ไม่มีอะไรดึงดูดใจเด็กได้ดีไปกว่าการ์ตูน
และสำหรับทารกวิญญาณ มันก็มีแรงดึงดูดไม่ต่างกัน
ผมวางโทรศัพท์ไว้ในมุมที่สามารถมองเห็นหน้าจอจากภายในห้องน้ำได้อย่างชัดเจน
บวกกับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้ง กระตุ้นความกระหายของมันเข้าไปอีก
ในที่สุด แผ่นไม้ที่ปิดตายประตูห้องน้ำก็เริ่มสั่นไหว
มีบางสิ่งกำลังเบียดตัวผ่านช่องแคบออกมา
เงาสีดำมืดปรากฏขึ้นศีรษะของมันบิดเบี้ยวเพราะถูกบีบจากช่องแคบของประตู
มันเป็นเด็กที่ร่างกายผิดรูป ค่อยๆ คลานออกมาช้าๆ
หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงขวัญเสียจนแทบหยุดหายใจ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกเฉยชา ซ้ำยังตื่นเต้นอยู่หน่อยๆ
ในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็ติดกับแล้ว
ผมแสร้งทำเป็นไม่เห็นมัน แล้วปรับเสียงโทรศัพท์ให้ดังขึ้นอีกนิด
“ไก่กุ๊กกุ๊ก~ ใครเห็นไก่กุ๊กกุ๊กของฉันไหม”
“เรียกพาว พาโทรล!”
“...”
“พาว พาโทรล! พาว พาโทรล!”
เสียงดนตรีกระตุ้นเร้า และทันใดนั้นทารกวิญญาณที่โผล่พ้นครึ่งตัวก็ดันตัวเองออกมาทั้งร่าง
มันอ้าปากกว้าง เปล่งเสียงตามเพลงด้วยเสียงแหบแห้งและแหลมบาดหู
“พาว พาโทรล...พาว พาโทรล...”
เสียงนั้นเหมือนมีดโกนกรีดผ่านลำคอ แหบพร่าและสั่นสะท้าน
มันพูดจบก็ดันตัวออกจากห้องน้ำทันที
แต่ต่างจากทารกวิญญาณที่ผมเคยเจอที่เนินเขาสิบลี้ แม้ทั้งคู่จะเป็นเด็ก แต่เจ้าตัวนี้กลับไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว
เนื้อตัวของมันโล่งเปลือย ปราศจากเส้นขนใดๆ ผิวของมันซีดขาวเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงดำกระจายไปทั่วราวกับใยแมงมุม ศีรษะของมันใหญ่ผิดปกติ ขนาดตัวประมาณเด็กอนุบาลวัยสี่ขวบ
ในขณะนี้มันกำลังนั่งยองๆ คล้ายคางคกจ้องเหยื่อ
ศีรษะเปื้อนเลือดของมันหันมามองผม พลางร้องเพลงต่อ ”พาว พาโทรล...พาว พาโทรล...”
ขณะร้อง มันก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
มันเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ค่อยๆย่างกรายเข้ามาพร้อมกับเหลือบมองรอบด้านอย่างระแวง
ผมเฝ้ามองมันเงียบๆ รอคอยให้มันเข้ามาใกล้
เม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่อีกด้านก็จับตามองเช่นกัน
เตรียมปิดทางหนีของมันทุกเมื่อ
ระยะห่างระหว่างผมกับทารกวิญญาณ...ไม่เกินสิบเมตร
มันค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาความเย็นยะเยือกเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ
แม้ผมจะไม่กลัวมัน แต่ยิ่งมันใกล้เข้ามาหัวใจผมก็ยิ่งเต้นแรง
มือข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่เอว ถ้ามันเข้ามาใกล้ในระยะหนึ่งเมตรผมจะลงมือทันที
เจ้าตัวนี้ระวังตัวมากกว่าที่คิด
ทุกครั้งที่มันเดินเข้ามาสองก้าวมันจะถอยกลับไปหนึ่งก้าว
มันอยากรู้อยากเห็น แต่ก็มีความระแวงสูง
เหมือนที่เม่าจิ้งบอกพวกเรามีปราณต้นกำเนิดสูงกว่าคนทั่วไป และมันสามารถรับรู้ได้
ถ้าเหยื่อเป็นคนธรรมดา มันอาจเข้ามาใกล้กว่านี้แต่ในกรณีของพวกเรา มันยังไม่วางใจ
หากลงมือในตอนนี้แม้เม่าจิ้งจะปิดทางหนีของมันได้ แต่ผมอาจโจมตีไม่โดน
ดังนั้น ผมตัดสินใจรอ
เม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่ก็รอจังหวะเดียวกัน
เสียงเพลงและการ์ตูนบนหน้าจอมือถือกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของมัน
ผมจงใจเอียงโทรศัพท์ไปด้านข้างให้มันยังพอมองเห็นบางส่วนของจอได้
แต่มันยังไม่เข้ามาใกล้พอ
ผมจึงค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลงทำให้มันมองเห็นได้น้อยลงอีก
มันเริ่มกระวนกระวายขึ้นมายื่นคอยาวออกมาดู
“พาว พาโทรล...ดูพาว พาโทรล...”
มันส่งเสียงแหบแห้ง ขณะค่อยๆขยับเข้ามาใกล้อีกนิด
แต่ยังไม่พอผมต้องให้มันเข้ามาใกล้กว่านี้
ผมพลิกโทรศัพท์ปิดบังหน้าจอไม่ให้มันเห็นอะไรเลย
ทารกวิญญาณเริ่มกระวนกระวายเสียงของมันดังขึ้น “พาว พาโทรล... ดูพาวพาโทรล...!”
เสียงแหลมสูงแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
แต่ว่าผมยังคงแกล้งเมินทำเพียงเพิ่มเสียงวิดีโอให้ดังขึ้น
เจ้าตัวเล็กเริ่มโมโหอ้าปากกว้างจนเกือบถึงใบหู ฟันซี่เล็กแหลมคมปรากฏขึ้น
มันกระโดดไปมาด้วยความหงุดหงิด
“พาว พาโทรล! ดูพาว พาโทรล!พาว พาโทรล!”
ผมยังไม่มองตรงๆใช้เพียงหางตาจับความเคลื่อนไหวของมัน
พร้อมกันนั้นผมจงใจสะบัดมือข้างซ้ายให้แผลฉีก เพื่อให้เลือดไหลออกมาเพิ่ม
กลิ่นคาวเลือดทำให้มันยิ่งคลุ้มคลั่ง
มันไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
“พาว พาโทรล! ดูพาว พาโทรล!” มันร้องก่อนจะพุ่งตรงมาทางผม หวังจะแย่งโทรศัพท์ไป
และนั่น...คือจังหวะที่ผมรอคอย
เมื่อมันพุ่งเข้าใส่ผมไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย
ผมขว้างโทรศัพท์ไปทางมันทันที “เอาไป!”
ทารกวิญญาณเห็นผมขว้างโทรศัพท์ไปมันมีสีหน้าตื่นเต้นทันที
“พาว พาโทรล...!”
มันยื่นกรงเล็บสองข้างออกไปคว้าโทรศัพท์อย่างดีใจแต่ทันทีที่มันเสียสมาธิ ผมก็ฉวยโอกาสชักกระบี่กระดูกปลาจากเอวแล้วแทงเข้าใส่มันอย่างแรง พร้อมตะโกน “ลงมือได้!”
เสียงไม่ดังมากแต่แน่นอนว่าเม่าจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่ย่อมได้ยิน
คมกระบี่พุ่งเข้าใส่ระยะประชิด ทารกวิญญาณตกใจจนชะงักไปครู่หนึ่งแต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่ยอมปล่อยโทรศัพท์ในมือ
ผลลัพธ์คือปลายกระบี่ของผมเสียบเข้าไปที่หน้าท้องของมันแต่ยังไม่ลึกพอที่จะสังหารมันได้ในทีเดียว
มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะดีดตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว จ้องผมด้วยความอาฆาต
มันเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยวฉีกปากกว้างจนถึงใบหู เผยให้เห็นฟันที่เรียงกันเป็นซี่เล็กคมเหมือนใบมีดก่อนจะส่งเสียงคำรามต่ำๆ แล้วหันตัวเตรียมวิ่งกลับไปที่ห้องน้ำ
แต่ช้าไปเสียแล้ว เม่าจิ้งพุ่งออกมาทันทีก่อนจะปิดผนึกทั้งสี่ทิศของห้องน้ำด้วยยันต์สีเหลือง
บัดนี้...ทารกวิญญาณไม่มีทางหนีอีกแล้ว
มันพุ่งตรงไปที่ประตูหวังจะมุดกลับเข้าไปทางเดิม แต่ทันทีที่มันสัมผัสกับแผ่นไม้ที่ล้อมรอบห้องน้ำมันก็ถูกอาคมดีดกลับออกมาอย่างแรง
“ปึง!”
ร่างของมันกระเด็นไปอีกทาง
เม่าจิ้งฉวยโอกาสพุ่งเข้าประชิดพร้อมตะโกนลั่น “เจ้าปีศาจ!ถึงเวลาตายแล้ว!”
พูดจบ เขาสะบัดมือขวาขว้างตาข่ายออกไปหวังจะขังมันไว้
แต่เจ้านี่ไหวตัวเร็วมันกระโดดหลบไปได้อีกครั้ง
คราวนี้มันจ้องมองเราด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะนั่งยองๆ ลงกับพื้น กอดโทรศัพท์แน่น ขยับถอยหลังทีละน้อยพลางส่งเสียงครางต่ำ “อื๊อ...อื๊อ...”
“เร็วชะมัด...”ผมพูดขณะก้าวเข้าไปใกล้
เม่าจิ้งพยักหน้า “ใช่ฉันเลยเตรียมตาข่ายสะกดวิญญาณมา แต่ตอนนี้มันหนีไม่ได้แล้วแค่ต้องจับมันให้ได้ก็พอ”
ผมหันไปมองตาข่ายในมือของเม่าจิ้งก่อนตอบกลับ “ดี งั้นฉันจะกดดันมัน นายหาจังหวะเล่นงานมัน”
พูดจบ ผมหยิบแส้กระดูกงูออกมาแล้วฟาดออกไปทันที
“เพียะ!”
เสียงแส้กระทบอากาศดังสนั่น แต่เจ้าทารกวิญญาณกลับกระโดดหลบไปได้อีกครั้ง
ครั้งนี้มันดีดตัวแรงเหมือนกบเตรียมพุ่งเข้าหาผมโดยตรง
ปากที่ฉีกกว้างของมันอ้าสุด เสียง “ว๊ากกกก!”แหลมสูงพุ่งออกมา ขณะที่ฟันแหลมคมมากมายกำลังจะขย้ำเข้าที่ศีรษะของผม
หากโดนกัดเข้าไป หัวของผมต้องแหลกเละแน่!