ราชาแห่งศาสตร์เวท [นิยายแปล]

    บทที่ 52 ผีกำลังร้องไห้ มังกรกำลังหัวเราะ (1)

             

            ผมฟังไม่เข้าใจ มีสีหน้าสงสัยทันที

            “สังหาร...ฉู่นี่เป็นข้อสรุปจากการที่ฉันอ่านบันทึกข่าวกรองทั้งหมดที่เข้ามาในมณฑลครึ่งปีมานี้มีคนในวงนักเลงกลุ่มใหญ่กำลังมารวมตัวกันที่นี่ เป้าหมายเดียวของพวกเขาคือสังหารฉู่”เขาตอบ

            ผมยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของสองคำนี้นักทำได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น

            “สังหารฉู่ฉันวิเคราะห์ว่าเป็นการฆ่าคนผู้หนึ่งที่มาจากหังโจว ฮ่าๆ ถ้าคนมากมายอย่างนั้นลงมือพร้อมกันพอคนคนนั้นเดินทางออกจากหังโจว เท่ากับอยู่บนเส้นทางที่ไม่มีวันกลับได้ฉันยังเดาว่าทันทีที่สังหารฉู่สำเร็จ สถานการณ์ของวงนักเลงในเมืองหลวงมณฑลจะเปลี่ยนแปลงถึงตอนนั้น...” เขาชี้ที่ผม ยิ้มแต่ไม่พูด

            “หมายความว่าอย่างไรครับ” ผมถาม

            “เธอเป็นคนสกุลเซี่ยยังเป็นคนเดียวที่สามารถสนองกระจกวารีโหรเทพให้กับทั่วหล้า พอจบการสังหารฉู่เธอจะเป็นเหมือนแม่เหล็กใหญ่ดึงดูดทุกคนไว้แน่น ทั้งหมดกลายเป็นบริวารของเธอฉันลงความเห็นว่าวันหน้าวงนักเลงที่เมืองหลวงมณฑลต้องมีเขตอิทธิพลของเธอ เสี่ยวเซี่ยถึงตอนนั้นเราจะมีโอกาสดีที่จะร่วมมือกันทั้งฉันยังจะใช้ทรัพยากรการประชาสัมพันธ์ของทางการช่วยเธอประกาศต่อทั่วแผ่นดินที่มองเห็นล่วงหน้าได้ก็คือ ดาวแห่งวงนักเลงดวงใหม่ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นแล้วจะเป็นเป้าสายตาของทุกคน เปล่งประกายเจิดจ้า” เขาพูดด้วยท่าทางจริงจังมากราวกับว่าผลลัพธ์นี้อยู่ไม่ไกลแล้ว

            “คุณฉี อย่าล้อเล่นเลยครับ”ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่ได้คล้อยตามที่เขาพูด

            “ตามฉันมา ไปพบคนคนหนึ่ง คนผู้นั้นจะทำให้เธอเชื่อที่ฉันพูดเมื่อกี้”ฉีเหมยชี้ลึกเข้าไปในดงไม้

            ตอนที่เห็นเรื่องราวแปลกพิสดารในสมุดบันทึกนั้นผมอยากเจอคนเขียนมาก ดูว่าจะได้รายละเอียดและรูปธรรมของเรื่องที่เกิดขึ้นจากฝ่ายนั้นเพิ่มขึ้นหรือไม่น่าเสียดายที่ทุกอย่างที่พบขณะนี้ล้วนอยู่ในการควบคุมของฉีเหมย ผมลังเลไม่รู้ว่าถ้าไปจะตกหลุมพรางที่เขาวางไว้หรือไม่

            ผมเดินไป กุมมือขวาถังหว่านไว้ หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากเธอ

            ถังหว่านยืนแข็งทื่อทุกสองสามวินาทีจะขยับปากครั้งหนึ่ง เหมือนท่องอะไรอยู่

            “คุณสะกดจิตเธอ จำเป็นด้วยหรือครับ”ผมจ้องหน้าถังหว่าน แล้วถามฉีเหมย

            “เธอเป็นยอดฝีมือวิชาคลำกระดูก ถ้าไม่สะกดจิตเธอก่อนเกรงว่าจะคุมสถานการณ์ไม่ได้ เสี่ยวเซี่ย ต่อหน้าสถานการณ์ที่วุ่นวายฉันก็เหมือนเธอ ไม่มีความสามารถที่จะชี้นำทุกอย่างหรือควบคุมสถานการณ์ดังนั้นฉันจึงทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้หมดไปเลือกใช้วิธีที่ไม่เป็นที่สนใจของยอดฝีมือ วางใจเถอะเธอแค่ตกอยู่ในภวังค์แบบนั้นชั่วคราว รอเจอภรรยาฉันแล้วกลับมา เธอก็ตื่นแล้ว”ฉีเหมยอธิบาย

            ผมไม่กล้าเชื่อคำพูดเขาอย่างสิ้นเชิงเพราะเราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู

            “ทิ้งเธอไว้ที่นี่ ผมไม่วางใจครับ”

            ขณะที่ผมออกแรงบีบสองมือเธอ ใบหน้าเธอหันไปทางอื่นพอดีมองเห็นปล่องควันบนหลังคาห้องโถงใหญ่ของฌาปนสถาน

            ผมมองตามเธอไป ปล่องควันตั้งสูงขึ้นไปมากจนทะลุเมฆ ราวกับลูกศรยาวที่แทงทะลุเมฆ

            เตาเผากำลังทำงานจึงมีควันดำลอยออกจากปลายท่อตลอดเวลา กลายเป็นรูปร่างแปลกๆ ตามแรงลม

            “ที่นี่ปลอดภัยมาก น่าจะสักยี่สิบนาทีเราก็กลับมา”ฉีเหมยตอบ

            ผมไม่อยากทิ้งถังหว่านไว้กลัวว่าจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดกับเธอ แม้ข้างนอกจะมีคนมากแต่ล้วนฟังคำสั่งเยียนเกอสิง ไม่มีใครคอยดูแลเธอ

            “เสี่ยวเซี่ย ลูกผู้ชายทำอะไรต้องเด็ดขาดจะทำตัวเป็นเด็กสาวที่จมปลักอยู่กับความรักได้หรือ คิดดูนะเมื่อเทียบสถานการณ์ของวงนักเลงเมืองหลวงกับเด็กสาวตัวเล็กๆ อะไรสำคัญกว่า” ฉีเหมยเริ่มหงุดหงิดแล้ว

            ทันใดนั้นผมรู้สึกได้ว่านิ้วถังหว่านในฝ่ามือเริ่มขยับแล้วเขียนอย่างฉับไวว่า “ตามเขาไป ไม่ต้องห่วงฉัน ระวังตัวด้วย”

            ผมหันหลังให้ฉีเหมย เขาไม่เห็นใบหน้าผมดังนั้นพอผมเบิกตาโตด้วยความแปลกใจ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ถังหว่านเดือดร้อน

            “ไป สืบดูเบื้องหลังของเขา”ถังหว่านกำชับอีก

            ที่ถังหว่านสามารถทำอย่างนี้ได้แสดงว่าที่เธอตกอยู่ในภวังค์และพูดกับตัวเองนั้นเป็นการเสแสร้งเพื่อหลอกทุกคนในที่นั้น ประกอบด้วยฉีเหมยที่ซ่อนใบมีดไว้รวมทั้งนางหันแห่งชิงเต่าที่อาศัยวิชาจุดธูปและอยู่ทุกแห่ง

            ผมพยักหน้าอย่างไม่เผยพิรุธเมื่อแน่ใจว่าถังหว่านปลอดภัย งานขั้นต่อไปจึงง่ายขึ้น

            “ไปเถอะ” ฉีเหมยเร่งเร้า

            ผมถอยหลังหนึ่งก้าวยังไม่ทันเอ่ยปากพูดทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสุนัขป่าหอนอย่างโหยหวนดังแว่วมาที่ข้างหูเป็นเสียงที่มาจากส่วนที่ลึกเข้าไปในดงไม้

            ฉีเหมยมีสีหน้าตื่นเต้นมือขวาจับนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายทันที

            นอกจากเขตเขาทางใต้แล้วจี่หนานไม่เคยมีสุนัขป่ามาปรากฏตัว ยิ่งกว่านั้นขณะนี้เป็นในเมืองจี่หนาน

            หลังจากเสียงสุนัขป่าหอนสองครั้งแล้ว จู่ๆก็มีเสียงร้องของนกชนิดหนึ่งดังขึ้นเป็นพักๆ แรกสุดเป็นเสียงนกตัวเดียวร้องจากนั้นนกก็เพิ่มขึ้น สุดท้ายเป็นนกหลายสิบตัวส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ เสียงสูงๆ ต่ำๆ หลายชนิดราวกับเปิดการแสดงการขับร้องของนก

            ฉีเหมยกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะหินด้านข้าง มองไกลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของป่า

             

            “อะไรหรือครับ” ผมถามทันที

            “น่าจะเป็น...” ฉีเหมยลังเลแต่สีหน้าดูแย่ลงทุกที

            เสียงสุนัขป่าหอนค่อยๆ หยุดลงเสียงนกนับร้อยตัวก็ค่อยๆ หยุดด้วย

            สีหน้าฉีเหมยผ่อนคลายลง แต่ยังคงใช้สองมือป้องหน้าผากมองไกลไปทางนั้นต่อ

            ทันใดนั้นในป่าก็มีพายุหมุนพัดขึ้น พัดจากทิศตะวันตกไปตะวันออกต้นหยางทั้งหมดถูกลมตีจนใบไม้ปลิวว่อน ส่งเสียงซู่ๆ

