" นี่คือความปรารถนาของข้าที่มีต่อสำนัก อนาคตของสำนักอยู่ที่พวกท่านทุกคน ข้าน้อยขอตัว " นนท์ค้อมตัวลา
เสียงพึมพำของเหล่าผู้อาวุโส " ผู้อาวุโสโจวจะทำได้จริงๆรึ "
" หากต้องเป็นศัตรูกับผู้อาวุโสใหญ่ ข้าไ่ม่อยากจะคิด "
" แล้วถ้าทำสำเร็จเล่า "
นนท์หมุนตัวเดินจากมา โดยมีฟางจื่อซินและจูเม่ยเสียนตามติด
บนบัลลังก์ " สามีข้า ท่านช่างองอาจยิ่งนัก ท่านทำให้ภรรยาผู้นี้มิอาจจะรักชายใดได้อีกแล้ว สามี ภรรยารักท่านมากเหลือเกิน" หลางจี้เสวี่ยครุ่นคิดในใจ
ภาพจำที่องอาจฝังลึกลงไปในก้นบึ้งหัวใจของหลางจี้เสวี่ย หากไม่มีผู้คนมากมายนางคงกระโจนเข้าหานนท์และเปิดศึกใต้สะดือเป็นแน่
" ท่านพี่ ท่านทำให้เย่เอ๋อร์หลงไหลในตัวท่านมากมายยิ่งนัก เย่เอ๋อร์รักท่าน " อาการของหลันอิงเย่ก็ไม่ต่างจากพี่หญิงใหญ่ของนาง สองภรรยามองสบตากันพลางอมยิ้ม
นนท์มาที่ตำหนักของตน พาสองภรรยาเข้าไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยม
" ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ เจ้าทั้งสองปลดผนึกพลังหยางของเทพมังกรทองเสีย ข้าจะอยู่พิทักษ์ให้ " นนท์บอกสองภรรยา
" ท่านพี่ ซือเอ๋อร์ ฝึกเพลงกระบี่ลมหวนขั้นที่สองเสร็จแล้วเจ้าค่ะ " หลิงซือซือเดินเข้ามาบอกนนท์ นนท์พยักหน้า
" ซือเอ๋อร์เจ้าเก่งยิ่ง เวลาเพียงนิดเจ้าฝึกได้ถึงสองขั้น " นนท์กล่าวชม ทำให้หลิงซือซือยิ้ม
" ซือเอ๋อร์ เจ้าน้อยใจเรื่องภูเขาของเจ้าเล็กรึ เจ้ามิต้องกังวลข้าจะทำให้มันใหญ่เอง " ว่าเสร็จนนท์เดินเข้าด้านหลังของหลิงซือซือ นนท์ใช้มองมือโอบประคองภูเขาเล็กของหลิงซือซือ
" ภูเขาสองลูกของเจ้าใหญ่ขึ้นมานิดนึงแล้ว " นนท์บอกหลิงซือซือ
" ท่านพี่รู้ได้เช่นไร " หลิงซือซือถามด้วยความสงสัย
" ซือเอ๋อร์ข้าจับอยู่ทุกวันเหตุใดข้าจะไม่รู้ " นนท์ออกแรงเค้นคลึงภูเขาเล็กสองลูก
" อาห์ ท่านพี่ " เสียงครวญครางแผ่วเบาของหลิงซือซือ
ฉับพลันแรงกดดันพวยพุ่งกระจายเป็นวงกว้าง นนท์รับรู้ถึงการทะลวงขั้นพลังของสองภรรยา
" ราชันย์เทวะขั้นที่สอง " นนทท์พึมพำ นนท์ละมือจากภูเขาสองลูกของหลิงซือซือแล้วไปดูสองภรรยาทะลวงขั้นพลัง
" ซินเอ๋อร์ ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่สอง เสียนเอ๋อร์ราชันย์เทวะขั้นที่หนึ่ง " นนท์ใช้เนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าตรวจสอบ
" อืม เส้นชีพจรของเสียนเอ๋อร์ใหญ่กว่าซินเอ๋อร์ทำให้ทะลวงขั้นพลังได้น้อยกว่า " นนท์พึมพำ
หลิงซือซือเดินเข้ามาชิดตัวนนท์ นนท์จึงดึงหลิงซือซือมาอยู่ที่ด้านหน้า ใช้สองมือกอบกุมนวดเฟ้นเค้นคลึงภูเขาของหลิงซือซือต่อ
ตาก็มองสองภรรยาไป มือก็นวดภูเขาอีกหนึ่งภรรยา
หลังจากนวดเฟ้นภูเขาของหลิงซือซืออยู่หนึ่งชั่วยาม " เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน นวดวันละหนึ่งชั่วยามก็พออีกไม่นานภูเขาสองลูกของเจ้าก็จะใหญ่โตเหมือนพี่หญิงของเจ้า " นนท์บอกหลิงซือซือ
นนท์หาที่นั่งเริ่ม เริ่มทำสมาธิทำการฝึกเนตรมังกรขั้นที่สาม " วิ้ง " นนท์ลืมตาขึ้นดวงตาเปล่งประกายสีทอง แล้วกลับคืนสู่สภาพเดิม
นนท์ลองเปิดใช้เนตรมังกรขั้นที่สาม " อืม ใช้งานได้กว้างขึ้น ไกลขึ้น ใช้โดยไม่ต้องผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าได้ " นนท์พยัหน้า
" ซือเอ๋อร์ นี่เป็นโอสถหลอมกระดูกผลัดกายเจ้าหลอมเสีย " หลิงซือซือรับโอสถหลอมกระดูกผลัดกาย หาที่นั่งเพื่อหลอมโอสถ
นนท์กลั่นโลหิตของตนออกมาสามหยด โลหิตล้ำค่าสีทองสามหยดลอยอยู่ต่อหน้าของนนท์
" ครืน " กลิ่นอายของมังกรถาโถมออกมา แรงกดดันแผ่กระจายกดดันรอบด้าน แสงสีทองสาดส่องออกจากโลหิตล้ำค่าของนนท์
" อืม พอจะหลอกพ่อตาเจ้าเมืองได้รึไม่นะ " นนท์พึมพำ
นนท์ชักนำจิตสื่อสารกับจิตทัศนะ " ผู้อาวุโส โลหิตล้ำค่าที่ข้ากลั่นออกมา เทียบเคียงได้กับโลหิตมังกรของจริงรึไม่ " นนท์ถามจิตทัศนะ
" ดียิ่ง เจ้าหนุ่ม โลหิตที่เจ้ากลั่นออกมานี้เทียบเคียงได้กับมังกรแดงวัยเยาว์ สามารถใช้แทนโลหิตมังกรในการหลอมโอสถได้หรือหลอมเพื่อทะลวงขั้นพลังได้
แต่หากผู้ฝึกตนขั้นพลังสูงกว่าเจ้าทำการหลอม จะมิเกิดผลอันใด เนื่องด้วยขั้นพลังของเจ้ายังต่ำนัก " จิตทัศนะบอก นนท์พยักหน้า
" ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์กล่าวขอบคุณ
สองภรรยาลืมตาขึ้น สำรวจตัวเอง " อา ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่สอง " ฟางจื่อซินพึมพำ
" ท่านพี่ " สองภรรยาคลานเข่าไปที่นนท์ พร้อมจูบที่แสนดื่มด่ำเพื่อเป็นการขอบคุณ
" ลูกเขยตัวแสบของข้า ข้ามีเรื่องจะบอก " เสียงของเจ้าเมืองลอยมาจากแผ่นหยกสื่อสาร
" คารวะพระบิดา " จูเม่ยเสียนกล่าวคารวะบิดาตน
" อืม ลูกหญิงเจ้าเป็นเช่นไร ลูกเขยตัวแสบของบิดา รังแกเจ้ารึไม่ " เจ้าเมืองถาม
" ท่านพ่อ สามีรังแกข้าทุกคืน ยังมีเวลาเช้าอีก " จูเม่ยเสียนแกล้งบิดาตน
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า อีกไม่นานข้าคงได้อุ้มหลาน " เจ้าเมืองหัวเราะร่วน
