อึก
ฮวาเหยียนกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
“ฮ่าๆ ตี้หลิงหานช่างบังเอิญเหลือเกิน...!”
ตี้หลิงหาน “...!”
องครักษ์เงา “...!”
โดยเฉพาะอั้นจิ่วกับอั้นปาสีหน้าของพวกเขามิอาจบรรยายได้จริงๆ ข้อมูลที่พวกเขารู้มาเกี่ยวกับฮวาเหยียนล้วนสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทันทีนี่คือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้พลิกฟ้าถล่มแผ่นดิน!
เมื่อคิดว่าเมื่อครู่นางแสร้งเรียกตนด้วยความสัตย์ซื่อว่าตนเองคือสตรีสูงศักดิ์อันดับหนึ่งแห่งต้าโจวฉู่หลิวซวง หน้าผากของเหล่าผู้ชมก็พลันถูกคาดเส้นดำ [1] ชั่วร้าย ชั่วร้ายเกินไปแล้ว! ทุกคนล้วนรู้ดีว่าตัวตนของนักฆ่าหญิงที่จากไปต้องไม่ต่ำต้อยและอีกฝ่ายจะกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน ทว่าแม่นางมู่อันเหยียนกลับโยนความผิดให้ผู้อื่นมิอาจไม่พูดว่านางร้ายกาจ
เมื่อนึกถึงจวิ้นจู่ฉู่หลิวซวงทุกคนล้วนคิดว่านางนั่งอยู่ที่จวนของตนดีๆ กลับมีภัยพิบัติหล่นมาจากสวรรค์
“มู่ อันเหยียน เป็นเจ้า?”
ตี้หลิงหานกดฮวาเหยียนแน่นเดิมทีเขาไม่ได้สวมเสื้อท่อนบนเอาไว้ เนื้อจึงแนบเนื้อฮวาเหยียนรู้สึกว่าตัวนางร้อนไปทั้งร่าง และความร้อนนี้ยังถูกแผ่มาจากตี้หลิงหานอีกด้วย
นางหอบหายใจ พลางพยายามขยับร่างกายของตน
“อย่าขยับ”
ได้ยินเพียงเสียงแหบแห้งของตี้หลิงหานเขาจ้องมองนางด้วยดวงตาสีเลือดที่มองเห็นแววตาไม่ชัดเจนนัก มือของเขาบีบอยู่ตรงคอของนางราวกับว่าใช้แรงเพียงน้อยก็สามารถหักคอนางได้
“ตี้หลิงหานช่างต่ำช้านัก ท่านแสร้งทำเป็นตาย!”
ฮวาเหยียนกัดฟันด้วยความโกรธ
เดิมทีนางถือไพ่เหนือกว่าทว่าสุดท้ายนางกลับพ่ายแพ้ยับเยินด้วยมือของตนเอง ฉากตอนนี้ช่างยอดเยี่ยมนักตัวตนของนางถูกเปิดโปงแล้ว นางมิอาจเถียงอันใดได้ เมื่อนึกถึงผลงานชิ้นเอกของตนที่ห้องนอนและห้องหนังสือในใจของฮวาเหยียนพลันรู้สึกทำตัวไม่ถูก
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
ตี้หลิงหานมิได้ตอบคำถามนางเขาทำเพียงขมวดคิ้วและถามกลับ
“นั่นเพราะ หม่อมฉันหม่อมฉัน...พระองค์ทรงลุกขึ้นก่อนได้หรือไม่ ตัวของท่านร้อนยิ่ง ทำหม่อมฉันเหงื่อออกไปทั้งร่างแล้วเพคะ!”
ฮวาเหยียนเอ่ยด้วยความโกรธนางจงใจเปลี่ยนเรื่อง เนื่องจากนางยังคิดไม่ออกว่าควรตอบเยี่ยงไรจึงจะดี? คงไม่สามารถกล่าวได้ว่านางมาขโมยสัญญากระมัง นั่นเป็นเรื่องที่มิอาจยอมรับได้อย่างแน่นอน
“พูด!”
ตี้หลิงหานเค้นเสียงออกมาคำหนึ่งข้อมือลงแรง สีแดงเลือดในดวงตาลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าของเขาขาวซีดไร้โลหิต
ฮวาเหยียนรู้ว่าตี้หลิงหานมีบางสิ่งผิดแปลกไปแต่นางไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่...
แต่ฮวาเหยียนจำได้ว่าบุรุษที่กดนางไว้มีพลังยุทธ์ระดับราชาผู้บำเพ็ญ
“หม่อมฉันช่วยชีวิตพระองค์เอาไว้นะเพคะ!”
ฮวาเหยียนจ้องเขาตาเขม็งและกล่าวอย่างคับแค้นใจหากนางไม่เข้ามาหยุดไว้ ดาบของนักฆ่าหญิงผู้นั้นคงจะทะลุหน้าอกของอีกฝ่ายไปแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของฮวาเหยียนดวงตาของตี้หลิงหานพลันมีแสงวาบผ่าน คล้ายเขาจะคิดบางสิ่งออก จึงเอ่ยต่อทันทีว่า “เจ้ามาที่นี่เพื่อขโมยสัญญาใช่หรือไม่?”