            “แม่งเอ๊ย!” จู่ๆ ฉีเหมยที่ท่าทางมีการศึกษาก็ร้องด่าออกมา

            ผมกระโดดขึ้นบนโต๊ะหินข้างๆมองไกลลึกเข้าไปในป่า เห็นแต่ใบไม้ปลิวกระจาย สายตาถูกบดบัง

            ลึกเข้าไปในป่าดูเหมือนมีบ้านอิฐสีแดงเตี้ยๆหลังหนึ่ง แต่เห็นเลือนราง ดูไม่ชัด

            “แย่แล้ว! คราวนี้แย่แน่ๆ!” ฉีเหมยเกาศีรษะ เหงื่อชุ่มหน้า

            ผมไม่ถามอะไรอีก เพราะฉีเหมยตกอยู่ในสภาพที่สับสนแล้วไม่อาจตอบคำถามของผม

            สุดท้ายทั้งเสียงสุนัขป่าเสียงนกและเสียงลมล้วนหยุดลงแล้ว รอบๆ เงียบกริบ มีเพียงเสียงหายใจหอบหนักๆ ออกจากคอฉีเหมย

            ที่จริงด้วยฐานะ ตำแหน่งและประสบการณ์ของเขาเขาไม่ควรตื่นตระหนกขนาดนี้ ทำให้ผมอดสงสัยว่าลึกเข้าไปในป่าผืนเล็กนี้อาจซ่อนความลับที่สะท้านฟ้าไว้

            “ยังดี ยังดี ยังดี...” ฉีเหมยพูดคำว่า“ยังดี” ติดกันสามครั้ง ยักไหล่ขึ้น ท่าทางคลายความกังวลแล้ว

            “อะไรครับ” ผมถาม

            “เป็น...เป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจโลกนั้นกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเรื่องแปลกๆ ที่มนุษย์เรามีความเข้าใจต่อโลกแล้วนั้นน่าจะไม่ถึงหนึ่งในหมื่นส่วนที่เราไม่รู้ก็เหมือนคืนเดือนมืดวันแรมหนึ่งค่ำ มองไปทางไหนล้วนมืดสนิทไม่มีแสงใดๆ ทั้งสิ้น” ฉีเหมยปาดเหงื่อ แล้วสะบัดมือแรงๆ สีหน้าค่อยดูดีขึ้น

            ผมยังอยากถาม แต่กลับเปลี่ยนใจปิดปากเงียบ

            ที่จริงผมเข้าใจดี ระหว่างผมกับฉีเหมยนั้นไม่ถึงขั้นเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่องและรุกถอยด้วยกันที่เขายอมลดตัวมาพูดคุยกับผม ก็แค่ต้องการใช้ผมเพื่อบรรลุเป้าหมายเท่านั้น จะอาศัยเบาะแสจากผมเพื่อค้นหากระจกวารีโหรเทพ

            “ตอนนี้ไปได้แล้ว”ฉีเหมยกระโดดลงจากโต๊ะหิน กวักมือเรียกผม

            ผมมองลึกเข้าไปในป่าและท้องฟ้าไกลออกไปอีกครั้งเตรียมจะกระโดดลงมา ทันใดนั้นก็พบว่าบนท้องฟ้าปรากฏบางอย่างที่แปลกประหลาด

            เป็นเมฆดำประหลาดผืนใหญ่ รูปร่างยาว โค้งๆงอๆ ราวกับงูยาวที่กำลังเลื้อย

            ผมชี้ขึ้นไปบนฟ้า “คุณฉีครับดูเมฆนั่น...”

            เมฆนั่นเปลี่ยนแปลงไม่หยุดเริ่มแรกเหมือนงูมาก หัวงูหันมาทางนี้ หางงูไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือท้องงูโค้งงอเจ็ดแปดโค้ง ดูแปลกมาก

            คนที่พอมีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาบ้างล้วนเข้าใจดีการเปลี่ยนแปลงของเมฆเป็นไปตามลม ลมพัดพาเมฆให้รวมตัวและกระจายออกไม่หยุดรูปร่างไม่แน่นอน

            ดังนั้นเมื่อส่วนหัวของงูบนท้องฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงผมคิดเพียงว่ามันกำลังจะถูกลมพัดกระจายสลายไปอย่างสิ้นเชิง

            ฉีเหมยแหงนมองขึ้นไป เขาส่งเสียง “เอิ้ก”ดังออกมาจากลำคอ ชูสองแขนขึ้น กางสิบนิ้วออก โบกไปมาในอากาศ

            ทันใดนั้นหัวงูกลับปรากฏเหมือนเขากวางขนาดใหญ่สองเขาลำตัวงูสะบัดไปมา แล้วมองเห็นเกล็ดทั่วร่างชัดเจน ขณะที่ส่วนหางก็แยกออกเป็นสองแฉก

            ผมใช้คำพูดบรรยายการเปลี่ยนรูปร่างของเมฆสีก้อนนั้นเป็นการทำอย่างไร้พลังสรุปคำเดียวว่าเมฆงูกำลังเปลี่ยนเป็นเมฆมังกร ดูจากรูปร่าง มันได้เปลี่ยนเป็นมังกรในตำนานขนานแท้แล้ว

            หัวมังกรก้มลงมา ตรงกับป่าต้นหยางตรงหน้าเราพอดี

            มังกรเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเผ่าที่เราชาวจีนเคารพสูงสุดรูปลักษณ์ของมังกรมีปรากฏในตำนานพื้นบ้าน ในเทพนิยาย บนภาพยนตร์และโทรทัศน์รวมทั้งนิยายแนวแฟนตาซี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครเห็นมังกรจริงๆ ว่าเป็นอย่างไรตำนานที่เกี่ยวกับมังกรทุกเรื่องล้วนไม่ชัดเจนพูดอีกอย่างก็คือจนถึงบัดนี้มังกรมีอยู่ในจินตนาการของเราเท่านั้นไม่เคยปรากฏร่างออกมาเลย

            ขณะที่ผมเห็นเมฆมังกรก็คิดโยงถึงปรากฏการณ์มิราจทันที

            “เป็นมิราจใช่ไหม หรือเมฆก่อตัวเป็นรูปทรงประหลาดโดยบังเอิญ”ผมไม่แน่ใจ ได้แต่มองดูท้องฟ้าไม่วางตา

            “มังกร ฉันเห็นมังกรอีกแล้ว ฟัง ฟังสิมังกรกำลังร้อง มังกรกำลังร้อง...” ฉีเหมยพูดเสียงแหบพร่า เสียงสั่นเครือราวกับเครื่องอัดเสียงที่เก่าชำรุด

            ผมตั้งใจฟัง ท้องฟ้าเงียบเชียบ ไร้เสียงใดๆ

            “มีเสียงหรือครับ ผมไม่ได้ยิน” ผมตอบ

            “มี มี มี ฟัง ฟังสิ!”ฉีเหมยชี้สะเปะสะปะไปบนท้องฟ้า

            ผมหลับตาลง เพ่งสมาธิเต็มที่ถึงกับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นจากนั้นก็ได้ยินเสียงเลือดไหลเวียนในแก้วหูตัวเอง

            ภาวะสงบฟังเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกฌานสมาธิเรียนรู้ได้เมื่อฝึกถึงขั้นหนึ่งตอนที่ผมเริ่มจำความได้ พี่ใหญ่ได้สอนผม แต่นั่นเป็นแค่การฝึกทำตามจนเป็นผู้ใหญ่แล้วผมจึงค่อยๆ เข้าใจเคล็ดลับของเรื่องนี้

            เมื่อผมเข้าสู่ภาวะสงบฟังแล้วก็ยังคงไม่ได้ยินที่ฉีเหมยบอกว่าเสียงมังกร

            ผมเพิ่งลืมตาขึ้น ฉีเหมยก้าวพรวดมาแล้วเขาใช้มือขวาคว้าข้อมือผม ดึงผมลงมาจากโต๊ะหิน

            “อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ!” เขาร้องบอกแล้วสะบัดมือซ้าย โบกผ่านข้อมือขวาของเขาไป

            ผมไม่เห็นเขาปล่อยใบมีดออกมา แต่รู้สึกได้ถึงเสียงประหลาดขณะที่ใบมีดแหวกอากาศอย่างเยือกเย็นพอก้มมองก็เห็นรอยแผลมีดบาดที่เล็กมากยาวเพียงครึ่งนิ้วบนหลังมือเขามีหยดเลือดซึมออกมาเป็นแนว ไหลหยดลงไประหว่างง่ามนิ้ว หยดลงบนข้อมือผม

            ถึงตอนนี้ผมจึงรู้สึกทั้งเย็นและปวดบริเวณข้อมือที่เผยออกเป็นรอยแผลที่ยาวและลึกแบบเดียวกัน เลือดซึมออกจากปากแผลแห้งกรังแล้ว

            มีดที่รวดเร็วสุดๆ ท่าลงมือที่ฉับไวสุดๆ ฝีมือที่ยอดเยี่ยมสุดๆผมตระหนักถึงที่ถังหว่านตกใจเมื่อแอบเห็นฉีเหมยใช้มีด

             

    คล้ายกับเรื่องราชาแห่งศาสตร์เวท [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458