“ไอ้พวกโง่ ไปตายกันซะให้หมดๆ เดี๋ยวพ่อกูมารับเมื่อไหร่มึงเจอกูเล่นแน่สันดาน!” ยอดหัวเราะเสียงดังคนเดียวเมื่อเห็นมู่เฉินออกไปพร้อมกับใครหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติและนักกีฬา
ส่วนคนไทยยังอยู่ข้างในตัวอาคารพักผ่อน เพราะคิดว่าอีกไม่นานทหารคงเคลียร์เส้นทางเข้ามาช่วยเหลือ
มู่เฉินมอบปืนให้สาวๆ ปกป้องตัวเอง เขาไม่ต้องกังวลว่าหากมีใครบางคนชี้ปืนใส่จะเป็นอันตราย เพราะด้วยพลังแสงที่เพิกเฉยการโจมตีทุกอย่างทำให้เขาวางใจได้ ยกเว้นผู้มีเวทมนตร์
วาเลนตินายังใช้ธนูของเธอเหมือนเดิม อาวุธที่จับทุกวันกับอาวุธที่ไม่เคยจับมันมีความคุ้นชินต่างกัน แม้ว่าอัตราของการยิงปืนจะเร็วและแม่นยำกว่า แต่เธอก็ยังเลือกธนูเหมือนเดิม
ประตูด้านหน้าถูกเปิดหลังจากยกของออกไม่นาน
มู่เฉินก้าวมาด้านหน้าเป็นผู้นำ ส่วนสาวๆ ที่เหลือดูประหม่า แม้ว่าจะมีปืนอยู่ในมือก็ตาม ยกเว้นอายากะที่มีประสบการณ์ต่อสู้
พอประตูถูกเปิดแสงแดดก็ส่องเข้ามาด้านในทางเดิน มู่เฉินพุ่งออกไปคนแรก มีซอมบี้หลายสิบตัวอยู่ด้านนอก พอพวกมันได้ยินเสียงจึงกรูกันเข้ามาเพราะสัญชาตญาณดิบ
“ไม่...ฉันทำไม่ได้” ผู้หญิงคนหนึ่งขาสั่นเมื่อเห็นซอมบี้ วิ่งกลับไปที่ประตูด้วยความกลัว เมื่อมีคนหนึ่งย่อมมีคนที่สอง ดังนั้นแถวที่จัดมาอย่างเป็นระเบียบจึงสูญเสียความมั่นคง
มู่เฉินไม่สนใจคนขี้ขลาด แต่อาวุธปล่อยไปไม่ได้ ด้วยพลังจิตควบคุมวัตถุปืนหลายกระบอกกลับมาอยู่ในมือเขา เซราห์ที่ตามหลังมากับน้องสองคนตะลึงเมื่อเห็นเขาทำแบบนั้น รวมถึงคนอื่นๆ
“ไม่ต้องถาม ตามผมมาให้ทัน หากตามไม่ทันก็แค่เป็นอาหารซอมบี้” มู่เฉินเย็นชา ต่อให้เขาชื่นชอบความงามแต่หากเป็นภาระก็ตายๆ ไปเถอะ เขาไม่ได้โง่พอที่จะเก็บแจกันไร้ประโยชน์ ยกเว้นจะเป็นดาราฮอลลีวูดที่ชอบจริงๆ
“ไป ไป ไป อย่าได้ทำตัวไร้ประโยชน์!” วาเลนตินามีสีหน้าเคร่งขรึม สำหรับผู้หญิงคนนี้มู่เฉินชื่นชอบเป็นพิเศษ เธอเริ่มเล็งธนูและปล่อยลูกดอก เพราะซอมบี้เคลื่อนไหวไม่เหมือนเป้านิ่งดังนั้นจึงยากที่จะยิงศีรษะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ไร้ค่า ด้วยลูกดอกของเธอมันทำให้ซอมบี้ช้าลง
