สุดยอดนักผจญภัย

    มหาเวทย์ชำระล้าง

    ในความคิดของไลท์แล้วสงครามครั้งนี้จะแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับแม่ทัพของทั้งสองฝั่ง ไม่เกี่ยวกับจำนวนทหารเลยแม้แต่น้อย

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าได้ส่งหน่วยสอดแนมไปเฝ้าระวังที่ค่ายปีศาจทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้พวกปีศาจบุกโจมตีแบบฉับพลัน

    ซึ่งหน่วยสอดแนมทั้งหลายต่างก็เป็นถึงระดับSเลยทีเดียว โดยที่หน่วยสอดแนมจะต้องไปเป็นคู่ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกันและกันได้

    ทันใดนั้นก็มีพ่อบ้านซาร์และหน่วยสอดแนมเดินเข้ามาด้านใน

    “ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    “ รายงานครับ ดูเหมือนว่าทางฝั่งกองทัพปีศาจจะมีการเคลื่อนไหวแปลกๆครับ โดยเฉพาะค่ายฝั่งซ้ายขวาของพวกปีศาจที่ดูเหมือนว่าพวกมันเตรียมตัวที่จะบุกในอีกไม่นานครับ ส่วนทางด้านค่ายหลักของพวกมันดูเหมือนว่าจะส่งแม่ทัพปีศาจหลายตัวออกมาจากค่ายและหายตัวไปทันทีโดยที่พวกเราไม่สามารถตามไปได้ครับ ไม่มีใครรู้ว่าแม่ทัพปีศาจเหล่านั้นหายไปไหน ” หน่วยข่าวกรองรายงาน 

    “ ขอจำนวนที่แน่ชัดหน่อยว่าแม่ทัพปีศาจกี่ตัวกันที่บินออกมาจากค่าย? ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งพูดขึ้น

    หน่วยข่าวกรองครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบว่า “ ทั้งหมดห้าตัวครับ ” 

    “ พอจะระบุได้ไหมว่ามีแม่ทัพปีศาจตัวไหนบ้าง? ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนถามขึ้น

    “ มีแม่ทัพปีศาจดูบักก้า แม่ทัพปีศาจราเวน แม่ทัพปีศาจคอสเมียร์ แม่ทัพปีศาจเบติช แม่ทัพปีศาจออริส ” หน่วยสอดแนมพูดขึ้น 

    “ ดูบักก้า ราเวน คอสเมียร์ เบติส ออริส ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและคนอื่นๆพากันทวนรายชื่อของแม่ทัพปีศาจทั้งห้า

    “ แล้วทิศทางที่มันบินไปมันบินไปทางไหน? ” ไลท์เป็นคนถาม

    “ ตะวันออกเฉียงเหนือครับ ” หน่วยสอดแนมตอบ

    ไลท์เดินไปที่แผนที่พร้อมกับใช้มือลากจากจุดที่เป็นค่ายใหญ่ของเผ่าปีศาจและลากไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาหยุดอยู่ที่เทือกเขาบารียานู 

    ทันใดนั้นทุกๆคนในเต็น์พากันเบิกตากว้าง

    “ ไม่จริงน่าพวกมันไปที่เทือกเขาบารียานูงั้นหรอ? ” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

    “ แย่แล้วแบบนี้พวกทีโมตี้ก็อาจจะถูกพบแล้วก็ได้ ” แม่ทัพเอลฟ์อีกคนพูดออกมา

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าขมวดคิ้วก่อนที่จะรีบหยิบเครื่องมือสื่อสารและก็ติดต่อไปหาทีโมตี้ทันที

    ไม่นานทีโมตี้ก็รับสายและบอกว่าพวกเธอยังเดินทางไปไม่ถึงเทือกเขาบารียานู

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าวางสายลงก่อนที่จะถอนหายใจออกมา เพราะทีโมตี้คือความหวังที่จะช่วยเหลือองค์หญิงเมลิซ่า 

    ทันใดนั้นจู่ๆไลท์ไปโผล่ด้านหลังของหน่วยสอดแนมคนนั้นและใช้จับไปที่หัวของหน่วยสอดแนมทันที

    ซึ่งการกระทำของไลท์ทำให้ทุกๆคนพากันตกใจ

    “ ไม่เลวเลยนิพวกแกเนี้ย ” ไลท์แสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะหยิบดาบออกมาจากแหวนมิติและตัดหัวของหน่วยสอดแนมทิ้งทันที 

