อาชากำยำยังคงถูกหลี่ไท่หนานควบขี่ต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ‘เขาจะพาข้าไปไหนกันแน่...’ ซูหนิงคิดขึ้นอย่างสงสัย ในใจรู้สึกว่าบุรุษผู้นี้ช่างประหลาดนัก เขามักจะกระทำสิ่งที่นางคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ
แล้วครั้งนี้เขาจะกระทำสิ่งใดอีก...
ในขณะที่ซูหนิงกำลังคิดแปลกใจอยู่กับการกระทำที่แสนจะคาดเดาไม่ได้ของหลี่ไท่หนานจนเหม่อลอย จู่ๆอาชาก็หยุดลงกะทันหัน ทันทีที่อาชานั้นหยุดลง ซูหนิงที่มัวแต่ใช้สมาธิครุ่นคิดจนเหม่อลอยก็พลันได้สติกลับมา นางหันใบหน้าขาวผ่องมองไปจนรอบทิศ สำรวจสถานที่ นัยน์ตาใสเห็นธรรมชาติรอบตัวที่งดงามดุจห้วงฝัน
...ที่นี่งดงามมากจริงๆ...
หลี่ไท่หนานทันทีที่หยุดอาชากำยำลง ร่างกายสูงใหญ่ก็พลันกระโดนลงจากหลังของม้าศึกคู่กาย ทันทีที่ลงมาใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของชายหนุ่มก็พลางมองมาโดยใช้ดวงตาสีดำราวความมืดที่ไร้แสงจันทราในยามราตรีจับจ้องมองมาที่ใบหน้าอันหมดจดของซูหนิงที่กำลังมองวิวทิวทัศน์รอบตัวอยู่ จู่ๆฝ่ามือหนาและนิ้วที่เรียวยาวทั้งสองข้างของหลี่ไท่หนานก็โผเข้าจับลงที่เอวบางของหญิงสาวแล้วยกนางลงจากหลังม้าประหนึ่งราวกับว่านางเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่ง
ซูหนิงที่ถูกหลี่ไท่หนานใช้ฝ่ามือหนายกลงมาอย่างง่ายดายโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็พลันแสดงใบหน้าที่ตกใจออกมาเล็กน้อย ในหัวฉุกคิดว่า ‘เขาทำข้าตกใจมาสองครั้งแล้วนะ ขอข้าว่ากล่าวสั่งสอนเสียหน่อยแล้วกัน’
ทันทีที่ปากบางของหญิงสาวกำลังจะเอ่ยปากต่อว่าชายหนุ่ม ใบหูก็พลันได้ยินเสียงน้ำตกตกกระทบผืนน้ำดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงน้ำตกที่ไหลลงส่งเสียงใสชวนให้รู้สึกผ่อนคลายก็พลางทำให้ซูหนิงรีบหันใบหน้าขาวนวลมองไปยังต้นเสียงที่ได้ยิน
ทันทีที่ใบหน้าขาวนวลหันมองไปยังทางที่เสียงที่ได้ยิน ดวงตาก็ถึงกับเบิกตาใสกว้าง นัยน์ตาของซูหนิงพลันเปลี่ยนไปเป็นเปล่งประกาย เพราะเบื้องหน้าของนางคือสถานที่ที่งดงามดุจกับสวรรค์บนดิน เบื้องหน้ามีน้ำตกใสไหลลงมาจากหุบเขาสูง รอบข้างมีต้นสน ต้นไผ่ และต้นเหมย ชวนให้ฉุกคิดถึงกลอนประโยคหนึ่งที่นางเคยอ่านมา ปากบางเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบานุ่มนวล
“ซุ่ยหันซานโหย่ว...”
หลี่ไท่หนานที่ยืนมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอยเหมือนกับตกอยู่ในภวังค์อยู่นั้น หลี่ไท่หนานก็พลางส่งเสียงเรียกสติของสตรีตรงหน้าดังขึ้น
อะแฮ่ม!
ซูหนิงสะดุ้งขึ้นก่อนจะรีบรวบรวมสติ ร่างบางรีบหันตัวเอี้ยวกลับมามองหลี่ไท่หนานในทันที ทันทีที่หันกลับมาซูหนิงก็ถูกมือหนาจับยกแขนข้างซ้ายตรึงขึ้น ส่วนมือหนาอีกข้างโอบรัดเอวของซูหนิงจนแน่นก่อนจะพลางดึงตัวของซูหนิงเข้ามาชิดแนบกายกับแผ่นอกของตน
“นี่ท่าน! จะทำอะไร!?” ซูหนิงถามขึ้นพร้อมกับสะบัดตัวเพื่อหวังจะให้หลี่ไท่หนานปล่อยตน ใบหน้ายังแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่หลี่ไท่หนานอย่างเห็นได้ชัด
หลี่ไท่หนานเมื่อได้ยินก็พลางโน้มใบหน้าที่รูปงามหล่อเหลานั้นไปข้างใบหูของซูหนิงก่อนจะกัดมันลงอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกระซิบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบทุ้มเย้ายวน “ก็ให้โอกาสเจ้าแสดงความสามารถยังไงล่ะ...”
น้ำเสียงแหบทุ้มเย้ายวนของเขาไม่ได้ทำให้ซูหนิงหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย นางเพียงเขม็งตาใสมองหลี่ไท่หนานอย่างไม่พอใจ หลี่ไท่หนานเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่พอใจของซูหนิงเขาก็จึงได้ปล่อยร่างบางของนางลง มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เพราะการที่มีสตรีที่มีนิสัยไม่สนใจในรูปลักษณ์ภายนอกของเขาแบบนี้ ช่างทำให้หลี่ไท่หนานถูกใจยิ่งนัก
“มีสตรีมากมายที่รอโอกาสที่จะได้หลับนอนร่วมเตียงกับข้าแท้ๆ และข้าเองก็อุตส่าห์มอบโอกาสนั้นให้เจ้า ทำไมถึงไม่รับ...” หลี่ไท่หนานกล่าวถามขึ้นเพื่อหวังจะที่จะฟังคำตอบของว่าที่ชายา
“ข้าไม่ใช่พวกนางเสียหน่อย ชินหวังอ๋องโปรดอย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบ...” ชีวิตนี้ของซูหนิง...นางไม่สนเรื่องรักใคร่มาตั้งแต่ถูกคนผู้นั้นหักหลังแล้ว เพราะตอนนี้ชีวิตของนางมีพื้นที่สำหรับคำว่าแก้แค้นเพียงอย่างเดียว
อีกอย่างไม่มีใครบ้ามาหลับนอนกันกลางแจ้งแบบท่านเสียหน่อย...