00.10 นาที ณ ชายแดนเขตเหนือ
เสียงฝีเท้าดังสะท้อนก้องบนพื้นไม้ขาวไร้ลวดลาย ชายฉกรรจ์มีแผลเป็นบนใบหน้ากลมไว้หนวดเครายาวเทา แต่งกายครบเครื่องสีดำยืนนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ด้วยความตึงเครียดนัก ตัดสินใจยื่นมือเคาะบานสลักรูปปีกนกดำเบื้องหน้าสามครั้งอย่างเป็นพิธี ‘ ถึงตาที่ต้องรายงานให้ท่านทราบแล้วสินะ... ! ’ เสียงทุ่มพึมพำ มือใหญ่กำหมัดแน่น เริ่มหายใจเข้าออกลึก ๆ เรียกความมั่นใจเพื่อเข้าพบผู้บังคับบัญชาใหญ่ภายด้านในนั้นความมืดปรากฏด้านหน้า ทำเอาคนที่เข้ามาต้องรู้สึกอดเย็นยะเยือกไม่ได้ หากมีเพียงเสียงเงียบกริบไร้คนอยู่อย่างน่าประหลาดใจสำหรับคนเข้าพบครั้งแรกเช่นเขา“ อ้าว จะยืนทำหาพระแสงอะไรเล่า ! เข้ามาสิ ! ”เสียงกระโชกโฮกฮากดังมาจากมุมห้องไร้แสงไฟ ก้าวออกมาเผยเห็นใบหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา หากนัยน์ตาสีเขียวฉายแววอ่อนโยนผิดคาด มีรอยแผลเป็นยาวบนต้นคอด้านขวาเผยชัด เด่นตรงหนวดปลายแหลมชี้ขึ้นสูง โดยมีร่างเตี้ยกำยำบึกบึนสมชายชาตรี แต่งกายชุดดำประจำสีองค์กร ติดยศเต็มบ่าใหญ่ซ้ายขวาอย่างสง่างาม ได้หยุดลงตรงหน้าหินยักษ์สีครามดั่งมหาสมุทรคือโต๊ะทำงาน เด่นสง่าตั้งกลางห้องใหญ่อย่างราชวัง “ มีอะไรก็ว่ามา ” ผู้บังคับบัญชาเอ่ยเสียงเรียบ โยนสมุดเล่มหนาเก่าลงบนหินยักษ์เบื้องหน้าเขา“ ข้าน้อยชื่อมิทรี ขอรับท่านอิคาโร ! ” สิ่งแรกสำหรับชายฉกรรจ์คือการแนะนำตัว เริ่มรายงานในสิ่งที่เตรียมมาด้วยท่าทางประหม่า ก้มหัวเคารพ“ อืม ไม่ต้องเป็นพิธีมาก เชิญว่ามา ! ” ชายวัยกลางคนนามว่าอิคาโรยืนกอดอกมองลูกน้องใหม่ของเขาด้วยท่าทางสงบนิ่งเพื่อรอฟัง“ ข้าน้อยมารายงานให้ท่านทราบในเรื่องผู้ต้องหาหมายเลขห้าร้อยสี่สิบเก้า... โดยตอนนี้ท่านไกรยาจากหน่วยรักษาความปลอดภัยได้พบเบาะแสผู้หลบหนีตรงชายแดนเขตเรา แถวเทือกเขาอควิลาได้แล้วขอรับ ! ” ชายฉกรรจ์รีบเอ่ยโดยเร็ว เสกแผ่นใสปรากฏจุดเขียวบนแผนที่รูปภูเขาสูงของเทือกเขาอควิลาใกล้เขตกั้นระหว่างม่านเขตที่ตั้งของสภากลาง รีบยื่นให้ท่านอิคาโรดู “ ส่วนผู้ต้องหาหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปด มันไม่ยอมรับเลือดอะไรเลยขอรับ จะให้ข้าน้อยเข้ามาตรการบังคับเลยหรือไม่ขอรับท่าน ! ” มิทรีก้มหัวในขณะพูดต่อ เหลือบขึ้นมองนายท่านตรงหน้าเป็นระยะไปด้วยความรู้สึกน่าเกรงขามยิ่งนัก“ ทำตามแต่เห็นสมควรเถอะ ข้าเชื่อในฝีมือและตำแหน่งของเจ้า อดีตหน่วยงานพิทักษ์มือหนึ่งของมิติไดเลนริเบต ” ชายวัยกลางคนเอ่ยเสร็จก็กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเขาต้องรู้อยู่ก่อนแล้วว่าประวัติของลูกน้องทั้งหมดคือใครกันบ้าง ส่วนที่มายังไงผ่านการฝึกฝนมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรลับแห่งนี้“เอ่อ... เออ ขอรับ ! ขอบคุณที่ท่านเชื่อในฝีมือของกระผม ! ” มิทรีรีบโค้งคำนับ เงยหน้าขึ้นในเมื่อ...“ เอาะ ! และอย่าลืมให้ยาเพิ่มไปด้วยล่ะ เร่งให้มันกินเลือดซะ ! เพื่อเค้นความจริงออกมาโดยเร็ว ! ” ท่านอิคาโรอุทานเมื่อเกือบลืม ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนชายฉกรรจ์นามว่ามิทรีต้องรีบขานรับ เดินลับไปหลังบานประตูใหญ่เพื่อไปจัดการในหน้าที่ของตัวเองต่อ+++++++++++++++++++++
แสงไฟสลัวจากคริสตัลส้มที่ติดอยู่ตามผนังหินเป็นระยะ ภายในคือสถานที่อันอยู่ใต้ดินของที่ตั้งองค์กรลับดำจากสภากลางหลักใหญ่ เสียงหยดน้ำที่ครั่งตามท่อเหนือหัวเป็นทางแนวเดินเท้ายาวออกไป แต่กับไร้คราบฝุ่นใยรักษาสะอาดอย่างมากดีเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งเดินดังก้องตามแนวทางที่ทอดยาวไปจนสุดของอาคารใหญ่ชั้นล่างสุดจากใต้ดินลึก ผ่านนายทหารหลายนายเดินตรวจการไปตามทางเดินเป็นระยะ อันแสดงเห็นมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของที่นี่ได้ดีเชียวชายฉกรรจ์นามว่ามิทรีเดินมาถึงหน้าประตูขังเหล็กดำ มีป้ายเล็กสีฟ้าคือหมายเลขห้อง ห้าสิบห้า เขาไม่รอช้ารีบผลักบานประตูไปภายด้านในทันที ได้ยินเสียงร้องโอดครวญเป็นสิ่งแรกเข้าสู่โสตประสาท ปรากฏเลือดพวยพุ่งใส่เสื้อผ้าเขาเต็มไปหมด จนกลิ่นเลือดเหม็นคาวโชยแตะจมูกโด่งเป็นสัน“ ท่านมิทรี !!! ” เสียงร้องตกใจของนายทหารนายหนึ่ง มีผมขาวยาวที่แต่งกายชุดเครื่องแบบดำรีบก้าวมาทัก เมื่อเห็นหัวหน้าคนใหม่ของฝ่ายดูแลสถานที่คุมขังผู้ต้องหาชั้นล่างสุดคือที่นี่ รีบนำผ้าเช็ดหน้าเข้ามาเช็ดให้ท่านมิทรีโดยเร็ว“ ข้าไม่เป็นไร... ขอบคุณมาก ”มิทรียกมือเป็นเชิง ไม่เป็นไร ซึ่งด้านในจะเป็นห้องวงกลมสีขาวมีผนังหินอ่อนสวยไร้ซึ่งหน้าต่างต้อนรับแสงธรรมชาติ หยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มนามว่าเรย์ ผู้ต้องหาหมายเลขห้าร้อยสี่สิบแปด