    “ ท่านไลท์คิดจะทำอะไรกันแน่! ” แม่ทัพเอลฟ์ตะโกนด้วยความไม่พอใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆไลท์ถึงได้ฆ่าหน่วยสอดแนมของพวกเขา 

    ในขณะที่ทุกคนกำลังจะต่อว่าไลท์ จู่ๆร่างกายของหน่วยสอดแนมก็ค่อยๆแปรเปลื่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดมันก็กลายเป็นปีศาจตัวหนึ่ง

    “ ปีศาจ!! ” ทุกๆคนพากันตกใจขึ้นมา

    “ นายรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นพวกปีศาจ? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

    “ ตอนที่เจ้าปีศาจนี้กำลังรายงานเกี่ยวกับข้อมูลของเผ่าปีศาจ เจ้าหมอนี้ดันแสดงท่าทีเลิกลักหน่อยๆ แถมตอนที่ฉันเดินมาที่แผนที่และพูดว่าจุดหมายของพวกปีศาจคือเทือกเขาบารียานู จากนั้นแฟร์ซ่าก็ติดต่อไปยังทีโมตี้ เจ้าหมอนี้ก็แสดงแววตาเย็นชาวูบหนึ่งฉันสังเกตเห็นพอดี ฉันเลยลองที่จะดูความทรงจำของมันทันที ” ไลท์พูดขึ้น

    “ แล้วจุดประสงค์ของมันในครั้งนี้คืออะไรกัน? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถาม

    “ มันต้องการรู้ว่าพวกเราได้ส่งคนไปที่เทือกเขาบารียานูไหม และถ้าหากว่าส่งไปแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน เพราะพวกมันสังเกตเห็นว่าแม่ทัพเอลฟ์หลายคนได้หายตัวไปอย่างปริศนา พวกมันรู้ว่าพวกเราจะต้องวางแผนการณ์อะไรบางอย่างเพราะฉะนั้นพวกมันจึงอยากรู้ว่าพวกแม่ทัพเอลฟ์หายไปไหนกัน จากนั้นมันก็จะส่งข้อมูลที่ได้กลับไปยังค่ายปีศาจเพื่อให้แม่ทัพปีศาจตัดสินใจ ” ไลท์ตอบ

    ทันใดนั้นแม่ทัพเอลฟ์และจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็เข้าใจได้ทันที 

    “ เหอะเจ้าพวกปีศาจน่ารังเกลียด!! ” แม่ทัพเอลฟ์ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    จากนั้นเหล่าแม่ทัพก็พากันบ่นออกมาด้วยความโกรธ 

    “ จริงสิแล้วพวกปีศาจมันเข้ามาในค่ายของพวกเราได้อย่างไรกัน ” แม่ทัพคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและสงสัย

    เนื่องจากค่ายแห่งทุกแห่งมีม่านพลังยับยั้งพวกปีศาจไม่ให้เข้ามาด้านในได้ ซึ่งการที่จะทำลายม่านพลังแห่งนี้ได้จะต้องเป็นถึงตัวตนระดับSS เพราะฉะนั้นพวกปีศาจถึงไม่มีทางที่จะโผล่เข้ามาในค่ายหลักได้ แต่ตอนนี้พวกปีศาจได้โผล่เข้ามาในค่ายหลักแล้วเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย

    “ พวกมันเข้ามาได้อย่างไรกัน ” แม่ทัพเอลฟ์พากันสงสัย

    “ ในเมื่อพวกมันเข้ามาจากด้านบนไม่ได้พวกมันก็เข้ามาด้านล่างแทนยังไงล่ะ ” ไลท์เป็นคนตอบพร้อมกับชี้นิ้วไปที่พื้นดิน

    “ ด้านล่าง? ”

    ทันใดนั้นแม่ทัพเอลฟ์ทุกคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

    “ พวกมันขุดดินเข้ามาเลยงั้นหรอ? ” แม่ทัพเอลฟ์พากันถามขึ้น

    “ ใช่แล้วล่ะ พวกมันมีปีศาจที่มีเวทย์บางอย่างในการขุดดิน พวกปีศาจขุดดินและที่สามารถเปลื่ยนร่างเป็นอย่างได้เข้ามา ซึ่งพวกมันเองก็วางแผนที่จะทำให้พวกเราติดกับ ซึ่งเราก็มีตัวอย่างในเมื่อสามวันก่อนแล้วนิ ” ไลท์พูดขึ้น

