“แค่ให้ชีวิตเจ้ากับข้า” ชายในชุดสีดำยืนตรงข้ามฉินเฉา กระดิ่งสีดำสลักตัวอักษรลอยตรงหน้าของเขา กระดิ่งเคลื่อนไปรอบ ๆ ได้อย่างอิสระเหมือนมีความคิดเป็นของตัวเอง
“นายเป็นใคร?” ฉินเฉามึนงงมองชายตรงหน้าด้วยท่าทางตระหนก เพียงแค่ออร่าที่ส่งออกมาก็กดดันร่างกายของฉินเฉาได้แล้ว
“ข้าเป็นใครเหรอ? เจ้าถามว่าข้าเป็นใคร?” ชายคนนั้นระเบิดเสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนทั่วชั้นฟ้า “เจ้าคิดถึงข้าหลายครั้งไม่ใช่หรือไง เจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใครเหรอ? ช่างสนุกจริง ๆ ช่างน่าสนุก”
“นายคือหลัวเต๋อ?” ฉินเฉาประหลาดใจ เขามักจะคิดถึงหลัวเต๋อช่วงที่เขาว่างตลอดเวลา แปลก? ทำไมวันนี้ถึงมาคุยกับเขา?
เขาความรู้สึกนี้เหมือนได้ครอบครองตุ๊กตายาง
ขณะกำลังมีเซ็กส์กับมันอย่างความสุข ทันใดตุ๊กตาตัวก็พูดได้ขึ้นมา แน่นอนว่าเราจะต้องตกใจเป็นอย่างมาก
นี่มันประหลาดจริง ๆ
“นี่ไม่ใช่เรื่องประหลาดแต่อย่างใด ตอนนี้ข้าเป็นแค่เศษเสี้ยววิญญาณ” หลัวเต๋อจ้องฉินเฉาอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ในโลกฝึกตนของปีศาจ ข้าคือเทพปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด แม้แต่เจ้าที่มีกายาปีศาจ ผู้ที่มีวิญญาณทรงพลัง พร้อมด้วยประคำอาคมของพุทธะ ก็ไม่สามารถทำลายข้าให้สลายไปโดยสมบูรณ์ได้ แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววิญญาณที่ข้าเหลืออยู่นี้ ไม่สามารถยึดร่างกายเจ้าได้ อย่างมากที่สุดก็แค่จิตใจ”
“มิน่าล่ะ” ทันใดนั้นฉินเฉาก็พูดขึ้น “ปัจจุบัน ฉันเริ่มบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ นิสัยเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมมาก”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าหนูอย่าเอาได้แล้วไหล นั่นเป็นผลข้างเคียงของการฝึกฝนเส้นทางของปีศาจ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า”
“เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่นี้ได้รับบาดเจ็บ ข้าหลัวเต๋อได้ข้ามกาลเวลามาจากอดีตนับพันปี แต่ข้าก็แทบจะจบสิ้นกับการจัดการที่แสนอ่อนแอนี้ ตอนนี้ข้าได้ยอมรับสถานการณ์นี้แล้ว ข้าก็เลยอยากจะทำตัวให้มีประโยชน์ในช่วงเวลาสุดท้าย ตอนนี้เจ้าอยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุด ตามนั้นข้าต้องการให้เศษเสี้ยววิญญาณของข้ากับเจ้า”
“นาย นายอยากจะกลืนวิญญาณของฉัน?” ร่างของฉินเฉารู้สึกกลัว
“ถ้าข้ามีพลังละก็นะ ทำไมข้าต้องเถียงกับเจ้าด้วย?” หลัวเต๋อจ้องเขา “ในช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์ของข้าหลัวเต๋อมีอาวุธผู้ฝึกตนที่ข้าภูมิใจที่สุดอยู่มันถูกเรียกว่า ระฆังหยินหยาง มันเป็นอาวุธผู้ฝึกตนที่มีพลังการป้องกันสูงมาก แต่เมื่อตอนที่ข้าร่วงหล่น ระฆังหยินหยางได้ถูกทำลาย ตอนนี้ข้าจะใช้พลังของเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่เพื่อสร้างเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ข้าอยากให้เจ้าใช้มันทุกวันเจ้าต้องค่อย ๆ สยบมัน ทำให้มันทรงพลังไปพร้อมกับเจ้า ถึงตอนนั้นข้าจะสามารถกลับไปที่โลกได้อีกครั้ง ในรูปแบบวิญญาณ”
