หลังผ่านเหตุการณ์ใหญ่ไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนั้น หน้าทางเข้าประตูของพระราชวังที่มีทหารชั้นยอดเฝ้าอยู่นั้นก็มีผู้คนจำนวนมากจากสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือพวกสิบสองตระกูลใหญ่ อีกฝ่ายก็คือพวกศิลาสวรรค์ พวกมันทั้งหมดมารวมตัวกันราวกับนัดแนะกันไว้ก่อนแล้วเพื่อมาเรียกร้องความเป็นธรรม
“พวกเราขอเข้าเฝ้าจักรพรรดินีพันปีหลวงเพื่อขอคำอธิบายที่คนของท่านมาฆ่าคนของข้าสิบสองตระกูลใหญ่”
“พวกเราจากศิลาสวรรค์ก็ต้องการคำอธิบายเรื่องทั้งหมดออกมาให้คำตอบกับพวกเราด้วย”
...
คนที่มารวมตัวกันมากมายพวกนี้มาทำให้วันอันสุขสบายของทหารชั้นยอดอย่างพวกเขาที่ต้องเฝ้าประตูทางเข้าพระราชวังต้องปวดหัวอีกครั้ง
“ทุกท่านครับใจเย็นก่อนเดี๋ยวก็ได้เข้าเฝ้ากันทุกคนแต่ตอนนี้ภายในพระราชวังกำลังมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นอยู่เพราะฉะนั้น...”
เหล่าทหารพยายามพูดอธิบายไป มีเหรอที่พวกมันจะฟังกัน พวกมันก็พยายามพูดกล่าวหาเสริมเติมแต่งกันต่อไป
“ไร้สาระ เรื่องอะไรจะไปสำคัญกว่าคนของข้าถูกฆ่าโดยชายคนหนึ่งกันละ ถ้าไม่ได้คำตอบในวันนี้อย่าหวังว่าทางสิบสองตระกูลใหญ่จะอยู่เฉยได้”
“พวกเราศิลาสวรรค์เองก็จะไม่อยู่เฉยเช่นเดียวกัน”
...
เสียงเรียกร้องความเป็นธรรมของพวกสิบสองตระกูลใหญ่กับพวกศิลาสวรรค์ดังขึ้นเรื่อยๆจนเป็นเสียงกังวาลกึกก้องไปทั่วทำให้ประชาชนในเมืองเกิดความสนใจว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังทำอะไรกันอยู่แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเรียกร้องความเป็นธรรมมากขนาดไหนก็ไม่มีใครออกมาให้คำตอบส่วนพวกทหารก็ปิดประสาทการได้ยินและใช้สัมผัสพิเศษแทนทำให้พวกเขาเฝ้าเวรยามกันต่อไปได้
เวลาผ่านพ้นไปกว่าสามชั่วโมงก็ไม่มีคำตอบออกมาจากภายในพระราชวังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาคิดจะบุกฝ่าเข้าไปโดยคิดจะฝ่าทหารชั้นยอดที่อยู่ตรงหน้า
“ในเมื่อไม่ได้คำตอบพวกเรา บุก!”
“โอ้!!!…..”
