเลินเล่อ...แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมไว้สำหรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น นั่นคือโอกาสของเรา"

    บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทุกคนรู้สึกถึงบุคลิกบางอย่างที่ก่อขึ้นรอบๆตัวเอี้ยเสวียนเป็นเสมือนพลังที่สามารถทำให้คนเชื่อใจและมั่นใจว่าถ้าโลกนี้จะถล่มลงมาเอี้ยเสวียนคนนี้ก็พร้อมที่จะแบกรับมันไว้

    "นอกจากนั้น" เขาพูดต่อ"เวลาสามเดือนเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างข้าจะพยายามฝึกฝนบุตรหลานของตระกูลให้เปลี่ยนจากดอกไม้ในเรือนแก้วมาเป็นหมาป่าและสิงโตที่อดทนและเด็ดขาดอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด"

    ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย"การฝึกฝนสามเดือนจะเพียงพอหรือ?"

    "ในอดีตที่ผ่านมาข้าได้พบเห็นคนบางคนที่กลายร่างจากนกกระจอกเป็นพญาเหยี่ยวที่บินทะยานสู่ฟ้ากว้างได้ภายในวันเดียวเพียงเพราะว่าพวกเขาพบว่า ถ้าตัวเองไม่สามารถก้าวผ่านตรงจุดนี้ไปได้เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!"

    เอี้ยเสวียนตอบด้วยเสียงที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกเมื่อคิดถึงประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ด่านซีเหมินและที่เมืองเติ่งเซิ่งหรือแม้แต่เมืองน้อยที่พวกโจรป่าบุกเข้ามา "ข้าจะแสดงให้โลกเห็นว่า...ถึงแม้ตระกูลเอี้ยจะไร้ซึ่งผู้เก่งกาจ แต่พวกเรา คือผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ให้กับศัตรูหน้าใหนก็ตาม!"

    เขาเดินไปมาในห้องเหมือนเสือที่กำลังวางแผน"ไม่ใช่ว่าตระกูลเอี้ยแพ้ไม่ได้ แต่ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะข้าต้องการให้โลกรู้ว่านี่คือการต่อสู้ของตระกูลเอี้ยนี่คืออัตลักษณ์ของตระกูลเอี้ยข้าต้องการให้โลกนี้จดจำว่าถ้าอยากจะมีเรื่องกับตระกูลเอี้ยจะต้องเจอกับอะไร?"

    เอี้ยเสวียนหยุดกลางห้องและหันมาหาทุกคน

    "ข้าจะวางกฎเหล็ก 5 ข้อ"เสียงของเขาดังกึกก้องเหมือนคำสั่งของจักรพรรดิ

    "หนึ่ง -ห้ามบอกคนนอกตระกูลว่าเอี้ยเสวียนยังมีชีวิตอยู่!"

    "สอง -ห้ามเปิดเผยเทคนิคการฝึกฝนใหม่ให้ใครเห็น!"

    "สาม - การฝึกฝนทำในพื้นที่ลับเท่านั้น!"

    "สี่ -ผู้เข้าร่วมต้องสาบานว่าจะไม่เปิดเผยความลับ!"

    "และข้อสุดท้าย..."เสียงของเขาเย็นเฉียบเหมือนใบมีด"ผู้ใดเปิดเผยความลับจะถูกขับออกจากตระกูลทันที!"

    เงียบสนิท... เสียงเฉพาะการหายใจของทุกคนเท่านั้นที่ดังอยู่ในห้อง

    เอี้ยหลิงเป็นคนแรกที่กลืนน้ำลายแล้วเอ่ยปาก "ข้าว่านะเจ้าหนูทำอะไรให้มันเบาๆมือหน่อยเถอะ...ทำอะไรต้องให้มันดังเปรี้ยงปร้างทุกครั้งมันไม่ใช่แล้ว?"

    เอี้ยเสวียนที่กำลังทำหน้าเข้มประกาศเสียงดัง พลันทำหน้าเหยเกก่อนจะกล่าวว่า "พัง พังหมด ท่านพ่อข้าอุตส่าห์สร้างความฮึกเหิมให้ทุกคนอย่างยากลำบาก ท่านมาพูดเช่นนี้"เอี้ยเสวียนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางหมดอาลัยตายยากในชีวิต

    เอี้ยหลิงจึงทำหน้ายิ้มอย่างชอบใจ"ใครใช้ให้เจ้ามาพูดปลุกใจแทนหัวหน้าตระกูลอย่างข้ากัน?"