“เมื่อได้กลับมา นายวางแผนจะทำอะไร?” ฉินเฉาถามเขาอย่างระวัง
“ข้าจะทำอะไรน่ะเหรอ? บางที ครั้งหนึ่งความปรารถนาที่ข้าต้องการที่สุดก็คือการแก้แค้น แต่ตอนนี้ข้าแค่ต้องการกลับไป” ดวงตาของหลัวเต๋อเหม่อลอยมีร่องรอยของความเสียใจในนั้น “อาวุธผู้ฝึกตนนี้ถูกควบคุมโดยเจ้าของอย่างสิ้นเชิง ถ้าเจ้าไม่ตกลง มันก็ไม่มีอะไรที่ข้าจะทำได้ ข้าหลัวเต๋อทำได้เพียงเอาตัวเองให้รอดเพียงเท่านั้น”
การเอาตัวรอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ แม้แต่ปีศาจพันปีอย่างหลัวเต๋อก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ฉินเฉามองเข้าไปที่ตาของเทพปีศาจ พลางวิเคราะห์เล็กน้อย ในอนาคตเขาต้องเจอกับต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีกนับไม่ถ้วน ปัจจุบันที่เขาขาดคืออาวุธผู้ฝึกตนที่ทรงพลัง ถ้าเขาใช้อาวุธผู้ฝึกตนป้องกันตัวนี้ บางที วันนี้เขาคงไม่อนาถขนาดนี้
“ได้ ฉันสัญญา”
“เยี่ยม ไม่เสียแรงที่เจ้าถูกเรียกว่าประสบความสำเร็จในเส้นทางปีศาจ ข้ายินดีจริง ๆ ” หลัวเต๋อหัวเราะอีกครั้ง ความสง่างามทรงพลังของเทพปีศาจกลับมาอีกครั้ง “งั้นรับวิญญาณของข้าไป! ระฆังหยินหยางไป!”
เมื่อเสียงของหลัวเต๋อสิ้นสุด ทันใดนั้นเขาก็กลับไปที่ควันสีดำ แล้วลอยเข้าสู่ระฆัง
ระฆังสั่นอย่างรุนแรงเริ่มหมุนรอบตัวฉินเฉา ฉับพลันมันก็ทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับแผดเสียง แล้วพุ่งเข้าไปในร่างฉินเฉา
“อ๊ากกกก!” ฉินเฉารู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ถูกเตะออกมาจากจักรวาลใบเล็กนี้
ฉินเฉาลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงนุ่ม ร่างตั๋วกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ รอบตัวมีแต่สีขาว มีกลิ่นของยาฆ่าเชื้อลอยอยู่ในอากาศ
เขาอยู่ในโรงพยาบาล
ซูเฟยที่หรี่ตามองลอดแว่นของเธอ เมื่อเห็นฉินเฉาตื่นดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
มือของเธอยังจับผ้าขนหนูสีขาว ด้วยเพราะเธอกำลังเช็ดเหงื่อให้ฉินเฉา
“นายตื่นแล้ว!” ภายในใจของซูเฟยรู้สึกหนักอึ้ง ผ้าขนหนูที่อยู่ในเมืองร่วงตกลงสู่พื้น ขณะที่เธอกำลังถูกลอบยิงฉินเฉาพุ่งตัวมารับกระสุนแทนเธอ มันทำให้เธอกลัวจริง ๆ
เมื่อฉินเฉาทรุดลงไปในแอ่งเลือด เธอรู้สึกแย่มากด้วยเพราะรู้ดีว่าเป้าหมายของกระสุนนั้นก็คือตัวเองไม่ใช่ฉินเฉา
“คุณกับซูจีไม่เป็นไรใช่มั้ย?” ความหมายในคำพูดชัดเจน ฉินเฉาเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาวเธอ คำพูดนี้ทำให้หัวใจของซูเฟยรู้สึกทั้งอบอุ่นแล้วก็เจ็บแปล๊บอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายแล้วในใจของเขาคือซูจี
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง” ซูเฟยตอบอย่างนุ่มนวล
“แล้วนักฆ่าล่ะ?”
