“ร้อยตรีแอชเชอร์สวัสดีครับ จะออกสำรวจอีกแล้วใช่ไหมครับ”
หลังจากกลับมาในช่วงเที่ยงวันแอชเชอร์ก็ได้เดินกลับมาหาน็อตภายในตึกวิศวกรในช่วงสองทุ่มตรง
“ใช่ ผมว่าจะเดินทางแล้ว ชุดเกราะเป็นยังไงบ้างครับ”
“เรียบร้อยดีครับ หลังจากเปลี่ยนข้อต่อของชุดเกราะไป ความเสียหายแทบไม่มีเลยครับ ผมจึงทำเพียงแค่เติมพลังงานเข้าไปเท่านั้น”
“แล้วรายงานของผมเป็นยังไงบ้าง”
“อ๋อ เรื่องนี้หลายคนให้ความสนใจมากครับ คลื่นเสียงที่ร้อยตรีบันทึกกลับมา ทำให้นักวิจัยหลายคนตื่นเต้น”
“พวกเขาตื่นเต้นเพราะอะไรเหรอครับ”
“คลื่นเสียงที่คุณแอชเชอร์บันทึกมา มันคล้ายกับคลื่นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในไข่ครับ ดูเหมือนว่าเสียงที่เกิดขึ้นจะมาจากมอนสเตอร์สักตัวที่มีขนาดใหญ่มากๆ”
“แล้วทำไมพวกเขาต้องตื่นเต้นด้วยในเมื่อสิ่งที่กำลังจะเกิดเป็นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถฆ่าคนได้นับแสน”
“เป็นธรรมดาของนักวิจัยครับ พวกเขามักจะตื่นเต้นกับเรื่องแปลกๆอยู่เสมอ”
“สรุปแล้วเป็นคลื่นเสียงที่ปลดปล่อยออกมาจากไข่ใช่ไหมครับ”
“ครับ นักวิจัยบอกว่าถ้าไม่ใช่ไข่ก็อาจจะเป็นรังไข่ของมอนสเตอร์”
แอชเชอร์เก็บคำพูดของน็อตเอาไว้ภายในใจก่อนจะเดินทางออกไปจากค่ายทหาร ครั้งนี้เขาเพิ่มจำนวนลูกธนูเป็น 50 เพื่อจะได้ใช้งานคล่องกว่าเดิม ครั้งก่อน 20 ดอกไม่เพียงพอจนเขาต้องพุ่งตัวไปเก็บของเก่ามาใช้งาน ระหว่างที่แอชเชอร์เดินทางออกไปจากค่ายทางคนที่จับตามองเขาถึงกับอึ้งเนื่องจากแอชเชอร์ไม่เคยใช้เวลาเดิมในการเข้าและออกค่าย กระทั่งการเดินทางของเขามาถึงตำแหน่งเมื่อวานที่วางก้อนเนื้อทิ้งเอาไว้ แอชเชอร์ก็เริ่มเกิดความคิดหลายอย่าง หลังจากเห็นก้อนเนื้อวางอยู่ที่เดิม
“หรือว่าพวกมันจะไม่กินสิ่งที่ตายแล้ว ถ้าอย่างนั้นวันนี้เอาแผนนี้ก็แล้วกัน”
แอชเชอร์เดินไปยังยอดหินที่สูงจนเกือบจะถึงเพดานเขต F47 จากนั้นเขาก็กระโดดเข้าไปในรูเดินทางไปยังพื้นดินที่อยู่เหนือเขตนี้ขึ้นไป สิ่งที่เขาจะทำในวันนี้ก็คือจับมอนสเตอร์ตัวเป็นๆมาล่อให้แมงมุมออกมา แล้วมันจะต้องเป็นมอนสเตอร์ที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ด้วย
“เอาตัวนี้ก็แล้วกัน”
แอชเชอร์มองไปยังมอนสเตอร์ฝูงหนึ่ง ตัวของมันเต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลรูปร่างคล้ายมนุษย์มากเพราะเป็นมอนสเตอร์ลิงสูง 2.5 เมตร ช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่พวกมันนอนเช่นกันแอชเชอร์จึงเข้าไปในระบบซื้อแคปซูลยาสลบมาใช้งาน ด้วยระดับของลิงเป้าหมายที่เป็นเพียงแค่ 4 ดาว ยาสลบน่าจะได้ผลที่สุด ถึงอย่างนั้นมันก็ได้ผลเพียง 5 นาทีเท่านั้นเพราะมอนสเตอร์สามารถปรับตัวเข้ากับยาของมนุษย์ได้รวดเร็วจนเกิดภูมิคุ้มกัน
ภายใต้การย่องเบาเข้าไปใกล้ๆกลุ่มของฝูงลิง แอชเชอร์ก็ได้ยื่นมือไปใกล้ๆลิงตัวหนึ่งพร้อมกับบีบแคปซูลในมือจนมีควันลอยออกมาเล็กน้อย
ขณะระบบตรวจพบว่ามันติดสถานะหลับลึกเป็นเวลา 5 นาที เขาจึงอุ้มมันแล้วค่อยๆย่อยเบาออกมาจากฝูงลิงพลางส่งยิ้มให้ตัวเอง เนื่องจากเขาไม่เคยลักพาตัวมอนสเตอร์มาก่อน ต่อให้ชีวิตเดิมของเขาก็เช่นเดียวกัน ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องลักพาตัวมอนสเตอร์แบบนี้
ทันทีที่ออกมาได้ระยะห่างราว 100 เมตรแอชเชอร์ก็พบเข้ากับมอนสเตอร์ 3 ดาวตัวหนึ่งรูปร่างคล้ายหมูมีเขี้ยวขนาดใหญ่ เขาจึงวางยาสลบมันเช่นกัน จากนั้นก็อุ้มขึ้นไหล่วิ่งกลับไปยังรูที่เขาใช้เดินทางขึ้นมาบนนี้ เพียงมอนสเตอร์ 2 ตัวน่าจะช่วยเขาทดสอบบางอย่างได้แล้ว
ระบบร้านค้าเปิดใช้งานอีกครั้ง จากนั้นแอชเชอร์จึงซื้อลวดสลิงระดับ 5 มามัดคอมอนสเตอร์ 2 ตัวนี้เอาไว้พร้อมกับเข็มตอกหมุดหนึ่งอัน ทันทีที่เขามัดคอของพวกมันทั้งสองเสร็จนี้เองนั้น ยาสลบที่ให้ไปก็หมดฤทธิ์พวกมันจึงดิ้นจนแอชเชอร์หยุดเท้าจับพวกมันมาตบหัวตัวละครั้งจนพวกมันสลบ ด้วยชุดเกราะมาร์คเอทไม่ใช่สิ่งที่มอนสเตอร์ 3 และ 4 ดาวจะต้านทานได้
หลังจากที่พวกมันสลบแอชเชอร์ก็เดินทางต่อ จนกระทั่งมาถึงจุดที่หน่วยสำรวจหายไปเขาก็เริ่มตอกหมุดผูกพวกมันเอาไว้บนพื้นดิน เพื่อหลอกให้แมงมุมขึ้นมาจัดการ ส่วนตัวของเขาไปแอบอยู่ในตำแหน่งเดิม รอเวลาให้แมงมุมออกมาจับมอนสเตอร์ 2 ตัวนี้ไป
เจี๊ยก~!
เสียงของมอนสเตอร์ลิงร้องตะโกนลั่นหลังจากมันตื่นขึ้นมาพบว่าคอมีบางอย่างมัดตรึงเอาไว้กับหมุกตอกบนพื้นดิน มันจึงใช้แขนที่มีกระดูกโผล่ออกมาหุ้มทุบไปยังหมุดตอกแต่พลังของมันกลับไม่พอจะทำลายหมุดตอกได้ ระหว่างที่ลิงพยายามปลดปล่อยพลังจนรอบข้างเต็มไปด้วยไฟ หมูตัวใหญ่ก็เริ่มได้สติพลางร้องเช่นกัน
อู๊ด~!
ลวดสลิงเส้นใหญ่มัดคอทำเอาหมูพยายามดิ้นให้หลุด ทั้งวิ่งชนเสาหมุดตอก ทั้งพยายามใช้เท้าขุดออกมา หมุดตอกที่เสียบลงไปกลับไม่ยอมขยับ มันจึงระเบิดเปลวไฟออกมาจากร่างดิ้นพล่านพยายามกระชากหมุดออกมาจากพื้นดิน
“ดี แบบนั้นแหละดี”
แอชเชอร์พอใจมากกับการอาละวาดของพวกมันสองตัว ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่กระจายออกไปรอบๆผ่านเสียงกรีดร้องและผ่านการทุบทำลายด้วยพละกำลัง จะต้องมีแมงมุมปรากฎตัวออกมาอย่างแน่นอน ต่อให้ช่วงนี้จะเป็นตอนกลางคืนก็ตาม จะต้องมีอะไรสักอย่างโผล่ออกมาจัดการพวกมันแน่
แต่แล้วสิ่งที่แอชเชอร์คาดหวังกลับเป็นเหมือนเมื่อวาน เขาที่รอตั้งแต่สามทุ่มจนเวลาเลยผ่านมาถึงหกโมงเช้า แมงมุมกลับไม่ปรากฎตัวออกมาเลยสักตัวเดียว มอนสเตอร์ทั้งสองที่อาละวาดจนหมดแรงพวกมันต่างนั่งนิ่งเฝ้าหมุดตอกด้วยท่าทางหมดหวัง
“ให้ตายสิ นี่พวกมันเอาอะไรเป็นเกณฑ์ในการลงมือกัน”
แอชเชอร์บ่นเล็กน้อย เขาจำเป็นต้องเดินทางกลับแล้ว การอยู่ด้านนอกนานเกินไปจะทำให้ผู้บัญชาการเกิดความระแวงจนส่งหน่วยอื่นมาตามหาเขาก็ได้ แอชเชอร์จึงต้องกลับไปรายงานก่อนแต่เขาไม่ยอมกลับไปมือเปล่า ร้านค้าภายในระบบมีหนึ่งสิ่งที่ใช้จับตามองแทนเขาได้ แอชเชอร์จึงซื้อกล้องวีดีโอที่ทางกองทัพใช้งานออกมาตั้งรอบๆจุดที่เขาผูกมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวเอาไว้ หากแมงมุมโผล่ออกมาในช่วงที่เขาไม่อยู่ เขาจะได้รู้ว่ามันทำอย่างไรถึงสามารถออกมาจากพื้นดินได้โดยไม่มีใครเห็น
—---------------------
“ร้อยตรี”
“ไม่ วันนี้ผมไม่ได้อะไร แค่ไปจับมอนสเตอร์มา 2 ตัวใช้เป็นเหยื่อล่อ ทว่าแมงมุมไม่ยอมปรากฎตัวเลย” แอชเชอร์ยกมือห้ามไม่ให้น็อตพูดยาวเกินไป เขาจำเป็นต้องรีบพักผ่อนเพื่อจะออกไปอีกครั้ง
“อ๋อครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะเขียนเพียงแค่ 1 บรรทัดไปนะครับ อยากให้เพิ่มอะไรไหม”
“ไม่ ไม่มีอะไรที่จะเพิ่ม ผมขอตัวก่อนนะครับ”
แอชเชอร์กลับเข้ามาในห้องพักจากนั้นก็หลับไปด้วยการเปิดใช้งานสกิลตื่นตอนฝัน ช่วงเวลาการนอนของเขานั้นกลับเป็นช่วงเวลาที่หน่วยสำรวจออกเดินทาง แอชเชอร์กลับไม่สนใจเนื่องจากช่วงที่หน่วยสำรวจนอนเขาก็ออกเดินทางเช่นกัน
—-----------------
หว๋อ~!
เสียงไซเรนแจ้งเตือนทำเอาแอชเชอร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยง เขาที่มองนาฬิกาพบว่ามันเป็นเวลาตื่นเร็วกว่าที่ตกลงกับระบบจึงเดินออกจากห้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีการแจ้งเตือน
“คุณน็อต มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ”
คนที่น่าจะถามคำถามและให้คำตอบที่ดีได้มากที่สุดคือน็อต นอกจากจะเป็นวิศวกรแล้วยังเป็นหนึ่งในคนที่สามารถเข้าไปในระบบของค่ายทหารแห่งนี้ได้ด้วยการรับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการที่ 7
“ร้อยตรี ตื่นแล้วสินะครับ เสียงไซเรนยังคงเหมือนเดิมครับ มีคนในหน่วยสำรวจหายไปอีกแล้ว”
“ที่ไหน”
“ห่างจากจุดล่าสุดไปทางทิศตะวันตกราวๆ 650 เมตรครับ ครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ไม่สามารถตรวจหามอนสเตอร์ที่ลงมือได้”
“ได้ติดกล้องบนชุดเกราะไปไหม”
“ติดตั้งไปครับ เพียงแต่ว่าวีดีโอที่นำออกมานั้น ไม่ปรากฎมอนสเตอร์หรือสิ่งผิดปกติเลย ร้อยตรีดูนี่นะครับ มันเป็นวีดีโอสุดท้ายที่หน่วยสำรวจกลุ่มที่วิ่งหนีถ่ายเอาไว้ได้”
แอชเชอร์มองไปยังวีดีโอที่ถูกเปิด ก่อนจะพบว่าการสำรวจครั้งนี้หน่วยสำรวจใช้วิธีนำเชือกสลิงผูกมัดตัวของพวกเขาเอาไว้ด้วยกันจนทำให้เกิดแถวยาว บนตัวของพวกเขามีกล้องเสริมติดไปด้วยเพื่อทำให้บันทุกภาพได้รอบตัว นอกจากมุมมองของหมวกเกราะแล้วยังมีมุมมองของกล้องเสริมอีกด้วย แต่ทันใดนั้นก่อนที่หน่วยสำรวจจะหายไป ได้ปรากฎหมอกสีขาวพัดไปรอบๆหน่วยสำรวจ จากนั้นเชือกสลิงก็ขาดพร้อมกับหนึ่งในหน่วยสำรวจหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับหมอกค่อยๆจางหายไป
“เดี๋ยวก่อน หยุด หยุดก่อน กลับไปเมื่อ 5 วินาทีก่อนหน้านี้”
แอชเชอร์มองเห็นบางอย่างผิดสังเกต หากดูไม่ดีจะไม่มีทางเห็นอย่างแน่นอน ทันทีที่น็อตย้อนกลับไป 5 วินาทีก่อน วีดีโอก็ถูกปรับลดความเร็วลงจนเหลือ 0.25 เท่า ก่อนที่แอชเชอร์จะชี้ไปยังวัตถุหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับกับกระจกโปร่งใสเป็นแท่งยาวโผล่ออกมาจากหมอกเล็กน้อย
“นี่มันอะไรกัน”
น็อตทำการสแกนสิ่งที่แอชเชอร์ชี้ จากนั้นคอมพิวเตอร์ก็ได้นำสิ่งๆนี้เข้าไปเทียบกับวัตถุในฐานข้อมูลของกองทัพ ทันทีที่การประมวลจบลงไปนั้น มอนสเตอร์ที่มีอวัยะใกล้เคียงก็ปรากฎขึ้นมา 10 ตัว หนึ่งในนั้นเป็นแมงมุมทั่วทั้งตัวของมันใสราวกระจก
“มันต้องเป็นสิ่งนี้แน่”
“น่าจะเป็นอย่างที่ร้อยตรีคาดการณ์นะครับ ส่วนวิธีการที่มันจัดการกับหน่วยสำรวจ คงจะเป็นการปล่อยหมอกเหล่านี้ออกมา จากนั้นก็ใช้ลำตัวขนาดใหญ่ของมันยกร่างของหน่วยสำรวจไป”
มอนสเตอร์แมงมุมที่แอชเชอร์มองจ้องมีร่างกายสูงถึง 10 เมตร หากมันมาพร้อมกับหมอกจริง ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจับมนุษย์ไป การเข้าหาหน่วยสำรวจสำหรับมันคงจะเป็นเรื่องง่าย หลังจากปล่อยหมอกมันก็ใช้เท้ายาวๆที่เหมือนกับแท่งแก้วเดินเข้าไปจับตัวหน่วยสำรวจแล้วก็เดินจากไป
“คุณน็อต สอบถามหน่วยสำรวจให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ว่าพวกเขารู้สึกเหมือนกับมีอะไรอยู่บนหัวไหม ยกตัวอย่างเช่น มีความรู้สึกเหมือนกับมีหลังคาโปร่งใสขนาดใหญ่คลุม”
“รอสักครู่นะครับ”
น็อตทำการติดต่อไปยังหน่วยสำรวจที่พึ่งกลับมาเพื่อสอบถาม แอชเชอร์รู้สึกตกใจเช่นกันที่น็อตดูจะมีอำนาจพอสมควรภายในค่ายแห่งนี้ หลังจากที่วางสายแอชเชอร์ก็ได้รับคำตอบ
“ร้อยตรีครับ พวกเขารู้สึกเหมือนที่ร้อยตรีบอก ในช่วงที่เพื่อนหายไปพวกเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรอยู่บนหัว แต่มันก็เป็นช่วงวินาทีนิดๆเท่านั้นเองครับ หนำซ้ำยังไม่มีใครมองเห็นสิ่งๆนั้นอีกทุกๆคนจึงคิดว่ามันเป็นพลังลึกลับ”
“เข้าใจแล้ว ผมขอพิกัดที่ทีมสำรวจหายไปด้วยครับ”
“จะไม่อันตรายเหรอครับ”
“อันตรายสิ แต่ถ้ามันไม่ใช่มอนสเตอร์ 8 ดาวก็ยากที่จะฆ่าผมล่ะนะ”
“ถ้าอย่างนั้นนี่คือตำแหน่งครับ”
แอชเชอร์มองจ้องไปยังตำแหน่ง จากนั้นเขาก็รีบพุ่งออกจากค่ายในช่วงบ่าย การเดินทางของแอชเชอร์ทำให้คนที่จับตามองสนใจเพราะพวกมันพอจะจับต้นชนปลายวิธีการทำงานของแอชเชอร์ได้แล้ว แม้เขาจะทำงานไม่เป็นเวลา แต่จุดหมายของเขายังคงเป็นตำแหน่งล่าสุดที่ทีมสำรวจหายไป