    "ท่านเก่ง ท่านสามารถ อย่างนั้นท่านมาจัดการต่อเลยข้าไม่ทำแล้ว?" เอี้ยเสวียนถึงกับกล่าวอย่างคนหมดอารมณ์

    เอี้ยหลิงหยุดยิ้มก่อนที่จะพูดเสียงดังว่า"ในการแข่งขันครั้งนี้ข้ามอบให้เอี้ยเสวียนบุตรชายของข้าเป็นคนดำเนินการทั้งหมด มีใครไม่เห็นด้วยบ้าง?"

    บรรดาผู้อาวุโสที่นั่งประชุมอยู่ในห้องต่างกลั้นยิ้มพร้อมทั้งกล่าวว่า "ข้าเห็นด้วย" "ตามที่ท่านประมุขว่า""ตกลง"

    เอี้ยเสวียนที่ได้ยินดังนั้นก็ทำได้แต่กรอกตามองบนพลางคิด"มันก็เหมือนเดิมที่ข้าพูดนี่? พ่อนะพ่อ"

    หลังจากนั้นเอี้ยเสวียนจึงได้วางแผนในการฝึกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ใครได้พบเห็นคงขวัญผวาต้องจำไปจนวันตาย"ท่านพร้อมที่จะฟังแผนการสร้างปาฏิหาริย์แล้วหรือ?"

    นี่คือโครงสร้างการฝึกพื้นฐานที่ข้าได้วางไว้"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"แต่ข้าได้ทำการปรับปรุงวิธีการฝึกในช่วงเดือนแรกเสียใหม่โดยจะใช้ความสามารถของข้าในการจารึกอักขระสร้างด่านทดสอบและฝึกฝนขึ้นมาโดยเฉพาะ"

    ผู้อาวุโสหลายคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย เอี้ยหลิงเอ่ยขึ้น"ท่านจะใช้อักขระได้อย่างไรกับการฝึกฝนเช่นนี้?"

    เอี้ยเสวียนไม่ตอบคำถาม แต่กลับเริ่มอธิบายถึงด่านแรก "ด่านแรกข้าได้สร้าง 'ห้องแรงโน้มถ่วง' ขึ้นมาโดยใช้อักขระกดทับร่วมกับอักขระปฐพี เพื่อสร้างแรงกดดันมหาศาลภายในห้องนี้ทำให้การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างยากลำบาก" เขากวาดสายตามองไปรอบๆ"สิ่งที่พวกเขาจะต้องฝึกฝนในห้องนี้คือวิชาท่าเท้าประจำตระกูลเอี้ย 'ท่าเท้าพายุโหม' ซึ่งข้าได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผู้เข้าฝึกทุกคนจะต้องฝึกในห้องนี้ทุกวัน วันละสามชั่วยาม"

    ผู้อาวุโสคนหนึ่งพยักหน้าเล็กน้อย"วิชาท่าเท้าพายุโหมนั้นลึกล้ำยิ่งนักการฝึกภายใต้แรงกดดันมหาศาลเช่นนี้ย่อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายและปราณได้เป็นอย่างดี"

    แต่ผู้อาวุโสอีกคนกลับแย้งขึ้น "แต่การกดทับด้วยอักขระหากเกิดข้อผิดพลาด อาจทำให้ศิษย์ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้นะเอี้ยเสวียน"

    เอี้ยเสวียนหันไปมองผู้อาวุโสผู้นั้นด้วยแววตาที่สงบ"ท่านผู้อาวุโส ขอท่านจงวางใจข้าได้คำนวณและปรับสมดุลของอักขระไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ระดับแรงกดดันจะค่อยๆเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของศิษย์แต่ละคนและจะมีการตรวจสอบสภาพร่างกายของพวกเขาอย่างใกล้ชิด" เขาเว้นช่วงเล็กน้อย"หลังจากพักครึ่งชั่วยาม พวกเขาจะต้องฝึกวิชาการต่อสู้ประจำตระกูลเอี้ย 'พลังปราณอัคคีหลอมฟ้า' ซึ่งข้าได้ดัดแปลงมาจาก 'พลังอัคคีสังหาร' ของสำนักไร้พรมแดนที่ข้าได้พบเจอเมื่อครั้งประลองกับศิษย์ห้าสำนักที่ด่านซีเหมินการฝึกนี้จะต่อเนื่องอีกสามชั่วยาม"

    "พลังอัคคีสังหาร!"ผู้อาวุโสหลายคนอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ"วิชานั้นเป็นวิชาที่รุนแรงและร้อนแรงยิ่งนักการดัดแปลงมาเป็นพลังปราณอัคคีหลอมฟ้านั้นย่อมต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง"