“พอยิงพลาดมันก็หนีไปแล้ว ตำรวจไม่สามารถจับฆาตกรได้” ซูเฟยส่ายหัว เมื่อเธอเห็นฉินเฉาอยากจะพูดอะไรอีก ทันใดนั้นเธอก็ยื่นนิ้วมือแตะริมฝีปากเขา
“อย่าพูดอีกเลย หมอบอกว่านายต้องพักผ่อน” หน้าเธอแดงเล็กน้อย แล้วเอานิ้วมือเธอกลับมา เพื่อปกปิดความเขินอายเธอหยิบแอปเปิลบนโต๊ะขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกมันอย่างช้า ๆ ซึ่งต่างจากซูจี เธอจะปอกมันอย่างระวังพยายามรักษาผิวของมันไว้
ฉินเฉาอยากจะกัดนิ้วเธอจริง ๆ ก่อนที่เขาจะทำตามความคิดชั่วร้าย แต่แล้วเปลี่ยนใจกลางคันเขาก็ยอมแพ้
“ฉินเฉา นายเป็นใครกันแน่? หมอบอกว่านายเป็นปาฏิหาริย์ของวงการแพทย์ กระสุนทะลุปอดนายไปชัด ๆ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ แม้ว่าพวกเขาจะรอดชีวิต อย่างน้อยพวกเขาต้องสาหัสกว่านี้ แต่ปอดของนายกลับรักษาตัวเองได้ ตราบเท่าที่มันฟื้นตัวนายก็จะสามารถรักษาตัวเองได้ เหมือนกับว่าไม่เคยถูกยิงมาก่อน”
“ฮ่ะ ๆ ๆ ผมต้องอึดอยู่แล้ว” ฉินเฉาหัวเราะ
“ไม่อย่างงั้น จะปกป้องพวกคุณทั้งคู่ได้ยังไง? งานยามนี่มันเสี่ยงชีวิตจริง ๆ เลยแฮะ”
ฉินเฉาถอนหายใจ ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกซูจีในชุดโค้ตกันลมสีแดง เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“ฉินเฉา นายฟื้นแล้ว!” เมื่อเห็นฉินเฉานั่งอยู่บนเตียง ซูจีก็พอใจอย่างมาก เธอถลาเข้ามาจับเขาไว้แล้วซบหัวกับอกของเขาอย่างแรง
“เจ้างั่ง! นายทำให้ฉันกลัวแทบตาย!” เธอชกหน้าอกฉินเฉาหลายครั้ง รอยกระสุนบนหน้าอกของเขายังรักษาไม่หายดี เขาก็ขบฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด
“ซูจีเบา ๆ หน่อย เขายังไม่หายดีเลย” หน้าของซูเฟยซีด แอปเปิลที่เธอปอกขาดครึ่ง
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ อีตานี่แข็งแรงจะตาย ไม่เป็นอะไรหรอก” ซูจีพูด เพื่อยืนยันคำพูดของเธอ เธอชกหน้าอกฉินเฉาอีกสองครั้ง
“อย่า อย่าทำแรงนัก!” ซูเฟยพูดอย่างไม่ลังเล
“พี่ พี่กลัวอะไร?” ซูจีหันหัวไปแล้วกลอกตาใส่ฉินเฉา “บอกฉัน นายเจ็บมั้ย?”
“ไม่เจ็บซักนี๊ดดด” เมื่อฉินเฉามองซูจีด้วยสายตาอ่อนโยน เวลาเขาอยู่กับซูเฟยเขาจะรู้สึกหายใจไม่ออก แต่เวลาอยู่ซูจีเขารู้สึกอบอุ่น
เมื่อเขากับสาวน้อยอยู่ด้วยกัน เหมือนกับว่าเขาจะไม่รู้สึกถึงความเศร้า
ซูจีจ้องตาฉินเฉาแล้วพูดว่า “หืม เหมือนสายตาของนายจับผิดปกตินะ บอกมาเดี๋ยวนี้! นายกำลังคิดเรื่องไม่ดีอยู่ใช่มั้ย!?”
“ซูจี มาเป็นแฟนกันมั้ย?” ไม่คิดว่า คำพูดในใจของเขา ทันใดนั้นก็ระเบิดออกมา
ทั้งสามคนที่อยู่ในห้องตกตะลึงร่างแข็งทื่อ บรรยากาศแปลก ๆ ไปทันที
“อะแฮ่ม ๆ” ฉินเฉารู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแดง เขากระแอมไอออกเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้
ซูจีสะดุ้งจากความมึนงง หน้าเธอแดงก่ำ แต่ยังคงพูดอย่างดุร้าย “ก่อนอายุ 30 คุณหนูคนนี้จะไม่เดทกับใครสักคน!”
“อ่า อะอ้าว?” ฉินเฉาถูกกระแทกกลับไป หรือว่าจริง ๆ หญิงสาวนางนี้อยากเป็นแม่ชี? หรือว่าเขามีดวงไร้คู่ ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมีแค่มือขวาเป็นเพื่อนไปตลอดชีวิต?