    ทันใดนั้นทุกๆคนก็จำได้ว่าเมื่อสามวันก่อน ก็มีหน่วยข่าวกรองมารายงานว่าอีกไม่กี่วันแม่ทัพปีศาจจะเดินทางมาสนับสนุนที่ค่ายปีศาจ และพวกเขาเองก็จะเดินทางไปที่ค่ายปีศาจเพื่อที่จะสังหารแม่ทัพปีศาจทั้งหมดก่อนที่แม่ทัพปีศาจคนอื่นๆจะเดินทางมาถึง 

    แต่ในตอนนั้นโชคดีที่ไลท์และแม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าเองก็ได้ช่วยเตือนทำให้พวกเขาตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้องก่อนที่จะบุกเข้าไป โชคดีที่หลังจากตรวจสอบแล้วทุกๆคนก็รู้ว่าแม่ทัพปีศาจได้วางแผนลวงเพื่อให้ทางเอลฟ์ส่งแม่ทัพมาฆ่าแม่ทัพปีศาจ โดยที่พวกมันวางแผนที่จะตลบหลังอีกที

    “ หรือว่าหน่วยข่าวกรองคนนั้นก็เป็นพวกปีศาจที่ปลอมตัวมางั้นหรอ! ” แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าพูดขึ้น

    “ ใช่แล้วละ จากที่ฉันดูความทรงจำของมันมาเมื่อกี้ น่าจะมีปีศาจแฝงตัวเข้ามาในค่ายของพวกเราไม่ต่ำกว่าหลักร้อยตัว ” ไลท์พูดขึ้น 

    “ นายบอกว่านายดูความทรงจำได้งั้นหรอ? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามด้วยความประหลาดใจ

    “ ใช่แล้วล่ะ ฉันสามารถดูความทรงจำของใครก็ได้แต่ทว่าต้องเป็นคนที่่อ่อนแอไม่กว่าฉันหรือแข็งแกร่งกว่าฉันไม่มาก ” ไลท์พูดขึ้น

    คิ้วของทุกๆคนพากันกระตุกอย่างช่วยไม่ได้

    บอกว่าดูความทรงจำได้ทั้งหมดแต่ทว่าจะต้องไม่ได้แข็งแกร่งกว่านายมากเกินไป แล้วนายเป็นถึงตัวตนระดับSS ไม่ใช่ว่านอกจากระดับSSSแล้วนายจะสามารถดูความทรงจำได้ทั้งหมดเลยงั้นหรอ 

    “ แล้วนายรู้ไหมว่าปีศาจมันแฝงตัวอยู่ที่ไหนบ้าง? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง การที่มีสายสืบของเผ่าปีศาจคอยดูอยู่ตลอดเวลามันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถวางแผนอะไรได้

    ไลท์ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ กองทัพที่อยู่ที่นี้มีมากกว่าแปดล้านคนแล้วพวกปีศาจมีแค่หลักร้อยตัวเท่านั้นการที่จะหาพวกมันนั้นหาได้ยากมากๆ ทางที่ดีพวกเราควรส่งหน่วยข่าวกรองที่เป็นคนของเราจริงๆไปดีกว่าและให้พวกนั้นเป็นฝ่ายรายงานมา ” 

    ทุกๆคนพากันแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น ก็อย่างที่ไลท์พูด กองทัพเอลฟ์มีมากกว่าแปดล้านคนการที่จะหาเผ่าปีศาจที่มีแค่ร้อยกว่าตัวนี้เป็นอะไรที่ยากมากๆ ถ้าหากจับได้ตัวหนึ่งแล้วตัวอื่นๆก็อาจจะระวังตัวมากยิ่งขึ้นและก็จะจับพวกมันได้อยากกว่าเดิม

    และถ้าหากจะให้ไลท์ตรวจดูความทรงจำก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะการตรวจสอบจำนวนกว่าแปดล้านคนเป็นอะไรที่นานมากๆ 

