ตอนที่ 37 ธุรกิจ
เมื่อมองดูทั่วทั้งเมืองใหญ่อย่างเมืองกวงหลิงแล้ว การเปิดร้านสุราเล็ก ๆ ในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวนี้ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงเสียด้วยซ้ำไป
แต่บังเอิญว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กลับทำให้เมืองกวงหลิงสว่างไสวไปทั่วทั้งเมืองในเวลาเพียงสองหรือสามวันเท่านั้น
นั่นก็เป็นเพราะกฎแปลก ๆ ที่ตั้งโดยร้านสุราใต้ร่มไทรแห่งนั้น
และเป็นเพราะนักปราชญ์อาวุโสฮัวผู้เลื่องชื่อไปทั่วทั้งแคว้นได้ตั้งชื่อร้านสุรานั้นด้วยตนเอง ทั้งยังลงมือเขียนป้ายชื่อร้านสุราแห่งนั้นด้วย
และเป็นเพราะสุราร้านนั้นมีราคาแพงแสนแพง !
สำหรับคนธรรมดาสามัญ สุราฮั่วผิงชุนมีราคาแพงเกินกว่าที่พวกเขาจะรับได้ พวกเขาจึงไม่สามารถลิ้มรสสุรานี้ได้เลย แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของร้านสุราเลยสักนิด
ท่ามกลางคำเล่าลือของเหล่าผู้คน มีแม้กระทั่งบางคนเกิดความอิจฉาที่ว่าหากตนเองสามารถลิ้มลองสุราตัวนี้ได้แม้เพียงจอกเล็ก ๆ ก็ถือว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว
แต่สำหรับพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมืองกวงหลิง หลังจากที่พวกเขาได้ชิมถ้วยเล็ก ๆ ด้วยความอยากรู้ ร้านสุราใต้ร่มไทรแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ที่พวกเขาต้องไปทุกวันแล้ว
เพราะสุราที่ร้านนี้มีรสชาติดีมาก
และเป็นเพราะปริมาณสุราหนึ่งเหลียงที่สามารถลิ้มรสได้ในแต่ละวันมันช่างน้อยเหลือเกิน
ในยามค่ำคืนของวันที่เปิดร้านวันแรก มีแสงโคมสีแดงส่องสว่างอยู่ภายในร้านสุราใต้ร่มไทรแห่งนี้ แขกเหรื่อนั่งเต็มทุกโต๊ะ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครส่งเสียงดังออกมา อย่างมากพวกเขาก็แค่อุทานด้วยความตกตะลึงหลังจากที่ได้ลิ้มรสสุราฮั่วผิงชุนเป็นครั้งแรก
และเนื่องจากพวกเขาจะได้ดื่มสุราแค่วันละหนึ่งเหลียงเท่านั้น หลายคนจึงเสียดายเกินกว่าที่จะดื่มหมดในอึกเดียว ดังนั้นท่าทางการดื่มสุราของแต่ละคนจึงดูสง่างามและสุขุมยิ่งขึ้น
เนื่องจากกิจการที่ร้านดีเกินไป หลี่เฉินอันจึงงานยุ่งจนทำอะไรไม่ทัน เขาได้เรียกให้ชุ่ยฮวาออกมาช่วยงาน ทั้งยังให้มารดาของหลี่เสี่ยวฮวาออกมาคอยนั่งเก็บเงินที่แท่นคิดเงินด้วย
ชุ่ยฮวาในยามนี้ตกตะลึงอย่างแท้จริง
เดิมทีนางยังเป็นกังวลว่าจะไม่มีคนโง่คนไหนที่ยอมจ่ายเงินซื้อสุราของนายท่านซิ่วอีคนใหม่นี้ดื่ม เพราะสุราของเขาทั้งได้น้อยและมีราคาแพงแสนแพง แต่เมื่อนางเดินเข้าไปในร้าน นางก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรวยผู้โง่เขลาในเมืองกวงหลิงช่างมีมากมายเหลือเกิน
นางเข้าไปต้อนรับลูกค้าและคอยยกสุรามาให้อย่างกระตือรือร้น ไม่รู้ว่าลูกค้าในร้านเปลี่ยนคนมานั่งไปกี่คนแล้ว และชั่วพริบตาเดียว สุรา 10 ชั่งก็ถูกขายจนหมดเกลี้ยง แต่กลับยังมีคนโง่มากมายทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง
เงินน่ะ...มันหาง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ ?
