บรรดาผู้าุโตระกูล ‘เว่ย’ กำลังนั่งเจรจาเื่งานมงคลสมรสของคุณชายใหญ่และคุณหนูิอวี้ที่กำลังจะจัดขึ้นในเร็ววัน ภายในเรือนหลักนั้นบ่าวไพร่กำลังช่วยกันผูกผ้าแดงมงคลตามซุ้มประตูและคานเรือน ทหารคนสนิทกำลังตรวจบัญชีสินสอดทองหมั้น ทางด้านแม่นมก็ช่วยคัดเลือกผ้าไหมเนื้อดีและเครื่องประดับล้ำค่าเพื่อเตรียมประเคนให้สมเกียรติคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ ตามสัญญาหมั้นหมายที่มีมาแต่เยาว์วัย
ทุกสิ่งอย่างล้วนจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ เพียงรอแม่ทัพใหญ่เว่ยเสวียเฉิงเดินทางกลับมาจากการทำศึกในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ให้เขาไปพบปะพูดจากับท่านเสนาบดีอย่างเป็ทางการเสียหน่อย พิธีแต่งงานอันยิ่งใหญ่ก็สามารถจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ
ยิ่งถ้าหากว่าท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายและท่านแม่ทัพใหญ่เห็นพ้องต้องกัน จะเดินทางไปเข้าเฝ้าทูลขอโองการสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ก็ย่อมได้
เหล่าผู้าุโล้วนมีสีหน้าระรื่นและเปี่ยมสุข กระทั่งหันไปเห็นคุณชายใหญ่พาสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าก้าวข้ามธรณีประตูจวนเข้ามาอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทางยกย่องเชิดชูนางอย่างออกหน้าออกตา ร่างสูงสง่าประคองร่างของเหลียนฮวาที่ใบหน้ายังคงบวมเป่งและมีคราบเืติดมุมปากก้าวลงมาอย่างทะนุถนอม
ผู้าุโทุกคนพลันชะงักกึก แต่ละคนหน้าซีดเผือดขาวราวกับศพไร้ิญญา แม้แต่ทหารยามและเหล่าสาวใช้ต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก
“อวี่เจ๋อ เ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร! เ้าพานางเข้าจวนมาทำไมกัน!”
“แม่นมหลิว ท่านอาเฉิน ท่านน้าจาง พวกท่านจะมาจงเกลียดจงชังเหลียนฮวาของข้าทำไม?” อวี่เจ๋อขยับกายบดบังร่างบางเอาไว้ กางปีกปกป้องนางที่มีสีหน้าหวาดกลัว “เดิมทีการหมั้นหมายก็เป็การบังคับข้าอยู่ฝ่ายเดียว ิอวี้ไม่เหมาะสมกับข้า ผิดจากเหลียนฮวาที่มีนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน นางแสนดีกับข้าถึงเพียงนี้ วันนี้นางถูกิอวี้ตบตีทำร้ายจนาเ็ ข้าในฐานะบุรุษจะพานางเข้าจวนแม่ทัพ ยกเกี้ยวแปดคนหามมิให้น้อยหน้าบุตรสาวเสนาบดี ไปสู่ขอนางเข้าจวนอย่างสมเกียรติ”
“เหลวไหลสิ้นดี!”
‘รองแม่ทัพเฉิน’ ตบโต๊ะหินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ั์ตาขุนพลหนุ่มใหญ่วัยสามสิบสามปีวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “เ้าเป็ถึงบุตรชายแม่ทัพใหญ่ เหตุใดถึงได้ทำตัวไร้ยางอายเยี่ยงนี้ เ้าบังอาจมาก! กล้าแอบคบชู้หักหลังคุณหนูิอวี้ที่มีสัญญาหมั้นหมายผูกพันมาั้แ่เยาว์วัย ซ้ำยังกล้าพาสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาชูคอเหยียบย่ำเกียรติของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย เ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าทรัพย์สินเงินทองและเบี้ยหวัดค้ำจุนกองทัพ ล้วนเป็ตระกูลกู้ที่คอยชุบเลี้ยงเกื้อกูลพวกเรามาโดยตลอด!”
อวี่เจ๋อกวาดสายตาคมมองไปทั่วโถงเรือนหลักอย่างไม่พอใจ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคือง
ทางด้านซ้ายมือของเขานั้นคือ ‘แม่นมหลิว’ หญิงชราผู้ดูแลชุบเลี้ยงอวี่เจ๋อมาั้แ่วัยเยาว์ ยืนหน้าดำคร่ำเครียดเคียงข้าง ‘รองแม่ทัพเฉิน’ และ ‘ที่ปรึกษาจาง’ ขุนพลาุโสองท่านที่ร่วมเป็ร่วมตาย บุกเบิกสมรภูมิรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่ทัพเสวียเฉิงมานานนับสิบปี
เหล่าผู้าุโต่างพากันยืนกดดันพวกเขาด้วยรังสีเคร่งขรึม แววตาที่จดจ้องมองสตรีชุดขาวข้างกายคุณชายใหญ่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
นี่ไม่ใช่แค่การกระทำผิดธรรมดา!
บุตรชายสายตรงพาหญิงอื่นข้ามธรณีประตูเข้าจวน ยกย่องเป็ภรรยาออกหน้าออกตา ผิดสัญญาหมั้นโดยมิชอบ โทษตามกฎหมายแคว้นต้าหลี่คือถูกโบยด้วยไม้กระดานหกสิบถึงแปดสิบไม้ ผู้กระทำความผิดอาจถูกสั่งกักขังหรือส่งไปใช้แรงงานหนักหากฝั่งตระกูลหญิงมีอำนาจหนุนหลัง ซึ่งในกรณีของการหมั้นหมายนี้ คู่หมั้นของเขาเป็ถึงบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนราชสำนัก แม้นางจะเป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยา ก็เป็บุตรสาวที่ท่านเสนาบดีรักใคร่หวงแหน ประคบประหงมดั่งไข่ในหิน
บุตรชายสายตรงของตระกูลแม่ทัพใหญ่อย่างอวี่เจ๋อไม่คู่ควรกับสตรีไร้หัวนอนปลายเท้านางนั้นแม้แต่น้อย ตัวเขาถูกเคี่ยวกรำฝึกปรือวรยุทธ์ ร่ำเรียนตำราพิชัยา ขี่ม้ายิงธนูมาั้แ่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ บุกเบิกสร้างผลงานหลั่งโลหิต จนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่เป็ถึงรองแม่ทัพฝ่ายซ้ายผู้คุมกำลังพลกองหน้า ด้วยบารมีและการอบรมสั่งสอนของผู้เป็บิดา
แม่นมหลิวส่ายหน้าพลางระบายลมหายใจยาวด้วยความอนาถใจ “ยามที่ท่านแม่ทัพใหญ่เว่ยเสวียเฉิงต้องไปตรากตรำทำศึกอยู่ชายแดนอันห่างไกล หากมิใช่เงินทองและบารมีของท่านเสนาบดีคอยหนุนหลัง มีหรือที่จวนแม่ทัพแห่งนี้จะสงบมั่งคั่ง เหตุใดท่านถึงได้หูหนวกตาบอด หลงเชื่อหญิงแพศยาจนหน้ามืดตามัว ทำเื่ชั่วช้าไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้ หากท่านแม่ทัพใหญ่เดินทางกลับมา ข้าอยากรู้นักว่าท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”
“ยัยคุณหนูนั่นต่างหากที่ใช้เงินข่มขู่ผู้อื่น! ต่อให้ท่านพ่อกลับมา หากไม่ยอมให้ข้าแต่งภรรยาเท่าเทียม ข้าไม่มีวันแต่งงานกับสตรีร้ายกาจพรรค์นั้นเด็ดขาด สัญญาหมั้นหมายผูกพันที่ไร้ค่านี้เดิมทีข้าเองก็มิได้เต็มใจ พวกท่านจะมาบังคับข้ามิได้ ชาตินี้ข้ามีใจรักมั่นให้เหลียนฮวาเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”
อวี่เจ๋อตวาดกลับอย่างดันทุรัง ปากหนาสั่นระริก ขณะโอบกอดเหลียนฮวาที่แสร้งบีบน้ำตาไห้สะอื้นกระซิก ๆ หลบอยู่ทางด้านหลัง แต่เมื่อเขากวาดสายตามองเห็นเหล่าผู้าุโยังคงนิ่งเงียบ หน้าดำคร่ำเครียดไร้แววโอนอ่อนผ่อนตาม จึงยอมลดโทสะลงระลอกหนึ่ง หวังเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
“พวกท่านลองนึกดูให้ดีเถิด... ตอนข้าอายุได้สิบเจ็ดปี ต้องถูกส่งตัวไปฝึกทหารตรากตรำกรำศึกอยู่ที่ชายแดนอันห่างไกล ข้ามิได้พบหน้าท่านพ่อบ่อยนัก ชีวิตความเป็อยู่ยากลำบากเป็อย่างยิ่ง หากไม่ได้เหลียนฮวาคอยเกื้อกูลในคราวนั้น ข้าคงไม่มีชีวิตรอดกลับมาสืบสกุลเว่ยเป็แน่”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางคลายอ้อมแขนเล็กน้อย ปล่อยให้ร่างบางขยับก้าวขึ้นมาซบอิงแนบแผ่นอกข้างกาย ก่อนที่เขาจะปรายสายตาซาบซึ้งลงมองดวงหน้าเปื้อนน้ำตา ใช้ปลายนิ้วปาดแก้มนางอย่างอ่อนโยน
“ครานั้นข้าต้องไปฝากท้อง พึ่งพาอาศัยโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ของท่านป้าของเหลียนฮวาที่ตั้งอยู่แถบชายแดน นางมีรสมือการทำอาหารอันเป็เลิศ มีสูตรอาหารป่าและน้ำแกงชั้นยอด ข้าคิดเอาไว้แล้ว... อนาคตหากข้านำสูตรอาหารของนางเข้ามาขายในเมือง เปิดกิจการเหลาอาหารขึ้นที่นี่ ย่อมต้องร่ำรวยทำเงินมหาศาลไม่น้อยหน้าผู้ใด เหลียนฮวาทั้งอ่อนโยนนิสัยดี การบ้านการเรือนไม่ขาดตกบกพร่อง ท่านพ่อกลับมาเมื่อไร จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากนัก มีฮูหยินข้าคอยดูแลจวนแม่ทัพให้สงบเรียบร้อย”
“ร่ำรวยงั้นหรือ?” ที่ปรึกษาจางแค่นยิ้มหยัน ทอดสายตามองคุณชายใหญ่ดั่งมองคนโง่งม “เ้าจะเอาเงินทุนจากที่ใดมาเปิดเหลาอาหารขนาดั์ในเมืองหลวงกัน จากเบี้ยหวัดทหารอันน้อยนิดของเ้างั้นหรือ?”
