หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 เจตมรรคสามสาย

            เล่มที่2 บทที่ 48 เจตมรรคสามสาย

            โซ่วตันเหล่านี้เจียงอวิ๋นได้มาจากการสังหารสัตว์ร้ายเกือบสามสิบตัวในป่ากักสิงสานั่นเอง

            แม้เป้าหมายแรกที่เขาเก็บโซ่วตันเหล่านี้มาจะเพื่อใช้หลอมโอสถในวันหน้าทว่าตอนนี้ บนตัวเขาไม่มีวัตถุใดที่เกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญมรรคอีกแล้วทำให้เขาคิดจะลองใช้โซ่วตันเหล่านี้ทดสอบดู

            อย่างไรเสียทุกสรรพสิ่งล้วนบำเพ็ญมรรคได้เช่นนั้นก็ย่อมต้องรวมถึงสัตว์ร้ายด้วย

            เพียงอึดใจหนึ่งเจียงอวิ๋นก็นิ่งค้างไปทันทีสายตาจับจ้องไปทางโซ่วตันทั้งสิบสามเม็ดตรงหน้าอย่างเหม่อลอย แน่นิ่งไม่ไหวติง

            เพราะว่าโซ่วตันทั้งสิบสามเม็ดนี้ มีเจตมรรคแฝงอยู่ทุกเม็ด!

            ผลลัพธ์นี้เหนือความคาดหมายของเขาอย่างมากจริงๆทำให้เขาถึงกับทำใจเชื่อไม่ลงไปครู่หนึ่ง

            “อะไรกันนี่? ไฉนโซ่วตันถึงมีเจตมรรคแฝงอยู่ทุกเม็ด ทว่าพวกโอสถหรือศาสตราอาคมที่ถูกสร้างขึ้นมากลับมีเจตมรรคน้อยจนน่าเศร้า?”

            เวลานี้เจียงอวิ๋นย่อมหาคำตอบไม่ได้อยู่แล้วดังนั้นครู่ต่อมาเขาจึงโยนคำถามนี้ออกจากหัว

            ในที่สุดตอนนี้เขาก็มีเจตมรรคมากพอจะใช้ทดสอบก้อนหินสีดำแล้ว

            เจตมรรคสิบห้าสายหากข้อสันนิษฐานของเขาก่อนหน้านี้ถูกต้องละก็นั่นก็หมายความว่าเขามีโอกาสทดสอบห้าครั้ง

            ทว่าเจียงอวิ๋นก็ต้องไตร่ตรองอยู่นานมากว่าจะใช้สิ่งใดในการทดสอบดี

            โอสถที่ซาจิ่งซานมอบให้นั้นกล่าวตามตรงว่ามันมีมูลค่าไม่ได้สูงมากนัก นอกจากโอสถดึงปราณสามเม็ดแล้วอีกหกเม็ดที่เหลือก็ล้วนเป็นโอสถเสบียงกรังทั้งสิ้น

            ส่วนโอสถที่ใช้รักษาอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้เจียงอวิ๋นไม่คิดจะใช้พวกมันทดสอบแต่อย่างใด อย่างไรเสียอาการบาดเจ็บของเขาตอนนี้ก็ฟื้นฟูได้พอสมควรแล้วถึงจะเพิ่มประสิทธิภาพไปก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา

            หลังจากลังเลอยู่ครึ่งค่อนวันสุดท้ายเจียงอวิ๋นก็เลือกโอสถเสบียงกรังมาสองเม็ดและโอสถดึงปราณสองเม็ด

            แม้ว่าบัดนี้เขาจะสามารถดูดกลืนพลังปราณแห่งฟ้าดินผ่านทางร่างกายได้เองแล้วทว่าโอสถดึงปราณสามารถชักนำพลังปราณเข้ามาได้รวดเร็วและมากขึ้นสำหรับตัวเขาในตอนนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการยกระดับการบำเพ็ญมากที่สุด

            ส่วนโอสถเสบียงกรังจะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้สามเท่าอันที่จริงเรื่องนี้เจียงอวิ๋นสามารถแน่ใจได้แล้วที่เขายังเลือกโอสถเสบียงกรังก็เป็นเพราะว่า บัดนี้พวกศิษย์พี่ใหญ่ล้วนไม่อยู่ในยอดเขาซ่อน แม้ว่าเขาจะสามารถออกไปหาอาหารเองได้แต่เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องนี้เหมือนกัน

            อีกทั้งตอนนี้เขายังระดับเบิกปราณขั้นเจ็ดแล้วด้วยทำให้หิวช้าลงอย่างมากดังนั้นโอสถเสบียงกรังที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสามเท่าสองเม็ด สามารถทำให้เขาไม่กินไม่ดื่มได้นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม

            “ยังขาดอีกหนึ่งอย่างทว่าในตัวข้าไม่เหลือสิ่งอื่นแล้ว”

            เขาเทของทั้งหมดที่มีออกมาแต่มองดูอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เจอของที่ใช้ประโยชน์ได้จนเมื่อเขาเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่แหวนบรรจุภัณฑ์

            “ไม่รู้ว่าแหวนวงนี้สามารถใส่ไปในน้ำที่แปรเปลี่ยนจากก้อนหินสีดำนั่นได้หรือไม่ทว่า ลองดูได้!”

            ในที่สุดเขาก็เตรียมการทั้งหมดเรียบร้อยเจียงอวิ๋นเพียงนึกคิด ก้อนหินสีดำพลันปรากฏในมือ

            หลังสงบใจลงแล้วเจียงอวิ๋นก็เริ่มนำก้อนหินสีดำไปวางใกล้โซ่วตันสามชิ้น

            “เผละเผละ เผละ!”

            โซ่วตันสามเม็ดระเบิดออกทันทีมีประกายแสงรางๆ เสี้ยวหนึ่งลอยออกมาก่อนจะจมหายเข้าไปในก้อนหินสีดำ

            “ฮูม!”

            บนก้อนหินได้มีแสงลี้ลับสว่างเรืองรองก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นวังวนแสงวงหนึ่ง!

            “เดาถูกแล้ว!”

            ภาพที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ข้อสันนิษฐานของเจียงอวิ๋นก่อนหน้านี้แล้วว่าเจตมรรคสามสายสามารถเปลี่ยนก้อนหินสีดำให้กลายเป็นน้ำได้จริงๆ

            แม้ว่าเขาจะได้เห็นน้ำครึ่งฝ่ามือเป็นครั้งที่สองทว่าเจียงอวิ๋นก็ยังคงรู้สึกได้ถึงความล้ำลึกเกินหยั่งถึงจากในนั้นอย่างชัดเจน

            เจียงอวิ๋นไม่ลังเลใส่โอสถเสบียงกรังเม็ดหนึ่งลงไปในน้ำ และเมื่อเขานำโอสถเสบียงกรังกลับออกมาก็พบว่าบนผิวนอกของโอสถได้เปลี่ยนไปเรียบเนียนเกินบรรยายอีกครั้งและบนนั้นยังมีตราประทับทรงสี่เหลี่ยมกำลังหายไปอย่างรวดเร็วอยู่ด้วย

            ไม่จำเป็นต้องกลืนกินด้วยซ้ำเจียงอวิ๋นก็รู้แล้วว่าโอสถเสบียงกรังเม็ดนี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสามเท่าแล้ว

            เมื่อหยิบโอสถเสบียงกรังออกมาแล้วน้ำครึ่งฝ่ามือได้เปลี่ยนกลับเป็นก้อนหินสีดำอีกครั้ง หมายความว่า การเปลี่ยนเป็นน้ำแต่ละครั้งจะสามารถใส่วัตถุได้เพียงอย่างเดียว

            ต่อจากนั้นเจียงอวิ๋นเริ่มทดลองต่อไป หลังจากระเบิดโซ่วตันไปแปดชิ้นกับโอสถอีกหนึ่งเม็ดเขาก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้โอสถเสบียงกรังและโอสถดึงปราณขึ้นได้สามเท่าสำเร็จทั้งหมด

            “ยังเหลืออีกหนึ่งครั้ง!”

            ทว่าในตอนที่เจียงอวิ๋นยื่นก้อนหินสีดำไปทางโซ่วตันชิ้นต่อไปได้มีเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายของเขาเกิดขึ้นอีกครั้ง!

            หลังจากโซ่วตันชิ้นนี้ระเบิดออกได้มีประกายแสงปรากฏออกมาสามสาย เจตมรรคสามสาย!

            ซึ่งก็ทำให้ก้อนหินสีดำกลายเป็นน้ำทันที

            “นี่มัน...”เจียงอวิ๋นเผยสีหน้าเข้าใจออกมา “ที่แท้ เจตมรรคที่แฝงอยู่ในวัตถุมิได้มีเพียงสายเดียวเสมอไป”

            การค้นพบครั้งใหม่นี้ทำให้เจียงอวิ๋นตื่นเต้นไม่น้อยเขาโยนแหวนบรรจุภัณฑ์เข้าไปในน้ำทันที

            เมื่อนำแหวนออกมาจากในน้ำเจียงอวิ๋นก็ตื่นเต้นยินดีจนแทบคลั่งเลยทีเดียว!

            แหวนบรรจุภัณฑ์ที่เดิมทีมีขนาดช่องว่างเพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรบัดนี้มันได้เปลี่ยนไปกลายเป็นสามลูกบาศก์เมตรแล้ว

            “หรือก็คือเจ้าน้ำนี่ มิเพียงแต่ใช้ได้ผลกับโอสถเท่านั้น แต่ยังใช้กับศาสตราอาคมได้ด้วย!”

            หลังจากตรวจดูแหวนบรรจุภัณฑ์ที่กลายเป็นของใหม่โดยสมบูรณ์อยู่ครู่หนึ่งแล้วเจียงอวิ๋นพลันเกิดความสงสัยขึ้นว่า “ของที่เคยใส่ไปแล้วสามารถใส่ลงไปอีกครั้งได้ไหม?”

            “หรือว่าหากใส่ของที่มีเจตมรรคเข้าไป จะสามารถทำให้มีเจตมรรคเพิ่มขึ้นสามเท่าได้ไหม?”

            แต่น่าเสียดายที่เขาเหลือโซ่วตันเพียงสองชิ้นยกเว้นแต่ว่าจะทั้งสองชิ้นล้วนมีเจตมรรคสามสาย มิฉะนั้นวันนี้เขาก็ไม่สามารถพิสูจน์เรื่องที่เขาคิดได้แล้ว

            แต่ถึงแม้ว่าจะไม่อาจพิสูจน์ได้ผลลัพธ์ที่เขาได้ในวันนี้ก็น่าพึงพอใจอย่างมาก

            ที่สำคัญที่สุดคือในที่สุดเขาก็พบสิ่งที่สามารถมอบเจตมรรคให้ศิลาสีดำได้อย่างไม่ขาดสายแล้วนั่นคือโซ่วตัน!

            ในส่วนลึกเกินร้อยลี้ของป่ากักสิงสามีแต่สัตว์ร้ายขั้นเจ็ดขึ้นไป แม้มิใช่สัตว์ร้ายทุกตัวที่จะมีโซ่วตันทว่าต่อให้มีเพียงหนึ่งในสามหรือกระทั่งหนึ่งในสี่ก็มากเกินพอแล้ว

            ศิษย์คนอื่นๆเกรงกลัวป่ากักสิงสา มิกล้าย่างกรายเข้าไปในส่วนลึก ทว่าสำหรับเจียงอวิ๋นแล้วนั่นมิใช่ปัญหาแม้แต่น้อย

            “ลองใช้โซ่วตันทั้งสองเม็ดนี้ให้หมดก่อนแล้วกัน”

            ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เจียงอวิ๋นเหมือนจะดวงดีเป็นพิเศษ โซ่วตันอีกสองชิ้นที่เหลือมีอยู่หนึ่งชิ้นที่มีเจตมรรคแฝงอยู่สองสาย ทำให้เปลี่ยนก้อนหินสีดำให้กลายเป็นน้ำได้อีกครั้งพอดี

            เจียงอวิ๋นมองดูวังวนแสงที่ปรากฏตรงหน้าเพื่อที่จะพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตน เขาจึงใส่แหวนบรรจุภัณฑ์ลงไปอีกครั้งแต่เมื่อนำแหวนกลับออกมาก็พบว่ามันไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆขนาดช่องว่างยังคงเท่าเดิม

            ซึ่งก็หมายความว่าสิ่งที่เคยใส่ไปในน้ำแล้ว จะไม่สามารถใส่ซ้ำได้อีก

            และที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือแม้แหวนจะไม่ได้ถูกประทับตราซ้ำอีกครั้งทว่าวังวนนั่นก็ได้แปรเปลี่ยนกลับเป็นหินใหม่อีกครั้งเมื่อนำแหวนกลับออกมา

            เสียโอกาสหนึ่งครั้งไปอย่างสูญเปล่า!

            แต่เจียงอวิ๋นก็ไม่ได้รีบร้อนอย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่มีของอะไรให้ใส่เข้าไปในน้ำแล้ว

            หลังเก็บของทั้งหมดไปเจียงอวิ๋นก็นำโอสถดึงปราณออกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนเข้าไป

            “ฮูม!”

            หลังจากโอสถดึงปราณเข้าสู่ปากพริบตาต่อมาก็ได้แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นวังวนซึ่งหมุนวนอย่างรุนแรงปล่อยแรงดึงดูดอันมหาศาลออกมาชักนำพลังปราณฟ้าดินจากทั่วทุกสารทิศเข้ามาอย่างมหาศาล

            เมื่อพลังปราณเหล่านี้ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่งทำให้พลังปราณภายในร่างเจียงอวิ๋นที่เดิมทีอยู่ในสภาวะอิ่มตัวพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาค่อยรวมตัวกันแล้วโถมกระหน่ำเข้าใส่เส้นลมปราณเส้นที่แปด!

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์ ที่คุณอ่าน