อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่​ 165 หนอนบ่อนไส้

    ตอนที่​ 165 หนอนบ่อนไส้

    "ข้าขอจองเจ้านั้นละ"

    "ข้ายังต่อสู้​กับมันไม่รู้ผลเลย"

    "ครั้งนี้ข้าขอต่อสู้​ตัดสิน​ไปเลย ไม่งั้นมันค้างคาใจ"

    โครงกระดูก​ที่ถือดาบไม้เป็นศาสตราวุธ​ของตนเอง ชี้ไปยังเต้าซื่อในทันที

    "ชิ ข้าอุตส่าห์​เล็งเจ้านั่นไว้"

    โครงกระดูก​ตนอื่น บ่นอย่างเสียดาย เมื่อทุกตนต่างมองว่า เต้าซื่อ จะเป็นคนแข็งแกร่ง​สุดในบรรดาเจ้าสำนักทั้งสามคนนี้

    "งั้นเหลือแต่เจ้านี้แล้วสินะ"

    โครงกระดูก​ที่ใช้ศาสตราวุธ​เป็น ไม้เท้า ที่ตอนนี้กำลังใช้มาพยุงตัวเองอยู่ มองซือฟางที่อยู่ด้านหลังของเสี่ยหาย กับ เต้าซื่อ จ้องมองขึ้นมา

    "หึ คิดว่าข้าจะเป็นหมูให้เชือดนิ่มๆงั้นสินะ"

    ซือฟาง เมื่อเห็นว่าคนอื่นวุ่นวาย​กับศัตรู​ของตนเอง จึงจำเป็นต้องเข้าร่วมต่อสู้​ในที่สุด

    "เฮ้ พวกเจ้าอย่าเมินพวกข้านะเว้ย"

    "คิดจะท้าสู้กับเจ้าสำนักผ่านพวกข้าไปก่อน"

    คนของสำนักนอกรีต​ ที่ยืนเป็นหัวหลักหัวตอ​กันถ้วนหน้า กล่าวอย่างไม่พอใจ​ เมื่อพวกตนโดนเมินข้ามหน้าข้ามตา​อย่างหน้าตาเฉย

    บึ้ม

    เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง​ขึ้นมาอีกครั้ง โดยคราวนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือ​ ม่อเสีย แต่เป็นโครงกระดูก​อีกคนนึงที่ถือลูกตุ้มเอาไว้จัดการทุบพื้นดินขึ้นมา

    "พวกนี้ข้าอาสาเก็บกวาดเอง"

    โครงกระดูก​ ที่ถือตุ้มเหล็กเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย

    จนคนของสามสำนักนอกรีต​ร่วงลงสู่พื้นดิน

    เว้นเสียแต่เจ้าสำนักนอกรีต​ทั้งสามที่กระโดดหลบออกมาได้

    ตอนนี้ต่างคนต่างกระจัดกระจาย​ไปสถานที่​อื่น เมื่อพื้นที่​ตรงนี้เละตุ้มเป๊ะ​ไปเรียบร้อย​ จนยากจะต่อสู้​กันได้ถนัดนัก

    "เจ้าพวกบ้านี้ มีแต่ใช้แรงรึไงกัน"

    อาวุโส​จิ้น ที่ยังขาดคู่ต่อสู้​จ้องมองไปยังส่วนนึงของสถานที่​พักที่ไม่ได้รับความเสียหาย​ใดๆ

    "ไม่คิดจะโผล่หัวออกมาหน่อยหรอ"

    "หัวหน้า​พรรคฉวนเจินเต้า ไม่สิต้องเรียกว่าเจ้าสำนักสินะ"

    ิอาวุโส​จิ้น กล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย​ แต่จู่ๆก็มีคนปรากฏตัว​ต่อหน้าอาวุโส​จิ้นในพริบตา

    "รู้ได้ไงว่า ข้าอยู่ที่นี้"

    หัวหน้า​สำนักฉวนเจินเต้า มั่นใจ​ว่าตัวเองซ่อนตัวอย่างมิดชิด​แล้วเชียว แต่กับถูกอีกฝ่ายจับได้เสียอย่างงั้น

    "ฉวนฟ่ง ไม่นึกเลยว่าเจ้ายังไม่ตาย"

    อาวุโส​จิ้น พูดคุยออกมาราวกับรู้จักอีกฝ่ายมาก่อนหน้านี้แล้ว

    "เจ้าก่อตั้งพรรคฉวนเจินเต้า เพื่อปกปิดตัวตนของตัวเองสินะ"

    "แล้วยังให้คนอื่นมาเป็นหัวหน้า​พรรคอยออกคำสั่งอยู่เบื้องหน้า แล้วตัวเองคอยสั่งการเบื้องหลัง"