ฮวาเหยียนตกตะลึง!
ตี้หลิงหานเดาได้ถูกต้องแล้ว!
บุรุษผู้นี้ฉลาดเกินไปแล้วทว่าอย่างไรนางก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด!
“ล้อเล่นอันใดหรือ?ขโมยสัญญาอันใดเพคะ หม่อมฉันเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จะทำเรื่องแย่ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร หม่อมฉันรวบรวมเงินสามล้านตำลึงได้ครบตั้งนานแล้วรอเพียงจ่ายเงินไปและแลกสัญญามาเท่านั้นเพคะ”
ฮวาเหยียนหัวเราะเสียงเย็นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธและขุ่นเคือง ทั้งยังจ้องอีกฝ่ายอย่างดุร้าย
ตี้หลิงหานมองใบหน้าที่กล่าวเรื่องชอบธรรมของนางอารมณ์ที่ยากจะพรรณนาวาบผ่านในดวงตา หากเขาไม่รู้ความจริงของเรื่องนี้ คาดว่าคงถูกใบหน้านี้ของมู่อันเหยียนหลอกเข้าให้แล้วสตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก โกหกหน้าตาย หน้าไม่แดงลมหายใจไม่ผิดจังหวะ
ตี้หลิงหานจับจ้องฮวาเหยียนหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างของเขามีดวงตากลมโตรื้นน้ำ เป็นนัยน์ตาที่เปี่ยมด้วยสติปัญญามีพลังแห่งชีวิตและจิตวิญญาณอันไร้ที่สิ้นสุด แตกต่างจากเขาที่เป็นแอ่งน้ำนิ่งไร้ชีวิตชีวา
เดิมทีตอนที่ดาบในมือของนักฆ่าคนสุดท้ายกำลังจะแทงลงมาเขานึกว่าราตรีนี้คงจะเป็นวันตายของตนแล้ว คิดเพียงหากต้องตายก็ตายเถิด ชีวิตนี้ของเขาผ่านไปอย่างเหนื่อยล้าเหลือเกินทุกทิศเต็มไปด้วยแผนสกปรกหลอกลวง ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนอาศัยอยู่ท่ามกลางการลอบสังหารยาพิษในกายเขาแทบทำให้ภายในร่างว่างเปล่า มิสู้ตายไปทั้งเช่นนี้เสีย ไม่ต้องคิดอันใดทั้งสิ้นเมื่อเขาตายไป เรื่องใหญ่สิ้นสุดลง ปัญหาต่างๆ ก็พลอยสิ้นสุดลงไปด้วย
ทว่าในช่วงเวลาระหว่างความเป็นความตายนี้กลับมีคนยื่นมือมาช่วยเขาเอาไว้
สตรีผู้นี้กำเริบเสิบสาน โอหังอย่างถึงที่สุด
นางทำร้ายคนทว่ากลับไม่เอ่ยนามของตนเอง กลับขานนามฉู่หลิวซวงออกไปอย่างสัตย์ซื่อ
ในชั่วพริบตานั้นภายในสายธารแห่งความคิดของเขาพลันมีเงาของมู่อันเหยียนวาบผ่านสตรีที่หน้าด้านไร้ยางอายทั้งยังมีใจสร้างเหตุผลในการโยนความผิดให้ผู้อื่นเช่นนี้ ท่ามกลางคนที่เขารู้จักมีเพียงมู่อันเหยียนเท่านั้น
เดิมทีสติของเขาแตกกระเซ็นทุกเส้นประสาทในร่างกายล้วนเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเขาพยายามที่จะไม่หมดสติเพราะต้องการดูว่าสตรีนางนี้เป็นผู้ใด
เมื่อได้ดึงผ้าคลุมหน้าของนางออกเขาก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด!
“มู่อันเหยียนเจ้า...แค่ก...อึก!”
ตี้หลิงหานเพิ่งเปิดปากทว่าทันใดนั้นเขากลับไอโขลกอย่างรุนแรง อาเจียนออกมาเป็นเลือด ทั้งร่างสูญพลังสิ้นฮวาเหยียนคว้าโอกาสนี้ดึงแขนที่กดตนไว้ออก มือเล็กของนางบิดแขนของตี้หลิงหาน เมื่อช่วยให้คอของตนหลุดพ้นเป็นอิสระแล้วจากนั้นจึงจับตี้หลิงหานพลิกโยนลงกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นมาด้วยท่วงท่าปลาหลี่กระโดด [2]
เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากมุมปากของตี้หลิงหานไหลผ่านคอลงไปที่ผิวสีงาช้างของเขา ภาพตรงหน้างดงามมีเสน่ห์ไร้ใดเปรียบทว่าน่าเสียดายที่ใบหน้าของตี้หลิงหานซีดเซียวเกินไป
เวลานี้เมื่อมองดูให้ดีที่สุดฮวาเหยียนก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เลือดของตี้หลิงหานกลายเป็นสีแดงเข้มเห็นได้ชัดว่าเขาถูกวางยาพิษ
“ตี้หลิงหาน ท่านถูกวางยาพิษท่านกำลังจะตาย!”
