“เฮ้… เสร็จงานวันนี้แล้ว บ้านหลังต่อไปจะไปยึดที่ไหนต่อวะ พวกหัวหน้าคณะกรรมการมีสั่งอะไรเพิ่มหรือเปล่า”
“มีเว้ย” อีกคนตอบพลางจั่วไพ่ “กำลังเล็งกันอยู่สามสี่บ้าน หนึ่งในนั้นเหมือนจะเป็บ้านตระกูลหลิวอะไรสักอย่างนี่แหละ จำไม่ค่อยได้แล้ว”
“ตระกูลหลิว? อย่าบอกนะว่าหมายถึงบ้านตรงตรอกฝั่งตะวันออกน่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก “บ้านนั้นเคยตรวจไปแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นยังหน้าแตกกลับมากันยกชุดเลย”
“ไอ้บ้า ตอนนั้นบ้านมันอ้างว่าได้บริจาคให้รัฐไปั้แ่ยุคปฏิวัติใหม่ ๆ แล้วไง แถมมีเอกสารกองเบ้อเริ่ม ไหนพ่อจะเป็ทหาร ลูกชายก็เข้ากองทัพด้วย บ้านนี้ไม่ใช่เล่น ๆ นะเว้ย”
อีกเสียงหัวเราะเยาะ “แต่นายทุนแดงก็แค่เปลือกนอกล่ะว้า ใครจะไปรู้ว่าพวกมันซ่อนอะไรไว้บ้าง บ้านพวกนี้แสบจะตาย”
“เฮอะ! บ้านนั้นตอนนี้เหลือแค่เด็กผู้หญิงคนเดียวแล้วเว้ย” เสียงพูดเจือความลับ “พ่อกับพี่ชายหายตัวไป แม่ก็ไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนพี่สาวคนโตก็ไปเรียนต่างเมือง ไม่ได้กลับมาเป็ปี ๆ แล้ว สภาพแบบนี้ยึดง่ายจะตาย”
“มึงรู้ได้ไง”
“วงในแม่งกระซิบมา มีคนไปแจ้งเบาะแสว่าที่บ้านนั้นยังมีทรัพย์ต้องห้ามอยู่ บอกว่าตอนนั้นคณะตรวจค้นพลาดไป ไม่ได้ลงลึก เพราะติดยศพ่อมัน คราวนี้เลยมีคนเสนอให้ไปบุกใหม่ ใส่ข้อหายังไม่ยอมส่งมอบสมบัติให้รัฐไปอีกกระทง”
มีเสียงหวีดหยันลากยาว ๆ ก่อนที่เสียงเล่นไพ่จะดังต่อไป “เออ ก็เข้าท่าวะ ให้ได้ชื่อว่าเป็พวกเก็บซ่อนของได้ด้วย”
ณ ห้องใต้ดิน หลิวอวิ๋นเหยาเงียบจนลมหายใจแทบหยุด นิ้วเรียวจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเืซิบ บรรยากาศรอบตัวเย็นลงทันตา
คำพูดนั้นกระทบเข้ามาเหมือนมีดกรีด หมายถึงบ้านของเธอเองสินะ ถ้าเธอยังไม่กลับมา… ซีซีที่อยู่คนเดียวจะเป็ยังไง? เมื่อความคิดนี้พุ่งพล่านขึ้นมา เธอก็แทบจะหายใจไม่ออก ดวงตาเธอแดงก่ำเพียงเสี้ยววินาที นี่ไม่ใช่แค่ความหวาดกลัวเท่านั้น แต่เป็ความโกรธผสมความห่วงหา ใครที่กล้ามาแตะต้องบ้านของเธอจะต้องจ่ายราคา
ในหัวของเธอจินตนาการภาพเหตุการณ์เป็ฉากสั้น ๆ เอกสารปลอม ข้ออ้างทางกฎหมาย การรุมยัดเยียดข้อหา และสภาพของซีซีที่อยู่ในบ้านที่กำลังถูกสอดส่องเพียงคนเดียว ความร้อนรนพุ่งขึ้นมาในอก แต่เธอรู้ดีว่าหากพลาดไปเพียงครึ่งก้าว เื่นี้คงไม่จบแค่การสูญเสียสมบัติแน่
เสียง้ายังคงดังเจื้อยแจ้ว “เสร็จงานนี้ กูจะขอให้จัดทีมบุกไปที่บ้านนั้นก่อนเลย ของแบบนั้นซุกไว้นานก็ต้องแตก”
“หวังว่าจะไม่หน้าแตกเหมือนรอบก่อนแล้วกัน” อีกเสียงแค่นหัวเราะ “อย่าให้โดนกระทืบกลางหมู่บ้านอีกนะโว้ย ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะหยาบ ๆ ดังกลบเหนือศีรษะ
