ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 69 : ชื่อที่แสนเว่อร์วัง

    เดินผ่านสวนป่ามาได้ระยะหนึ่ง เซี่ยซีหานก็มาถึงอาคารที่ดูหรูหรา ราวกับเป็นสถานที่จัดเลี้ยงของชนชั้นสูง ผู้วิเศษมากมายสวมหน้ากากประหลาดครึ่งหน้า แต่งการด้วยชุดหรูหราราคาแพง แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือผ้าคลุมและหน้ากาก


    แต่ละคนต่างมีหญิงสาวที่แต่งกายแสนยวนใจห้อมล้อม พวกนางสวมใส่ตะปิ้งที่ดูแวววาว ทรวงอกคล้ายเปลือยเปล่า แต่มีผ้าบางๆ ที่ดูจะไม่สามารถปิดซ้อนอะไรได้ คล้องหรือรัดเบาๆ อยู่ที่หน้าอกบางๆ


    มีชายคนหนึ่งร่างอ้วนใหญ่มาก เขาดูโดดเด่นด้วยแหวนทอง ที่มีอัญมณีส่องประกายบนนิ้วทั้งสิบ ชายอ้วนใหญ่เขาจูบหญิงสาวที่แสนงดงามและบีบคลึงหญิงสาวสองคน โดยไม่สนใจผู้คนรอบด้านแม้แต่น้อย ฉากแลกลิ้นของชายอ้วนและหญิงสาวที่ดูงดงาม สำหรับเซี่ยซีหานมันราวกับหนังสยองขวัญ


    ส่วนผู้วิเศษอีกหลายคน เซี่ยซีหานเห็นพวกเขากำลังสนใจกับการทดลองประหลาด มากกว่าหญิงสาวที่ออดอ้อนอยู่ข้างกายของพวกเขา


    มีชายร่างผอมดูขาดสารอาหารถูกเย็บปากอย่างน่าสังเวช สองแขนของชายคนนี้มีโซ่ตรึงร่างไว้ แต่ศีรษะของเขาถูกเปิดออกโดยที่เขาไม่ตายและยังมีชีวิตอยู่ ชายร่างผอมมีน้ำตาและยังเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่มีใครเวทนาหรือสนใจเขาเลย ผู้วิเศษส่วนใหญ่ทำราวกับชายที่ถูกเปิดศีรษะจนเห็นสมอง เป็นแค่หัวข้อวิจัยอะไรบางอย่างของพวกเขา เซี่ยซีหานเห็นชายบางคนเอาเข็มแหลมจิ้มไปที่สมองของชายคนนั้น ทำร่างชายคนนั้นสั่นระริก


    มีพลังวิเศษบางอย่างหลั่งไหลผ่านเข็ม แล้วผู้วิเศษคนนั้นดวงตาเขาแสดงออกว่า เกิดการตระหนักรู้อะไรบางอย่าง อย่างชัดเจน มุมปากของเขามีน้ำลายไหล


    เซี่ยซีหานคาดเดา นี่อาจจะเป็นการขโมยความทรงจำ หรือทดลองการแอบดูความคิดของผู้อื่นแน่ๆ


    ระหว่างเดินอย่างสงบ เซี่ยซีหานได้ยินเสียงคนพูดว่า "ข้าต้องการตัวทดลองตัวใหม่ มันทำให้ข้าตระหนักรู้ถึงอำนาจแห่งชีวิตและความตายได้มากขึ้น" สำหรับเซี่ยซีหานนี่เป็นบทสนทนาที่น่ากลัวของปีศาจ


    'ข้ามาอยู่ในโลกแบบนี้ได้ยังไง' เซี่ยซีหานบ่นกับตัวเอง และมองจ้องกลุ่มคนประหลาดทั้งหลายราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ คนพวกนี้กำลังศึกษามนุษย์ด้วยมนุษย์อย่างไรเมตตา


    และอาจจะเพราะเซี่ยซีหานเป็นคนที่มาใหม่ จุดสังเกตของเขาคือหน้ากากไม้ดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของเทพอสูรสามหน้า มันดูน่ากลัว นั่นทำให้เขาเป็นจุดสนใจ


    "สหาย..."


    เซี่ยซีหานหันไปตามเสียง เขาพบว่าชายอ้วนร่างใหญ่ที่ดูร่ำรวย เดินมาทางเขา และเขาทักทายเซี่ยซีหานราวกับสหาย


    "ท่านสามารถเรียกข้าว่า 'ผู้รักษาสัจจะของคนบาป' และนี่ 'ความรักแท้จริงที่สิบสี่' และ 'สิบห้า' ของข้า"


    เมื่อชายอ้วนร่างใหญ่แนะนำความรักแท้จริงที่สิบสี่และสิบห้าของเขา ร่างของเซี่ยซีหานก็หนาวสั่นขึ้นไปสามสี่เท่าทันที เพราะเมื่อสัมผัสและอยู่ใกล้ๆ กับหญิงงาม ที่ชายอ้วนกอดและจูบ เซี่ยซีหานพบว่าพวกเธอไม่ได้มีชีวิต แต่พวกเธอคือศพของคนที่ตายไปแล้ว แต่พวกเธอยังดูเหมือนมนุษย์ที่มีชีวิต