" ลูกเขยตัวดี สำนักดาบโลหิตเริ่มทำการเคลื่อนไหวแล้ว กว้านซื้อโอสถต่างๆมากมาย ทั้งอาวุธอีก ข้าว่าอีกไม่นานคงบุกเป็นแน่ เจ้ามีแผนรับมือแล้วรึ " เจ้าเมืองถามด้วยห่วง
" เรียนท่านพ่อตา มิต้องกังวล ข้ามีแผนรับมือแล้วขอรับ " นนท์กล่าวให้เจ้าเมืองวางใจ
" ถึงจะอย่างไรข้าก็ยังห่วงอยู่ดี เพราะว่าตามข้อตกลงขององค์จักรพรรดิ์ และสำนักต่างๆ หากเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างสำนักทางการจะไม่สามารถแทรกแซงได้
แต่ถ้าหากสำนักฝึกวิชานอกรีตหรือเป็นมารทางการจึงสามารถลงมือได้ " เจ้าเมืองอธิบายเรื่องขอบเขตของทางการให้นนท์ฟัง
" ท่านพ่อตาเรื่องนี้ข้าเข้าใจ ข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน " นนท์จะบอกเจ้าเมืองว่าจูเม่ยเสียนทะลวงขั้นพลังราชันย์เทวะแล้ว
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกหญิงของข้าตั้งครรภ์แล้วรึ " เจ้าเมืองดีใจล่วงหน้า
" ท่านพ่อตาหาเป็นเช่นนั้นไม่ เสียนเอ๋อร์ทะลวงขั้นพลังราชันย์เทวะขั้นที่หนึ่งแล้วขอรับ " นนท์กล่าว
" อืม งั้นรึ แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวดี " เสียงซึมเศร้าของเจ้าเมืองลอยออกมา
" ท่านพ่อตามิต้องกังวลเรื่องนี้ ข้าจะพยายามให้มากขึ้น " นนท์หยอกเจ้าเมือง
" ท่านพ่อตา ข้าพบเจอวาสนาข้าได้รับโลหิตมังกรล้ำค่ามาหกหยด ข้าใช้แล้วสามหยด อีกสามหยดข้าขอมอบให้ท่านพ่อตาขอรับ " นนท์โกหกพ่อตาของตน
" จริงรึ ลูกเขยตัวแสบเจ้าคงไม่ได้โกหกข้านะ " เจ้าเมืองยังคงไม่เชื่อ
" ท่านพ่อตาเชื่อใจขัาได้ " แล้วนนท์ให้จูเม่ยเสียนพูดคุยกับบิดาของตน
หลังจากหลิงซือซือหลอมโอสถหลอมกระดูกผลัดกายแล้วเสร็จจึงเดินมาหานนท์
" ท่านพี่ " เสียงหวานของหลิงซือซือลอยมา นนท์และสองภรรยาหันไปมองพลันแข็งค้าง
ร่างเปลือยเปล่าของหลิงซือซือ สวยงามยิ่งนัก ใบหน้างดงามมากขึ้นพรัอมเสน่ห์ที่ชวนให้ลุ่มหลงแบบสตรีเต็มวัย ภูเขาสองลูกขนาดพอดีมือ สะโพกผายรับกับช่วงเอวที่คอดกิ่ว เนินเนื้อที่สมบรูณ์อวบอูม
" ซือเอ๋อร์ เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก เมื่อเจ้าเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้แล้ว เจ้าอย่าได้น้อยใจ เพราะเวลานี้เจ้าสามารถเทียบเคียงพี่หญิงทุกคนของเจ้าได้ " ฟางจื่อซินกล่าว
นนท์ถลันตัวเข้าหาร่างเปลือยของหลิงซือซือ พร้อมสะบัดชุดของตน มังกรน้อยชูชันท้าท้าย นนท์เข้ากอดหลิงซือซือพร้อมประกบจูบอย่างดื่มด่ำ มือหนึ่งเค้นคลึงภูเขาสองลูกอย่างเมามัน