    “ จริงสิแฟร์ซ่าเธอมีพวกของที่ทำให้เผ่าปีศาจเผลอปล่อยออร่าปีศาจออกมาไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ของแบบนั้นมันก็พอมี…จริงสิถ้าหากทำให้มันปล่อยออร่าออกมาได้ก็สามารถหาพวกมันเจอและจะได้จับพวกมันได้ในคราวเดียว ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับ

    “ แล้วมีไหม? ” ไลท์ถาม

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าครุ่นคิดก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ไม่รู้ว่ามันจะการได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะมหาเวทย์ของฉันบทหนึ่งสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายอย่างพวกเผ่าปีศาจหรือเผ่าวิญญาณได้ ” 

    “ ถ้าหากไม่ลองก็ไม่รู้สินะ ” ไลท์และคนอื่นๆพากันพยักหน้าด้วยความจริงจัง

    “ แล้วความกว้างของมหาเวทย์ของเธอกว้างแค่ไหน?” ไลท์ถาม 

    “ น่าจะครอบคลุมทั้งค่ายทหารนี้แหละ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่ายิ้มออกมา

    “ งั้นก็เริ่มกันเลยไหมล่ะ ” ไลท์หัวเราะ

    “ ได้ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพยักหน้าก่อนที่จะให้แม่ทัพทั้งหมดแอบไปซ่อนตามจุดต่างๆในค่ายเพื่อที่จะคอยตรวจสอบว่ามีปีศาจแฝงตัวมาไหม

    “ งั้นฉันก็จะเรียกคนของฉันมาด้วยแล้วกัน เจ้าพวกนี้สามารถตรวจสอบได้กว้างและน่าจะมีประโยชน์ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะบอกให้เฮลเฟลชไปบอกให้พวกเดซี่เตรียมความพร้อมเอาไว้

    หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง

    พวกไลท์ก็แอบอยู่ตามจุดต่างๆของค่ายทหาร

    บนท้องฟ้า 

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าลอยขึ้นมาพร้อมกับคฑาสีทองในมือ

    ทหารเอลฟ์ต่างมองไปที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าด้วยความสงสัย แต่ทุกๆคนก็ต่างพากันคุกเข่าให้กับจักรพรรดินีแฟร์ซ่าด้วยความเคารพ 

    จักรพรรดินีแฟร์ซ่าหันมามองที่ไปค่ายทหารเอลฟ์และชูคฑาสีทองขึ้นฟ้า

    “ มหาเวทย์แสงศักดิ์สิทธิ์รูปแบบที่สาม : แสงชำระล้าง ” 

    ทันใดนั้นวงแหวนเวทย์สีทองก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของจักรพรรดินีแฟร์ซ่า 

    ไม่นานด้านหน้าวงแหวนเวทย์ก็ค่อยๆปรากฏร่างของเทพธิดาผู้หนึ่ง ในมือของเทพธิดาถือคฑาสีทองเหมือนกับของจักรพรรดินีแฟร์ซ่า

    เทพธิดาชูคฑาขึ้นท้องฟ้าก่อนที่คฑาของเทพธิดาจะเปร่งแสงสีทองออกมา 

    เหล่าเอลฟ์ที่ได้รับแสงของเทพธิดาต่างพากันจิตใจสงบและรู้สึกปลอดโปล่ง แต่ทว่าจู่ๆตามจุดต่างของค่ายก็มีเอลฟ์บางคนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

    ทันทีที่พวกเอลฟ์เหล่านั้นกรีดร้องออกมา ออร่าของพวกเขาก็ค่อยๆปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด ออร่าสีดำที่โผล่ออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นร่างกายของพวกเอลฟ์เหล่านั้นก็ค่อยๆเปลื่ยนเป็นปีศาจ

    และทันทีที่พวกมันคือร่างเดิมพวกมันก็กลายเป็นบ้าคลั่งขึ้นมาและพยายามที่จะสังหารทหารเอลฟ์ที่อยู่ด้านข้างทันที 

    เนื่องจากทหารเอลฟ์ทั้งหมดกำลังนั่งคุกเข่าอยู่จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน แต่โชคก่อนที่พวกปีศาจจะลงมือสังหารทหารเอลฟ์ พวกมันก็ถูกสังหารก่อนแล้ว

