บทที่ 16 : ภารกิจสีชาด เืล้างสันเขาหมอกพิษ!
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสามวัน นับั้แ่การปรากฏตัวอันะเืเลื่อนลั่นของซูหลงอวิ๋น ณ หอกระบี่์ ข่าวคราวการใช้เพียงสองนิ้วหักทำลายศาสตราิญญา และบดขยี้ 'เซียวถิง' ศิษย์สืบทอดอันดับสองผู้เปี่ยมพร์จนหมดสภาพ ได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกยอดเขาทั้งเก้าสิบเก้ายอดของสำนักกระบี่์ประดุจพายุเฮอริเคน
บรรดาศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน หรือแม้กระทั่งศิษย์สืบทอดคนอื่นๆ ต่างพากันเก็บตัวเงียบเชียบ ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเดินผ่านเชิง 'ยอดเขาัผงาด' อันเป็ที่พำนักของสัตว์ประหลาดเก้าดาวผู้นี้ ด้วยเกรงว่าจะไปกระตุกหนวดัเข้าโดยไม่รู้ตัว ความเคารพยำเกรงและความหวาดผวาได้ฝังรากลึกลงไปในจิตใจของทุกคนอย่างสมบูรณ์
ทว่า สำหรับซูหลงอวิ๋นแล้ว ชื่อเสียงจอมปลอมเหล่านี้หาได้มีความหมายอันใดไม่ ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขาปิดด่านฝึกซ้อมอยู่แต่ภายในตำหนักบนยอดเขาัผงาด จมจ่อมอยู่กับการทำความเข้าใจ 'เคล็ดกระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ' กระบวนท่าแรก 'กลืนแสงดับดารา' อย่างลึกซึ้ง อาศัยความหนาแน่นของปราณิญญาระดับปฐีที่ถูกดึงดูดมาด้วยค่ายกลดาราจักรกลืน์ ขัดเกลารากฐานขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสูงสุดให้ควบแน่นจนแทบจะกลั่นตัวเป็หยดน้ำแห่งแก่นแท้
"ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสูงสุดของข้า บัดนี้อิ่มตัวจนถึงขีดสุดแล้ว หาก้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขต 'สร้างรากฐาน' ข้าจำต้องอาศัยแรงกระตุ้นจากการต่อสู้เสี่ยงตาย และทรัพยากรธาตุหยินหยางที่เข้มข้นยิ่งกว่านี้ การนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียวย่อมมิอาจนำพาข้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งวิถีเทวะไปได้"
ซูหลงอวิ๋นลืมตาขึ้นช้าๆ ั์ตาสีดำล้ำลึกทอประกายคมกริบประดุจกระบี่วิเศษที่ถูกลับจนได้ที่ เขาลุกขึ้นยืน สะบัดชายเสื้อคลุมสีขาวขลิบดิ้นทองให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากตำหนัก มุ่งหน้าสู่ศูนย์กลางของสำนักกระบี่์อีกครั้ง
เป้าหมายของเขาในวันนี้คือ 'หอภารกิจ' หอภารกิจตั้งอยู่บนลานศิลาฝั่งทิศตะวันออกของเกาะลอยฟ้า อาคารไม้หอมิญญาสามชั้นแห่งนี้ คลาคล่ำไปด้วยศิษย์สำนักนับพันคนที่เดินขวักไขว่เข้าออก เพื่อรับมอบหมายภารกิจจากสำนัก แลกเปลี่ยนกับ 'แต้มผลงาน' ซึ่งสามารถนำไปแลกทรัพยากร โอสถ หรือคัมภีร์ยุทธ์ได้
เมื่อซูหลงอวิ๋นปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูหอภารกิจ บรรยากาศอันคึกคักและเสียงพูดคุยจอแจก็พลันเงียบสนิทลงราวกับถูกมนตร์สะกด ศิษย์ทุกคนต่างหยุดชะงักและรีบแหวกทางออกเป็ช่องกว้างให้เด็กหนุ่มเดินผ่าน พร้อมกับก้มหน้าประสานมือคารวะด้วยความเคารพยำเกรง
"คารวะศิษย์พี่ใหญ่ซู!" เสียงทักทายดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงประดุจเสียงคลื่นกระทบฝั่ง