…
ผู้คนจากทั้งสองกลุ่มที่มาเรียกร้องความเป็นธรรมหยิบอาวุธของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะพุ่งเข้าหาทหารชั้นยอดที่เฝ้าเวรยามกันอยู่ ทางฝั่งทหารชั้นยอดที่จับตาดูการกระทำที่ไร้สาระของกลุ่มคนพวกนี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ในเมื่อต้องการก่อสงครามกับจักรวรรดิเอสโทเนียก็เข้ามาเลย ทางฝั่งของพวกเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกันแค่พวกแกทั้งหมดมาแหกปากที่นี่มันก็ผิดกฎหมายแล้ว”
อาวุธของทั้งสองฝั่งพุ่งเข้าหากันการปะทะกันระหว่างคนของกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่ที่ร่วมมือกับกลุ่มศิลาสวรรค์อย่างลับๆกับทหารชั้นยอดก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้นตามแผนที่วางเอาไว้ กองกำลังเสริมของทางฝั่งสิบสองตระกูลใหญ่ก็มาเสริมนั่นก็คือพวกผู้นำตระกูลทั้งสิบสองกับเหล่าคนในตระกูลทั้งหมดและพวกศิลาสวรรค์ทั้งร้อยอันดับรวมถึงผู้นำพวกมันกับคนที่เข้าร่วมกับพวกมันทั้งหมดก็ได้เดินทางมาเพื่อเสริมกำลังรบทั้งหมดกว่าหนึ่งแสนคน
ส่วนประชาชนในเมืองทั้งหมดที่เห็นความผิดปกติตั้งแต่แรกแน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดก็รีบเข้าไปหลบในสถานที่หลบภัยสงครามที่ชาร์ลอตต์ได้ทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้วเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ภายในเมืองและมันก็ได้ผลดีมาก ทำให้พวกที่พยายามจะหาตัวประกันโดยเอาประชาชนมาเป็นโล่พวกมันกลับคว้าน้ำเหลวไปทั้งหมด
“เมืองนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดทำไมถึงไม่มีผู้คนออกมาเดินเพ่นพ่านกันเลย ไม่สิต้องพูดว่าไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้แต่ในบ้านของพวกเขาเอง”
“มันก็จริงนะมันแปลกมากราวกับว่าเมืองนี้เป็นเมืองร้างผู้คนไปแล้ว”
“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกนั้นแล้วเพราะมันเหนือความคาดหมายของพวกเรา วันนี้พวกเราก็แค่จะมาถล่มพระราชวังของจักรวรรดิเอสโทเนียจุดศูนย์กลางของโลกแห่งนี้ให้สูญสิ้นไปก็เท่านั้น”
…
การร่วมมือครั้งนี้เป็นเพราะการที่กลุ่มของผมทั้งหมดไปถล่มฐานที่มั่นของพวกกลุ่มมนุษย์ชุดดำจนหายไปจากโลกใบนี้พวกเขาทั้งหมดก็เลยมีความคิดที่ว่าก่อนที่กลุ่มของผมจะคิดไปทำลายพวกเขาทั้งหมดก่อน พวกเขาก็จะเคลื่อนไหวมาเพื่อทำลายกลุ่มของผมก่อนนั่นเอง แผนทั้งหมดนั้นก็คือการกลบฝังกลุ่มของผมไปพร้อมกับอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างจักรวรรดิเอสโทเนียให้ล่มสลายไปด้วย
พวกเขาทั้งหมดที่มาในครั้งนี้ก็มีคนที่มาจากโลกที่สูงกว่ามาด้วยและก็เป็นพวกที่แข็งแกร่งมากกว่าพวกก่อนๆที่มากันอีก ( กลุ่มที่ร่วมมือกับกลุ่มมนุษย์ชุดดำคราวก่อน และก็เป็นลูกน้องที่จอห์นมอบยาให้มาทำภารกิจนั่นเอง ) ทำให้พวกเขาทั้งหมดมีความมั่นใจที่จะลงมือกับกลุ่มของผมให้จบในครั้งเดียวเพื่อไม่ให้เหลือเป็นขวากหนามคอยขวางทางพวกเขาทั้งหมดได้อีก
การปะทะระหว่างทหารชั้นยอดกับกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่ที่ร่วมมือกับกลุ่มศิลาสวรรค์พวกแรกที่ดุเดือดก็เริ่มมีผู้บาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆส่วนมากจะเป็นทางฝั่งกลุ่มของสิบสองตระกูลใหญ่กับศิลาสวรรค์มากกว่าที่ถูกทหารชั้นยอดโจมตีจนล่าถอยกันไป
กำลังเสริมที่มาถึงที่จุดปะทะไม่รอช้าพุ่งเข้าปะทะกับทหารชั้นยอดอย่างรวดเร็วแทนที่กับกลุ่มก่อนหน้าที่เป็นแค่พวกลูกน้องไร้ประโยชน์ทำให้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นทหารชั้นยอดเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้มามือเปล่าแต่มากับอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงที่เตรียมมาเพื่อถล่มพระราชวังโดยเฉพาะ พวกมันก็ได้นำปืนใหญ่ที่มีชื่อว่า "ปืนใหญ่ระเบิดเวทย์" ที่มีความสามารถในการทำลายล้างเป้าหมายด้วยพลังเวทย์มหาศาลที่ยิงอัดแน่นออกมา
จากนั้นก็ให้หน่วยหนึ่งที่มีหน้าที่ในการเติมพลังเวทย์ลงไปเพื่อที่จะได้ยิงมันออกไป กระสุนพลังเวทย์ถูกอัดจนเต็มในปริมาณที่จะยิงออกไปต่อจากนั้นก็จะมีคนอีกลุ่มหนึ่งคอยให้สัญญาณในการยิง
“เล็งไปที่พระราชวังศูนย์กลาง ระเบิดมันทิ้งซะ ยิงได้!”