    ไม่นานปีศาจกว่าร้อยตัวก็ถูกกำจัดทิ้งอย่างรวดเร็ว

    หลังจากที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าเห็นว่าพวกปีศาจถูกกำจัดไปหมดแล้วเธอจึงสลายมหาเวทย์ลง ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างยินดี

    “ ดูเหมือนว่าการที่ได้ไลท์มาช่วยนับว่าเป็นโชคดีของฝั่งเราสินะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพึมพำออกมา

    หลังจากที่จัดการพวกหน่วยสอดแนมของปีศาจจนหมดแล้วแม่ทัพทั้งหมดก็ถูกเรียกประชุมอีกครั้ง 

    “ ในเมื่อพวกเรากำจัดเผ่าปีศาจที่แฝงตัวในค่ายหมดแล้วแต่ก็ยังเหลือค่ายทหารอื่นๆอีก เพราะฉะนั้นพวกเราก็ยังไว้วางใจไม่ได้ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น

    แม่ทัพคนอื่นๆพากันเห็นด้วย เพราะนอกจากค่ายทหารหลักแล้วก็ยังมีค่ายย่อยอีกประมาณสิบกว่าค่าย ซึ่งแต่ละค่ายก็มีทหารเอลฟ์ไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองแสนคน

    ในขณะที่ไลท์กำลังนั่งฟังการปรึกษาของพวกเอลฟ์อยู่ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นขึ้น 

    จากนั้นไลท์ก็ขอตัวออกมาด้านนอกเพื่อที่จะคุยกับเฟลิกซ์

    “ ไลท์ตอนนี้พวกเราถึงทวีปเอลฟ์แล้วและคาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะถึงค่ายหลักของเอลฟ์ ตอนนี้นายอยู่ไหนงั้นหรอ?  ” เฟลิกซ์ถามขึ้น

    “ ผมอยู่ที่ค่ายหลักของเอลฟ์ครับ ” ไลท์ตอบ

    “ โอ้ เธอไปถึงแล้วงั้นหรอดีเลย จริงสิในครั้งนี้มีระดับSSเข้าร่วมแค่ห้าคนเท่านั้นซึ่งรวมฉันด้วย เพราะทางสภาจอมเวทย์รวมไปถึงนักผจญภัยระดับSSบางคนจะต้องไปป้องกันชายแดนระหว่างเผ่ามนุษย์และปีศาจ ส่วนกำลังทหารที่ฉันนำมาก็ประมาณห้าล้านคน ” เฟลิกซ์ตอบ

    “ เท่านี้ก็นับว่าดีแล้วครับ ” ไลท์ตอบ เพราะเขารู้ดีว่าพวกปีศาจเองก็ได้ส่งกองกำลังไปประชิดชายแดนของมนุษย์เพื่อทำให้มนุษย์ไม่สามารถมาช่วยเหลือพวกเอลฟ์ได้ แม้ว่าจะมาช่วยได้แต่ก็ต้องแบ่งกำลังพลมาป้องกันชายแดนทำให้ไม่สามารถมาช่วยได้อย่างเต็มที่

    “ ฉันคิดว่าอีกประมาณยี่สิบวันก็น่าจะถึงแล้ว เธอรอฉันที่นั้นแล้วกัน ” เฟลิกซ์พูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับ…จริงสิคุณเฟลิกซ์ถ้าหากเป็นไปได้ก็ขอให้ส่งระดับSSมาก่อนได้ไหมครับเพราะสถานการณ์ตอนนี้มันตึงเครียดมาก อีกอย่างพวกปีศาจที่มันจับตัวองค์หญิงเมลิซ่าไปก็เพื่อที่จะนำตัวเธอไปบูชายันต่อเทพปีศาจ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ หมายความว่ายังไง? ” เฟลิกซ์ถามด้วยความสงสัย

    ไลท์จึงเล่าเรื่องการบูชายันให้กับเฟลิกซ์ฟัง

    “ ที่แท้ก็แบบนี้เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในอดีตอัจฉริยะของมนุษย์เราถูกปีศาจจับตัวไปนับไม่ถ้วน ที่แท้ก็ต้องการนำไปบูชายันนี้เอง ” เฟลิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะสั่งให้แนวหน้าเดินทางไปหาพวกเธอก่อนแล้วกัน ” เฟลิกซ์พูดจบเขาก็วางสายไป

    ไลท์เองก็เดินเข้าไปด้านในเต็นท์อีกครั้ง

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน