TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 116 การย้อนคืนสู่สายเลือด

    ตอนที่ 116 การย้อนคืนสู่สายเลือด


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ลาวาวิญญาณแผ่แรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลที่แม้แต่การเปิดประตูยังส่งผลกระทบไปทั่วทั้งยอดเขาฮาดา


    เหล่านายท่านทั้งสี่และจอมปราชญ์ต่างสัมผัสได้ถึงมัน


    “ท่านอาจารย์ ...”


    นายท่านคนหนึ่งกำลังจะเอ่ยออกมา แต่ทว่าจอมปราชญ์ได้ส่งข้อความเสียงแทรกเข้ามาก่อน


    “ศิษย์น้องคนเล็กของพวกเจ้ากำลังฝึกฝนที่ลาวาวิญญาณ พลังสายเลือดของเธอค่อนข้างพิเศษและเหมาะกับการเรียนรู้เส้นทางจารึก”


    เมื่อได้ยินดังนั้นความสงสัยของนายท่านทั้งหลายก็หมดไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังพูดคุยถึงน้องเล็กของพวกเขาอยู่


    “อีวาได้กลายเป็นศิษย์น้องของพวกเราแล้ว ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะประกาศออกไปเมื่อใด?” นูฟูอินเป็นผู้เอ่ย


    “ใช่แล้ว เธอเป็นศิษย์น้องเล็กของพวกเราดังนั้นต้องแจ้งเรื่องนี้ให้โลกภายนอกรู้โดยด่วน” ไฟเซอร์เอ่ยสำทับ


    “เหอะ ดูเหมือนว่าเจ้าอยากให้รีบประกาศเรื่องนี้ออกไปเพราะไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นศิษย์น้องเล็กอีกต่อไปสินะ”


    คำพูดนี้ได้จี้ปมของไฟเซอร์เข้าอย่างแม่นยำ


    ด้วยภาพลักษณ์ของเขาเมื่อเทียบกับศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ การที่บอกว่าเขาที่มีสภาพสูงวัยขนาดนี้เป็นศิษย์น้องเล็ก มันช่างน่าอับอายนัก เมื่อมีโอกาสที่จะหลุดออกจากตำแหน่งนี้ได้ เขาจึงไม่ลังเลที่จะไขว่คว้ามัน


    “ท่านก็ว่าไปนั่น ข้าเป็นห่วงศิษย์น้องเล็กจริงๆ ต่างหาก”


    ตอนนั้นเองเอสโตรผู้เป็นนายท่านที่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา


    “เดือนหน้าอาณาจักรจะสถาปนากษัตริย์องค์ใหม่ แน่นอนว่าอาจารย์ต้องเดินทางเข้าร่วมพิธีนี้ด้วย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราทั้งหมดก็ต้องติดตามท่านอาจารย์ไปด้วยอยู่แล้ว ผู้คนย่อมต้องรู้ว่าอีวาคือศิษย์น้องเล็กของพวกเราในเวลานั้น”


    “ใช่ จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลย”


    “ไฟเซอร์ นายก็ทนเอาอีกหน่อยก็แล้วกัน”


    ในขณะที่ผู้คนบนหอคอยดารากำลังสนทนากันอยู่นั้น อีวาที่เปิดประตูทองแดงก็ก้าวเดินเข้าไปข้างในอีกฝั่ง


    อีกด้านของประตูบานนั้นเชื่อมต่อกับพื้นพิภพของภูเขาเทพ มันมีทะเลลาวาสีทองขนาดใหญ่กำลังไหลผ่าน ความร้อนของมันเป็นที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง ทว่าแรงกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมากลับน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่า


    หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือพืชพรรณขึ้นอยู่แต่อย่างใด


    ไม่ใช่เพราะความร้อนระอุที่พวกมันไม่สามารถทนได้ แต่เป็นแรงกดดันวิญญาณที่กดข่มทุกสรรพชีวิตมากกว่า จึงทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเติบโตที่นี่ได้


    “ช่างเป็นพลังวิญญาณที่ทรงอำนาจเสียจริง” อีวาไม่ลืมบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในโลกลวงของเธอ ก่อนจะทะยานเข้าไปยังโลกใต้พิภพที่เป็นโพลงขนาดใหญ่และมีลาวาสีทองไหลเชี่ยวอยู่ตลอดเวลา


    อีวาทะยานไปที่โขดหินซึ่งมีสภาพเหมือนกับศิลาสีทองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลสีทองข้างในนั้น


    “แม้แต่หินก้อนนี้ก็ไม่ธรรมดา คาดว่ามันคงเป็นลาวาวิญญาณที่แห้งแล้ว” อีวาเอ่ยเมื่อนั่งอยู่บนโขดหินนั้น


    จากนั้นเธอก็ไม่ลังเลที่จะบ่มเพาะพลังในทันที


    วูม ...


    วินาทีที่อีวาเริ่มบ่มเพาะ กระดูกสันหลังของเธอค่อยๆ ดูดซับพลังวิญญาณ แรงกดดันวิญญาณรอบด้านราวกับกำลังหลั่งไหลเข้าไปในร่างเหมือนสายน้ำที่ไหลลงสู่ท้องทะเล 


    กระดูกสันหลังของอีวาราวกับมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุด สามารถกักเก็บพลังวิญญาณเหล่านี้ได้อย่างมหาศาล


    แรงกดดันวิญญาณมากมายพุ่งเข้าไปเป็นเส้นสาย กระทั่งเผยให้เห็นเป็นภาพของเปลวเพลิงสีทองกำลังพุ่งเข้าหาตัวเธอ


    อีวารับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่เปี่ยมล้น คุณภาพของลาวาวิญญาณนั้นแตกต่างไปจากศิลาสายเลือดอย่างมหาศาล


    ในตำนานเคยเล่าว่าลาวาวิญญาณคือโลหิตของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาที่ยังไม่แห้งเหือด แม้สิ่งมีชีวิตหลากโลกาจะตายไปแล้ว แต่เจตจำนงบางส่วนของมันยังฝังอยู่ในสิ่งเหล่านี้


    วินาทีนั้นเองอีวาก็รู้สึกไปปรากฏตัวยังโลกอีกโลกหนึ่ง โลกที่เธอดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เล็กจ้อยทว่าสัมผัสรับรู้เบื้องหน้ากลับค่อยๆ มองสิ่งที่ใหญ่โตได้ชัดเจน ยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้น


    ภาพที่เธอรู้สึกว่ามองเห็นก็คือตัวตนที่มีร่างกายใหญ่โตมหึมา ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งแทบจะไม่ต่างไปจากเม็ดฝุ่นที่เกาะกุมร่างกาย เพียงแค่ปลายเล็บก็เหมือนได้รวมเอาดาวเคราะห์มากมายอยู่ข้างในนั้น เป็นการรวมตัวของกลุ่มดาวนับไม่ถ้วน


    เมื่อมองออกไปไกลมากกว่านั้นก็ราวกับว่าตัวตนของคนผู้นี้คือจักรวาลมากมายมารวมกันที่นี่


    ตัวตนของเขาเทือบจะไม่ต่างไปจากต้นกำเนิดของโลกมากมาย


    “หรือว่านี่คือสิ่งมีชีวิตหลากโลกา!” อีวาตกตะลึงเป็นอย่างมาก


    ภาพของสิ่งมีชีวิตที่อหังการได้ปรากฏขึ้นต่อสายตาเธอ 


    แต่ทว่า ...


    น่าเสียดายที่แม้ว่าเธอจะเพ่งมองก็ไม่อาจเห็นสัดส่วนของสิ่งมีชีวิตนี้ได้หมด เธอจึงไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตหลากโลกาท่านนี้เป็นหญิงหรือชาย หรือมีรูปร่างลักษณะที่ชัดเจนเป็นเช่นใด


    คราแรกที่เหมือนจะมองเห็น เมื่อเริ่มชัดเจนก็กลับกลายเป็นเลือนลางเสียอย่างนั้น


    ในขณะที่อีวากำลังจมจ่อมอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก


    ร่างของเธอในตอนนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ไหลเข้าไปในกระดูกสันหลังของเธอกลับไม่ใช่เปลวไฟสีทองอีกต่อไป


    แต่มันกลับเป็นลาวาสีทองไปเสียอย่างนั้น


    ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!


    เสียงอึกทึกดังสนั่นไปทั่วทั้งใต้พิภพ เสียงนี้ทำให้ภูเขาเทพทั้งหมดเกิดการสั่นสะเทือน


    เรื่องนี้ทำให้แม้แต่จอมปราชญ์ก็ยังแตกตื่น เขารีบเร่งรุดไปยังห้องลับชั้นใต้ดินในทันที


    เมื่อไปถึงเขาก็พบกับประตูสีทองแดงที่สั่นไหวอย่างรุนแรง


    “หืม ... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” จอมปราชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด ก่อนจะโบกมือออกไปเพื่อเปิดประตูบานนั้น


    ปัง!


    แสงสีทองพลันสาดส่องไปทั่วทั้งห้อง


    แน่นอนว่าแสงนี้มาจากอีกฟากหนึ่งของประตูทองแดง


    แม้แต่จอมปราชญ์ในตอนนี้ก็ยังต้องพบกับแรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลที่แทบจะเป็นพายุคลั่ง กดดันจนเขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่


    “อีวาอยู่ข้างในนั้นอย่างนั้นหรอ?”


