ในเย็นวันนั้นผมกลับมาบ้านด้วยอารมณ์ดีสุด ๆ กะว่ามาถึงก็จะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังแต่ทว่า...
“ก็...ก็บอกแล้วไง ว่าตอนนี้ฉันยังไม่มีให้พวกแก อีกอย่างหนี้ก้อนนี้ฉันก็ไม่ได้เป็คนกู้มาด้วย”
“เื่นั้นพวกผมไม่สนหรอกนะ ในเมื่อคุณนายเป็เมียของเขา เขาไม่อยู่แล้วคุณนายก็ต้องรับผิดชอบต่อ ถ้ายังโยกโย้ไม่จ่ายเห็นทีพวกผมคงต้องขออย่างอื่นมาขัดดอกก่อนซะล่ะม้าง...” ชายร่างสูงใหญ่สามคนใช้สายตามองที่ร่างของแม่ และยัยมิลค์ด้วยท่าทางลามก ก่อนที่พวกมันจะก้าวเท้าเข้ามาหาทั้งสองคนอย่างช้า ๆ ถึงผมจะไม่รู้ว่าเกิดอะไร แต่บอกได้เลยว่าไม่ใช่เื่ดีแน่
“ยะ..หยุดนะว้อย!! พวกแกจะทำอะไรแม่กับพี่สาวฉัน!!” ผมแข็งใจตวาดเสียงดังลั่น ก่อนที่พวกมันทั้งสามคนจะหันมามอง
“หือ? โอ้...เ้านั้นมีลูกชายด้วยสินะ ถ้าผมจำไม่ผิด”
“นะ...นนท์อย่าเข้ามา ไม่ต้องห่วงแม่หนีไปเร็วเข้า!!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ใช่แล้วไอ้หนุ่มหนีไปเลย หนีไปไกล หนีไปเหมือนที่พ่อแกเคยทำ” หนึ่งในกลุ่มผู้ชายพวกนั้นหัวเราะเสียงดังพร้อมกับมองมาทางผม
“คะ...ใครจะไปทำแบบนั้นวะ!! พวกแกนั่นแหละที่ต้องไป” ผมตวาดกลับเสียงดัง ก่อนที่ร่างจะพุ่งตรงเข้าไปหาหนึ่งในพวกมัน ทว่า....เพียงเสียวอึดใจ หูผมก็ได้ยินเสียงดังผัวะ! ก่อนที่ภาพรอบตัวจะพลันมืดดับไป
...
“นนท์ นนท์ได้ยินแม่มั้ยลูก”
“สะ...เสียงแม่งั้นเหรอ?” ผมค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างแช่มช้า ๆ ในหัวปวดไปหมด
“กะ...เกิดอะไรขึ้นครับแม่? แล้วพวกนั้นล่ะ? แม่กับยัย เอ่อ....พี่มิลค์เป็อะไรมั้ย” ผมซึ่งนอนอยู่บนโซฟาค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่ง
“แม่กับพี่มิลค์ปลอดภัยดี ส่วนคนพวกนั้นไปแล้วล่ะ พอดีคนข้างบ้านโทรแจ้งตำรวจให้พอดี”
...พวกมันไปแล้วดีจัง แต่...ไม่นานพวกมันคงกลับมาอีกแน่ ๆ ตอนนี้ผมปะติดปะต่อเื่ราวได้พอสมควรแล้ว คนพวกนั้นน่าจะเป็คนของเ้าหนี้นอกระบบที่พ่อเคยไปกู้เงินมา พอพ่อไม่อยู่มันก็เลยมาทวงกับแม่แทนสินะ
“นนท์แม่ขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเื่นี้ให้ลูกรับรู้ั้แ่แรก แม่คิดว่ามันเป็เื่ของ แม่กับพ่อที่ต้องรับผิดชอบกันเอง”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ นนท์เข้าใจว่าแม่ไม่อยากให้นนท์รู้สึกไม่ดีไปด้วยเื่ที่พ่อทำไว้ แต่ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แม่ให้นนท์ช่วยแม่นะครับ ให้นนท์ไปทำงานพาร์ทไทม์ หรืองานอะไรก็ได้ นนท์อยากเอาเงินมาช่วยอีกแรง พวกเราจะได้หมดหนี้กับพวกมันไว ๆ”
“จะ...จะดีเหรอนนท์แม่ไม่อยากให้ลูกลำบาก”
“ดีสิครับ ให้นนท์ช่วยแม่นะ” ผมยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมแววตามุ่งมั่นเอาจริง เมื่อนั้นแม่จึงพ่นลมหายใจยาว ๆ พร้อมยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ถ้างั้นก็ขอบใจมากนะนนท์ ลำพังแค่เงินจากงานของแม่ กับเงินจากการขายของออนไลน์พี่มิลค์มันก็ไม่พอจริง ๆนั่นแหละ”
....เงินจากการขายของออนไลน์ของยัยมิลค์?