    อาวุโส​จิ้น เข้าใจเรื่องราวหมดทุกอย่าง เมื่อตนเองไม่คิดว่า สำนักนอกรีต​ จะแกร่งพอโค่นพรรค สำนักจำนวนมากได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว​เช่นนี้แน่

    สาเหตุ​ที่พรรค สำนักต่างล่มสลายเพราะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในพวกเดียวกันเอง

    พรรคฉวนเจินเต้า ที่ได้เลื่อนกลายเป็น​สำนักเรียบร้อย​ แล้วยังคงเป็นสำนักอันดับสามของทวีปด้วย จึงทำให้เกิดชื่อเสียง​ ความไว้เนื้อเชื่อใจ​จากพรรค สำนักอื่นอย่างมาก

    ทำให้ไม่คาดคิดว่าสำนักฉวนเจินเต้าจะกลายมาเป็นศัตรู​ของตัวเองเสียได้ แล้วยังร่วมมือกับสำนักนอกรีต​อีกด้วย

    "ข้าว่าแล้วในสงครามทวีป เจ้ายังไม่ตาย"

    อาวุโส​จิ้น ที่อยู่รอดเป็นคนสุดท้าย​ในสงครามใหญ่ ได้ออกตามหาตัวการใหญ่ของสงครามทวีปครั้งนั้น แต่กับไม่พบศพใดๆเลย จนคิดว่าอีกฝ่ายหนีกลับไปแล้ว แต่ไม่นึกว่าจะยังซ่อนตัวมีชีวิต​อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้

    "วิชาของทวีปนี้ก็ไม่เลวเลย"

    "คนของทวีปนี้ก็เช่นกันช่างให้ข้าหลอกใช้ง่ายเหลือเกิน"

    ฉวนฟ่ง กล่าวอย่างชั่วร้าย เมื่อทุกคนต่างเป็นหมากให้ตัวเองคอยบงการมาตลอด

    "คางหมิง ก็เป็นหมากของเจ้าด้วยสินะ"

    อาวุโส​จิ้น เอ่ยถามขึ้นมา เมื่อคางหมิงกับฉวนฟ่ง ต่างมาจากทวีปเดียวกัน​

    "เจ้าคางหมิงรึ มันเคลื่อนไหว​ด้วยตัวมันเอง"

    "แต่ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเจ้านั่นก็พอมีประโยชน์​ก่อนตาย เมื่อช่วยสร้างความปั่นป่วน​ วุ่นวาย​ขึ้นมาให้ข้า ช่วยทุ่นแรงในการกำจัดมดปลวก​ลงไปได้มากเลย"

    ฉวนฟ่ง ตอบอย่างสะใจออกมา

    "จริงสิ ลูกศิษย์​มันที่ยังคงมีชีวิต​อยู่ ป่านนี้คงกำลังอิ่มเอมอยู่ในบังลังค์​กษัตริย์​ คงถึงเวลาเขี่ยมันทิ้งเสียที"

    ฉวนฟ่ง รับรู้​เรื่องนี้ หลังจาก​หลิวหรงโผล่มายังที่ซ่อนตัวของคนสำนักนอกรีตเอง ซึ่งคางหมิงก็ยังแอบติดต่อ​กับคนเหล่านี้อย่างลับๆ

    ทำให้หลิวหรงรู้ที่ซ่อนตัวของสำนักนอกรีต​ด้วย

    "หมายความว่า กษัตริย์​เสียชีวิต​แล้วสินะ"

    อาวุโส​จิ้น ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดเลยว่า กษัตริย์​ที่ปกครองทวีปแล้วคอยควบคุม​สำนักไม่ให้เกิดขึ้น​มากจนเกินไปเสียชีวิต​ลงแล้ว

    "ไม่เห็นต้องไปสนใจมันเลย เจ้าตัวอ่อนแอที่ไม่มีพลัง มีแต่อำนาจปกครอง​เพียงอย่างเดียว อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ"

    ฉวนฟ่ง ที่มองเหล่าคนไร้พลังต่างเป็นมดปลวก แต่กับมีอำนาจปกครอง​สำนักเสียได้

    "เจ้าก็ใช้วิชานอกรีต​จนมีชีวิต​ยืนยาวมาได้สินะ"

    ฉวนฟ่ง มองดูอีกฝ่ายที่ยังคงไม่ตาย แม้ว่าสำนักมังกรสุริยันจะโด่งดัง​ มีชื่อเสียง​มาก่อน แต่อาวุโส​จิ้นก็ชอบทำตัวลึกลับอย่างมาก ไม่ค่อยปรากฏ​ตัวให้ใครพบเห็นง่ายๆ

    "ข้าชักอยากจะได้วิชาเจ้ามาครอบครอง​ด้วยแล้วสิ"

    ฉวนฟ่ง มองเห็นโครงกระดูก​ที่่ขยับได้ และพูดจาเป็นของตัวเองจึงเกิดความสนใจมากทีเดียว