ซูหลงอวิ๋นเพียงแค่พยักหน้าตอบรับแ่เบา ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทว่าก็เปี่ยมไปด้วยอำนาจราชศักดิ์ที่ไม่อาจล่วงละเมิด เขาก้าวเท้าเข้าไปภายในหอภารกิจ ตรงไปยังกระดานหยกขนาดั์ที่ตั้งอยู่ใจกลางโถงชั้นหนึ่ง
บนกระดานหยก ปรากฏตัวอักษรเรืองแสงสีต่างๆ ลอยเลื่อนไปมา บ่งบอกถึงระดับความยากของภารกิจ สีขาวคือภารกิจระดับต่ำสำหรับศิษย์สายนอก สีเหลืองคือระดับกลางสำหรับศิษย์สายใน สีแดงคือระดับสูงสำหรับศิษย์สืบทอด และสีม่วง... คือภารกิจระดับอันตรายสูงสุด ที่แม้แต่ผู้าุโยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนรับงาน
ผู้าุโคุมหอภารกิจ รูปร่างท้วมและมีใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือซูหลงอวิ๋น ก็รีบก้าวออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
"ศิษย์หลานซู วันนี้สายลมอันใดพัดพาท่านมาถึงหอภารกิจแห่งนี้กันเล่า? ด้วยสถานะศิษย์สืบทอดหลักอันดับหนึ่ง ทรัพยากรของสำนักย่อมเปิดกว้างสำหรับท่าน ท่านมิจำเป็ต้องเหน็ดเหนื่อยออกไปทำภารกิจเสี่ยงอันตรายเลยแม้แต่น้อย" ผู้าุโกล่าวด้วยความนอบน้อม
"ผู้าุโกล่าวเกินไป การบ่มเพาะที่แท้จริงมิใช่การหมกตัวอยู่ในรังอันอบอุ่น ทว่าคือการออกไปเผชิญหน้ากับพายุฝนและคมดาบต่างหาก ข้ามาที่นี่เพื่อมองหาภารกิจที่ท้าทายพอจะกระตุ้นสายเืของข้าสักหน่อย"
ซูหลงอวิ๋นตอบเสียงเรียบ สายตากวาดมองไล่ระดับขึ้นไปบนกระดานหยก เขามองข้ามภารกิจสีขาวและสีเหลืองไปโดยสิ้นเชิง หยุดสายตาลงที่หมวดหมู่สีแดงและสีม่วงที่อยู่บนสุด
"ปราบปรามอสูรหมีคลั่งระดับหกที่หุบเขาวายุ... น่าเบื่อเกินไป"
"คุ้มกันขบวนสินค้าของหอหมื่นสมบัติข้ามทะเลทรายโลหิต... เสียเวลาเปล่า"
สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับตัวอักษรสีม่วงเข้มที่กะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงสถานะฉุกเฉินและอันตรายระดับสูงสุด
[ ภารกิจระดับม่วง (ฉุกเฉิน) : ตรวจสอบและกวาดล้าง 'สันเขาหมอกพิษ' ]
รายละเอียด: ศิษย์สายในสิบคนและศิษย์สืบทอดสองคนที่ถูกส่งไปคุ้มกันเหมืองหินปราณิญญา ณ สันเขาหมอกพิษ (เขตแดนติดต่อกับสำนักหมอกบรรพต) ได้ขาดการติดต่อไปเป็เวลาเจ็ดวัน คาดว่าอาจถูกสัตว์อสูรระดับสูง หรือผู้ฝึกยุทธ์จากสำนักหมอกบรรพตลอบโจมตี
เงื่อนไขผู้รับภารกิจ: ต้องมีขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางขึ้นไป หรือรวมกลุ่มศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานไม่ต่ำกว่าห้าคน
รางวัล: แต้มผลงานห้าหมื่นแต้ม และสิทธิ์ในการเลือกหินปราณระดับกลางจากเหมืองหนึ่งพันก้อน!
"สันเขาหมอกพิษ... เขตแดนของสำนักหมอกบรรพตที่ผู้าุโเจี้ยนเคยเตือนข้าไว้สินะ" มุมปากของซูหลงอวิ๋นยกขึ้นเป็รอยยิ้มเย็นเยียบ "ศัตรูที่เชี่ยวชาญการลอบสังหาร พิษร้าย และค่ายกล... ช่างเป็หนูทดลองชั้นยอดสำหรับทดสอบเคล็ดวิชาใหม่ของข้าเสียจริง"
"ข้าขอรับภารกิจนี้"
ซูหลงอวิ๋นชี้ปลายนิ้วไปยังตัวอักษรสีม่วงบนกระดานหยก ทันทีที่เขากล่าวจบ ทั่วทั้งหอภารกิจก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง!