สุราแค่หนึ่งเหลียงเองนะ !
ดื่มไปอึกเดียวก็หมดแล้ว ไม่เหมือนกับหีบศพที่ร้านของนาง ที่เมื่อซื้อแล้วสามารถนอนอยู่ในนั้นได้เป็น……ร้อยปี !
ตอนแรกนางนึกว่า การที่ร้านขายดิบขายดีตั้งแต่เปิดกิจการวันแรกเช่นนี้คงเป็นเพราะชื่อเสียงของผู้อาวุโสฮัว แต่นางกลับคาดไม่ถึงเลยว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ประตูของร้านสุราเปิดออก ด้านนอกกลับมีผู้คนมากมายมายืนต่อแถวรอแล้ว
หลังจากนั้นในวันที่สามของการเปิดร้าน นางก็พบว่าลูกค้ามีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุราในร้านยังคงมีขายเพียงน้อยนิดเช่นเดิม และก็ยังคงมีลูกค้าที่มาช้าไป จนต้องกลับไปด้วยความเสียใจที่ไม่ได้ใช้เงิน
ตลอดช่วง 3 วันมานี้ นายท่านซิ่วอีคนใหม่ของนางทำเงินได้เท่าไหร่กันนะ ?
ชุ่ยฮวาที่กำลังทำสุราอยู่ในสวนหลังร้านค่อย ๆ คำนวณตัวเลขในใจ——
สุรา 30 ชั่งขายได้ตกชั่งละ 2 ตำลึง นั่นก็เท่ากับว่าขายไปได้ 60 ตำลึง หลังจากหักต้นทุนออกแล้ว อย่างน้อยเขาก็น่าจะได้กำไรประมาณ 50 ตำลึง !
มิน่าล่ะ อาหารที่ทำกินกันในช่วงสามวันนี้ถึงได้ดีขึ้นผิดหูผิดตานัก
เพียงแต่เจ้ายักษ์หลี่เสี่ยวฮวาคนนั้นกินจุเกินไป
ร้านสุราใต้ร่มไทรใช้เวลาสองสามที่ผ่านมาค่อย ๆ ดำเนินกิจการไปอย่างถูกที่ถูกทางมากขึ้น ชุ่ยซานเหนียงทำหน้าที่เป็นคนคอยเก็บเงิน ชุ่ยฮวาที่นอกจากจะทำหน้าที่กลั่นสุราอยู่ในสวนหลังร้านแล้ว นางยังคอยต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านอีกด้วย
หลี่เฉียวซีเองก็เข้ามาช่วยงานที่ร้านเช่นกัน เพียงแต่นางใช้เวลาอยู่ในร้านได้ไม่นาน แต่ถึงกระนั้นภายในใจของนางกลับมีความสุขมากกว่าใคร
พี่ชายของนาง เขาดูแลตัวเองได้แล้ว !
นางจึงนำเรื่องในร้านสุราไปเล่าให้มารดาของนางฟัง ทำให้ระยะนี้มารดาของนางมีรอยยิ้มมากยิ่งขึ้น
ตรงกันข้ามกับบิดาของนาง
นางคิดว่าบิดาคงได้ยินชื่อเสียงของสุราฮั่วผิงชุนมาบ้างแล้ว เพราะระยะนี้บิดาของนางดูเงียบขึ้นผิดหูผิดตา
ทำให้เรือนตะวันออกของจวนหลี่เงียบสงบขึ้นมาก ส่วนสตรีที่เรือนตะวันตกผู้น่ารังเกียจคนนั้นก็ไม่กล้าเหยียบเข้ามาในเรือนตะวันออกอีกเลยนับตั้งแต่ที่ถูกพี่ชายของนางจัดการ ถึงขนาดที่แทบจะไม่โผล่มาที่สวนดอกไม้ในจวนเลยด้วยซ้ำ
เกรงว่านางคงจะกลัวหัวหดไปแล้ว
แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี !
และคนที่ทำงานสบายที่สุดในร้านสุราแห่งนี้เห็นทีจะเป็นหลี่เสี่ยวฮวา หน้าที่ของเขาคือคอยคุ้มกันร้าน หากมีใครก่อเรื่องขึ้นที่ร้าน เขาก็มีหน้าที่จับคนที่ก่อเรื่องโยนออกไปนอกร้าน
หลี่เฉินอันเองก็ไม่ได้ออกไปไหนเช่นกัน เพราะนอกจากกิจการในร้านสุราแล้ว เขายังมีบางเรื่องที่ต้องจัดการ
ยกตัวอย่างเช่น ธัญพืชที่เหลืออยู่เริ่มมีไม่มากแล้ว
หรืออย่างเรื่องที่เขาจำเป็นต้องกลั่นสุราให้ได้ในทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เช่นนั้นเขาก็ต้องไปหาที่ดินสักผืนที่อยู่นอกเมือง
รวมถึงเรื่องที่ต้องอยู่พูดคุยเป็นเพื่อนกับผู้อาวุโสฮัวม่านถิงและอื่น ๆ อีกมากมาย
เช้าตรู่ของวันนี้เอง เขาและหลี่เสี่ยวฮวาเพิ่งกลับมาจากการวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าก็เห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตูร้านสุราของเขาแล้ว
แขกคุ้นเคย
เพราะเขามาดื่มที่ร้านทุกวัน
เขาผู้นี้ก็คือ……ไช่เจิงเหยา พ่อค้าธัญพืชแห่งเมืองกวงหลิง
“คุณชายหลี่ ! ” ไช่เจิงเหยาเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เถ้าแก่ไช่……ร้านสุราของข้าเปิดกิจการช่วงบ่าย ท่านมาเร็วไปหน่อยหรือไม่”
“แน่นอนว่าข้าต้องมาซื้อสุราดื่มอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ที่ข้ามาก่อนเวลาไม่ใช่เพราะเรื่องสุรา”
“อ้อ……” หลี่เฉินอันผลักประตูเข้าไป “เช่นนั้นขอเชิญเถ้าแก่ไช่เข้าไปด้านในก่อน”
เขาเชิญให้ไช่เจิงเหยาไปที่สวนหลังร้าน จากนั้นทั้งสองก็นั่งพูดคุยกันอยู่บนโต๊ะหินอ่อนตัวเดิม
ไช่เจิงเหยาสูดเอากลิ่นสุราอันเข้มข้นเข้าไปเต็มปอด แล้วหันไปมองสวนหลังร้านเล็ก ๆ ที่กำลังแออัด จากนั้นเขาก็หันมาถามหลี่เฉินอัน “คุณชายหลี่ สุราของท่านได้รับความนิยมขนาดนี้ ไม่ทราบว่าคุณชายหลี่เคยคิดจะขยายตลาดหรือไม่ ข้าคิดว่าแม้จะขายในตลาดด้วยราคานี้ แต่มันก็จะยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้คนเช่นเดิม ! ”
หลี่เฉินอันได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา “เรื่องนี้เองหรือ ข้าไม่รีบร้อนหรอก”
“เพราะถึงเยี่ยงไรฮั่วผิงชุนก็เพิ่งขายในร้านได้แค่ 3 วันเท่านั้น เส้นทางของมันยังอีกยาวไกล”
“เพียงแต่เส้นทางในเมืองกวงหลิงนี้ไม่ค่อยน่าเดินนัก ! ”
ไช่เจิงเหยาลูบเคราสั้นแล้วหัวเราะ แต่ในใจกลับเข้าใจความหมายของหลี่เฉินอันเป็นอย่างดี
ที่เขาบอกว่าไม่รีบนั้น เพราะเขามีความคิดที่จะขยายตลาดของสุราฮั่วผิงชุนในอนาคตอยู่แล้ว
เขารู้ว่าเส้นทางการค้าสุราตัวนี้ในเมืองกวงหลิงไม่ค่อยน่าเดินนัก นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ตาบอดและรู้ดีว่ากิจการนี้จะทำเงินให้เขาอีกมหาศาล
เขากำลังจัดการทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ และปลอดภัย เหมือนที่เขาแกล้งทำตัวโง่เขลามาเป็นเวลาสิบกว่าปีนี้
ชายหนุ่มเช่นนี้ต่างหากที่เป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องหลังของเขายังมีผู้อาวุโสฮัวม่านถิงคอยช่วยเหลือ และใต้เท้าหลิวแห่งกวงหลิงก็ยังเป็นลูกศิษย์ของฮัวม่านถิงด้วย
หากมีวันใดวันหนึ่งที่เจ้าเด็กคนนี้จัดการความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงนี้ได้เข้าที่เข้าทางและใช้มันให้เป็น เช่นนั้นก็จะถึงเวลาที่สุราฮั่วผิงชุนจะได้โจมตีสุรากวงหลิงซ่านแล้ว
“คุณชายหลี่ ท่านคงรู้ว่าข้าคือพ่อค้าธัญพืช ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องราวของท่านกับตระกูลเสิ่นมาบ้างแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“ข้าชอบสุราที่ท่านกลั่นมาก ทั้งยังชอบความคิดที่ท่านมีต่อผู้คนและโลกภายนอกนี้ วันนี้ที่ข้ามาเยี่ยมเยือนคุณชายหลี่ ก็เป็นเพราะ……ข้าคิดว่าเราสองคนสามารถร่วมมือกันได้ ซึ่งความร่วมมือที่ว่านี้ง่ายดายมาก ตระกูลไช่ของข้ายินดีขายธัญพืชที่ใช้หมักสุราให้แก่ท่าน ท่านอยากได้ธัญพืชเท่าใด ข้าก็จะขายให้เท่านั้น รับรองเลยว่าจะให้ราคาที่ดีที่สุดแก่คุณชายแน่นอน ! ”
“เถ้าแก่ไช่ประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ! ข้าไม่ขอปิดบังเถ้าแก่ไช่ก็แล้วกัน ที่ร้านสุราของข้าต้องใช้ธัญพืชประมาณวันละ 40 ชั่ง……ซึ่งจำนวนนี้เป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากสำหรับเถ้าแก่ไช่”
ไช่เจิงเหยาโบกมือปัด “แม้จะแค่ 40 ชั่งแต่ก็ถือว่าเป็นการค้า ตัวข้าคิดว่าสิ่งสำคัญในการทำการค้ากับคุณชายไม่ใช่เรื่องผลกำไร แต่เพื่อเป็นการผูกมิตรสหายกัน ท่านคิดเห็นเยี่ยงไร ? ”
หลี่เฉินอันแสดงรอยยิ้มอันสดใส “เถ้าแก่ไช่ช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ! เพียงแต่หากทำเช่นนี้ เถ้าแก่ไช่จะไม่ถือว่าทำให้เสิ่นเชียนซานขุ่นเคืองเอาหรือ ? นี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเถ้าแก่ไช่เลย”
“คุณชายหลี่ไม่ต้องกังวล เดิมทีข้าและเขาก็เป็นคู่แข่งทางการค้ากันอยู่แล้ว ที่ข้าพูดคุยเช่นนี้ลับหลังเสิ่นเชียนซานไม่ใช่เป็นเพราะว่าท่านและตระกูลเสิ่นมีความขัดแย้งกันแล้วถึงนำมาพูด ต่อให้เสิ่นเชียนซานจะทำการค้าได้รุ่งโรจน์สักเพียงใด แต่ข้าก็ยังดูแคลนเขาเช่นเดิม ! ”
“มีเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยหรือ ? ”
“มีบางเรื่อง เดี๋ยวในภายภาคหน้าคุณชายหลี่ก็จะรู้เอง”