    ช่วงเวลานั้นสัมผัสของจอมปราชญ์พลันแทรกเข้าไปข้างในบานประตูนั้นทันที แม้จะต้องปะทะกับแรงกดดันวิญญาณที่ผันผวน แต่จิตของจอมปราชญ์ในตอนนี้ย่อมสามารถทะลวงมันเข้าไปได้


    แล้วภาพที่จอมปราชญ์เห็นก็ต้องทำให้จอมปราชญ์ต้องประหลาดใจ


    เมื่อภาพตรงหน้าคือภาพของลาวาวิญญาณที่ไหลวนเป็นเส้นสายหมุนวนจนปกคลุมร่างทั้งร่างของอีวาเอาไว้ 


    ทำให้เธอในตอนนี้เหมือนกำลังอยู่ในดักแด้ก็มิปาน


    “การย้อนคืนสู่สายเลือดอย่างนั้นหรอ? ศิษย์ของข้าผู้นี้บ่มเพาะในวันแรกก็เข้าสู่การย้อนคืนสู่สายเลือดไปเสียอย่างนั้น” จอมปราชญ์เอ่ยพึมพำเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า


    สัมผัสของเขาย่อมชัดเจนยิ่ง เพราะเขาเองก็เคยได้รับประสบการณ์การย้อนคืนสู่สายเลือดเช่นกัน จนทำให้เขาได้รับความสามารถในด้านอักขระนี้มา เขาจึงกลายเป็นตัวตนในหมู่จักรพรรดิที่น่าหวาดหวั่น แตกต่างไปจากจักรพรรดิทั่วไป


    การย้อนคืนสู่สายเลือดคือการได้รับความสามารถของบรรพบุรุษที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่บ่มเพาะจนย้อนคืนสายเลือดไปจนสุดทาง สักวันหนึ่งย่อมสามารถกลายเป็นสิ่งมีชีวิตหลากโลกาตามบรรพบุรุษของพวกเขาได้


    ตอนนี้อีวากำลังอยู่ในขั้นตอนการย้อนคืนทางสายเลือด จอมปราชญ์จึงไม่ลังเลที่จะปิดประตูทองแดงบานนี้ลง และคอยพิทักษ์ลูกศิษย์ผู้นี้เอาไว้


    “ท่านอาจารย์เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?”


    เหล่าลูกศิษย์ของจอมปราชญ์เริ่มทยอยไถ่ถามเหตุการณ์ 


    การที่ภูเขาเทพทั้งหมดเกิดการสั่นไหว ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดาอย่างแน่นอนและผู้พิทักษ์ภูเขาเทพเช่นพวกเขาย่อมต้องเกิดความสงสัย


    “ไม่มีอะไร ศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้ากำลังย้อนคืนทางสายเลือดเท่านั้นเอง”


    จอมปราชญ์บอกกับศิษย์ทุกคน


    “ว่ายังไงนะ ย้อนคืนทางสายเลือด?”


    “นี่ศิษย์น้องเล็กของพวกเขาร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรอ?”


    “อีวามีการบ่มเพาะขอบเขตดยุกขั้นสูง เมื่อได้รับการย้อนคืนทางสายเลือด แล้วแบบนี้เธอไม่มีขั้นพลังบ่มเพาะล้ำหน้าข้าเลยหรือ? นี่ข้าต้องรั้งท้ายอีกแล้ว” ไฟเซอร์เอ่ยอย่างโอดครวญ


    แม้พวกเขาจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็รู้สึกยินดีที่ศิษย์น้องของพวกเขาประสบความสำเร็จด้วยโชคที่ดี


    อีวาที่ได้รับการย้อนคืนทางสายเลือด เธอในตอนนี้กำลังรู้สึกเหมือนได้เข้าถึงพลังโลกลวงที่มากกว่าเดิม


    เดิมทีที่โลกลวงสามารถล่อลวงเหยื่อเข้ามาในโลกแล้วปลูกฝังความทรงจำใหม่เข้าไปได้แล้ว ทว่าตอนนี้กลับร้ายกาจมากกว่าเดิม นั่นคือมันสามารถทำร้ายดวงวิญญาณนั้นได้


    กล่าวอีกอย่างก็คือการทำลายดวงวิญญาณ


    ล่อให้ตกเข้าสู่โลกลวงแล้วดับสังหารภายใต้อำนาจของโลกลวง


    เมื่อวิญญาณถูกดับสังหาร สังขาลของร่างก็ไม่อาจถูกควบคุม กลายเป็นตายตกไปตามกัน


    การย้อนคืนทางสายเลือดของอีวาทำให้ได้รับความสามารถโลกลวงอันน่าพรั่นพรึง


    ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อแล้วว่าลาวาวิญญาณเหล่านี้คือโลหิตของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาที่ยังไม่เหือดแห้งจริงๆ มิหนำซ้ำยังเป็นโลหิตเพียงแค่เศษเสี้ยวของหนึ่งหยดเท่านั้น


    หลังจากได้เห็นภาพนิมิตตัวตนของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาแล้ว เธอจึงคาดคะเนมันได้


    ครืน ...


    ทันทีที่อีวาได้สติกลับคืนมา เหตุการณ์ทั้งหมดก็สงบลง ลาวาสีทองไหลกลับไปตามเดิมไม่ปกคลุมร่างของอีวาต่อไป


    ทว่าขั้นพลังบ่มเพาะของเธอในตอนนี้กลับเข้าสู่ขอบเขตราชวงศ์ขั้นกลางเรียบร้อยแล้ว!