ปืนใหญ่ถูกเล็งไปที่พระราชวังตามที่คนให้สัญญาณได้บอกไปจากนั้นกระสุนพลังเวทย์ก็ถูกยิงออกไป เมื่อกระสุนพลังเวทย์ถูกยิงออกไปมันก็พุ่งไปด้วยความเร็วสูงตรงไปยังพระราชวังศูนย์กลางที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
ทันใดนั้นเองขณะที่กระสุนพลังเวทย์ยังไม่พ้นเขตกำแพงไปมันก็ระเบิดออกมาครั้งใหญ่ความรุนแรงพอๆกับปีศาจตนนั้นที่ระเบิดพลังสภาวะออกมา แรงระเบิดก็กวาดเอาคนของกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่กับคนของกลุ่มศิลาสวรรค์ที่อยู่ด้านหน้าสุดไปทั้งหมด ส่วนกลางของกองกำลังก็กระเด็นกันไปคนละทิศคนละทางในสภาพบาดเจ็บสาหัส
แรงระเบิดพวกนั้นไม่ได้ทำความเสียหายให้กับทหารชั้นยอดเพราะเมื่อเป็นคนในรายชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นคนในพระราชสำนักหรือว่าเป็นทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แล้วละก็มหาเวทย์ป้องกันขนาดใหญ่ก็จะต้านทานความเสียหายถึงชีวิตเอาไว้ได้ทั้งหมดทำให้พวกเขาอย่างมากก็แค่บาดเจ็บไปเท่านั้น
ผลของแรงระเบิดเล่นเอากลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่กับกลุ่มศิลาสวรรค์สะดุ้งกันไปตามๆกัน พวกเขารู้ทันทีว่ากำลังติดกับดักที่กลุ่มของผมวางเอาไว้ แต่กว่าจะรู้พวกมันก็ถูกปืนใหญ่ที่อยู่ด้านบนกำแพงของทางพระราชวังเล็งไปที่พวกเขาแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของผมที่มาจากทักษะรังสรรค์
“บ้าจริง เปิดเกราะป้องกันฉุกเฉิน”
กระสุนจากปืนใหญ่ที่ผมสร้างขึ้นถูกยิงออกไปโดยไม่มีแม้แต่เสียงแจ้งเตือนใดๆมีเพียงแค่แสงสว่างครั้งสุดท้ายที่สว่างขึ้นมาก่อนจะลากพวกมันทั้งหมดไปกับการระเบิดที่จำกัดบริเวณให้อยู่ภายในรัศมีที่ขนาดของกองกำลังทั้งสองกลุ่มอยู่ ปืนใหญ่นี้มีชื่อว่า TRPO9785 เป็นปืนใหญ่ที่มีพลังทำลายล้างสูงจากโลกก่อนของผม มันสามารถกำหนดได้ทั้งอาณาเขตพลังทำลายที่ต้องการและหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่ไม่ใช่เป้าหมายได้
ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะมันยังมีเทคโนโลยีในการเคลื่อนที่ไปหาเป้าหมายในระยะหวังผลได้ทันที แต่ข้อเสียมันจะอยู่ที่ว่าการเตรียมการในแต่ละการยิงของมันค่อนข้างนานกินเวลาไปกว่าหนึ่งนาทีกว่าจะยิงครั้งต่อไปได้ทำให้มันไม่จัดว่ามีความน่ากลัวในโลกก่อนของผมแต่ว่าโลกแห่งนี้มันไม่ใช่
แสงที่สว่างเจิดจ้าขึ้นมาผ่านไปกว่าสิบวินาทีแสงที่ว่ามันค่อยๆหายไปอย่างช้าๆคนที่เหลือรอดไปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ก็มีเพียงพวกที่มีความสามารถแรงค์ SS ที่มีรวมๆกันจากทั้งสองกลุ่มอยู่ไม่ถึงสองพันคนจากคนนับหมื่นนับแสนที่ยกกันมา ภาพความเสียหายที่ปรากฏออกมาสร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่
ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่มาทำภารกิจของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99 ที่เกิดอาการแตกตื่นเล็กน้อยเขาก็พูดออกมาพร้อมหันไปหาพวกที่ยังเหลือรอดจากทั้งสองกลุ่ม
“ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมีอาวุธที่ร้ายกาจขนาดนี้อยู่ด้วย ฉันคงไม่มีทางเลือกแล้ว ทุกคนใช้ยาเร่งประสิทธิภาพ R1 ได้เลย”
ทุกคนที่เหลือรอดหยิบยาที่ชื่อยาเร่งประสิทธิภาพR1ขึ้นมา ยาตัวนี้หาซื้อได้ทั่วไปบนโลกที่สูงกว่าแต่ว่ากับโลกที่อยู่เบื้องล่างนั้นเป็นยาที่หาได้ยากมันไม่มีผลกระทบอะไรมากนักนอกจากจะเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นอสูรร้าย พวกคนจากทั้งสองกลุ่มที่ยังเหลือรอดกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็วผ่านไปเพียงห้าวินาทีร่างกายทั้งหมดของพวกเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นกว่าสามเท่ามีเขางอกออกมาที่หัวของพวกเขาทุกคนหนึ่งเขาและฟันเขี้ยวของพวกเขาทั้งหมดก็งอกยาวถึง 30 เซนติเมตร ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะคำรามออกมา โฮก!
เมื่อเห็นแผนการที่หัวหน้าของกลุ่มพวกเขาที่ถูกส่งมาทำภารกิจจากกลุ่มโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99 ชายคนหนึ่งในกลุ่มก็พูดออกมาด้วยสีหน้าชื่นชมหัวหน้าของเขา
“ถึงพวกมันจะมีอาวุธที่ทำให้พวกเราที่อยู่ในโลกที่สูงกว่าแปลกใจเล็กน้อยแต่แผนการของหัวหน้านี่มันสุดยอดจริงๆคราวนี้พวกมันคงไม่สามารถรับมือกับกลุ่มสองกลุ่มที่มีพลังความสามารถที่เหนือล้ำไปกว่าโลกใบนี้ได้แล้ว”
“คราวนี้คงเป็นภารกิจที่ง่ายดายกว่าครั้งก่อนแน่ๆ ฮ่า ฮ่า ท่านผู้นำคงตบรางวัลให้กับพวกเราอย่างแน่นอน”
ชายที่เป็นหัวหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา
“มารอดูผลที่เกิดขึ้นกันเถอะ”
ขณะที่ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่มาทำภารกิจของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99 กำลังรอดูผลที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่นั้น ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีหน้าตาหล่อมีเสน่ห์ ผมสั้นสีดำ และมีดวงตาสีฟ้า ที่เอาดาบเล่มสีดำพาดไว้บนบ่าปรากฏตัวออกมาอยู่ด้านข้างของชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่มาทำภารกิจจากนั้นก็พูดออกมา
“นั่นสินะมารอดูกันเถอะ”
. . .