นนท์พลันรู้สึกถึงความอุ่นที่มังกรน้อย ก้มลงมองสองภรรยาที่กำลังเล้าโลมมังกรน้อยอย่างรักใคร่ นนท์จึงทิ้งตัวลงนอน สามภรรยาจึงร่วมมือกันเข้าสยบมังกรน้อย
" อือ " นนท์ปลดปล่อยน้ำวิสุทธิ์มากมาย สามภรรยาดูดกลืนน้ำวิสุทธิ์ของนนท์เหมือนกับอดอยากมานาน แล้วนนท์ก็จัดการกับสามภรรยาคนละหนึ่งยก
หลังเสร็จศึกกับสามภรรยา นนท์จึงทดลองส่งเสียงผ่านจิตไปที่หลางจี้เสวี่ย
" เสวี่ยเอ๋อร์ พ่อตาเจ้าเมืองบอกว่า สำนักดาบโลหิตเร่งสะสมโอสถ และอาวุธ สงครามคงใกล้ปะทุแล้ว ข้าจะพาเจ้าและเน่เอ๋อร์เข้ามาที่เจดีย์แปดเหลี่ยมก่อน ข้าอยากให้เจ้าแจ้งผู้อาวุโสทุกคน ศิษย์ทุกคนอย่างมีนัย เมื่อเจ้าพร้อมให้บอกข้า " นนท์กล่าว
" ต้องเร่งแล้ว " นนท์พึมพำ สะบัดมือหนึ่งครั้งกระบี่สีดำทมิฬปรากฎที่พื้น "
" อยู่ขั้นจักรพรรดิ์แล้วจะยกได้มั๊ย " นนท์เอื้อมมือจับกระบี่พลางส่ายหน้า " ไม่ขึ้น "
นนท์เร่งลมปรานถึงขีดสุด " ก็ยังยกกระบี่ไม่ได้ เจ้ากับข้าคงไม่มีวาสนาต่อกัน " นนท์สะบัดมือเก็บกระบี่
นนท์เรียกกระบี่อาญาสวรรค์ออกมา " ทบทวนเพลงกระบี่ดีกว่า " ว่าแล้วนนท์สร้างอุโมงค์มิติขึ้น แล้วทบทวนเพลงกระบี่ปราบมารทั้งสิบขั้น สองชั่วยามผ่านไป นนท์พาหลางจี้เสวี่ยและหลันอิงเย่เข้ามา
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่เป็นโอสถหลอมกระดูกผลัดกาย เจ้าหลอมเสีย " หลางจี้เสวี่ยรับโอสถหลอมกระดูกผลัดกาย แล้วไปหาที่หลอม
" เย่เอ๋อร์ เจ้าผสานหยินหยางกับพลังของเทพมังกรทองเถิด " หลันอิงเย่พยัหน้า
ขณเดียวกันที่ห้องคุมขังของสำนัก " ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ยังมิมีใครล่วงรู้ถึงแผนการของเรา แต่ข้าสงสัยสิ่งที่ผู้อาวุโสโจวกระทำ " นางพูดยังไม่ทันจบ
" เจ้าอย่าได้ใส่ใจ อีกไม่นานตำแหน่งเจ้าสำนักจะตกมาอยู่ในมือของข้าแล้ว เมื่อสำนักดาบโลหิตบุกมาเจ้ารีบมาปล่อยตัวข้าทันที นังแพศยานั่นจะต้องชดใช้ให้ข้าอย่างสาสม เจ้ากลับไปเสียอย่าทำตัวมีพิรุธ บอกทุกคนให้ทำตามแผนเดิม "
เมื่อหลางจี้เสวี่หลอมโอสถหลอมกระดูกผลัดกายเสร็จ จึงเดินมาหานนท์ ร่างเปลือยของหลางจี้เสวี่ยทำเอานนท์ตะลึง
ผิวขาวอมชมพูเปล่งประกายดั่งหงษ์สวรรค์ ใบหน้าที่งดงามจนไม่สามารถหาสิ่งใดมาเปรียบ ภูเขาสองลูกขนาดมหึมากวัดแกว่งไปมา สะโพกที่ผายสอดรับกับเอวเล็ก เนินเนื้ออวบอูมไร้ขนลอยเด่นมาแต่ไกล
นนท์พลันตั้งสติได้สะลัดชุดทิ้งพร้อมกระโจนเข้าหาหลางจี้เสวี่ยทันที หลังเสร็จจากหลางจี้เสวี่ย นนท์นำมังกรน้อยทะลวงรอยแยกของหลันอิงเย่อีกยก