“จะยากอันใดเล่า” อวี่เจ๋อเชิดหน้าขึ้นเอ่ยตอบอย่างโอหังหน้าไม่อาย เขาเชื่อว่าคู่หมั้นตนยังมีเยื่อใยและหลงใหลในตัวเขา “กู้ิอวี้มีมารดาเป็ถึงแม่ค้าใหญ่ในอดีต สินเดิมของนางร่ำรวยล้นฟ้า ต่อให้เป็ลูกอนุแล้วอย่างไร? ลำพังข้าเพียงเอ่ยปากกับนางสักคำสองคำว่าจะหยิบยืมเงินเสียหน่อย มีหรือที่นางจะไม่ควักตั๋วเงินประเคนให้ข้า เื่เงินทุนเปิดกิจการเชิดชูเหลียนฮวาไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด ิอวี้รักข้าเพียงใด ต่อให้ข้าจะแต่งภรรยาเท่าเทียมเพิ่มเข้ามาอีกคน... ยังไงนางก็ต้องยอมรับอย่างไม่มีทางเลือก”
ทุกคนในจวนแม่ทัพแม้แต่พวกบ่าวรับใช้ยังรู้สึกราวกับน้ำท่วมปาก แต่ก็มีความคิดในใจที่ตรงกันว่าคุณชายอวี่เจ๋ออยู่ในวัยคึกคะนอง ยากจะไปฉุดรั้งความดื้อรั้นของเขาในตอนนี้
รองแม่ทัพเฉินและที่ปรึกษาจางหันมาสบตากับแม่นมหลิวแวบหนึ่ง ต่างระบายลมหายใจยาวด้วยความเอือมระอา ขี้คร้านจะเอ่ยปากสั่งสอนให้เปลืองน้ำลาย...
“เอาเถิด ในเมื่อเ้ามั่นใจในตัวคุณหนูิอวี้ถึงเพียงนั้น พวกข้าที่เป็เพียงผู้าุโในจวนมิอาจขัดขวางความ้าของเ้าได้” ที่ปรึกษาจางเค่นเสียงเอ่ยสรุปด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ เมื่อมองสีหน้าหยิ่งผยองของบุตรชายสายตรง บางเื่ก็ต้องให้เขาไปประสบพบด้วยตนเอง
“เพียงแต่เื่ใหญ่โตระดับแต่งตั้งภรรยาเท่าเทียม เ้าจะต้องเดินทางไปคุยกับท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย ตกลงกับทางจวนสกุลกู้ให้เรียบร้อยเสียก่อน ส่วนเื่คู่หมั้นของเ้า หากนางจะยินยอมพร้อมใจยกตั๋วเงินสินเดิมมาให้เ้าถลุงเล่น เพื่อชุบเลี้ยงหญิงอื่น หรือจะส่งคนมาสับหัวเ้าข้อหาล่วงเกินศักดิ์ศรีตระกูลขุนนางใหญ่... นั่นก็เป็อีกเื่หนึ่งที่เ้าต้องไปแบกรับชะตากรรมเอาเองนะ”
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี่เจ๋อกระหยิ่มยิ้มหยัน แววตาเต็มไปด้วยความลำพองใจอย่างที่สุด เขามั่นใจเหลือเกินว่าอย่างไรเสียกู้ิอวี้ก็ต้องยอมศิโรราบให้แก่เขาแต่โดยดี... ใครก็รู้ว่าสตรีผู้นั้นรักใคร่และเทิดทูนในตัวเขาเพียงใด แค่เขาเอ่ยปากกดดันสักเล็กน้อย นางย่อมต้องรีบคลานเข่าเข้ามาร้องขอความรัก ยอมเปิดทางให้เหลียนฮวาแต่งเข้าจวนแม่ทัพอย่างไม่มีทางเลือก!