    "ข้าได้ใช้เวลาหลายปีในการศึกษาและปรับปรุง"เอี้ยเสวียนตอบอย่างเรียบง่าย"มันจะช่วยให้ปราณของพวกเขาบริสุทธิ์และร้อนแรงยิ่งขึ้นเหมาะกับการต่อสู้ในสถานการณ์จริง" เขาพูดต่อ"หลังจากพักอีกครึ่งชั่วยาม พวกเขาจะฝึกการใช้อาวุธ คือกระบวนท่าดาบ 'พันจันทรา' ซึ่งข้าได้เลียนแบบมาจากวิชาท่าดาบจันทราพิฆาตแปรผันของอารามจันทราที่ข้าเคยประมือมาเช่นกัน"

    "เลียนแบบวิชาดาบจากอารามจันทรา!"ผู้อาวุโสอีกคนแทบจะกระโดดขึ้น"วิชาดาบของอารามจันทรานั้นเป็นเอกอุหาผู้ใดเทียมได้การที่เจ้าสามารถเลียนแบบมาได้เช่นนี้แสดงว่าความสามารถในการจารึกอักขระและการทำความเข้าใจวิชาของเจ้าลึกล้ำเกินกว่าที่เราจะคาดคิด!"

    เอี้ยเสวียนเพียงพยักหน้าเล็กน้อยไม่แสดงสีหน้าใดๆ"นี่คือด่านแรก ซึ่งเน้นไปที่การสร้างรากฐานที่มั่นคงทั้งด้านร่างกาย ปราณและอาวุธ"

    "ด่านที่สอง" เอี้ยเสวียนกล่าวต่อ"ข้าได้สร้าง 'ห้องจำลองแห่งการต่อสู้' ขึ้นมา โดยใช้ประโยชน์จากอักขระสร้างหุ่นพยนต์หุ่นเหล่านี้จะมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้ตั้งแต่ระดับก่อชีพจรไปจนถึงขั้นกำเนิดปราณขั้นสูงและบางส่วนสามารถจำลองได้ถึงระดับชำระล้างขั้นกลาง"

    ผู้อาวุโสคนหนึ่งครุ่นคิด"การต่อสู้กับหุ่นพยนต์ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นย่อมช่วยให้พวกเขาคุ้นเคยกับการต่อสู้จริงได้เป็นอย่างดี"

    "ถูกต้อง" เอี้ยเสวียนตอบ"พวกเขาจะต้องเอาชนะหุ่นพยนต์ในแต่ละด่านโดยจะมีเวลาพักเพียงหนึ่งเค่อก่อนที่ด่านต่อไปจะเริ่ม จำนวนหุ่นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงเก้าตัวในแต่ละขั้น และเมื่อพวกเขาผ่านด่านหนึ่งได้พวกเขาจะเริ่มฝึกกับหุ่นที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นไปเรื่อยๆ"

    ผู้อาวุโสอีกคนกังวล "หุ่นพยนต์เก้าตัวในระดับสูงย่อมเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสยิ่งนัก อาจมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้"

    "ความบาดเจ็บคือส่วนหนึ่งของการเติบโต"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "หากไม่รู้จักลิ้มรสความเจ็บปวดพวกเขาก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงได้หุ่นพยนต์เหล่านี้จะถูกควบคุมให้โจมตีโดยไม่ถึงแก่ชีวิต แต่จะสร้างความกดดันให้พวกเขาต้องใช้ทุกวิชาที่ได้เรียนรู้มาอย่างเต็มที่และข้าจะเฝ้าดูความคืบหน้าของพวกเขาอยู่เสมอ"

    "และด่านสุดท้ายของช่วงแรกนี้"เอี้ยเสวียนเว้นช่วงก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนรู้สึกหนาวสะท้าน "คือ 'ค่ายกลลวงวิญญาณ' ข้าได้สร้างห้องที่ประกอบไปด้วยค่ายกลลวงวิญญาณจำนวนมากซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ"

    เอี้ยหลิงรู้สึกถึงความผิดปกติ"ค่ายกลลวงวิญญาณ...หมายความว่าอย่างไร?"

    "หมายความว่าผู้เข้าฝึกทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุด"เอี้ยเสวียนอธิบาย "พวกเขาจะได้เห็นภาพลวงตาที่เกิดจากความกลัวในจิตใจไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขารังเกียจที่สุดเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจระหว่างความเป็นความตาย หรือแม้กระทั่งฉากทรมานต่างๆนานา"

    ผู้อาวุโสหลายคนหน้าซีดเผือด เอี้ยหลิงตัวสั่นเล็กน้อย"ท่านจะให้พวกเขาเผชิญหน้ากับความกลัวในจิตใจเช่นนั้นเชียวหรือ?"