    มือของชายอ้วน ด้วยแหวนทั้งสิบ เซี่ยซีหานสังเกตเห็นเส้นใยบางๆ ที่เกิดจากพลังของผู้วิเศษ '!ไอ้เวรนี่กำลังเชิดศพอยู่' โลกแห่งผู้วิเศษของที่นี่... ช่างน่าขนลุก แต่คิดแบบนี้ได้ครู่เดียวเซี่ยซีหานก็มองเห็นความผิดปกติจะเส้นใยบาง มันดูเหมือนว่าการเชิดศพนั้นจะเป็นของปลอม ชายคนนี้ใช้บางอย่างควบคุมศพหญิงสาว ส่วนเส้นใยบางๆ ที่เกิดจากพลังวิเศษเป็นการเสแสร้ง โลกแห่งผู้วิเศษช่างน่าหวาดกลัว แต่ละคนมีอุบายของตัวเองซ่อนอยู่ทั้งนั้น


    "ท่านดูสนใจผู้หญิงของข้า"


    'มารดาเอ็งเถอะ' เซี่ยซีหานด่ากราดไอ้อ้วนในใจอย่างไม่ไว้หน้า นี่มันเกือบทำให้เซี่ยซีหานหัวใจวายแล้วรู้ไหม


    แต่เซี่ยซีหานต้องทำแสร้งสงบเสงียม กฎข้อหนึ่งในการเข้าวงการคนบ้า คือเจ้าจำเป็นต้องแกล้งบ้าให้เหมือนพวกเขา


    "นี่คือศิลปะชั้นสูง ข้าแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้กอดนาง" น้ำเสียงของเซี่ยซีหานคล้ายมีความหลงใหลจริงๆ


    ดวงตาของชายอ้วนที่ใช้ชื่อ 'ผู้รักษาสัจจะของคนบาป' ดวงตาของเขามีประกายแห่งความพอใจต่อเซี่ยซีหานในทันที


    "เจ้าตาถึงสหาย เจ้าเข้าใจถึงศิลปะแท้จริงของโลกใบนี้เช่นข้า เจ้ารู้หรือไม่ความรักแท้จริงที่สิบสี่และสิบห้าของข้า พวกนางต่างเคยเป็นสตรีสูงศักดิ์ ที่เหล่าชายชั้นสูงต่างถวิลหามาก่อน และพวกนางก็เคยหักอกข้า สมัยที่ข้ายังเยาว์วัย พวกนางเรียกข้าว่าไอ้อ้วนที่มีดีแค่รวย ข้าโกรธพวกนางมาก แต่ข้าก็หลงรักพวกนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ คิกคิก แต่ด้วยท่านเทพผู้เที่ยงแท้และทรงอำนาจที่ข้าศรัทธา พระองค์คงดลบันดาลให้อาณาจักรของพวกนางล่มสลาย และพวกนางก็ถูกจับมาขายเป็นทาส ข้าซื้อพวกนางและขืนใจจนพวกนางตาย แต่ความหลงใหลของข้าต่อพวกนางก็ไม่เคยจางหายไป ข้าหมดเงินไป 5,000 บูลนี่ เพื่อให้นางอยู่กับข้านิจนิรันดร์ โชคดีมีผู้วิเศษที่แท้จริงที่ชำนาญการสร้างศิลปะชั้นสูงอยู่ที่นี่ นั่นจึงทำให้ข้าได้มีรักแท้เช่นพวกนางตลอดไป "


    เซี่ยซีหานสยองไปกับคำพูดของชายอ้วน แต่ก็ต้องยอมรับในความร่ำรวยของชายคนนี้ ที่จ่าย 5,000 บูลนี่ได้ง่ายๆ


    และเพื่อเป็นการช่วยน้องสาวของเด็กชายจื้อเพ่ย และเด็กสาวหรือเด็กชายใดๆ ที่เด็กชายจื้อเพ่ยบอกเซี่ยซีหานว่า พวกเขาถูกล่อลวงหรือจับมา เซี่ยซีหานจะเนียนไปกับสถานที่แห่งนี้ชั่วคราว


    "ท่านได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว" เซี่ยซีหานพูดน้ำเสียงสนับสนุนอย่างจริงใจ


    ชายอ้วนนัยน์ตามีประกายอีกครั้ง


    "เจ้าคือสหายที่แท้จริงของข้า ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้า หากเจ้าต้องการ ข้าสามารถมอบพวกนางให้ปรนนิบัติเจ้าได้ทั้งคืน"


    '!บัดซบ' เซี่ยซีหานด่ากราดชายอ้วนในใจอีกครั้ง นี่มันกำลังจะให้เซี่ยซีหานที่แสนบริสุทธิ์ไปนอนกับศพ ไอ้อ้วนคนนี้เลวร้ายเกินไปในความคิดเซี่ยซีหาน แต่การเนียนไปกับสถานที่แห่งนี้ หากเซี่ยซีหานมีผู้มีประสบการณ์อยู่ด้วย มันจะทำสิ่งผิดพลาดน้อยลง และเพราะแบบนั้น มันจึงตอบชายอ้วนไปว่า "ข้าแทบจะอดใจไม่ไหว"