มู่เฉินใช้ปืนไรเฟิลเปิดทาง ถึงเขาจะมีพลังวิเศษหลากหลายแต่ใช้มากไปก็เหนื่อย นอกจากนั้นกระสุนปืนยังมีมาก ระยะการโจมตีค่อนข้างกว้าง ดังนั้นจึงเลือกใช้
หลายคนเป็นนักกีฬาร่างกายมีความยืดหยุ่นสูงมากกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ดังนั้นจึงตามหลังมู่เฉินมาติดๆ
เซราห์ไม่เคยยิงปืนมาก่อนแต่เรียนรู้ได้ง่ายๆ หลังจากยิงไปสองสามนัดแขนของเธอเริ่มจะมั่นคงขึ้น นอกจากนั้นนักกีฬาคนอื่นก็ทำได้ไม่แพ้กัน เพราะแขนถูกใช้งานอย่างหนักผ่านลูกบอล ย่อมต้องรับแรงกระแทกของปืนได้อยู่แล้ว
ปิ่นที่กังวลตอนแรกเริ่มมีความหวังขึ้นเมื่อเห็นว่าซอมบี้หลายตัวถูกยิง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ค่อนข้างช้าเพราะเป็นหมอ ดังนั้นอ้อมจึงคอยอยู่ข้างๆ เพื่อป้องกันซอมบี้ด้วยปืนพก
“นั่นเหรอรถบัส มีหลายคันเลยแฮะแต่คงไม่มีกุญแจอยู่ข้างใน ต้องต่อสายตรงเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์” มู่เฉินเห็นรถแต่ไกลๆ พร้อมกับซอมบี้กลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามา พวกมันสวมเสื้อนักกีฬา คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่หนีออกมาจากสนามแล้วถูกกัดเป็นซอมบี้
มู่เฉินเหนี่ยวไกไม่หยุดพัก นอกจากนั้นยังขว้างระเบิดมือเพื่อเปิดทาง ทำให้ซอมบี้หลายสิบตัวเละเป็นโจ๊ก ภาพดังกล่าวชวนอาเจียนแต่ไม่มีใครคิดเสียเวลา รีบวิ่งตามหลังเขาไปติดๆ แม้ว่าจะเหนื่อยจนแทบหยุดหายใจก็ตาม
ระหว่างทางมีคนถูกซอมบี้กัด และเพราะปริมาณซอมบี้ที่มากเกินไปจึงไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ ทุกคนทำได้เพียงช่วยเหลือตัวเอง ส่วนคนที่ถูกกัดจึงถูกทิ้งไว้ด้านหลัง
ในที่สุดก็วิ่งมาถึงรถบัส มู่เฉินนั่งบนฝั่งคนขับแล้วหากุญแจ แต่ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่คิดไว้ ไม่มีกุญแจจำเป็นต้องต่อสายตรง
สาวๆ ขึ้นมาบนรถแล้ว แต่ซอมบี้เองก็คึกคัก ไม่ปล่อยพวกเขาหนี แถมยังมากันอีกเพียบ
“เป็นยังไง คุณสตาร์ทรถได้ไหม” ปลาวาฬที่หอบหายใจอย่างหนักถาม
“ได้แต่ต้องต่อสายตรง อาจใช้เวลาประมาณ 15 วินาที ผมอยากให้พวกคุณยื้อซอมบี้ให้ผมที” มู่เฉินตอบแล้วเริ่มทำงานของตัวเอง สำหรับเขาที่มีชีวิตอยู่ในวันโลกาวินาศ การต่อสายตรงเป็นเรื่องธรรมดาในการเอาตัวรอด
“เข้าใจล่ะ เดี๋ยวพวกเราจะยื้อมันให้เอง” วาเลนตินาตอบ เหลือบมองลูกดอกในกระเป๋าสะพายตรงเอวพบว่ามันเหลือเพียง 10 ลูกเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับซอมบี้แล้วสิ่งนี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแต่ต้องสู้
อายากะใช้ปืนกลเบาเพื่อชะลอความเร็วของซอมบี้ หน้าต่างหลายบานบนรถบัสสองชั้นถูกเปิดขึ้น ตามด้วยปากกระบอกปืนที่ชี้ออกมา เสียงปังปังปังดังไม่ขาด แม้ว่าจะเจ็บหัวไหล่หรือปวดแขนไปหมดแต่ทุกคนก็ต้องทำเพื่อยื้อเวลาหนีไปจากที่นี่ แต่ซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาเหมือนมหาสมุทร ราวกับว่าพวกมันไม่มีที่สิ้นสุด
“เฮ้ใกล้เสร็จหรือยัง เราจะต้านมันไม่ไหวแล้วนะ!” มีน่าตะโกนบอก ผู้หญิงทุกคนเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังได้เป็นอาหารซอมบี้ทั้งคันรถ
ทว่าในตอนนั้นเองเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นมา
มู่เฉินเงยหน้าขึ้น พร้อมกับเสียงดีใจของสาวๆ เขาเหยียบคลัชใส่เกียร์เหยียบคันเร่งหมุนพวงมาลัยเพื่อพารถออกไปจากมหาสมุทรซอมบี้ เนื่องจากมีซอมบี้อยู่ข้างหน้ากระจกรถที่เกะกะจึงถูกทุบให้แตกเพื่อที่จะได้ยิงสะดวกๆ
วาเลนตินานั่งลงบนที่นั่งเสริมตรงประตูด้านซ้าย ตอนนี้ลูกดอกของเธอหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ ดังนั้นเธอจึงมีความสุข
“เดี๋ยวสิข้างหน้ามีตัวอะไรอยู่ด้วย”
“โอ้พระเจ้านั่นมันสัตว์ประหลาด ยักษ์อะไรจะสูงถึง 3 เมตร นอกจากนั้นยังมีกรงเล็บขนาดใหญ่อีก”
ผู้รอดชีวิตในรถบัสชี้มือไปข้างหน้า หลังจากรอดชีวิตมาจากซอมบี้นึกว่าจะไปถึงคอนโดได้ชิวๆ แต่พอเจอยักษ์ตัวนี้ยืนขวางถนนกัน 3 ตัว แล้วจะให้ไปได้ยังไง
“ชนมันเลยดีไหม” เซราห์ถาม ตอนนี้กระสุนปืนหมดแล้วยากที่จะเสี่ยงลงไปเผชิญหน้ากับมันได้ ความคิดของเธอก็แค่ขับรถฝ่ามันออกไป ดีกว่าต่อสู้ตรงๆ
หลายคนเห็นด้วยกับเธอแต่มู่เฉินส่ายหน้า “ซอมบี้ระดับ 4 ไม่ใช่ระดับทั่วไปที่สามารถฆ่าได้ด้วยการชนหรือกระสุนปืน หากเราขับรถชนจะเป็นฝ่ายเรานี่แหละที่ต้องเสียรถ”
“แล้วเราจะทำยังไง” ออมสินเป็นกังวล
“มาขับรถ เดี๋ยวผมจะลงไปจัดการมันเอง”
“อะไรนะ!”