หลิวอวิ๋นเหยาพยายามกดข่มอารมณ์ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนมุมปากเมื่อคิดว่าของสำคัญภายในบ้านถูกเก็บไปหมดแล้ว เธอมั่นใจว่าทุกอย่างปลอดภัยและแผนการต่อไปก็วางไว้เรียบร้อย
ทว่าความโล่งอกนั้นไม่ได้แลกมาด้วยความผ่อนคลาย เพราะสิ่งเดียวที่ยังรั้งใจเธออยู่ก็คือซีซี
ชื่อของอีกฝ่ายผุดขึ้นมาเหมือนเงาเย็นเยียบ เธอรู้ทันทีว่ายังไม่อาจวางใจเื่น้องสาวได้
เธอหันกลับขึ้นบันไดไปอย่างเงียบงัน ก่อนจะเลื่อนปิดฝาไม้ลงอย่างแเี ทุกอย่างกลับคืนสู่ความว่างเปล่าราวกับห้องใต้ดินแห่งนี้ไม่เคยมีร่องรอยของเธอมาก่อน ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบเป็พยานแทนคำร่ำลา
และในค่ำคืนนี้เอง ตัวตนที่ก้าวถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว ได้ก่อรูปขึ้นอย่างเงียบงัน… ‘นางโจรน้อย’
หลิวอวิ๋นเหยาหัวเราะในลำคออย่างแ่เบา เธอรู้ดีว่าแผนการในคืนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่กำลังจะตามมาเท่านั้น
ชัยชนะที่เงียบงันตกอยู่ในมือเธอแต่เพียงผู้เดียว ไร้ข้อโต้แย้ง ไม่มีใครล่วงรู้ ไม่มีใครตามทัน สมบัติทั้งหมดถูกย้ายเข้าสู่โลกของเธอโดยสมบูรณ์ เสียงหัวใจที่เต้นระรัวนั้นไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็ความสะใจที่เอ่อล้นอยู่ภายใน
เธอจินตนาการถึงพวกเ้าหน้าที่้าที่หลังจากนี้ต้องงุนงงกับความว่างเปล่าในห้องใต้ดิน ไร้ร่องรอย ไร้ทิศทางการตามหา ราวกับแมวไล่เงาตัวเอง
เธอแสยะยิ้มอยู่ในใจ “หึ… แค่คิดถึงหน้าพวกมันตอนรู้ตัว ก็สะใจแล้ว”
ปลายเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดั่งนักล่าที่ปล่อยให้เหยื่อเดินวนอยู่ตรงหน้า โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าทุกฝีก้าวถูกเพ่งเล็งมาั้แ่ต้น เธอสะท้อนความเยือกเย็นเฉียบคมในทุกย่างก้าว ราวกับเตรียมเกมต่อไปเอาไว้แล้ว ทุกขั้นตอนได้รับการคำนวณอย่างรอบคอบ และคืนนี้… เธอก็ลอยตัวเหนือสถานการณ์ทุกอย่าง
คืนนี้ เธอไม่เพียงขโมยสมบัติ แต่ยังขโมยศักดิ์ศรีของคนโลภพวกนี้ไปทั้งยวงด้วย
หลิวอวิ๋นเหยาพลิ้วกายออกจากบ้านนั้นภายใต้แสงจันทร์ แผ่นหลังแนบไปกับเงา เท้าก้าวเบา ๆ เหมือนแมว มีเพียงเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ เป็เครื่องยืนยันว่าเธอกำลังเคลื่อนไหวอยู่
เสียงปืนสั้นที่ยิงขู่ก่อนหน้าดังสะท้อนอยู่ในซอกตึก ชายในเสื้อคลุมเก่า ๆ กระเสือกกระสนหลบเข้ามาทางตรอกด้านข้าง เืจากาแที่สีข้างหยดเป็ทาง เขาไม่ทันได้หันกลับไปดูด้วยซ้ำว่าใครเป็คนลั่นะุนัดนั้น