ผู้าุโคุมหอภารกิจเบิกตากว้าง รีบเอ่ยทัดทานด้วยความตื่นตระหนก "ศิษย์หลานซู! ภารกิจนั้นอันตรายยิ่งนัก! สันเขาหมอกพิษเต็มไปด้วยปราณหยินและพิษร้ายที่กัดกร่อนกระดูก ซ้ำยังอาจมีผู้าุโของสำนักหมอกบรรพตดักซุ่มอยู่! เงื่อนไขของภารกิจระบุชัดเจนว่าต้องมีขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง หรือไปเป็กลุ่มใหญ่ แม้ท่านจะมีพร์สูงส่ง ทว่าระดับพลังของท่านยังอยู่ในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้า... การไปผู้เดียว ย่อมไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย!"
ศิษย์รอบข้างต่างพยักหน้าเห็นด้วย สำนักหมอกบรรพตคือศัตรูคู่อาฆาตของสำนักกระบี่์ พวกมันโเี้อำมหิต หากอัจฉริยะเก้าดาวอย่างซูหลงอวิ๋นตกไปอยู่ในมือพวกมัน ย่อมต้องถูกทรมานจนิญญาแตกซ่านเป็แน่
ทว่าซูหลงอวิ๋นกลับมิได้นำพาต่อคำเตือน เขายื่นป้ายหยกประจำตัวศิษย์สืบทอดหลักออกไปเบื้องหน้า "ข้าเป็ศิษย์สืบทอดหลักอันดับหนึ่ง มีสิทธิ์ในการรับภารกิจทุกระดับโดยมิต้องสนใจเงื่อนไขมิใช่หรือ? ทำการบันทึกซะ หากข้าตายตกที่นั่น ก็ถือว่าข้าไร้ความสามารถเอง สำนักไม่ต้องรับผิดชอบอันใด"
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ผู้าุโคุมหอถึงกับสะอึก ไม่อาจเอ่ยคำคัดค้านใดๆ ได้อีก ด้วยกฎของสำนัก ศิษย์สืบทอดหลักอันดับหนึ่งมีสิทธิพิเศษเหนือกว่าข้อบังคับทั่วไป ผู้าุโจำใจต้องนำป้ายหยกของซูหลงอวิ๋นไปประทับตราแสงสีม่วงลงไป ถือเป็การยืนยันการรับภารกิจอย่างเป็ทางการ
"รักษาตัวด้วย ศิษย์หลานซู หากพบเจออันตรายที่ไม่อาจต้านทาน จงรีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกลับมายังสำนักทันที!" ผู้าุโกำชับด้วยความเป็ห่วง
ซูหลงอวิ๋นรับป้ายหยกคืนมา เก็บเข้าอกเสื้ออย่างไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากหอภารกิจ มุ่งหน้าสู่ประตููเาเพื่อลงจากเกาะลอยฟ้า
การเดินทางครั้งนี้ เขาเลือกที่จะเดินทางเพียงลำพัง ไม่ใช้กระเรียนิญญาเมฆา หรือสัตว์พาหนะใดๆ ของสำนัก เพื่อความคล่องตัวและหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากศัตรู
...
สันเขาหมอกพิษ ตั้งอยู่ห่างจากสำนักกระบี่์ไปทางทิศเหนือราวแปดพันลี้ หากเป็ปุถุชนทั่วไปคงต้องใช้เวลาเดินทางนับเดือน ทว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่เก้าสูงสุดอย่างซูหลงอวิ๋น ผสานกับวิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงามายา' ที่ได้รับการยกระดับด้วยเจตจำนงกระบี่า ร่างของเขากลายเป็เพียงเงาสายลมที่พุ่งทะยานตัดข้ามผืนป่าและขุนเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
สองวันสองคืนเต็มที่เขาเดินทางโดยไม่หยุดพัก ในที่สุด เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏทิวเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบสีเขียวอมดำ ท้องฟ้าในบริเวณนี้มืดครึ้มไร้แสงตะวัน กลิ่นเหม็นคาวเน่าเปื่อยของซากศพและกลิ่นฉุนของพิษร้ายลอยคละคลุ้งมาตามสายลม เพียงแค่สูดดมเข้าไปเล็กน้อย ปุถุชนทั่วไปก็คงกระอักเืตายในทันที
"ถึงแล้วสินะ... สันเขาหมอกพิษ"
ซูหลงอวิ๋นหยุดยืนอยู่บนยอดไม้สูงใหญ่ ห่างจากแนวหมอกพิษเพียงสิบจั้ง เขามองเข้าไปในดงหมอกมฤตยูด้วยสายตาสงบนิ่ง พิษเหล่านี้อาจน่ากลัวสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ทว่าสำหรับผู้ที่เคยฝังตัวอยู่ในก้นหุบเหวอวสานิญญาและใช้หมอกพิษเป็ทรัพยากรบ่มเพาะมาแล้ว นี่เป็เพียงแค่ลมหายใจอันหอมหวานเท่านั้น
เขาโคจร 'เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล' วังวนสีทองปรากฏขึ้นที่จุดตันเถียน ร่างกายแผ่รัศมีแรงดึงดูดอันมหาศาลออกมา ซูหลงอวิ๋นพุ่งทะยานร่างเข้าสู่สันเขาหมอกพิษอย่างไร้ความหวาดหวั่น!
ซูมมม!
ทันทีที่เขาก้าวล่วงเข้าไป หมอกพิษสีเขียวอมดำรอบกายก็ราวกับถูกหลุมดำกระชาก พวกมันพุ่งทะลักเข้ารูขุมขนของเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ทว่าแทนที่จะไปกัดกร่อนอวัยวะภายใน พวกมันกลับถูกเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกที่รออยู่ภายในแช่แข็งและบดขยี้ กลั่นกรองเป็พลังปราณบริสุทธิ์หล่อเลี้ยงเส้นชีพจรของเขาทันที!
ยิ่งเดินลึกเข้าไป หมอกพิษก็ยิ่งหนาแน่น แต่ซูหลงอวิ๋นกลับยิ่งก้าวเดินอย่างสบายใจ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
ตามข้อมูลจากภารกิจ เหมืองหินปราณิญญาที่ศิษย์ของสำนักขาดการติดต่อไป ตั้งอยู่ลึกลงไปในหุบเขารูปพัด ซูหลงอวิ๋นใช้เวลาเดินลัดเลาะตามซอกเขาอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ััได้ถึงกลิ่นอายคาวเืที่สดใหม่ ผสมปนเปอยู่กับกลิ่นหมอกพิษ
ซูหลงอวิ๋นลบหลู่กลิ่นอายของตนเองจนมิดชิด กลมกลืนไปกับความมืดมิดและมวลหมอก เขาใช้วิชาตัวเบาลอบเร้นเข้าไปใกล้ต้นตอของกลิ่นเื
เบื้องหน้าของเขา คือลานกว้างหน้าปากถ้ำเหมืองที่ถูกเจาะลึกเข้าไปในูเา ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่บนลานกว้างนั้น กลับทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มเย็นเยียบลงประดุจน้ำแข็ง
บนพื้นหินที่อาบชโลมไปด้วยเืสีแดงฉาน ปรากฏร่างไร้ิญญาของศิษย์สำนักกระบี่์นับสิบชีวิต นอนตายเกลื่อนกลาดในสภาพที่น่าสยดสยอง บางศพถูกกัดกร่อนด้วยพิษจนเนื้อหลุดลุ่ยถึงกระดูก บางศพใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปแสนสาหัส และตรงกลางลานกว้างนั้น มีเสาหินศิลาสีดำสลักอักขระลี้ลับตั้งตระหง่านอยู่ ศพของศิษย์สืบทอดสองคนที่ถูกส่งมาคุ้มกันเหมือง ถูกตอกตะปูเหล็กเวทมนตร์ตรึงติดไว้กับเสาหิน เืของพวกเขากำลังไหลหยดลงสู่อักขระบนพื้น เพื่อหล่อเลี้ยงค่ายกลมารบางอย่าง!
"ค่ายกลโลหิติญญามาร! ช่างเป็วิชานอกรีตที่ต่ำช้าเสื่อมทรามยิ่งนัก การใช้ิญญาและเืสดๆ ของผู้ฝึกยุทธ์มาสังเวยเพื่อเปิดเส้นทางลับ... สำนักหมอกบรรพตพวกนี้ สมควรถูกกวาดล้างให้สิ้นซากจริงๆ" ซูหลงอวิ๋นประเมินค่ายกลเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เืของศิษย์สืบทอดจากสำนักกระบี่์ ช่างบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งนัก! อีกเพียงไม่กี่ชั่วยาม ค่ายกลโลหิตก็จะสมบูรณ์ ประตูมิติที่ซ่อนเร้นอยู่ในเหมืองแห่งนี้จะต้องเปิดออกอย่างแน่นอน! เมื่อถึงเวลานั้น สมบัติาที่ซ่อนอยู่ภายใน จะตกเป็ของสำนักหมอกบรรพตเรา!"
เสียงหัวเราะแหบพร่าและชั่วร้าย ดังก้องออกมาจากปากถ้ำเหมือง ปรากฏร่างของชายชราหลังค่อมผู้หนึ่ง สวมชุดคลุมยาวสีเทาหม่นที่ปักลวดลายกะโหลกไขว้ มือขวาถือไม้เท้าหัวกะโหลกที่แผ่กลิ่นอายพิษร้ายแรงออกมา ดวงตาของมันเรียวเล็กและเ้าเล่ห์ประดุจอสรพิษ กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมา บ่งบอกชัดเจนว่ามันคือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขต 'แก่นแท้ทองคำขั้นต้น'!
นี่คือ 'ผู้าุโพิษมรณะ' แห่งสำนักหมอกบรรพต ตัวการใหญ่ที่ลงมือลอบสังหารเหล่าศิษย์ของสำนักกระบี่์!
ด้านหลังของชายชรา มีชายหนุ่มในชุดเทาอีกสี่คนเดินตามออกมา พวกมันล้วนมีกลิ่นอายแห่งความตายและพิษร้ายแผ่ซ่านรอบกาย ระดับพลังของพวกมันล้วนอยู่ในขอบเขต 'สร้างรากฐานขั้นสูงสุด'! นับเป็ขุมกำลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ศิษย์รับภารกิจทั่วไปจะรับมือได้
"ผู้าุโขอรับ หมอกพิษคร่าิญญาที่ท่านวางค่ายกลไว้รอบหุบเขา ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก หากมีเศษสวะจากสำนักกระบี่์ถูกส่งมาเพิ่ม พวกมันก็คงตายตกอยู่กลางหมอกพิษนั่น โดยที่พวกเรามิต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำ ฮ่าฮ่า!" หนึ่งในศิษย์สำนักหมอกบรรพตกล่าวประจบประแจง
"อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ไอ้พวกกระบี่หัวแข็งพวกนั้น มักจะส่งยอดฝีมือระดับสูงมาสอดแนมเสมอ พวกเ้าจงแยกย้ายกันไปเฝ้าดูลาดเลารอบหุบเขา หากพบเห็นผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา จงใช้ค่ายกลพิษสังหารพวกมันทันที อย่าให้พวกมันเข้ามารบกวนพิธีกรรมของข้าได้!" ผู้าุโพิษมรณะสั่งการเสียงกร้าว
"รับคำสั่ง!" ศิษย์ทั้งสี่ประสานมือรับคำสั่ง เตรียมจะพุ่งทะยานออกไปแยกย้ายกันเฝ้ายาม
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
"ไม่ต้องเหนื่อยออกไปตามหาข้าหรอก ข้าเดินมารอพวกเ้าถึงที่นี่แล้ว"
เสียงราบเรียบ เ็า และแฝงไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าสัจธรรม ดังกังวานขึ้นท่ามกลางลานเื!
ผู้าุโพิษมรณะและศิษย์ทั้งสี่สะดุ้งสุดตัว พวกมันหันขวับไปมองยังทิศทางของต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนก บนโขดหินใหญ่หน้าลานกว้าง ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มในชุดขาวขลิบทอง ยืนตระหง่านอยู่ั้แ่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้!
หมอกพิษสีเขียวอมดำที่ลอยอยู่รอบตัวเขา กลับแหวกทางออกเป็วงกว้าง ราวกับหวาดกลัวตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างสุดซึ้ง!
"ศิษย์สืบทอดของสำนักกระบี่์? สวะระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้างั้นรึ!" ผู้าุโพิษมรณะหรี่ตาลง มองทะลุระดับพลังของซูหลงอวิ๋นในพริบตา ความตื่นตระหนกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะเย้ยหยัน "ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าก็นึกว่าพวกตาเฒ่าจากกระบี่์จะส่งแก่นแท้ทองคำมา ที่แท้ก็ส่งหนูตัวเล็กๆ มารนหาที่ตายเพิ่มอีกตัว! เ้าสามารถรอดชีวิตฝ่าหมอกพิษของข้าเข้ามาได้ นับว่ามีของวิเศษคุ้มกายที่ดี ทว่านั่นก็จะเป็การส่งมอบของวิเศษนั้นมาให้ข้าฟรีๆ เช่นกัน!"
ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุดทั้งสี่คนต่างหัวเราะร่วน ชักอาวุธที่อาบยาพิษออกมา "ผู้าุโ ขอมอบหน้าที่จัดการเศษสวะผู้นี้ให้พวกข้าเถิด เืของศิษย์สืบทอดระดับนี้ จะช่วยเติมเต็มค่ายกลโลหิตให้สมบูรณ์เร็วยิ่งขึ้น!"
ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองซากศพของศิษย์ร่วมสำนัก แม้เขาจะมิได้มีความผูกพันใดๆ กับคนเหล่านี้ ทว่าการถูกฆ่าล้างบางอย่างโเี้เช่นนี้ ก็ทำให้เจตจำนงกระบี่าในร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความกระหายเื
"สำนักหมอกบรรพต... วันนี้ ข้าจะขอใช้เืชั่วๆ ของพวกเ้า มาสังเวยดวงิญญาของศิษย์สำนักกระบี่์ และใช้พวกเ้า... เป็แท่นทดสอบ 'กระบี่กลืนดารา' ของข้า!"
"ปากดีนัก! อวดดีระดับรวบรวมปราณ กล้าท้าทายขอบเขตสร้างรากฐาน! ตายซะ!"
ศิษย์สำนักหมอกบรรพตสองคนพุ่งทะยานเข้าหาซูหลงอวิ๋นจากซ้ายและขวา มีดสั้นคู่ในมือของพวกมันสาดประกายแสงสีเขียวเข้มของพิษร้าย พุ่งเข้าทะลวงจุดตายของเด็กหนุ่มอย่างเหี้ยมโหด ความเร็วของขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุดนั้น รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ทว่า ในสายตาของซูหลงอวิ๋น การเคลื่อนไหวของพวกมันช่างเชื่องช้าประดุจหอยทากคลาน!
"รวดเร็วปานสายฟ้า? พวกเ้าคงไม่เคยเห็นสายฟ้าที่แท้จริงสินะ"
ซูหลงอวิ๋นมิได้หลบหลีก เขายื่นมือซ้ายออกไปเบื้องหน้า ใช้นิ้วชี้ขีดเขียนอักขระตัวหนึ่งลงบนความว่างเปล่าด้วยความเร็วที่เหนือล้ำจินตนาการ
"วิถีแห่งจารึกอาคม... อักขระกักขังมิติ!"
วิ้ง!
อักขระสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ มิติรอบกายของศิษย์ทั้งสองคน พลันแข็งค้างประดุจถูกแช่แข็งในก้อนอำพัน! ร่างที่กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงของพวกมัน หยุดชะงักงันกลางอากาศอย่างฉับพลัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด พยายามดิ้นรนทว่าร่างกายกลับไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว!
"นี่มันวิชามารอันใดกัน! มิติถูกปิดกั้น!"
ผู้าุโพิษมรณะเบิกตากว้าง ความประมาทในใจมลายหายไปจนสิ้น "อย่ามัวรอช้า! โจมตีมันพร้อมกัน! ค่ายกลเข็มพิษิญญาสลาย!"
ชายชราตวาดลั่น กระแทกไม้เท้าหัวกะโหลกลงกับพื้น รัศมีพลังแก่นแท้ทองคำะเิออก ศิษย์อีกสองคนที่เหลือรีบประสานอิน (มุทรา) ปลดปล่อยเข็มพิษเล่มเล็กจิ๋วสีดำสนิทนับหมื่นเล่ม พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาซูหลงอวิ๋นประดุจห่าฝนทะลวงฟ้า! เข็มพิษเหล่านี้อาบด้วยพิษที่สามารถละลายปราณคุ้มกันและเจาะทะลวงถึงิญญาได้โดยตรง!
เผชิญหน้ากับการโจมตีประสานของแก่นแท้ทองคำและสร้างรากฐาน ซูหลงอวิ๋นกลับยิ้มกริ่ม มือขวาที่ไพล่หลังอยู่ ค่อยๆ เลื่อนไปจับด้ามกระบี่กลืนเงา
"ในเมื่อพวกเ้าชอบเล่นกับพิษและค่ายกล ข้าก็จะให้พวกเ้าได้ลิ้มรสชาติของการถูก 'กลืนกิน' ทุกสิ่งทุกอย่าง จนไม่เหลือแม้แต่ความหวัง!"
ชิ้ง!!!
เสียงกระบี่ออกจากฝักดังกังวานก้องสะท้านฟ้าประดุจเสียงัคำราม!
ซูหลงอวิ๋นมิได้ปลดปล่อยเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกทว่าครั้งนี้ เขาปลดปล่อย 'เจตจำนงกระบี่า' ผสานเข้ากับเคล็ดวิชาลับระดับตำนานที่เพิ่งเรียนรู้มา!
"เคล็ดวิชาลับา... กระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ!"
"กระบวนท่าที่หนึ่ง... กลืนแสงดับดารา!"
พริบตาที่กระบี่กลืนเงาถูกฟาดฟันออกไป แสงสลัวรอบหุบเขาก็พลันดับวูบลง! ความมืดมิดอันลึกล้ำประดุจหลุมดำ ปรากฏขึ้นที่ปลายกระบี่ของซูหลงอวิ๋น แรงดึงดูดมหาศาลที่สามารถกลืนกินแสงสว่าง พลังปราณ และมิติ ะเิออกมากวาดล้างทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยจั้ง!
ซูมมมม!!!
เข็มพิษิญญาสลายนับหมื่นเล่มที่พุ่งเข้ามา เมื่อปะทะกับรัศมีแห่งความมืดมิดของกระบี่กลืนดารา กลับสลายกลายเป็เพียงฝุ่นผงและถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา! ไร้ซึ่งเสียงปะทะ ไร้ซึ่งแรงะเิ มีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกกลืนกินอย่างสมบูรณ์!
"อะไรกัน! พลังกระบี่นี่มันระดับใดกัน!" ผู้าุโพิษมรณะหวีดร้องเสียงหลง ไม้เท้าหัวกะโหลกในมือสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
พลังดึงดูดของกระบี่กลืนดารายังคงพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า กวาดต้อนร่างของศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสี่คน! มิติที่เคยกักขังศิษย์สองคนแรกแตกกระจาย ทว่าสิ่งที่รอพวกมันอยู่ คือความมืดมิดที่กลืนกินิญญา!
"ม่ายยยยยย!"
ศิษย์ทั้งสี่กรีดร้องโหยหวน ร่างกายของพวกมันถูกรังสีดาบสีดำทมิฬบดขยี้และดูดกลืนแก่นแท้พลังชีวิต เื ปราณยุทธ์ และิญญา ถูกสูบเข้าไปในกระบี่กลืนเงาอย่างตะกละตะกลาม ภายในเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจ ยอดฝีมือสร้างรากฐานขั้นสูงสุดสี่คน ก็กลายเป็เพียงผุยผงธุลี ร่วงหล่นหายไปในสายลม!
เหลือเพียงผู้าุโพิษมรณะ ผู้ซึ่งยืนตัวแข็งทื่อด้วยความสยดสยองสุดขีด! แก่นแท้ทองคำในจุดตันเถียนของมันสั่นรัวด้วยความกลัวตาย!
"เ้า... เ้าไม่ใช่มนุษย์! เ้ามันสัตว์ประหลาดจากขุมนรกใดกัน!" ชายชราเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก มันพยายามจะหันหลังวิ่งหนี อาศัยความเร็วของแก่นแท้ทองคำเอาชีวิตรอด
"มาถึงที่นี่แล้ว คิดจะหนีกลับไปรายงานสำนักเ้าหรือ? สายไปแล้วตาเฒ่า!"
ซูหลงอวิ๋นเก็บกระบี่กลืนเงาเข้าฝัก ร่างกายพุ่งทะยานด้วยย่างก้าวเงามายา ปรากฏตัวขวางหน้าผู้าุโพิษมรณะในชั่วพริบตา!
"ตายซะ!" ผู้าุโพิษมรณะรีดเร้นพลังเฮือกสุดท้าย ซัดไม้เท้าหัวกะโหลกที่อัดแน่นด้วยพิษร้ายแรงที่สุดเข้าใส่หน้าอกของซูหลงอวิ๋น!
ปัง!
ไม้เท้ากระแทกเข้ากับหน้าอกของเด็กหนุ่มอย่างจัง! พิษสีดำคล้ำพุ่งทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร!
