เสวี่ยฉินหลับไปกลางอากาศแบบนั้น โชคยังดีที่หลงเย่าตามมาพบเข้าเสียก่อน
นับว่าการกระทำของเสวี่ยฉินเมื่อครู่คงเป็เพราะฤทธิ์น้ำเมา ร่างของเขาถูกหลงเย่าหามกลับโรงเตี๊ยม ยามนี้ผู้คนต่างหลับใหล หิมะที่ตกหนักนั้นสงบลง ท้องฟ้าที่อึมครึมก็พอมีแสงดาวให้มองเห็นอยู่บ้าง
เยว่ชิงมองท้องฟ้าแล้วก็นึกเศร้าใจ ยามนี้เขาเองก็ไร้จุดหมายปลายทางเช่นกัน
ทว่าสุดท้ายแล้วแสงสว่างก็มักเกิดขึ้นเสมอในความมืด เมื่อสองขาที่กำลังจะก้าวออกไป พบกับใครบางคนที่ยืนถือโคมไฟอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้างดงามอยู่ภายใต้หมวกสานใบใหญ่ ั์ตาสีอำพันสะท้อนแสงไฟ
พุทธองค์หลี่จิ้งหยาง!
เวลานี้เป็เวลาที่พุทธองค์อยู่ในฌานและจะไม่ยอมออกจากสมาธิจนกว่าจะถึงเวลา เยว่ชิงขยี้ตาตนเองอีกรอบเพื่อมองให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป
และต่อให้ขยี้ตาอีกกี่ครั้งก็ยังมองเห็นพุทธองค์ยืนอยู่เช่นเดิม จนกระทั่งน้ำเสียงเนิบเอ่ยเรียกชื่อ
“ไป๋เยว่ชิง”
ช่างเป็ชื่อที่เยว่ชิงไม่อยากยอมรับมันเลยสักนิด
เขาแสร้งไม่ได้ยินเสียงเรียกและทำเป็มองไม่เห็น เพื่อที่จะเดินออกไปอีกทาง เยว่ชิงไม่รู้หรอกว่าในยุทธภพนี้กว้างใหญ่เพียงใด ตัวเขานั้นถูกซ่อนจากโลกของยุทธภพมาเนิ่นนาน
แต่เพียงแค่เยว่ชิงหันหลังกลับมา ก็พบสมณะแห่งวิหารระฟ้าอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“...”
“อะไรทำให้เยว่ชิงเดินลงจากเขามา ทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย”
สายตานั้นคาดหวังคำตอบจากเยว่ชิง
“...” เยว่ชิงไม่ปริปากตอบสักคำ แต่กลับคิดที่จะเดินหนีจากพุทธองค์ไป ในใจเขานั้นมันพังยับเยินเจ็บแค้นปนกันจนแยกไม่ออก
“มาเพื่อนัดเจอกับเสวี่ยฉินหรือ?”
“หือ!”
“อาตมาเห็นเยว่ชิงอยู่กับเสวี่ยฉินก่อนหน้านี้”
“เห็นแล้วจะมาถามข้าน้อยทำไมกัน!”
“เยว่ชิงเป็อะไรไป?”
สุดที่ไป๋เยว่ชิงจะอดกลั้นได้อีกต่อไป เขาเจอแต่เื่ที่มันหนักหนาสาหัสมาตลอด ความอดทนที่เคยมีมันก็หมดลงในที่สุด “ท่านเลิกเสแสร้งแสดงได้แล้วพุทธองค์!”
“...”
“ข้าน้อยรู้หมดทุกอย่างแล้ว เข้าใจแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น พุทธองค์ให้ข้าน้อยเกิดมาทำไมกัน! เพื่อให้เป็ตัวแทนของคนตายในหลุมศพใช่ไหม? ตอนนี้ข้าน้อยเลยต้องตายเหมือนเขา”
“หมายความอย่างไร?”