นี่แม่ไม่รู้สินะ ว่าไอ้ของออนไลน์ที่ยัยมิลค์ขาย มันก็คือตัวของยัยนั้นเอง สรุปยัยนี้ทำเพื่อครอบครัวงั้นเรอะเนี่ย? ตอนแรกคิดว่าทำเพื่อตัวเองซะอีก...
พอคุยกับแม่เื่งานพิเศษจบ ผมก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับป้าแอนให้เธอฟัง ตอนแรกคิดว่าแม่จะใซะอีกแต่เปล่าเลย เพราะตอนที่ผมนั่งรถไฟฟ้ากลับมาดูเหมือนป้าแอนจะโทรบอกแม่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น แม่ยิ้มกว้างก่อนจะดึงผมเข้ากอด และบอกขอบใจสำหรับทุกเื่ จากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกัน ผมเดินกลับขึ้นห้องของตนเองเพื่อจะไปพัก เพราะวันนี้เหนื่อยมาก แถมยังเจ็บตัวอีกต่างหาก แต่ขณะที่เดินขึ้นมาผมก็เห็นยัยมิลค์ยืนกอดอกทำหน้านิ่ง ๆ อยู่ ตอนนั้นผมเหนื่อยสุด ๆ เลยไม่อยากจะสนใจ หรือเปิดศึกอะไรกับเธอ สุดท้ายจึงเลือกที่จะเดินผ่าน
“ขะ....ขอบใจ!”
เหมือนมีเสียงเบา ๆ อ้อมแอ้มของยัยมิลค์พูดขึ้นเร็ว ๆ พูดจบนางก็พลันเปิดประตูห้องตัวเอง และหายวับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
...
ผมยืนนิ่งอยู่อึดใจ ก่อนจะเดินต่อไปที่ห้องตัวเอง พอถึงเตียงผมก็ทิ้งตัวลงไปนอนอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
...
ผมเผลอหลับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว มารู้อีกทีก็น่าจะสามทุ่มกว่า ๆ หรือสี่ทุ่มเนี่ยแหละ ทั้งคอแห้ง ทั้งหิวสุด ๆ ก็เลยลุกจากเตียง และออกจากห้องเพื่อลงมาหาน้ำ หาขนมกินที่ชั้นล่างสักหน่อย ไม่งั้นนอนไม่หลับแน่
“หิวเป็บ้าในตู้เย็นมีอะไรกินบ้างเนี่ย”
ผมเดินไหล่ตกเอามือกุมท้อง มุ่งหน้าไปที่ตู้เย็นในห้องครัว ยามนั้นเหมือนผมจะผ่านห้องรับแขกเห็นมีแสงไฟลอดออกมา เดาว่าน่าจะเป็แม่ที่ยังไม่เข้านอน เลยคิดว่าหลังจากหาอะไรกินเสร็จจะเดินกลับมาเธอ
พอถึงตู้เย็นพบผมว่ามันแทบไม่มีอะไรเลย โชคดีมีขนมปังฟาร์มเหาติดก้นถุงอยู่สองสามแผ่นก็พอประทังความหิวได้ ผมหยิบมันออกมายัดใส่ปาก ก่อนจะกระดกน้ำตาม กินเสร็จก็เดินกลับมาหาแม่ตามที่ตั้งใจ ซึ่งภาพที่เห็นก็คือ...แม่ในชุดคลุมอาบน้ำสีม่วงตัวนั้น กำลังนั่งดื่มไวน์อย่างหนัก ดูเหมือนเธอน่าจะเมามากแล้วด้วย เพราะสีหน้าแดงก่ำ สองตาก็ปรือใกล้ปิดเต็มที่
“แม่ครับ...”
“อ้าววว...ววนนท์ ยางไม่นอนเหรอลูกก..กกก ลงมาทำม่ายยคนเก่งของแม่” แม่เอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงเมาจัด
“แม่ไหวมั้ยครับทำไมดื่มหนักขนาดนี้? นนท์ว่าแม่ไปนอนดีกว่าครับ”
“แค่นี้สบายมากกกก มาววที่หน่ายยยย....ยยย นนท์ไปนอนเถอะ ขอแม่อึก!! ดื่มต่ออีก...”
แม่พยายามพูดต่อ แต่แล้วก็เงียบเสียงไปดื้อ ๆ ไม่เพียงแค่นั้นคอเธอยังตกอีก ผมก็เลยเดินเข้าไปจับไหล่ แล้วเขย่าเบา ๆ
“แม่ครับ...แม่...แม่ได้ยินนนท์มั้ย?”
“......”
“ม่ายยยมาวว...แม่...คร้อกก....กกกก”
แม่งึมงำเบา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกร่อน เรียบร้อยแม่เมาจนหลับไปเรียบร้อย...
ผมเข้าใจเธอนะ แม่คงจะเครียดเื่หนี้สินมาก ๆ สุดท้ายเลย มานั่งดื่มให้ลืมความทุกข์ ยิ่งเห็นเธอเป็แบบนี้ผมก็ต้องยิ่งต้องรีบหางานพิเศษทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ไอ้พวกแก๊งเงินกู้นอกระบบ
ว่าแต่ตอนนี้เอาไงกับแม่ดีล่ะเนี่ย จะปล่อยไว้แบบนี้ก็คงไม่ได้
ผมยืนคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปอุ้มแม่ เพื่อพาเธอกลับไปนอนที่ห้องของตนเอง
ห้องของแม่ก็อยู่ชั้นล่างนี่ล่ะครับ เลยห้องรับแขกไปนิดหน่อยเอง
ผมอุ้มร่างอวบอัดที่เมามายของคุณแม่คนสวย ก่อนจะพาเธอเดินไปที่ห้องนอน พอเข้ามาได้ ผมก็บรรจงวางร่างของแม่ลงบนเตียงของเธอ ก่อนที่ตัวเองจะตัดสินใจกลับไปนอนต่อ แต่ทว่า...ในเวลานั้นเองสายตาของผมก็ดันเหลือบไปเห็นโคนขาขาว ๆ ของแม่ที่โผล่พ้นชุดคลุมออกมา และพอมองสูงขึ้นก็เห็นเข้ากับร่องอกอวบอัดภายในชุดสีม่วงตัวนั้น ทุกอย่างรอบกายของผมดูคล้ายจะถูกหยุดลงชั่วขณะ
“ไม่นะไอ้นนท์!! หยุดคิดอะไรระยำอัปรีย์เดี๋ยวนี้ นี่แม่มึงนะ ถะ...ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมาั้แ่มึงจำความได้ก็เถอะ”
ผมพยายามบอกตัวเองเสียงดัง หากแต่สายตายังคงจับจ้องที่เรือนร่างของแม่อย่างไม่คิดมองไปไหน ภายในห้องเงียบแต่เสียงหัวใจผมเต้นโครมคราม เหงื่อกาฬเริ่มแตกเต็มหน้า มือไม้เย็นเฉียบ และซ้ำร้ายที่สุด อะ....อะ...ไอ้เ้างูั์ตาเดียวตรงเป้าของผมมันก็คล้ายจะพองแข็งจนปวดตุบ ๆ
“เชี้ย อะ...เอาไงดีวะ รู้ทั้งรู้ว่านี้คือแม่ ตะ...แต่มันก็อยากเห็นจัง ๆ อยากลองจับดูสักครั้ง ถะ...ถ้าพลาดครั้งนี้อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว...”
ผมยืนตัวแข็งทื่อพร้อมกับจิตใจที่กำลังลังเลระหว่างความถูกต้อง กับความเลวทราม
“อย่าทำเลยนนท์นั้นแม่นายนะเว้ย ถึงนายกับเธอจะได้มีความผูกพันกัน แต่การทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ”
“มึงอย่าโง่น่าไอ้นนท์ แค่ดู แค่จับมันจะเสียหายตรงไหนวะ มึงไม่ได้ข่มขืนเธอสักหน่อย แม่มึงไม่มีอะไรสึกหรอบุบสลายหรอกน่า เอาเลยครั้งเดียวเอง พลาดครั้งนี้ไม่มีคราวหน้าแล้วนะมึง..”
สองเสียง ดี กับชั่วเถียงกันมาในหัวผม เถียงกันหนักขึ้นสุดท้ายพวกมันก็ลงไม้ลงมือ และฝ่ายที่ชนะก็คือ...
จบตอน