แต่งกายคล้ายชุดช่างหมีสีขาวถูกตึงแขนทั้งสองข้างไว้กับแท่นไม้เคลือบคริสตัลแดง เป็นประกายระยิบระยับล้อมรอบทั้งท่อนไม้ อันมีคาถากักขังเผ่าพันธุ์โกคาเรย์โดเฉพาะ ซึ่งมันทำงานดูดกินพลังของผู้พันธนาการจนมีอาการเหนื่อยล้าไปด้วยอย่างทีละนิด ทีละนิด แต่หากใช่ว่าเป็นวิธีทรมานขั้นรุนแรงแต่อย่างใด ในเมื่อองค์กรนี้มีบุคลากรอันเต็มไปด้วยฝีมือเก่งกาจ เชี่ยวชาญในการสอบปากคำผู้ต้องหาให้สารภาพความจริงเป็นที่หนึ่ง“ นี่ ! มันยังไม่รับอะไรอีกเลยเหรอ... ? ” มิทรีหันถามนายทหารผมขาวที่ยืนด้านข้างเขา ยื่นมือรับแผ่นใสที่แสดงค่าหน่วยต่าง ๆ จากสภาพร่างกายของผู้ต้องหารายนี้ตรวจดูไปพลาง ๆ ค่าร่างกายลดลงฮวบอย่างน่าตกใจ จากปกติเต็มร้อยเปอร์เซ็นแต่ตอนนี้กลับลดเหลือยี่สิบจนผิดปกติ“ ขอรับท่าน ! มันอึดมากจนพวกข้ายอมแพ้มันเลยจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ๆ ” นายทหารผมขาวตอบ หัวเราะอย่างมีท่าทีสนิทสนมกับหัวหน้าคนใหม่อย่างมิทรี แต่หากรู้ไม่ว่าชายฉกรรจ์ไม่เล่นด้วย เขาขึงตาใส่ เอ่ยเสียงเข้มขรึมไปว่า !“ ข้าใช่เพื่อนเล่นเจ้าหรือ นายทหารชั้นล่าง ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ถูกติรีบก้มหัวโน้มลงไปเกือบแทบไม่ทัน จนมิทรีกระตุกยิ้มมุมปาก ยกมือปัดไปมาในเชิง ไม่ถือสา ให้ เดินไปหานายทหารอีกคนที่ถือแก้วทรงสูงบรรจุคราบเลือด ยืนเงียบอยู่ตรงมุมขวาข้างแท่นไม้ กำลังฟังทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบ“ ไปเตรียมยาลาซิลัน มาให้ข้า…! ” เมื่อเห็นดังนั้นมิทรีเลยเอ่ยสั่ง จนนายทหารอีกนายรีบโค้งคำนับ เดินออกไปนำยามาให้หัวหน้า ซึ่งในระหว่างรอ ชายฉกรรจ์ได้เลื่อนสายตามองผู้ต้องหาจากเท้าจรดหัวอย่างเคลือบแคลงกับท่าทางที่ยิ้มแย้มแบบมีเลศนัยอะไรสักอย่าง จากตอนแรกมันจะไม่ยอมปริปากพูดเลยซักคำ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตื่นตัวจนผิดสังเกตไปเวลาผ่านไปกว่าห้านาที หลังจากมิทรียืนมองสภาพของผู้ต้องหารายนี้ด้วยความรู้สึกเวทนาใจ แต่ความผิดที่ไม่สามารถให้อภัยและปล่อยตัวไปได้ง่าย เขาเลยต้องใช้ยาลาซิลัน เล่นงานมันแทน โดยนายทหารได้ยื่นถาดเหล็กที่มีเข็มฉีดยาหยอดแดงมาให้หัวหน้าอย่างรู้งาน เดินถอยหลัง เข้าตำแหน่งยืนของตัวเองเหมือนเดิม“ ข้าอยากรู้นัก... ว่าเจ้าจะทนไปได้สักกี่น้ำเชียว ”มิทรีเอ่ยเสียงเรียบ ตีหน้านิ่งเข้ม เอาเข็มจิ้มท่อนแขนซ้ายมันในทันที แต่ความเจ็บปวดไม่สามารถทำอะไรเรย์ได้ ชายหนุ่มมองมิทรีด้วยสายตาชิงชังแฝงความมีเลศนัยไปพร้อม ๆ กัน เพราะเวลาอันเหมาะเจาะกำลังจะมาถึงในไม่ช้า เมื่อเขาจะได้เป็นอิสระออกไปจากที่นี่เสียที ความทรมานมากมายสะสมในตัวชายหนุ่มมาเป็นหลายเดือน ถึงจะไม่ใช่ทางร่างกายแต่จิตใจของเขาช่างเจ็บช้ำยิ่งนัก ! จนสักพักตัวของเรย์สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกร้อนรุ่มปรากฏขึ้นตามมา เขากำหมัดแน่นยิ่งขึ้นเมื่อความเจ็บแปลบ ๆ คล้ายมีอะไรมาเสียดแทงทุกส่วนซ้ำหลายรอบ ชายหนุ่มได้ยินเสียงเต้นของหัวใจดังตุ๊บตั๊บจากมนุษย์อย่างพวกมันทั้งสามคนเป็นจังหวะคงที่“ หึ หึ หึ ” พลันเกิดเสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวดจากเรย์ ขณะกำลังจิกเล็บบนลงท่อนไม้ด้านหลังระงับความรู้สึกระหายเลือดผุดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง แต่กับทำอะไรไม่ได้เลย จนต้องกลืนน้ำลายหลายเอื๊อกใหญ่อย่างยากลำบาก“ ข้าไม่มีวันบอกอะไรกับพวกเจ้า... !! ไม่มีวัน !! ” เรย์เปล่งสุดเสียงและย้ำคำลากยาว จนสะท้อนกังวานไปทั้งห้องขังด้วยความรู้สึกสะใจ เขาหัวเราะต่อไปอย่างไม่ยอมหยุด ทำให้มิทรีขมวดคิ้วเข้มตวัดมอง เพราะผู้ต้องหารายนี้ช่างปากแข็งยิ่งนัก ชายฉกรรจ์ได้แต่ยืนจ้องเขม็ง เพื่อรอฤทธิ์ยาออกมาให้ถึงขีดสุด จนเวลาผ่านไปพอสมควร เรย์เริ่มสงบลง เอียงคอ กลอกตาไปมาอย่างล่องลอยเหมือนคนบ้า แต่ความรู้สึกทุกอย่างยังคงดีอยู่ สภาพร่างกายของเขามันควบคุมไม่ได้อีกต่อไปก็เท่านั้น“ เจ้าจงนำจดหมายฉบับนี้มอบให้ถึงมือท่านมิงหวินด้วย ” มิทรีหันไปยื่นซองจดหมายฉบับหนึ่งให้กับนายทหารผมขาว เมื่อเห็นผู้ต้องหานามว่าเรย์มีสภาพดูผ่อนคลายลง คล้ายอยู่ในระดับที่จะยอมบอกทุกคำตอบจนหมดเปลือก เปิดเผยความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาอยากรู้เหมือนผู้ต้องหาหลายรายที่ผ่านมา“ คำตอบคงอาจถูกใจท่านอิคาโรอย่างมาก ถ้าท่านมิงหวินยอมลงมือช่วยในครั้งนี้... และหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น เมื่อข้ากลับมาคงจะเห็นมันยังอยู่นะ ! ” ชายฉกรรจ์เอ่ยเสียงเข้ม มองผู้ต้องหาอยู่ซักครู่ และขอตัวไปทำงานในเรื่องอื่นต่อ ทิ้งให้พวกลูกน้องเบื้องหลังเฝ้ามันจนกว่าผู้สอบปากคำมือหนึ่งมารับช่วงต่อไป
.........................................................
ครืน ครืน !เสียงคำรามปรากฏขึ้นจากเบื้องบนท้องฟ้ายามราตรีหลับ อันไร้เค้าว่าจะเกิดหยาดฝนพร่างพราย แต่บัดนี้กลับกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีท่าว่าจะหยุด เศษเม็ดกรวดมากมายแตกเป็นดวงเล็กดวงน้อยเต็มทั่วพื้นดินดำ แสงบางเรืองรองสาดสะท้อนเงาร่างหนึ่งบนผิวน้ำฝนของพื้นหิน เห็นเป็นฝาเท้าขนาดใหญ่คล้ายตีนกบทั้งสองข้างพุ่งลงมากระทบน้ำแตกกระจายเหยียดลงพื้น ปรากฏรอยยุบร้าวจากแรงดิ่งมาอย่างหนักหน่วงเศษหินมากมายลอยขึ้นเหนือหัวของร่างมนุษย์ครึ่งหนึ่งจากท่อนล่างเป็นขากบ ลำตัวบึกบึนสูงใหญ่ดุจทหารผ่านศึก มีรอยแผลเป็นทางยาวมากมายบนหน้าอกแน่นของชายวัยกลางคน ลมหายใจถี่ราวจังหวะกลองกระหน่ำอย่างไม่หยุดง่าย แต่สักครู่หนึ่งได้ปรากฏร่างสตรีงามอยู่ด้านข้างชายขากบอย่างไร้เสียง“ ท่านหญิงโมนา ” ชายวัยกลางคนก้มศีรษะให้ เหลือบมองผู้หญิงด้านข้าง และหันมาสนใจตรงหน้าอย่างเดิมต่อ มันเป็นกำแพงอิฐสูงสีน้ำตาลดูอายุราวร้อยปีของโรงเรียนชื่อดัง แอนทิลลิสเตียร จากด้านนอกเป็นป่าต้องห้าม พลันเกิดประกายไฟสีทองแตกกระจายเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมย่างแตะม่านพลังอันเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงของโรงเรียน จนไหม้เกรียมไปในทันทีทันใดไร้เศษเสี้ยวทุกสิ่งทุกอย่าง“ ท่านหญิงขอรับ เขตคุ้มกันแอนทิลมันช่างหนาแน่นกว่าที่ข้าคิดไว้นัก ! เกรงว่าคงทำลายให้เสร็จในเวลานี้ไม่ได้อย่างที่ท่านปรารถนา...! ” ชายขากบกล่าว มีสีหน้าเคร่งเครียดมองท่านหญิงงาม สายตาไล่ลงมาเห็นหน้าอกอวบสวยล้นออกมาจากเสื้อคอกว้างแขนกูดรัดรูปทุกส่วน ใส่ประโปรงยาวเทาตรงรับหุ่นทรงได้ช่างน่าพิสมัย“ ไม่เป็นไรฮากิ ข้ายังพอมีวิธี... ”โมนาเอ่ยเสียงนิ่งแต่แววตาปรากฏความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มดวง นางหันหลังให้กำแพง เงยหน้ามองผู้รับใช้ชื่อฮากิแวบหนึ่ง เพื่อบอกเป็นเชิง กลับ ซึ่งฮากิก้มหัว ก้าวไปด้านหน้าพลันปรากฏหลุมดำดูดกลืนกินร่างทั้งสองหายไปพริบตา เหลือแต่ร่องรอยของกลิ่นอายเหม็นสาบจากซากศพรัตติกาลของพวกเธอ !..........................................................