    "ใช่" เอี้ยเสวียนตอบทันควัน"ข้าต้องการให้พวกเขาเอาชนะความกลัวของตนเองหากพวกเขาไม่สามารถเอาชนะจิตใจของตนเองได้พวกเขาจะไปต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งได้อย่างไร? การฝึกนี้จะทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นขจัดความอ่อนแอภายในและเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสงครามจริง"

    "การฝึกเช่นนี้...ดูเหมือนจะเข้มข้นกว่าที่เราเคยทำมาในอดีตมากนัก"ผู้อาวุโสคนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ "แต่หากพวกเขาสามารถผ่านไปได้จริงก็ย่อมหมายถึงการยกระดับความแข็งแกร่งของตระกูลเอี้ยไปอีกขั้นอย่างแท้จริง"

    "ข้าไม่ต้องการให้ศิษย์ของตระกูลเอี้ยเป็นเพียงคนธรรมดา"เอี้ยเสวียนกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดขาด"ข้าต้องการให้พวกเขาเป็นนักรบเป็นผู้ที่สามารถปกป้องตระกูลและเอาชนะได้ในทุกสถานการณ์และการฝึกเหล่านี้คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น" เขาหยุดชั่วครู่"เมื่อถึงตอนนี้ ข้าคาดว่าจะเหลือศิษย์ของตระกูลเอี้ยน้อยกว่าสามสิบคนแต่ข้ามั่นใจว่าคนที่เหลือในครั้งนี้จะสามารถเป็นเสาค้ำยันตระกูลเอี้ยไปได้อีกนาน"

    ทุกคนในห้องมีสีหน้าเดียวกันคือเหมือนเห็นปีศาจมายืนอยู่ตรงหน้า

    เมื่อเอี้ยเสวียนพูดจบ บรรยากาศในห้องเหมือนถูกแช่แข็ง

    "เอี้ยเสวียน..."เอี้ยหลิงพูดด้วยเสียงแทบจะไม่ออก "นี่คือแผนการฝึกฝนของเจ้า? เหลืออยู่สามสิบคน ข้าว่าจะไม่เหลือสักคนมากกว่า"

    เอี้ยเสวียนหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นเย็นชาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม

    "ท่านพ่อ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"เขากล่าวอย่างเย็นชา "ข้าจะทำให้ทุกคนที่ผ่านการฝึกนี้มาได้ เข้าใจคำว่าปกป้องและรักษา! พวกเขาต้องรู้ว่าสิ่งที่พวกเขามีมีไว้เพื่ออะไร?"

    "ข้าจะทำให้พวกเขารู้ว่าความเจ็บปวดคือครูความกลัวคือเพื่อน ความตายคือแรงบันดาลใจ" เขากล่าว"ข้าจะทำให้พวกเขารู้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากเจ้ามีความมุ่งมั่นพอ"

    "ข้าจะทำให้พวกเขารู้ว่าการไม่ยอมแพ้คือวิธีเดียวที่จะเอาชนะได้"เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างเด็ดขาด "และเมื่อพวกเขาไปแข่งขันศัตรูจะต้องหลับตาไม่ลง"

    ห้องเงียบสนิทเสียงเดียวที่ดังคือเสียงการหายใจของคนที่กำลังคิดถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

    "ข้าจะรับรอง" เอี้ยเสวียนกล่าวในที่สุด"ว่าใครที่ผ่านการฝึกนี้มาได้ จะไม่มีคำว่า 'ไม่ได้'ในพจนานุกรม และไม่มีคำว่า 'ยอมแพ้' ในใจ"

    "แล้วเหลือเพียง 30 คนจะพอสำหรับการแข่งขันไหม?"ผู้อาวุโสคนหนึ่งถาม

    เอี้ยเสวียนยิ้มเย็นชา "ข้าจะบอกท่านว่า 30 คนที่ผ่านการฝึกฝนนี้มาได้ จะเป็นเหมือนหนึ่งหมื่นคน"

    “แล้วเจ้าจะสามารถทำตามที่เจ้าพูดได้อย่างไร” เอี้ยหลิงถามขึ้น

    "เพราะนี่คือสิ่งที่ข้าเรียกว่าวิถีเมื่อข้าควบคุมวิถีข้าสามารถกำหนดกฎขึ้นมาได้ เมื่อข้ากำหนดได้ข้าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา”เอี้ยเสวียนยิ้มขึ้นพร้อมกันนั้นเองร่างที่ดูเหมือนไม่มีพลังใดๆพลันปรากฎคลื่นพลังกระจายออกมาจนเหมือนเกิดพายุขึ้น

    คล้ายกับเรื่องจอมอักขระ จ้าวศาสตรา ที่คุณอ่าน

    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912