เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 79 นารัน

    เเหงนหน้ามองตามรากขาวน่าขนลุกขึ้นไป ความรู้สึกเย็นยะเยือกจากข้างล่างเสมือนเเล่นปรู๊ดขึ้นหัว เบื้องบนนั้นยิ่งเป็นที่สุดเเห่งความยุ่งเหยิงวิกลจริต เหง้าเก่าเเก่บางเเขนงอัดเเน่นเป็นปมตะปุ่มตะป่ำเท่ากำปั้น เเละมีลักษณะคล้ายคลึงกับใบหน้าของทารกน้อย กำลังล่องลอยในห้วงนิทรารมณ์

    " เอ... "

    เล็กน้ำเพิ่งสังเกตเห็นว่าคู่ชายหนุ่มเบื้องหน้า มีเส้นเชือกสีขาวพันต่อเนื่องหลายวงครอบสวมบนศีรษะ เเลคล้ายกับสายใยมงคลในพิธีกราบไหว้บูรพาจารย์ ฉับพลันนัยน์ตาของเขาหรี่ลง เส้นเชือกเหล่านั้นก็คือรากขาวพวกนั้น มันถูกโยงออกมาจากเถาด้านบน เเต่ทำไมมีถึงสามสาย ไม่ต้องเสียเวลาคาดเดาแล้ว ปลายขาวอีกเส้นลับหายไปเหนือศีรษะของเขานั่นเอง

    ชายหนุ่มเเปลกหน้ายังไม่ได้สติ เเต่ริมฝีปากขาวซีดเเละเเตกเป็นร่องเลือดของพวกมัน ค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นม่วงคล้ำ นัยน์ตาปิดปรือเห็นเพียงลูกตาส่วนสีขาวเล็กน้อย ดูท่าจะร้ายมากกว่าดี ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ดวงตาของทั้งคู่พลันเหลือกลาน ร่างกายสั่นกระตุก ผลักดันวงกระเพื่อมเล็กๆ ไร้เรี่ยวเเรงจะกระเเทกถึงตัวเขา

    ชี่...

    ชั่ววูบเล็กน้ำตะลึงตะลาน คล้อยหลังเสียงหนึ่งดังริบหรี่ กลิ่นไหม้เเปลกประหลาดอวลฉุน รากขาวย้อยระย้าสองเส้นเบื้องหน้า เเห้งเหี่ยวจนไหม้เกรียมทันตาเห็น เถ้าถ่านเหมือนขี้ธูปร่วงกราวลงน้ำสีเข้มในบ่อ พ้องกับเสียงตะโกนโหวกเหวก ปนเปื้อนเศร้าสะอื้นสะท้อนก้องในโถงถ้ำ

    " ฟื้นเเล้ว! เจ้าฟื้นเเล้ว ดีมาก... ดีจริงๆ "

    เล็กน้ำสอดส่ายสายตาเหนื่อยล้าควานหาต้นเสียงอิ่มใจนั้น พิษเเสงจ้าจากไฟตะเกียงที่วาบผ่านภายในอุ้งมือของใครบางคน ทำเอาต้องหยีตาจนเกือบจะปิดลงอีกครา ในห้วงสะลึมสะลือ เล็กน้ำฉงนใจไม่น้อย เหตุใดถึงยากจะขจัดความสงสัยในถ้อยวาจาสนิทสนมนั้นได้ ต้องมีบางสิ่งผิดที่ผิดเวลาเเน่เเท้... ยังไม่ทันได้ยลโฉม ร่างของเขาพลันถูกดึงขึ้นจากบ่อดินด้วยความทุลักทุเล

    " เร็วเข้า! รีบพาไปอาศรม เดี๋ยว ' ขม่อมขวัญ ' บนกบาลจะปลิวหาย! " ใครคนหนึ่งร้องขึ้น

    เรือนกายเปล่าเปลือยล่อนจ้อนเเละหนาวสั่นไม่หยุด ขดงอเหมือนกุ้งผอมตรากตรำมาเเล้วสามเเดด ความรู้สึกอ่อนยวบไร้เรี่ยวเเรง ในเวลานี้เเจ่มเเจ้งยิ่งกว่าครั้งไหน ต้องขอบคุณหนึ่งในนั้น หยิบยื่นผ้าทอสีมอมาห่มคลุมให้ หลังได้สัมผัสไออุ่น ดวงตาดำเข้มรวมประกายขึ้นอีกครา

    ห้วงขณะจะลับจากโถงถ้ำ เล็กน้ำที่เหมือนถูกหนีบอยู่ในอ้อมกอดประคองเร่งรีบ คันคะเยอในดวงใจยุบยับ คำว่าสงสัยสองพยางค์พองใหญ่คับอยู่ในสมอง เขาอยากรู้เหลือเกิน ต้นขั้วของรากเถาระโยงระยางเป็นสิ่งแปลกประหลาดใด

    ' อา... เจ้าเองหรอกรึ '

    เพราะพินิจมองจากเบื้องล่างเพียงด้านเดียว ทรรศนะจึงตีบตันให้กับความอ่อนด้อยในมโนภาพ พอพลิกตลบ อีกด้านนั้นดั่งสวนสวรรค์บรรจงวิจิตร เเท้จริงเเล้ว รากเถาพิลึกกึกกือก็คือด้านล่างเหง้าบัวขนาดมหึมาที่รองรับสัตตบงกชเจ็ดสี เเต่ยามนี้ มีหนึ่งเดียวเบ่งบานสะพรั่ง

    บงกชวิเศษดอกเดียวนี้ กระจัดกระจายด้วยละอองพิสุทธิ์ระยิบระยับ ดุจดั่งห้วงดาราจักรทางช้างเผือก ท่ามกลางใบเขียวสดรูปลอนตาล กลีบหงสบาทพริ้วพราย ประหนึ่งราชินีปักษาโผผินใจกลางไพรพนา เล็กน้ำดั่งถูกขับกล่อมด้วยเสน่หาชวนลุ่มหลง เขาพริ้มตาลงอีกครั้ง ในห้วงจิตเงียบงัน ยามนี้คล้ายปรากฏสิ่งหนึ่งเริ่มก่อตัว

    ผ่านทางเดินเเคบๆ เร็วไว ทางสายนี้ เชื่อมโยงไปยังเรือนไม้หลังหนึ่ง ปลูกระหว่างดงไทรใหญ่ครึ้มเย็น ด้านหลังเรือนไม้มีธารน้ำใสสีเขียวครามสดชื่นไหลเเรง เนรมิตความรู้สึกลี้ลับเเต่ก็น่าดึงดูดชวนเเสวงหาด้วยเช่นกัน

    ตุบ...

    เรือนไม้เเดงเก่าๆ ขนาดกระทัดรัด ตั้งอยู่บนเสาไม้เนื้อเเข็งกลมใหญ่เสมือนเท้าช้าง มุงด้วยใบไม้เเห้งกว้างเท่าฝาโอ่ง หน้าธรณีประตูมีกระดูกสัตว์ร้อยเรียงลงมาดุจม่านขาว ทันทีที่เล็กน้ำเหยียบลงหัวบันไดขั้นเเรก อักขระโบราณกลมกลืนในเนื้อไม้พลันเปล่งประกาย บานประตูก็ถูกเเง้มเปิดในทันใด กลิ่นหอมระรื่นจากควันกำยาน ลอยออกมาเป็นสายพัวพันในอากาศ ประหนึ่งคำทักทายเเรกพบ คล้ายเฝ้าคอยการมาถึงของชายหนุ่มอยู่นานเเล้ว

    ภายในนั้นราวกับโลกปรัมปราอีกใบหนึ่ง สีสันฉูดฉาดเเพรวพราวจากธงทิวมากมาย ประดับประดาทุกซอกมุมช่างอิ่มตา เเต่ที่เเปลกประหลาดกว่านั้น นอกจากจะบันทึกโครงร่างสรรพสัตว์ทั้งหลายเอาไว้เเล้ว ผืนธงหลากหลายเฉดสี ยังดูดกลืนควันกำยานลอยฉุยฉายจากเบื้องล่างเข้าไปเป็นสาย มองคล้ายสายน้ำไหลนับร้อยทิ้งตัวลงมาพร้อมกันจากผาหิน

    ตึง... ตึง... ตึง...

    สภาวะเหนือโลกียะเเละตรรกะสามัญ ถูกคลื่นอลหม่านหอบนั้นมาเบียดเเทรก เล็กน้ำในสภาพผ้าห่อตัวผืนเดียวซ่อนเรือนกาย ถูกหิ้วกึ่งหามเข้าไปตั้งอยู่เบื้องหน้าชายชุดขาวอย่างเร่งด่วน

    ชายร่างเล็กผมหงอกในชุดป่านยาวสมถะ ประทับบนตั่งไม้สีเข้มจัดพอดีตัว เเต่ภาวะเรียบง่ายฉายชัด ได้ถูกหักล้างสิ้นลงในพริบตา เมื่อสะดุดเข้ากับยันต์อักขระเต็มพรืดบนเนื้อหนัง หน้าตาเกลาเกลี้ยงเพราะเร้นพรางใต้หน้ากากขาวไร้ลวดลายเเม้สักขีด พลันกล่าวขึ้นอย่างพึงใจ " ให้มันดื่มจนหมด "

    คล้อยหลังเสียงไอโขลกของเล็กน้ำดังเป็นพักๆ ชายหน้ากากขาวพยักหน้าลงเบาๆ " เเล้วพี่น้องอีกสองคนนั้นเล่า "

    " ไม่รอดเเล้วพ่อเฒ่า " เป็นเสียงนั้นอีกครั้ง...

    เล็กน้ำพยายามกวาดตามอง ขณะเด็กรับใช้ถอนถ้วยกระเบื้องจากริมฝีปากของเขา เรือนกายของมันดันบดบังรูปโฉมนั้นพอดิบพอดี ในห้วงความผิดหวังเล็กๆ พลันรู้สึกร้อนรุ่มเเละวูบโหวงกระจายไปทั่วทั้งร่าง เหตุใดน้ำโอสถรสขมปี๋จนลำคอฝืดเฝื่อน ออกฤทธิ์รุนเเรงถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มเผลอพร่ำบ่นภายในใจ

    อ๊า!

    ขณะภาวะงงงวยเข้าครอบงำไปเสียทุกอย่าง เหนือศีรษะของเล็กน้ำปรากฏไอมืดกลุ่มหนึ่งผุดพราย ห้วงเเห่งอนธการผืนนั้น ใบหน้าโกรธเกรี้ยวสยองขวัญควบรวมขึ้นเลือนลางก่อนจะละลายไป ส่วนเจ้าตัวเอาเเต่หันรีหันขวาง คล้ายไม่รับรู้ถึงประสบการณ์ประหลาดที่ดำเนินเรื่องเสร็จสิ้นในเสี้ยวใจ

    รับรู้ข่าวร้าย ชายหน้ากากบนตั่งไม้สั่นเทาโกรธขึง ความกดดันเเพร่สะพัดออกมาจนน่ากลัว ชาวบ้านที่รายล้อยรอคอย สีหน้าเเละเเววตาต่างโศกสลดหมองหม่น บรรยากาศเงียบงันในยามนี้ สรุปถึงความคับเเค้นสุมเเน่นในอกได้รวบรัดชัดเจน

    หนึ่งในนั้นกัดฟันกล่าว " หมู่บ้านนี้เหมือนถูกลัอมไว้ทุกด้านเเล้ว พวกที่ส่งไปหลายวันก่อนก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย วานซืนส่งไปอีกห้า ยังไม่ทันได้ข้ามเขาด้วยซ้ำ ก็ถูกผีป่าเล่นงานจนต้องซมซานกลับมาเเล้ว รอดสามตายสอง! ตอนนี้เหลือหนึ่ง หรือว่าจะถึงคราว... "

    " หยุดพูดซี้ซั้ว! " ชายชราผิวคล้ำ โพกผ้าขาวม้าลายตารางบนศีรษะ นั่งอยู่อีกฝั่งขึ้นทักท้วง " รออีกหน่อย หมู่บ้านอื่นๆ คงใกล้จะมาถึงเเล้ว สัญญาโลหิตที่เหล่าบรรพบุรุษเคยลงนามร่วมกัน ไม่อาจมองข้ามได้ ไม่งั้นอาถรรพ์จากคำเเช่งจะตกทอดสู่ลูกหลาน "

    " เเค่ก... เเค่ก... ข้าก็เเค่อยากช่วยทุกคน "

    " ช่วยเเบบใดกัน! "

    " เจ้า! อย่าได้... "

    ขณะโต้เถียงต่อความเข้าขั้นดุเดือด โดยไม่มีฝ่ายใดยอมอ่อนข้อเเละไว้หน้า เรียวปากของทั้งคู่พลันเเนบสนิทในบัดดล ราวกับถูกเย็บติดจนใบหน้าเขียวคล้ำ เหลือเพียงเสียงลมหายใจฟืดฟาดครุกรุ่นที่เเถลงตอบกลับกันอย่างเผ็ดร้อน

    " นารัน... " น้ำเสียงเเหบเเห้ง เเฝงความเอ็นดูหลายส่วน ลอดออกมาจากใต้หน้ากาก " ไม่ต้องกลัว บอกทุกคนเถิด บอกสิ่งที่เจ้าเเละพวกพ้องพบเจอมาทั้งหมด "

    " หะ... หา! " เล็กน้ำอ้าปากค้าง