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ดังมาจากตรอกแคบด้านข้าง หลิวอวิ๋นเหยาในชุดดำแนบร่างกับกำแพงสูงอย่างแเี พริบตาเดียวชายที่อยู่ในสภาพหมาจนตรอกก็พุ่งเข้ามาทางเดียวกัน ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับปอดจะะเิ ก่อนที่แสงไฟฉายแรกจะแหวกความมืดเป็เส้นยาวเข้ามาจากด้านหลัง
มือของหลิวอวิ๋นเหยาแตะตรงหน้าอกซ้ายชั่วอึดใจหนึ่ง ร่างทั้งร่างพลันจมหายเข้าไปในเงามืดราวกับละลาย แสงไฟฉายที่กวาดผ่านกำแพงสะท้อนเงาดำเพียงเสี้ยววินาที ไม่ทิ้งหลักฐานว่าเคยมีใครยืนอยู่ตรงนั้นแม้แต่น้อย
“มันวิ่งมาทางนี้! กระจายกำลัง!” เสียงเ้าหน้าที่ะโไล่ตามมาติด ๆ เสียงวิทยุสื่อสารลั่นประสาน “ทมิฬเรียกทุกหน่วย ยืนยันเป้าหมายมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ปิดเส้นทางตรอกหลังบ้านทหารด่วน!”
ฝีเท้าอีกหลายคู่กระแทกผ่านจุดที่เธอเพิ่งยืนอย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดชะงัก ชายในเสื้อคลุมเก่า ๆ กระโจนหลบหลังกำแพงเตี้ยใกล้ ๆ กองไม้ผุ เขาหอบหายใจจนไหล่สั่น ก่อนจะเหลียวกลับไปมองเพียงเสี้ยววินาที แต่นอกจากเงากำแพงแล้ว ไม่มีร่องรอยของคนชุดดำที่เขาเห็นเมื่อสักครู่นี้เลย
“แยกกันค้นหา! ตรวจทุกซอกทุกมุม!” แสงไฟฉายหลายดวงส่องไปรอบ ๆ ตรอก เสียงฝีเท้าซ้อนทับกันเป็ระลอกคลื่นก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไปทางอื่น
ภายในพสุมายาเงียบจนได้ยินเสียงเล็ก ๆ จากภายนอกชัดเจนมาก กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยอวลไปกับไอเย็นเหนือพื้นดิน
หลิวอวิ๋นเหยาผ่อนลมหายใจช้า ๆ อย่างระวัง ครั้นแน่ใจว่าตัวเองรอดพ้นจากสายตาของผู้คนด้านนอกแล้ว เธอก็ไม่คิดจะเร่งรีบอีกต่อไป เพียงรอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป ก่อนจะหาจังหวะกลับออกไปอีกครั้ง
“โชคดีที่หลบทัน… ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา ด้วยสภาพชุดที่พรางตัวอยู่ แถมยังออกมาเพ่นพ่านตอนยามวิกาลใน่ที่มีคำสั่งห้ามแบบนี้ คงไม่ใช่แค่ตัวฉันที่จะซวย ครอบครัวก็อาจโดนหางเลขไปด้วย” หลิวอวิ๋นเหยาตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ
ด้านนอก หัวหน้าชุดไล่ล่าเดินตามมาจนถึงจุดที่หลิวอวิ๋นเหยาเคยยืนอยู่ ไฟฉายส่องไปยังพื้นดิน ก่อนจะหยุดตรงคราบดินจาง ๆ ที่ผิดไปจากบริเวณรอบข้างเล็กน้อย
“ใครเป็คนแจ้งว่าเห็นเงาอีกคน?” เสียงแข็ง ๆ กล่าวอย่างราบเรียบจนไม่กล้าตอบชักช้า
“ผมครับ แต่ผมเห็นไม่ชัด เหมือนมีคนในชุดดำยืนอยู่ตรงนี้… แล้วก็หายไปเลย” เ้าหน้าที่คนนั้นยังหอบหายใจอยู่ มือที่จับวิทยุแน่นจนขึ้นเป็ข้อสีขาว