    ชายอ้วนหัวเราะราวกับเซี่ยซีหานเป็นพวกเดียวกัน


    เขาไม่ถามว่าเซี่ยซีหานคือใครและชีวิตจริงท่านทำห่าอะไร ที่นี่ไม่มีการถามถึงตัวตนที่แท้จริง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า คนที่นี่จะไม่รู้จักกันและกัน มันคือสังคมที่พิเศษ เป็นแวดวงของผู้มีฐานะ ดังนั้นส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ต่างรู้ตัวจริงของกันและกัน การพบคนมาใหม่ อาจจะหมายถึงช่องทางการค้าบางอย่าง


    ชายอ้วนแนะนำตัวเองต่อเซี่ยซีหาน มันคือพ่อค้าอัญมณีและผลึกปีศาจ สำหรับผู้ศึกษาวงจรเวทย์จำต้องใช้สิ่งนี้จำนวนมาก ชายอ้วนมองเซี่ยซีหานเป็นลูกค้า


    แน่นอนว่าเซี่ยซีหานยินดีในจุดนี้ หากมันได้ราคาพิเศษและของหายากบางอย่าง


    เช่นผลึกปีศาจ นี่คือสิ่งที่อาณาจักรส่วนใหญ่ควบคุมในการค้าขาย เป็นที่รู้กันว่า ผลึกปีศาจที่ได้จากปีศาจชั้นสูงนั้น จะมีอำนาจดั้งเดิมของปีศาจแฝงอยู่ มันสามารถนำไปใช้สร้างอาวุธเวทมนตร์ และสร้างสิ่งประดิษฐ์ประหลาดได้มากมาย ดังนั้น ไม่ว่าอาณาจักรใดๆ ของสิ่งนี้จะต้องถูกคัดกรอง


    ตลาดปกติจะมีแต่ผลึกปีศาจที่ไม่อันตรายขายเท่านั้น


    "แล้วพี่ชาย 'ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล' เล่า ท่านค้าขายสิ่งใด หากมีโอกาสข้าก็อยากจะอุดหนุนท่าน"


    'ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล' คือชื่อเรียกที่เซี่ยซีหานใช้เป็นนามแฝงตัวของสถานที่แห่งนี้ ที่แนะนำต่อชายอ้วน ชายอ้วนแนะนำคนอื่นๆ ให้เซี่ยซีหานรู้จักอีกไม่น้อย ซึ่งเซี่ยซีหานพบว่า ทุกคนต่างมีแต่ชื่อที่เว่อร์วังและฟังดูยาวมาก มันอลังการแต่ดูไม่เหมาะกับความสามารถของตัวเองแม้แต่น้อย


    เช่นชายอ้วนคือ 'ผู้รักษาสัจจะของคนบาป' เขามีสหายอีกสองคนที่อยู่ที่นี่ในคืนนี้ และสนใจในการหาซื้อทาส นามแฝงของทั้งสองคนในที่นี้คือ 'จ้าวแห่งฎีกาของเทพ' และ 'ผู้พิพากษาแห่งโลกเร้นลับ'


    เซี่ยซีหานคิดว่า นี่ควรเป็นชื่อของบอสหรือตัวละครที่ยิ่งใหญ่ จากการพิจารณาของเซี่ยซีหาน พลังวิเศษหรือพลังโอน่าที่แผ่ออกมาของคนทั้งหมด แทบจะไม่มีใครถึงระดับนักวิจัย แต่นามแฝงของแต่ละคนดูเว่อร์วังและยิ่งใหญ่จนน่ากลัวต่างจากระดับพลังที่ต่ำต้อย


    หากเซี่ยซีหานคือนักฆ่า และมันเห็นแต่ชื่อของคนที่มันต้องไปฆ่า ชื่อของไอ้สามตัวนี้คือหนึ่งในคนที่มันไม่คิดจะแตะต้อง เพราะฟังดูแล้วแมร่งต้องเป็นตัวโหดแน่ๆ


    แต่สุดท้ายเซี่ยซีหานก็พบว่า ณ ที่ที่แห่งนี้ แต่ละคนมีชื่อที่เว่อร์วังกันทั้งนั้น


    และผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาลของเซี่ยซีหานดูธรรมดาไปเลย


    ...


    ในงานเลี้ยง ในระหว่างที่เซี่ยซีหานเดินและทำตัวกลมกลืนไปกับสถานที่ อยู่ๆ ดวงตาของมันก็มีประกาย


    'ข้าพบแล้ว' มุมปากของเซี่ยซีหานยกยิ้ม


    ตั้งแต่มันเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ ภายนอก มันก็ได้ใช้อำนาจแห่งธาตุไม้ของมันก่อตัวเป็นราก และชอนไชไปทุกที่ มันกำลังตามหาเด็กสาว เด็กชายที่อยู่ในห้องลับ


    และตอนนี้มันก็ระบุตำแหน่งพวกเด็กๆ ได้แล้ว