7. 58 นาที ณ หอพักชายสายจอมเวท ห้อง 174
“ ไอ้นนท์เมื่อไหร่มันจะตื่นสักทีเนี่ย...! ” เสียงบ่นประจำกลุ่มอานนท์คือฮารัส กำลังนั่งเท้าคางมองเพื่อนชายตัวดีที่เตียงด้วยความเป็นห่วง ปนเบื่อหน่ายกับมันที่ไม่รู้จักระวังตัวเอาซะเลย โดยมีนัสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และเฟร็ด แอรีส นั่งตรงเบาะนั่งเล่น ส่วน ยู เอมม่าไปรายงานเรื่องอุบัติเหตุของอานนท์ให้รุ่นพี่ดาวินได้ทราบ และส่วนที่เหลือยังไม่เลิกจากการเรียนชมรมนั่นก็คือ ไบอากับอมรา“ ใจเย็นฮารัส เดี๋ยวมันก็ตื่นน่า พวกเรารอมาสามชั่วโมง จะรออีกหน่อยจะเป็นอะไรไปวะ ! ” เสียงนัสเอ่ย หลังจากที่พวกเขานั่งมองหน้าเพื่อนชายบนเตียงมาสามชั่วโมงกว่าแล้วเพราะความเป็นห่วง โดยไม่มีใครกล้าปริปากพูดหรือบ่นว่าหิวกัน ถึงจะมีเสียงท้องร้องจ๊อก ๆ พลัดกันแข่งไม่เว้นช่วงก็ตามทีสิบห้านาทีผ่านไป เสียงหายใจเฮือกใหญ่จากคนบนเตียงก็ดังขึ้นเหมือนขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ ทำให้พวกนัสกับสะดุ้ง รีบลุกขึ้นมาดูอาการของเพื่อนอย่างเร็วเปลือกตางามเปิดพรึบ ดวงตาเบิกกว้างพลันปรากฏเป็นสีฟ้าข้างซ้าย สีชมพูข้างขวาอย่างน่าประหลาดใจก่อนมันจะหายไป อันกลับกลายเป็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนดั่งเดิม เส้นผมที่ลงมาปกใบหน้างามเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อมากมาย แผ่นหลังชุบไปด้วยน้ำจนชื่นบนฟูกที่นอนเตียงทั้งหลัง เสียงหายใจยังคงหอบหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนพวกเพื่อนต้องช่วยกันเขย่าร่างอานนท์ เพื่อปลุกให้ตื่นจากความฝันทั้งที่ดวงตาของเด็กหนุ่มได้เปิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว“ นนท์ !! ตั้งสติหน่อยสิวะ ! อานนท์ !!! ” นัสร้องเรียกสติเพื่อนชายด้วยเสียงดัง พวกเขายังเขย่าร่างอานนท์ต่อไป จนซักพักทุกอย่างหยุดนิ่ง เมื่อเด็กหนุ่มรู้สึกตัวตามเสียงพวกเพื่อนเรียก ก่อนจะสำลักน้ำออกมา พุ่งใส่หน้าฮารัสกับนัสอย่างเต็มแรง“ แค่กๆๆ ! เฮ้ย ! ” เสียงไอสำลักกับเสียงอุทานดังขึ้นติดกัน เมื่อมีใบหน้าของเด็กหนุ่มผมฟ้ายื่นเข้ามาใกล้ จนอานนท์ต้องรีบผงะและเอามือดันหน้าอกมันให้ออกไปอย่างเร็ว“ เจ้าเป็นใคร ?! ” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากลำคอของคนบนเตียง ซึ่งเป็นประโยคแรกที่ทำให้ทุกคนถึงกับหรี่ตามองพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ไล่สายตาสำรวจทุกส่วนของเพื่อนชายโดยเร็วว่าผิดปกติหรือได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม“ ก็พวกเราไง เจ้าจำไม่ได้เหรอวะ หรือสมองกระทบกระเทือน ความทรงจำลบเลือนไปแล้วเหรอ ?! ” ฮารัสเอ่ย จ้องหน้าเพื่อนอย่างจับผิด ว่ามันจะมาไม้ไหน “ หรือเจ้าจะแกล้งหลอกพวกข้าเล่นอีกวะ เห็นข้าเป็นอะไรอานนท์ !! ” พร้อมทำเสียงสะอึกสะอื้นน้อยใจเพื่อนที่ตื่นขึ้นมาและทำหน้าเหมือนคนถูกล้างสมองยังไงยังงั้น“ ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะต้องไปหลอกอะไรพวกเจ้า ? ”อานนท์เอ่ยเสียงทุ้ม แสดงความเย็นชาปรากฏ ลุกขึ้นออกจากเตียงเดินไปตรงกลางห้อง กวาดตามองโดยรอบอย่างพินิจ ทำให้พวกด้านหลังยืนทำหน้าเหวอไปตาม ๆ กัน มองอย่างไม่เข้าใจว่านั่นคืออานนท์เพื่อนของพวกเขาหรือเปล่า ความเย็นชาแปลก ๆ ท่าทางแข็งกระด้างเหมือนท่อนไม้ไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนเอามือไขว้หลังอย่างกับนายทหารตรวจการ อันเสื้อผ้าเปียกชื้นไปทั้งตัวแนบแผ่นหลังกว้างเผยเห็นเป็นร่องกลาง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยสมชาย แต่นั่นไม่ทำให้พวกแอรีสสนใจได้อีกต่อไป ในเมื่ออาการของอานนท์ตอนนี้มันไม่ใช่คนที่พวกเธอรู้จัก ! ถึงร่างกายและใบหน้าจะยังเหมือนเดิมก็ตาม“ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ๆ ๆ ” เกิดเสียงหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่จากเด็กหนุ่มผมทองเริ่มดังขึ้น เรียกสติพวกเพื่อนให้หลุดภวังค์อย่างง่ายดายมาสนใจเขา“ ไอ้นนท์ !!! ” ฮารัสขึงตามองอานนท์ ตะโกนสุดเสียงใส่ทันที ก่อนคิดวิ่งหวังบีบคอมันให้รู้แล้วรู้รอด แต่กับไม่เป็นเช่นนั้น ในเมื่อร่างอานนท์ได้หายไปต่อหน้าต่อตาสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนกำลังยืนทำหน้าอึ้งไปอีกรอบหนึ่ง“ มันไปไหน ?!! ” นัสกับฮารัสพูดพร้อมกันเสียงดัง“ อานนท์หายตัวได้อย่างไงกัน... ?! ไม่ได้การแล้ว !!” เฟร็ดเอ่ยเปรยต่อ สีหน้าเคร่งเครียด พลางมองพวกเพื่อนทุกคนที่รู้สึกเหมือนกัน ก่อนจะยกมือขึ้นสูง ร่ายเวทเป็นภาษาเฉพาะเผ่าพันธุ์จนปรากฏตัวอักขระโบราณสีขาวกับทอง เป็นเส้นตรงขีดข้างซ้าย - ขวา สลับกันไปมานับพันกว่าตัว เรียงกันอย่างระเบียบเรียบร้อย และวนจนบรรจบเป็นวงกลม“ เจ้าทำอะไรวะเฟร็ด ? ชอบท่องคาถาแปลก ๆ อีกแล้ว ! ” ฮารัสรีบก้าวเข้าไปถาม ในเมื่อเห็นเพื่อนคนแคระกำลังเอามือเล็กลงก่อนร่ายคาถาจบแต่มันอาจช้าไป เพราะปรากฏร่างของชายหนุ่มผมตั้ง อันมีโครงหน้าตาหล่อเหลาพอสมควร ความสูงไม่เกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่าเมตร มีลายอักษรก่อตัวเป็นรูปร่างที่แสดงขึ้นเบื้องหน้าพวกเขาชัดเจนอย่างสามมิติประกายฟ้า“มันเป็นคาถาที่… ” เฟร็ดแต่ยังไม่ทันเอ่ยบอก พลันเกิดควันมากมายปรากฏขึ้นมีร่างสตรีคนหนึ่งเดินเข้ามา จนทำให้ทุกคนหันมองยังทางเข้าของประตูทันที นั่นคือรุ่นพี่สาวสวยประจำหอพักหญิง เธอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าวิตกฉายชัด หันไปถามรุ่นน้องที่พอตอบได้รู้เรื่องดีที่สุด“ เฟร็ด ! อานนท์ของพี่หายไปไหนอีกแล้ว ! ” ผู้ถูกถามถึงกับยิ้มฝืด ๆ ออกมาและตอบเสียงอ่อนไปว่า“ คือ... รุ่นพี่ซ่าร่าขอรับ เรื่องมันมีอยู่ว่า... ”+++++++++++++++++++++