“แต่ดวงเนื้อคู่ของฉันบอกว่า ถ้าฉันพบรักกับใครสักคนแล้วออกเดตกับเขา มันจะนำความโชคดีมาให้ฉัน เป็นเพราะดวงนะเนี่ย ถ้าอย่างนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันตกลงยอมรับคำขอของนายแล้วกัน”
“ห๋า!” ฉินเฉากลับซึ่งกับตรรกะของเธอจริง ๆ
ความรู้สึกเจ็บปวดบนหน้าอกของเขาหายไป ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความตกใจ
“แต่! มีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง” ซูจีชี้ไปที่หน้าอกฉินเฉาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ถ้านายไม่ตกลงเราก็ทางใครทางมัน นายไปทางสะพาน ส่วนฉันไปทางถนนหยางกวน”
“ทำไมเธอไม่ข้ามสะพานล่ะ? ยิ่งกว่านั้น พวกเราก็แค่ไปเมืองเหลียงชานด้วยกัน น้ำเสียงของเธอแปลก ๆ ”
“พอแล้ว ๆ ฉันถามไง นายจะยอมรับเงื่อนไขนี้ไหม?”
“บอกฉันก่อนสิ ว่าเธอมีเงื่อนไขอะไร?”
“หึหึ ฉันอยากให้นายมาเป็นเชฟให้คุณหนูคนนี้ ฉันท้านาย ลองปฏิเสธอีกสิ”
“โอ้หืมมม ข้อแม้แบบนี้เนี่ยนะ? ง่ายมาก ฉันจะทำทุกอย่างที่เธอต้องการทุกวันเลยเป็นไง”
“จริงนะ? แล้วนายก็จะไม่ได้รับเงินแดงเดียวด้วย!”
“ไม่เป็นไรถึงไม่ได้เงิน พี่ชายคนนี้ไม่ได้ขาดเงินหรอกนะ”
ทั้งคู่จีบกันอย่างมีความสุข แต่ซูเฟยที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในสวน เธอวางแอปเปิลที่ปอกแล้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล แล้วเดินออกไปที่โถงข้างนอก ยืนพิงกับผนังเย็น ๆ
น้ำตาที่ควบคุมไม่ได้ของเธอ ทันใดนั้นก็ไหลอาบหน้า
‘ทำไมฉันรู้สึกเสียใจ?’ ซูเฟยถอดแว่นออก แล้วเอามือปิดหน้าร้องไห้อย่างเงียบ ๆ ‘ฉันพบชายคนนี้แค่ไม่กี่ครั้ง ทำไมเขาถึงไม่อยู่ในใจของฉันได้?’
‘ซูเฟย ทำไมเธอถึงโกรธ? ทำไมเธอถึงร้องไห้ให้กับผู้ชาย? นี่มันใช้ไม่ได้’
‘เขาเป็นแค่ยามที่ไม่สลักสำคัญ เขาไม่มีอะไร เธอแค่รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา เลยทำให้เธออดเชื่อใจเขาไม่ได้’
‘ผู้ชายแบบนี้มีอยู่ทุกที ถูกแล้ว มีอยู่ทุกที่!’
ใครจะรู้ ว่าแม้แต่หลังจากนี้ หัวใจของซูเฟยก็ยังคงเศร้าและเจ็บปวดหยาดน้ำตายังคงรินไหลออกมาไม่หยุด
เสียงทะเลาะกันของทั้งคู่แว่วดังออกมานอกห้อง นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเฟยรู้สึกอิจฉาน้องสาว
“ฉินเฉาถ้านายกล้าทำไม่ดีกับน้องสาวฉันล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยนายแน่!” ซูเฟยกัดฟันของเธอ เช็ดน้ำตาของเธอแล้วทำให้ใจเย็นลง
“คุณหนูใหญ่” เจียงตงเดินขึ้นมาจากบันได เมื่อเขาเห็นตาซูเฟยแดง ทันใดนั้นเขาก็กระวนกระวายแล้วถามซูเฟย “คุณหนูใหญ่ คุณเป็นอะไร? ใครแกล้งคุณ? ผมจะไปฆ่ามัน!”
“ไม่มีอะไร แค่ฝุ่นเข้าตาน่ะ” ซูเฟยพูดอย่างผิดปกติแล้วโบกมือให้เจียงตง
“เตรียมรถ เราจะไปโรงเรียน ตอนนี้โรงเรียนคงกำลังวุ่นวายแน่ ๆ ”
“ครับ คุณหนูใหญ่” เจียงตงกวักมือ บอดี้การ์ดในชุดสูทไม่กี่คนทันใดนั้นก็เข้ามาจากข้างหลังเขาแล้วยืนล้อมซูเฟย ในตอนนี้ เพื่อความปลอดภัยของเธอ ซูเฟยไม่อาจปฏิเสธบอดี้การ์ดพวกนี้ได้
เมื่อเธอมองบอดี้การ์ดที่เหมือนกับอาวุธสังหารไร้จิตใจ ซูเฟยก็ทอดถอนใจ พลางแอบคิดในใจบ้างแค่มีฉินเฉาอยู่ข้าง ๆ เธอ มันก็มากเกินพอแล้ว
จบตอน#