ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 116 พาว พาโทรลยังใช้แบบนี้ได้ด้วย

    ไม่มีอะไรดึงดูดใจเด็กได้ดีไปกว่าการ์ตูน

            และสำหรับทารกวิญญาณ มันก็มีแรงดึงดูดไม่ต่างกัน

            ผมวางโทรศัพท์ไว้ในมุมที่สามารถมองเห็นหน้าจอจากภายในห้องน้ำได้อย่างชัดเจน

            บวกกับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้ง กระตุ้นความกระหายของมันเข้าไปอีก

            ในที่สุด แผ่นไม้ที่ปิดตายประตูห้องน้ำก็เริ่มสั่นไหว

            มีบางสิ่งกำลังเบียดตัวผ่านช่องแคบออกมา

            เงาสีดำมืดปรากฏขึ้นศีรษะของมันบิดเบี้ยวเพราะถูกบีบจากช่องแคบของประตู

            มันเป็นเด็กที่ร่างกายผิดรูป ค่อยๆ คลานออกมาช้าๆ

            หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงขวัญเสียจนแทบหยุดหายใจ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเฉยชา ซ้ำยังตื่นเต้นอยู่หน่อยๆ

            ในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็ติดกับแล้ว

            ผมแสร้งทำเป็นไม่เห็นมัน แล้วปรับเสียงโทรศัพท์ให้ดังขึ้นอีกนิด

            “ไก่กุ๊กกุ๊ก~ ใครเห็นไก่กุ๊กกุ๊กของฉันไหม”

            “เรียกพาว พาโทรล!”

            “...”

            “พาว พาโทรล! พาว พาโทรล!”

            เสียงดนตรีกระตุ้นเร้า และทันใดนั้นทารกวิญญาณที่โผล่พ้นครึ่งตัวก็ดันตัวเองออกมาทั้งร่าง

            มันอ้าปากกว้าง เปล่งเสียงตามเพลงด้วยเสียงแหบแห้งและแหลมบาดหู

            “พาว พาโทรล...พาว พาโทรล...”

            เสียงนั้นเหมือนมีดโกนกรีดผ่านลำคอ แหบพร่าและสั่นสะท้าน

            มันพูดจบก็ดันตัวออกจากห้องน้ำทันที

            แต่ต่างจากทารกวิญญาณที่ผมเคยเจอที่เนินเขาสิบลี้ แม้ทั้งคู่จะเป็นเด็ก แต่เจ้าตัวนี้กลับไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว

            เนื้อตัวของมันโล่งเปลือย ปราศจากเส้นขนใดๆ ผิวของมันซีดขาวเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงดำกระจายไปทั่วราวกับใยแมงมุม ศีรษะของมันใหญ่ผิดปกติ ขนาดตัวประมาณเด็กอนุบาลวัยสี่ขวบ

            ในขณะนี้มันกำลังนั่งยองๆ คล้ายคางคกจ้องเหยื่อ

            ศีรษะเปื้อนเลือดของมันหันมามองผม พลางร้องเพลงต่อ ”พาว พาโทรล...พาว พาโทรล...”

            ขณะร้อง มันก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

            มันเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ค่อยๆย่างกรายเข้ามาพร้อมกับเหลือบมองรอบด้านอย่างระแวง

            ผมเฝ้ามองมันเงียบๆ รอคอยให้มันเข้ามาใกล้

            เม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่อีกด้านก็จับตามองเช่นกัน

            เตรียมปิดทางหนีของมันทุกเมื่อ

            ระยะห่างระหว่างผมกับทารกวิญญาณ...ไม่เกินสิบเมตร

            มันค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาความเย็นยะเยือกเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ

            แม้ผมจะไม่กลัวมัน แต่ยิ่งมันใกล้เข้ามาหัวใจผมก็ยิ่งเต้นแรง

            มือข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่เอว ถ้ามันเข้ามาใกล้ในระยะหนึ่งเมตรผมจะลงมือทันที

            เจ้าตัวนี้ระวังตัวมากกว่าที่คิด

            ทุกครั้งที่มันเดินเข้ามาสองก้าวมันจะถอยกลับไปหนึ่งก้าว

            มันอยากรู้อยากเห็น แต่ก็มีความระแวงสูง

            เหมือนที่เม่าจิ้งบอกพวกเรามีปราณต้นกำเนิดสูงกว่าคนทั่วไป และมันสามารถรับรู้ได้

            ถ้าเหยื่อเป็นคนธรรมดา มันอาจเข้ามาใกล้กว่านี้แต่ในกรณีของพวกเรา มันยังไม่วางใจ

            หากลงมือในตอนนี้แม้เม่าจิ้งจะปิดทางหนีของมันได้ แต่ผมอาจโจมตีไม่โดน

            ดังนั้น ผมตัดสินใจรอ

            เม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่ก็รอจังหวะเดียวกัน

            เสียงเพลงและการ์ตูนบนหน้าจอมือถือกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของมัน

            ผมจงใจเอียงโทรศัพท์ไปด้านข้างให้มันยังพอมองเห็นบางส่วนของจอได้

            แต่มันยังไม่เข้ามาใกล้พอ

            ผมจึงค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลงทำให้มันมองเห็นได้น้อยลงอีก

            มันเริ่มกระวนกระวายขึ้นมายื่นคอยาวออกมาดู

            “พาว พาโทรล...ดูพาว พาโทรล...” 

            มันส่งเสียงแหบแห้ง ขณะค่อยๆขยับเข้ามาใกล้อีกนิด

            แต่ยังไม่พอผมต้องให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้

            ผมพลิกโทรศัพท์ปิดบังหน้าจอไม่ให้มันเห็นอะไรเลย

            ทารกวิญญาณเริ่มกระวนกระวายเสียงของมันดังขึ้น “พาว พาโทรล... ดูพาวพาโทรล...!”

            เสียงแหลมสูงแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก

            แต่ว่าผมยังคงแกล้งเมินทำเพียงเพิ่มเสียงวิดีโอให้ดังขึ้น

            เจ้าตัวเล็กเริ่มโมโหอ้าปากกว้างจนเกือบถึงใบหู ฟันซี่เล็กแหลมคมปรากฏขึ้น

            มันกระโดดไปมาด้วยความหงุดหงิด

            “พาว พาโทรล! ดูพาว พาโทรล!พาว พาโทรล!”

            ผมยังไม่มองตรงๆใช้เพียงหางตาจับความเคลื่อนไหวของมัน

            พร้อมกันนั้นผมจงใจสะบัดมือข้างซ้ายให้แผลฉีก เพื่อให้เลือดไหลออกมาเพิ่ม

            กลิ่นคาวเลือดทำให้มันยิ่งคลุ้มคลั่ง

            มันไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป

            “พาว พาโทรล! ดูพาว พาโทรล!” มันร้องก่อนจะพุ่งตรงมาทางผม หวังจะแย่งโทรศัพท์ไป

            และนั่น...คือจังหวะที่ผมรอคอย

            เมื่อมันพุ่งเข้าใส่ผมไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

            ผมขว้างโทรศัพท์ไปทางมันทันที “เอาไป!”

            ทารกวิญญาณเห็นผมขว้างโทรศัพท์ไปมันมีสีหน้าตื่นเต้นทันที

            “พาว พาโทรล...!”

            มันยื่นกรงเล็บสองข้างออกไปคว้าโทรศัพท์อย่างดีใจแต่ทันทีที่มันเสียสมาธิ ผมก็ฉวยโอกาสชักกระบี่กระดูกปลาจากเอวแล้วแทงเข้าใส่มันอย่างแรง พร้อมตะโกน “ลงมือได้!”

            เสียงไม่ดังมากแต่แน่นอนว่าเม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่ย่อมได้ยิน

            คมกระบี่พุ่งเข้าใส่ระยะประชิด ทารกวิญญาณตกใจจนชะงักไปครู่หนึ่งแต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่ยอมปล่อยโทรศัพท์ในมือ

            ผลลัพธ์คือปลายกระบี่ของผมเสียบเข้าไปที่หน้าท้องของมันแต่ยังไม่ลึกพอที่จะสังหารมันได้ในทีเดียว

            มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะดีดตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว จ้องผมด้วยความอาฆาต

            มันเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยวฉีกปากกว้างจนถึงใบหู เผยให้เห็นฟันที่เรียงกันเป็นซี่เล็กคมเหมือนใบมีดก่อนจะส่งเสียงคำรามต่ำๆ แล้วหันตัวเตรียมวิ่งกลับไปที่ห้องน้ำ

            แต่ช้าไปเสียแล้ว เม่าจิ้งพุ่งออกมาทันทีก่อนจะปิดผนึกทั้งสี่ทิศของห้องน้ำด้วยยันต์สีเหลือง

            บัดนี้...ทารกวิญญาณไม่มีทางหนีอีกแล้ว

            มันพุ่งตรงไปที่ประตูหวังจะมุดกลับเข้าไปทางเดิม แต่ทันทีที่มันสัมผัสกับแผ่นไม้ที่ล้อมรอบห้องน้ำมันก็ถูกอาคมดีดกลับออกมาอย่างแรง

            “ปึง!”

            ร่างของมันกระเด็นไปอีกทาง

            เม่าจิ้งฉวยโอกาสพุ่งเข้าประชิดพร้อมตะโกนลั่น “เจ้าปีศาจ!ถึงเวลาตายแล้ว!”

            พูดจบ เขาสะบัดมือขวาขว้างตาข่ายออกไปหวังจะขังมันไว้

            แต่เจ้านี่ไหวตัวเร็วมันกระโดดหลบไปได้อีกครั้ง

            คราวนี้มันจ้องมองเราด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะนั่งยองๆ ลงกับพื้น กอดโทรศัพท์แน่น ขยับถอยหลังทีละน้อยพลางส่งเสียงครางต่ำ “อื๊อ...อื๊อ...”

            “เร็วชะมัด...”ผมพูดขณะก้าวเข้าไปใกล้

            เม่าจิ้งพยักหน้า “ใช่ฉันเลยเตรียมตาข่ายสะกดวิญญาณมา แต่ตอนนี้มันหนีไม่ได้แล้วแค่ต้องจับมันให้ได้ก็พอ”

            ผมหันไปมองตาข่ายในมือของเม่าจิ้งก่อนตอบกลับ “ดี งั้นฉันจะกดดันมัน นายหาจังหวะเล่นงานมัน”

            พูดจบ ผมหยิบแส้กระดูกงูออกมาแล้วฟาดออกไปทันที

            “เพียะ!”

            เสียงแส้กระทบอากาศดังสนั่น แต่เจ้าทารกวิญญาณกลับกระโดดหลบไปได้อีกครั้ง

            ครั้งนี้มันดีดตัวแรงเหมือนกบเตรียมพุ่งเข้าหาผมโดยตรง

            ปากที่ฉีกกว้างของมันอ้าสุด เสียง “ว๊ากกกก!”แหลมสูงพุ่งออกมา ขณะที่ฟันแหลมคมมากมายกำลังจะขย้ำเข้าที่ศีรษะของผม

            หากโดนกัดเข้าไป หัวของผมต้องแหลกเละแน่!


     

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน