ชางอวิ๋น เทพเจ้ามังกรบรรพกาล (Ancient God Dragon)

    ตอนที่ 31 ต่อรอง

    บรรยากาศภายในงานคัดเลือกจอมยุทธรุ่นเยาว์ยังคงครึกครื้นอย่างต่อเนือง ถึงแม้จะมีคนที่เสียใจในการตกรอบแรกเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ถึงยังไงการแข่งขันในรอบนี้ก็ยังคงสร้างสีสันให้กับเมืองตระกูลชางเป็นอย่างมาก


    ซือเฉิง เป็นชายหนุ่มรูปงามอีกคนหนึ่ง แม้หน้าตาจะเป็นรองชางอวิ๋นไปบ้าง แต่ด้วยศักดิ์และฐานะนั้น เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าชางจือเลยแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งที่ทำให้เขามีบุคคลลิกที่เย่อหยิ่งอย่างรุนแรง


    "นั่นซือเฉิง ! เห็นว่าเป็นตัวเก็งของรายการนี้เหมือนกัน นับว่าเป็นคู่แข่งของชางจือเลยก็ว่าได้"


    "หึ หึ ไอ้กระจอกนั่นนะเรอะจะเป็นคู่แข่งของข้า" ชางจือยังคงดูถูกดูแคลนคู่แข่งของเขาทุกคน


    ชางอวิ๋นขึ้นเวทีพร้อมกันกับซือเฉิง 'อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะไม่ทำให้ตัวเองเด่นต่อสายตาคนนับพัน'


    ซือเฉิงกวาดสายตาไปที่จอมยุทธทั้ง 4 บนเวที ด้วยสายตาที่เหยียดหยาม มองหัวจรดยันเท้า 


    "ระดับต่ำขนาดนี้ยังจะกล้ามาทดสอบอีกนะ ตำแหน่งนี้มันมีไว้สำหรับข้าคนเดียวเท่านั้น ไอ้พวกลูกเต่าอย่างพวกเจ้า หดหัวอยู่ในกระดองหน่ะดีแล้ว อย่าโผล่หัวออกมาข้างนอกเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


    "กรอดดด" เสียงกัดฟันแน่นของจอมยุทธหนุ่มน้อยทั้ง 3 ไม่พอใจอย่างมาก ที่มีคนมาดูถูก ถึงแม้ต้นเองจะมีพลังปราณระดับต่ำในการแข่งขันนี้ แต่ถ้าเทียบในหมู่บ้านที่เขาจากมานั้น พวกเขาคือที่ 1 ในแต่ละหมู่บ้านเลยทีเดียว


    ชางอวิ๋นหาได้สนใจไม่ เอามือไพล่หลังอย่างสงบ เมื่อทั้งคู่สบตากันเหมือนมีสายฟ้าฟาดมาโดนใจ 'การที่หน้าไม่ถูกชะตากับสนเท้า (ตีน) มันให้ความรู้สึกแบบนี้เองรึนี่'


    "ข้าด่าแล้วยังไม่สลด ยังกล้ามาสบตากับข้าอีกรึ ไอ้ขยะเน่า" 


    ด้วยการที่ชางอวิ๋นปิดบังระดับเพื่อให้ตนนั้นได้เข้ามาทดสอบหาประสบการณ์ก่อนเจอของจริงนั้น ก็ยังไม่วายที่จะต้องเจอคนประเภทแบบนี้เข้ามาหาเรื่องอยู่ได้ตลอด


    'คนแบบมันนี่ ยุคไหนๆมันก็ยังคงมีความสามารถ ที่อยู่รอดจนถึงปัจจุบันได้เนอะ เห้อ~~ข้ามภพมาแล้วก็หนีไม่พ้นจริงๆ'


    "ท่าน . . . . อย่าคิดว่าตนเองนั้นเก่งที่สุดบนโลกใบนี้ ยังไง๋ ยังไง ก็ยังมีคนที่เก่งกว่าท่านอีกเป็นแสนๆคน นะท่าน ซื่อบื้อ"


    !@#$% "บัดสบ ชื่อของข้าคือ ซือ . . . เฉิง ไอ้ลูกหมา ! เรียกชื่อของข้าให้ถูกด้วย"


    . . . . . .


    . . . . . . ซือเฉิงโกรธจนหน้าแดง แต่ก็ยังคิดวิธีที่จะแก้แค้นขึ้นมาได้


    "หึ หึ . . . ดี ! ในเมื่อเจ้าปากเก่งได้ขนาดนี้ ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าปราณของเจ้ามันจะเก่งเหมือนปากไหม" 


    "ข้าต่อให้เจ้านำเลขพลังมาบวกกัน 2 รอบเลย เพื่อมาแข่งกับเลขพลังของข้า ถ้าเจ้ามากกว่าข้าเอาไปเลย หนึ่งหมื่นเหรียญทอง แต่ถ้าเจ้าแพ้ . . . เจ้าต้องมาเป็นสุนัขสัตว์เลี้ยงที่บ้านข้าตกลงไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


     "ไม่เอา" !!


    "หนึ่งหมื่นเหรียญทองมันกระจอกเกินไป" !! 


    ข้าต้องการให้ท่านตั้งรับ ข้าเพียงแค่ 1 กระบวนท่าก็พอ ตกลงไหม"


    "หืออออ" เสียงผู้คนฮือฮาที่ชายหนุ่มเหมือนเป็นคนเสียสติทิ้งเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองเพียงแค่อยากจะโจมตีซือเฉิงเพียงแค่ทีเดียว


    ด้วยปราณที่ต่างกันถึง 8 ขั้น มันก็เหมือนกันกับเอาไม้ไผ่ไปตีกับต้นไม้ใหญ่ อาจจะมีรอยบ้างแต่คงไม่สะทกสะท้านอะไร


    "ดี ! ตกลงตามนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เมื่อซือเฉิงเห็นว่าชางอวิ๋นโง่ขนาดนี้ ตนเองได้เปรียบเห็นๆจึงรีบตอบปากรับคำเป็นอย่างดี


    "ถ้าอย่างนั้น ผู้คุมช่วยเป็นพยานด้วย ถ้าเกิดข้าชนะแล้ว เกิดพลั้งมือทำให้คุณชายหน้าสวยคนนี้พิกลพิการขึ้นมา จะมาว่าข้าไม่ได้นะ"


    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ระเบิดเสียงจากผู้คนนับร้อยและมีเสียงหัวเราะจากผู้คุมด้วย ตั้งแต่เขาเกิดมาจนเป็นผู้อาวุโสขนาดนี้ก็ยังไม่เคยเห็นใครโง่ขนาดนี้มาก่อน ระดับลมปราณที่ต่ำกว่าถึง 8 ขั้น จะสามารถตีเพียงครั้งเดียวแล้วอีกฝ่ายพิการได้ "มันก็จะตลกเกินไปแล้ว ไอ้หนุ่ม" !!


    "ถ้าอย่างนั้นก็ดี ! เชิญคุณชายซือเฉิงก่อนเลยข้าขอเป็นคนทดสอบคนสุดท้าย" ซือเฉิงหันไปทางผู้คุมส่งสัญญาณให้ทำตามที่ชายหนุ่มนั่นบอก ผู้คุมก็หันไปมองผู้เฒ่าชางเหอ อีกที 


    ด้วยอำนาจของตระกูล'ซือ'นั้น ได้ครอบงำการค้าเกือบทั้งหมดในเมืองนี้อยู่ จึงพอที่จะมีเส้นสายบ้าง ทำให้ผู้คุมและผู้เฒ่าบางคนยังต้องเกรงใจ


    "ตกลงตามนั้น ข้าเป็นพยานให้" !! ผู้เฒ่าชางเหอเห็นว่ามันก็ไม่ได้ผิดกติกาอะไร ที่เขาตั้งขึ้นมาแต่อย่างใด เพียงแค่เด็กๆมันตีกัน ก็เลยปล่อยไปตามเลย


    "เฮ . . ." ระเบิดเสียงดังขึ้น นอกจากเขาจะได้ชมการแข่งขันนี้แล้ว ยังมีมวยนอกรอบให้เขาได้ลุ้นอีก 'ปีนี้รุ่นเยาว์นี้มันช่างห้าวหาญเสียเหลือเกิน'


    5 . . 4 . . 3 . . 2 . . 1 "เริ่มได้" !!


    ทั้ง 4 คนยกเว้นชางอวิ๋นเข้าไปในตู้แล้วระเบิดพลังออกมา


    "หย๊ากกกกกก" !! "ตี๊ด" ทั้ง 3 คนนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว "58 . . . 49 . . . 72 ตกหมด"


    ภายในลูกบอลของซือเฉิง พลังปราณยังไม่มีท่าทีว่าจะหมดลง


    "นั่น !! ดูนั่น มีสายฟ้าออกมาเต็มภายในลูกบอลเลยหวะ"


    "หือออ นั่นมันวิชาระดับ 3 รึเปล่าที่ซือเฉิงกำลังโคจรอยู่"


    "เปรี้ยงง" !! เสียงลูกบอลปราณเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ทั้งๆที่การทดสอบทั้งหมดยังไม่เคยทำให้ลูกบอลพลังปราณสั่นสะเทือนได้แบบนี้มาก่อน


    164 ซือเฉิง . . . . ผ่าน


    "เฮ . . ." เสียงเฮดังลั่นกระหึ่มเต็มพื้นที่ลานประลอง นี้คือตัวเลขที่ทำลายสถิติของชางจือ ที่เขาเพิ่งจะทำลายสถิติของพ่อเขาได้ไม่ถึง 2 ชั่วยาม สถิติใหม่ก็เกิดขึ้นทันที


    เมื่อชางจือที่กำลังนั่งพักหลังจากทดสอบ เห็นเลขพลังที่ซือปลดปล่อยภายในลูกบอล ก็ยืนขึ้นถึงกับสบทออกมา "ไอ้ลูกหมานั่น มันโกงคะแนนใช่ไหม"


    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . . ตาเจ้าแล้ว ไอ้ลูกเต่า ขยะเน่าๆอย่างเจ้ามันจะทำได้ถึง 80 ไหมนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


    ชางอวิ๋นไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแค่เดินเข้าไปในลูกบอลพลังปราณอย่างใจเย็น


    3 . . 2 . . 1 "เริ่มได้"


    "ฟุบ" เสียงพลังปราณของชางอวิ๋นระเบิดขึ้นมาเสี่ยววิ มีเพียงฝุ่นคละคลุ้งภายในลูกบอล แล้วก็หายไปอย่างหมดจดไร้ร่องรอยของพลังลมปราณ 


    ผู้คนในรอบลานประลองยืนนิ่งสงบ . . . เงียบสงัด . . . จากที่เคยมีเสียงเชียร์จ้อกแจ้กจอแจนั่นได้หยุดลง


    1 . . ."เฮ้ยมันระเบิดลมปราณออกไปรึยังวะนั่น"

    2 . . ."ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีลมปราณระดับ 2 ออร่าสีเขียวได้ห่วยขนาดนี้มาก่อนเลยหวะ"

    3 . . ."ไอ้หนุ่มนั่นมันระเบิดลมปราณหรือพายลมออกมากันแน่เนี่ย"

    4 . . ."ข้าว่าโดนวางยาแล้วล่ะ เป็นไปได้ยังไงระดับออร่าสีเขียวนี้ วัวตายควายล้มเลยนะ"

    5 . . ."ตี๊ด" เสียงของเครื่องดังหมดเวลาปล่อยลมปราณ


    836 !!!!  . . . . . . "ห๊ะ !!!! . . ."