หลายคนงุนงงกับความคิดมู่เฉิน แต่สำหรับอายากะที่เข้าใจความแข็งแกร่งของเขานั้นมีสีหน้าเรียบเฉย
“มัวบื้ออะไรอยู่ ใครอยู่ในเมืองนี้ก็เข้ามาขับรถสิ อย่าทำตัวไร้ประโยชน์!” อายากะพูดเสียงดัง หลายคนเห็นดวงตาของเธอซึ่งเป็นสีแดงก็ยิ่งกลัว ปิ่นยกมือขึ้น จากนั้นย้ายก้นเข้าไปนั่งตำแหน่งคนขับรถ
“ไม่ต้องเหยียบเบรก ขับไปเรื่อยๆ เดี๋ยวผมจัดการเคลียร์ทางให้เอง” มู่เฉินดึงปิ่นเข้ามานั่งตักจากนั้นโดยที่ไม่ปล่อยให้เธอได้ตอบสนอง ร่างของเขากลายเป็นอนุภาคแสง พุ่งออกไปตรงๆ ที่หน้ารถ
ปิ่นตกใจจนเกือบหักพวงมาลัยลงข้างทาง ยังดีที่พอประคองรถได้ ไม่อย่างนั้นรถอาจพลิกคว่ำแล้วทุกคนก็บาดเจ็บก่อนไปถึงคอนโดมิเนียมที่เป็นจุดหมาย
“ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เขามีความสามารถพิเศษเหรอ” เซราห์อดไม่ได้ที่จะถาม หลายคนเองก็อยากรู้
“ใช่” อายากะตอบสั้นๆ แล้วนั่นทำให้นักกีฬากลืนน้ำลาย ตั้งตารอการแสดงของมู่เฉินว่าเขาจะเคลียร์เส้นทางยังไง
“ถ้าหากฉันยอมเป็นผู้หญิงของเขา ไม่แน่อาจได้รับพลัง” วาเลนตินายังไม่ลืมคำพูดที่เขาเคยบอก พอได้เห็นเขาแสดงความสามารถตอนนี้ก็ยิ่งมั่นใจ
ซอมบี้ระดับ 4 ที่ยืนขวางถนน 3 ตัวเมื่อเห็นรถขับเข้ามาก็เริ่มตอบสนอง แต่ในตอนนั้นเองแสงสว่างได้ปรากฏเหนือศีรษะ ลูกเตะอันทรงพลังถูกฟาดกลางอากาศ ทำให้ร่างที่หนักมากกว่า 2 ตันปลิวไปเหมือนว่าว
ตอนนี้มู่เฉินแข็งแกร่งมาก ด้วยเซรั่มซูเปอร์ทหารฤดูหนาว โอสถแสงและแดร็กคูลา รวมถึงการฟื้นฟูสภาพร่างกายแม้แขนขาจะขาด เรียกได้ว่าศักยภาพนั้นเหนือกว่ามนุษย์โดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นเมู่เฉินเคลียร์เส้นทางเสียงอุทานบนรถบัสก็ดังขึ้นติดๆ กัน พลังดังกล่าวเรียกได้ว่าทำให้สาวๆ เชื่อมั่นในตัวเขา โดยเฉพาะวาเลนตินา
ซอมบี้ที่เหลืออีก 2 ตัวเคลื่อนไหว กรงเล็บของพวกมันกรีดผ่านอากาศราวกับเคียวมัจจุราช มู่เฉินเปลี่ยนให้ร่างเป็นแสงจากนั้นเสกดาบสีดำกลางอากาศแล้วฟันเข้าที่ศีรษะของมันในแนวเฉียงโดยพร้อมกัน
นี่คือพลังของสกาเล็ต คอนเนลลี่ การสร้างอาวุธไร้ที่สิ้นสุด!
หลังจากเคลียร์เส้นทางเรียบร้อยมู่เฉินจึงกลายเป็นแสงกลับเข้ามาในรถ
สายตาหลายคู่ชื่นชมเขา แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจ หรืออาจจะชินชาซะแล้ว
รถยังวิ่งไปข้างหน้า ระหว่างทางมีซอมบี้บ้างประปราย ทว่ามันวิ่งช้ากว่ารถจึงไม่ต้องกังวล
“มีคนยืนโบกมือด้วย จะจอดรับไหม” ปิ่นที่ทำหน้าที่ขับรถถาม
“จอดสิ นั่นผู้รอดชีวิตนะ” ใครบางคนเสนอ
“ถ้าจอดผมจะฆ่าคุณ” มู่เฉินไม่แสดงความเมตตา “ขับชนมัน อยากขวางทางดีนักก็ให้มันตาย”
ปิ่นกัดฟันแน่น ยากที่จะตัดสินใจได้