ทว่า... ซูหลงอวิ๋นกลับยืนนิ่ง ไม่หลบหลีก ไม่กระอักเื เขาก้มลงมองไม้เท้าที่กระแทกอกตนเอง ก่อนจะยกยิ้มเ็า
"เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล... ขอบใจสำหรับอาหารว่าง"
ซูม!
พิษร้ายแรงที่เข้าสู่ร่างกาย ถูกจุดตันเถียนของซูหลงอวิ๋นดูดกลืนและย่อยสลายเป็พลังปราณบริสุทธิ์ในพริบตา! ผู้าุโพิษมรณะเบิกตากว้างแทบถลน มันรู้สึกได้ว่าพลังปราณแก่นแท้ทองคำของมัน กำลังถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าสูบดึงออกไปผ่านทางไม้เท้าอย่างบ้าคลั่ง!
"อั้ก... ปล่อยข้า! ปล่อย!"
ซูหลงอวิ๋นยื่นมือขวาออกไป บีบเข้าที่ลำคอของชายชรา ยกพลอยร่างของยอดฝีมือแก่นแท้ทองคำลอยขึ้นเหนือพื้นดินประดุจยกเศษผ้าขี้ริ้ว
"ก่อนที่ข้าจะส่งเ้าลงนรก จงบอกข้ามา... ค่ายกลโลหิติญญามารนี้ สร้างขึ้นเพื่อเปิดมิติไปสู่สิ่งใด? ในเหมืองหินปราณแห่งนี้ มีสมบัติาใดซ่อนอยู่!" ซูหลงอวิ๋นเค้นถาม ั์ตาสาดประกายสีทองอันศักดิ์สิทธิ์และอำมหิต บีบคั้นจิติญญาของชายชราจนแทบแตกซ่าน
ผู้าุโพิษมรณะที่ถูกดูดพลังจนอ่อนระทวย ความกลัวตายทำให้มันยอมคายความลับออกมาอย่างสั่นเทา "ขะ... ข้าบอกแล้ว... ได้โปรดละเว้นข้า... ในส่วนลึกของเหมืองแห่งนี้... มี 'รอยแยกมิติลับ' ที่หลงเหลือจากยุคา... ท่านประมุขสำนักหมอกบรรพตตรวจสอบพบว่า ภายในนั้นมี... มี 'เตาหลอมเทวะ' ซ่อนอยู่... ทว่ามิตินั้นถูกปิดผนึกด้วยคำสาปโลหิต... จึงต้องใช้เืและิญญาของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง... มาสังเวยเพื่อเปิดทาง..."
"เตาหลอมเทวะงั้นรึ?" ดวงตาของซูหลงอวิ๋นเป็ประกายวาบ สิ่งที่สามารถถูกเรียกว่า 'เทวะ' ในโลกใบนี้ ย่อมมิใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน หากเขาได้มันมา การหลอมโอสถและศาสตราของเขาจะก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างไม่อาจจินตนาการได้!
"ข้าบอกความลับแก่เ้าหมดแล้ว... ปล่อยข้าไปเถิด..." ชายชราวิงวอน
ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มมุมปาก "ขอบใจสำหรับข้อมูล ทว่า... ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเคยรับปากว่าจะปล่อยเ้าไป"
กร๊อบ!!!
สิ้นคำ ซูหลงอวิ๋นก็ออกแรงบีบมือขวา บดขยี้กระดูกลำคอของผู้าุโพิษมรณะจนแหลกละเอียด! ร่างของแก่นแท้ทองคำกระตุกเกร็งเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะสิ้นลมหายใจ ตกตายคาฝ่ามือของเด็กหนุ่มระดับรวบรวมปราณ!
เขาสะบัดร่างไร้ิญญาลงพื้น ล้วงเอาถุงิญญาของชายชรามาเก็บไว้ ทรัพย์สินของยอดฝีมือแก่นแท้ทองคำย่อมมิน้อยหน้าผู้ใด จากนั้น เขาหันไปมองยังเสาหินศิลาที่เต็มไปด้วยเืของศิษย์สำนักกระบี่์
"ค่ายกลโลหิตนี้... ดูดซับิญญาและเืไปมากพอแล้ว ข้าขอหยิบยืมพลังของมัน เพื่อเปิดประตูสู่มิติลับนั้นเสียเลยก็แล้วกัน!"
ซูหลงอวิ๋นเดินตรงไปยังปากถ้ำเหมือง ความมืดมิดเบื้องหน้าซุกซ่อนสมบัติาและอันตรายที่ไม่อาจคาดเดา