สิ่งที่เยว่ชิงพูดออกมานั้น พุทธองค์เดาว่าซื่ออิงคงจะเล่าเื่ผิดเพี้ยนให้ฟังแน่ จิตใจของเยว่ชิงอ่อนไหวจึงไม่ทันได้ตรึกตรอง
“...”
“อาตมาไม่เคยเอาเยว่ชิงมาแทนที่ใคร อาตมาเป็นักบวช”
“แบบนั้นแล้วทำไมต้องตั้งชื่อข้าน้อยกับเขาคล้ายกัน แบบนั้นแล้วทำไมท่านยังเก็บศพเขาไว้ในวิหารระฟ้า ในขณะที่ศพของข้าน้อยอยู่ไหนก็ไม่รู้ แม้แต่หลุมศพสักหลุมท่านก็ยังไม่คิดสร้าง”
“เยว่ชิง...”
เสียงฝีเท้าของผู้คนกลุ่มหนึ่งกำลังเร่งมาทางที่ทั้งสองยืนอยู่ พุทธองค์คว้าตัวเยว่ชิงหายวับไปจากตรงนั้น มาโผล่ที่หลังคาของอารามเก่าแห่งหนึ่งไม่ไกลมากนัก
“อ..อะไร?”
“ชู่ว!”
พุทธองค์บอกให้เยว่ชิงปิดปากเงียบ ในขณะที่สายตาของเขาเอาแต่มองว่าคนกลุ่มนั้นเป็ใคร
เป็ไปไม่ได้!
พลังในตัวของเยว่ชิงเหมือนจะหลุดออกมา เมื่อเขามองเห็นคนผู้นั้นเดินวนอยู่รอบบริเวณ เยว่ชิงพยายามสงบจิตใจของตนเอง จนกระทั่งฝ่ามือของพุทธองค์ประกบลงบนมือของเขา ถ่ายทอดพลังบางอย่างเข้าไปในกายของเยว่ชิง
“อึก...ค..ใครกัน”
พุทธองค์ไม่ตอบกลับคำถามนั้น แต่ดันหัวของเยว่ชิงให้มาซบที่อกแทน เพื่อไม่ให้เยว่ชิงมองเห็นคนผู้นั้นที่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างกับพลังดาราดับในกายของเยว่ชิง
สถานการณ์ดูจะไม่เข้าท่าเมื่อเยว่ชิงเริ่มอ่อนแรงลง จากการที่พยายากดพลังดาราดับเอาไว้ เสียงของห้วงจิตมืดตามหลอกหลอน มันทำให้เยว่ชิงต้องกำชายอาภรณ์ของพุทธองค์ไว้แน่น
“เยว่ชิง...เยว่ชิง!”
“...”
ใบหน้าของเยว่ชิงขาวซีดยิ่งกว่าเดิม กายิญญานั้นหมดพลังไปกับการต่อสู้กับความมืดในใจ นี่คือพิษร้ายของผู้มนต์ดำ เมื่อไรก็ตามที่ไม่ยอมให้มันกลืนกินจิตใจ เมื่อนั้นชีวิตของผู้ก็จะสั้นลงไปเรื่อย
เพราะเหตุนี้ไป๋ซื่ออิงจึงยอมให้มันควบคุมชีวิตจิตใจ จนกลายเป็ตัวร้ายที่สายเกินแก้
พุทธองค์พาเยว่ชิงกลับมาที่วิหารระฟ้า พาเยว่ชิงเข้าไปในห้องชำระจิต อย่างไรก็ต้องหาวิธีสะกดพลังพวกนี้เอาไว้ก่อน หากว่าจะเลือกล้างความทรงจำอีกรอบ ให้เยว่ชิงหลงลืมทุกอย่างแบบที่เคยผ่านมา
“หลี่จิ้งหยาง”
พุทธองค์หลุดจากภวังค์ความคิดทันทีเมื่อเสียงทรงอำนาจเรียกเขา “ท่านอาจารย์”
“ไม่อยากไปนิพพานแล้วหรืออย่างไร?”
ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตถูกยกมาเป็คำถาม ที่หลี่จิ้งหยางต้องตอบให้แน่ชัดอีกครั้ง
“ข้าพบเจอเขาท่านอาจารย์ ตอนนั้นเป็ท่านที่บอกว่าเขาตายไปแล้ว”
“...”
หลี่จิ้งหยางยังคงโอบกอดเยว่ชิงแนบกาย ั์ตาสีอำพันสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย “เขากำลังตามหาเคล็ดวิชาเช่นเดียวกับทุกคนในตอนนี้”
“เฉียนซือ ชุบตนเองขึ้นมาจากห้วงจิตมืดเมื่อหลายปีก่อน โดยใช้เืจากขั้วหัวใจของไป๋ซื่ออิง”
“ห...หา”
“ถูกต้องแล้วหลี่จิ้งหยาง ไป๋ซื่ออิงรู้ว่าคงไม่รอดจากเ้า จึงมอบเืขั้วหัวใจให้กับเฉียนซือ และเขาก็ใช้มันเพื่อคืนชีพของตนเอง”
“...”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางไม่เคยคิดว่าตนเองนั้นโง่งมมาก่อน ชั่วชีวิตนี้เขาก็แค่หวังให้ตนเองหลุดพ้นจากภาระหน้าที่ ความหวังสูงสุดจึงกลายเป็นิพพาน
สิ่งที่ไป๋ซื่ออิงคาดหวังมาตลอด คือการที่ได้เห็นเฉียนซือกลับมาอีกครั้ง และการที่ไป๋ซื่ออิงยอมอยู่ที่นี่โดยไม่คิดขัดข้องหรือต่อต้านนั้น แท้จริงก็เพื่อรอเวลาแก้แค้นหลี่จิ้งหยางต่างหาก
“ในขณะที่เ้าหวังว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนนั้น เราบอกเ้าแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนได้”
“...”
“รวมไปถึงคนที่เ้าโอบกอดอยู่แนบกายด้วยเช่นกัน” กระแสจิตขององค์ยูไลถูกตัดไป เยว่ชิงค่อยลืมตาขึ้นทีละน้อย
“พ...พุทธองค์...”
“เยว่ชิง”
“ข้าน้อยมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? คนผู้นั้นเป็ใครหรือ? ท่านเลิกปิดบังข้าน้อยเสียที”
“คนผู้นั้น”
“...”
“เป็คนรักของไป๋ซื่ออิงน่ะ”
คำตอบของพุทธองค์ทำเอาเยว่ชิงตาสว่างหลับไม่ลง สีหน้าของพุทธองค์ในตอนนี้ก็ดูมีความกังวลใจไม่น้อย “จะ..จริงรึ!?”
“แปลว่าพวกท่านทั้งสองนั้น ชอบพอกับไป๋ซื่ออิงอย่างนั้นหรือ?”
“พูดอะไรเยว่ชิง มันไม่สมควร” พุทธองค์ไม่ลืมสงวนท่าทีของการเป็นักบวช เขาไม่ได้คิดว่าความรู้สึกในอดีตมันไกลถึงขั้นนั้น เพียงแค่ไม่อยากเห็นอีกฝ่ายเข้าสู่ความมืด
“แล้วเขากลับมาทำไม ซื่ออิงไม่อยู่ในโลกนี้แล้วสักหน่อย”
“แต่เยว่ชิงยังอยู่”
“หะ?”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางมองเื่นี้ออก เฉียนซือคงััพลังดาราดับได้จากตัวของเยว่ชิง อีกทั้งเืขั้วหัวใจนั้นก็มาจากส่วนของจิตเยว่ชิงอีกเช่นกัน “แต่ข้าน้อยไม่ใช่ซื่ออิง! ข้าน้อยมีชีวิตจิตใจและความคิดของตนเอง” ฝ่ามือของหลี่จิ้งหยางลูบบนเส้นผมเยว่ชิงอย่างเบามือ
“อาตมาไม่เคยมองเยว่ชิงเป็คนอื่นเลยสักครั้งเดียว แม้แต่ชั่วขณะจิตก็ยังไม่เคย”
สดับเพียรหมื่นภพชาติ