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วพลางเอ่ย
“แม่นางมู่ได้โปรดช่วยนายท่านด้วย อั้นจิ่วเป็นหนี้ชีวิตท่าน”
“แม่นางมู่อั้นปาขอร้องท่าน ช่วยชีวิตนายท่านด้วย ต่อไปไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟอั้นปาล้วนฟังคำสั่งท่าน”
“โปรดช่วยองค์รัชทายาทด้วย”
เมื่อครู่ที่มู่อันเหยียนประมือกับตี้หลิงหานเหล่าองครักษ์เงาล้วนมิกล้าหายใจ ยามนี้เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้รับบาดเจ็บสาหัสและนางเป็นฝ่ายสลัดหลุดออกมาได้ทุกคนล้วนตื่นตระหนก ด้วยรู้ว่าหากล่าช้าต่อไป เกรงว่าจะเกิดผลลัพธ์อันไม่คาดคิด
ตราบใดที่แม่นางมู่รับปากว่าจะช่วยชีวิตและรีบไปหาคุณชายจีอู๋ซวงเช่นนั้นนายท่านย่อมไม่เป็นอันใดแน่
ทว่าอั้นปากับอั้นจิ่วย่อมรู้ดีถึงที่มาของความสัมพันธ์ระหว่างฮวาเหยียนกับตี้หลิงหานหัวใจของพวกเขาพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ แววตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
“ข้าช่วยชีวิตนายท่านของพวกเจ้าแล้วครั้งหนึ่งทว่านายท่านของพวกเจ้าไม่เพียงไม่ขอบคุณข้า ยังหลอกลวงข้า บีบคอข้าและต้องการจะสังหารข้าอีกด้วย แล้วเหตุใดข้าถึงต้องช่วยเขาเล่า? ช่วยเพื่อให้เขามาฆ่าข้าทีหลังหรือ?”
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วพลางเหลือบมองเหล่าองครักษ์เงาก่อนจะจ้องเขม็งไปที่ตี้หลิงหาน
ตอนนี้ตี้หลิงหานกำลังมองสตรีแสนเย็นชาที่อยู่เบื้องหน้าตนมิรู้ว่าเพราะอันใด หัวใจของเขาจึงสงบอย่างน่าประหลาด เขาจับจ้องฮวาเหยียนและกล่าวว่า“มู่อันเหยียน หากช่วยชีวิตเปิ่นกงสัญญานั่นจะถือว่าเป็นโมฆะ”
ฮวาเหยียนเลิกคิ้วเห็นได้ชัดว่านี่คือท่าทางของตี้หลิงหานยามขอร้องคนให้ช่วยชีวิต ทว่าเขามิได้ดูจนตรอกเลยแม้แต่นิดกลับกันยังดูสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งสัญญาที่ตี้หลิงหานกล่าวถึงนางย่อมรู้ว่าเขาหมายถึงสัญญาใด เฮอะ
นางมองเหยียดเขาจากที่สูงทันที“หากท่านตาย สัญญานั่นก็ถือว่าเป็นโมฆะเช่นกัน!”
“ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าตายเมื่อครู่ก็คงไม่ช่วยข้าจากนักฆ่า!”
ตี้หลิงหานมองฮวาเหยียนอย่างสงบราวกับมั่นใจว่านางจะไม่ฆ่าเขา
นั่นทำให้ฮวาเหยียนโมโหยิ่ง
ตี้หลิงหานผู้นี้ช่างมีความสามารถในการบีบหัวใจผู้คนเสียจริงนางพลันยิ้มอย่างเย็นชา
“เพคะ?องค์รัชทายาททรงคิดมากเกินไปแล้ว ที่หม่อมฉันช่วยพระองค์ไว้ ย่อมเพราะมิอยากให้ท่านได้ตายอย่างเป็นสุขคนที่ทั้งหน้าซื่อใจคด เสแสร้ง และเลวทรามอย่างไร้ที่สิ้นสุดเช่นพระองค์ หากตายในดาบเดียวก็ง่ายเกินไปแล้วเพคะ...!”
เชิงอรรถ
[1] คาดเส้นดำ 黑线 (hēi xiàn) หมายถึง รูปแบบการวาดการ์ตูนที่คาดเส้นสีดำบนศีรษะของตัวละครเพื่อแสดงถึงอารมณ์พูดไม่ออก เหลือคำจะกล่าว หรือเหงื่อตก
[2] ปลาหลี่กระโดด鲤鱼打挺 (lǐ yú dǎ tǐng) หมายถึง ทักษะทางกายภาพหรือการเคลื่อนไหวร่างกายที่ตั้งชื่อตามท่าทางของปลาคาร์ปที่กระโดดขึ้นจากน้ำหรือบิดตัวไปมาบนพื้นมักใช้ในการแสดงยิมนาสติกและศิลปะการต่อสู้