ในต้นปี พศ.2532 ปีที่ผมเพิ่งจะขึ้น ม.3 และเป็ปีที่ผมเริ่มเบื่อๆการเรียนั้แ่เทอมแรก อยู่ๆอาจารย์สอนวิชาศิลปะก็มาชวนให้ผมไปประกวดวาดภาพในงานวันวิทยาศาสตร์ที่จัดขึ้นในตัวอำเภอเมือง ซึ่งก็ลงล็อคกับความ้าของผมที่อยากจะหนีการเรียนอันน่าเบื่อหน่ายสำหรับผมใน่นั้นอยู่พอดี
เมื่อผมตกลง อาจารย์ 'ดรุณี' ผู้เป็อาจารย์สอนวิชาศิลปะก็ได้ขอตัวผมให้ไปเก็บตัวซ้อมวาดภาพใน่การเรียนของสองคาบสุดท้ายตอนบ่าย สัปดาห์ละสองวัน โดยจะใช้เวลาในการเก็บตัวซ้อมอยู่ประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งก็ทำให้ผมแฮปปี้ซะยิ่งกว่าอะไร เพราะหนึ่งผมก็ไม่ต้องไปเรียนวิชาสองคาบสุดท้ายปกติ ที่ไม่ว่าจะเป็วิชาอะไรผมแม่งก็เบื่อมันทั้งนั้น สอง ผมได้กลายเป็ตัวแทนของโรงเรียนเพื่อไปประกวดวาดภาพในครั้งนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวผมเองนั้นดูจะมีคุณค่าขึ้นมาอีกครั้งอย่างทันที
อืม... ผมได้เป็ตัวแทนของโรงเรียนอีกครั้งแล้วล่ะนะ หลังจากที่ผมเองนั้นก็เคยได้รับโอกาสแบบนี้มาครั้งหนึ่งั้แ่สมัยเรียน ม.2 แต่ในครั้งนั้น อ.ดรุณีคนนี้น่ะแหล่ะที่ได้ดันๆให้ผมไปประกวดอย่างฉุกเฉินหรือโดยไม่ได้ตั้งใจนัก เพราะว่าในตอนนั้น นักเรียนชั้น ม.2 คนหนึ่งที่ต้องเป็หนึ่งในตัวแทนของสองนักเรียนชั้น ม.ต้น ดันเกิดป่วยขึ้นมาอย่างกะทันหันในวันที่จะมีการประกวดวาดภาพในตัวเมืองพอดี
แต่ทว่าใครจะคาด ว่าในครั้งนั้นแม้ผมจะประกวดไม่ได้รางวัลที่หนึ่งสองสาม แต่ผมก็กลับได้รางวัลชมเชยหรือรางวัลที่สี่มาอย่างฉิวเฉียดจากโรงเรียนมัธยมทั้งจังหวัดที่มีประมาณยี่สิบกว่าโรงเรียน
มาครั้งนี้ อ.ดรุณีคงจะเห็นแววว่าผมอาจจะมีโอกาสประกวดวาดภาพได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งหรือราวัลที่สูงกว่าปีก่อนกลับมาให้โรงเรียนได้ภาคภูมิใจอีกครั้งหรอกกระมัง จึงได้ตั้งใจมาขอตัวผมให้มาเก็บตัวซ้อมวาดภาพในครั้งนี้ และไอ้เด็กอย่างผมมันจะไม่แฮปปี้ได้ยังไง เพราะไอ้วิชาการเรียนของผมแต่ละวิชาอื่นๆมันช่างไม่ได้เื่ได้ราวหรือได้เกรดออกมาห่วยๆทั้งนั้น ก็มีแต่วิชาศิลปะอย่างเดียวเท่านั้นที่พอจะกู้หน้าให้ผมมีความโดดเด่นเหนือคนอื่นๆอยู่บ้าง มาถึงตรงนี้ก็คงจะรู้กันแล้วนะ ว่าผมน่ะชอบวาดรูปยิ่งกว่าอะไรอย่างอื่นทั้งหมด
เกริ่นมาถึงตรงนี้ คงจะมีบางคนเริ่มจะเบื่อๆแล้วล่ะมั้ง อย่าครับ อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะสิ่งที่ผมจะเริ่มเล่าต่อไปนี้ มันอาจจะทำให้พวกคุณที่เป็คนขี้กลัวต้องหวาดกลัวอยู่หลายๆ่แน่ๆ เพราะไอ้การที่ผมต้องไปเก็บตัวซ้อมวาดภาพราวหนึ่งเดือนนั้น มันกลับทำให้ผมต้องไปประสบกับเหตุการณ์ที่ประมาณว่า ั้แ่ที่ผมจำความได้จนมาถึงบัดนี้ ว่าผมไม่เคยเจออะไรที่มันน่าขนลุกแบบสุดๆอย่างนี้มาก่อน และมันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยที่ผมต้องได้มาพบเจอกับเ้า'สิ่งนั้น'ที่ในห้องศิลปะหรืออาคารศิลปะอันเก่าแก่แห่งนี้ !
เ้าสิ่งนั้น สิ่งที่ััแตะต้องไม่ได้ แต่ดันกลับมีอยู่จริง !
เ้าสิ่งนั้น สิ่งที่วนวียนอยู่ในห้องหรืออาคารศิลปะหลังเก่าที่อยู่ใกล้กับสวนธรรมะอันเปลี่ยวร้างซึ่งอยู่ติดกับสระบัวอันรกชัฏไร้การดูแล !
ในตอนเย็นๆ ก่อนที่ฟ้าจะสลัวเลือนลาง ขณะที่ผมกำลังติดพันการซ้อมวาดภาพอย่างมันมือ เ้าสิ่งนั้นนั่นแหล่ะ ที่ได้ค่อยๆเข้ามาหาผมในห้องซ้อมศิลปะ จนผมเองก็แทบจะช็อคตกเก้าอี้ในครั้งแรกที่ได้พบเจอ !
เ้าสิ่งนั้นที่ผมว่า มันคืออะไรน่ะหรือ ?
คราวต่อไปผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ...
* คอยพบกับ 'ห้องศิลปะเก่า สระบัวร้าง และบางสิ่ง' บทที่ 1 เร็วๆนี้นะครับ *
จินตนากร
25/11/2020